ตอนที่ 78
จุดหมายของรูปแบบ ที่จิ่วหยวนปิงเป็นคนวางเอาไว้นั้น อยูู่ที่โกดังแห่งหนึ่งในเขตชานเมือง จินโม่เฉินได้จัดเตรียมรถบัส สำหรับใช้ขนย้ายไว้เรียบร้อยแล้ว
ชิงเทียนและจิ่วหยวนปิง ร่อนลงที่หน้าโกดัง ชายหนุ่มกวาดสายตามอง ก็พบว่าภายในกลุ่มหญิงสาวเกือบร้อยชีวิต ส่วนใหญ่จะเป็นชาวอาหรับ เขาอาสาที่จะพาพวกเธอไปส่งที่บ้าน แต่ก็ดูเหมือนว่าหญิงสาวหลายคน จะถูกพ่อแม่นำมาขายราวกับกับสิ่งของ และบางคนก็ไม่มีครอบครัวให้กลับไปหา
จิ่วหยวนปิงจึงเสนอให้ชิงเทียน รับพวกเธอมาดูแล ซึ่งนั่นก็เป็นวิธีที่หอนพเก้าทำเป็นประจำ คือการพาเด็กที่ถูกพ่อแม่ทอดทิ้ง มาฝึกเพื่อเป็นผู้บ่มเพาะ ซึ่งชิงเทียนก็เห็นด้วยกับเรื่องนี้
หนึ่งชั่วโมงต่อมา ในที่สุดโกมินทร์ก็เดินทางมาถึง เขาต้องแบกโรงศพมาตลอดทาง จึงทำให้ต้องใช้เวลาพอสมควร ชิงเทียนนำโรงศพสีดำมาวางไว้บนพื้น จากนั้นก็ใช้เพลิงอมตะ ปัดเป่าปราณหยินอันเข้มข้น โรงศพสีดำจึงถูกกัดกร่อนทีละน้อย
ระหว่างที่ชิงเทียน กำลังง่วนอยู่กับการทำลายโรงศพ จินโม่เฉิน เริ่มเกณฑ์เหล่าหญิงสาว ที่ต้องการจะกลับบ้านขึ้นรถบัส จิ่วหยวนปิงได้กำชับกับพวกเธอว่า หลังจากที่กลับถึงบ้านแล้ว ห้ามไปไหนมาไหนคนเดียวโดยเด็ดขาด
ทางฝั่งของชิงเทียน ตอนนี้โลงศพสลายไปมากกว่าครึ่งแล้ว ร่างที่ถูกกักขังอยู่ภายใน เริ่มปรากฏให้เห็นเด่นชัดขึ้น เมื่อพลังปราณธาตุมืดรอบตัวเธอ ถูกขจัดออกไปจนหมด เปลือกตาขิงแคลร์ก็ค่อยๆเปิดออก
หลังจากลืมตาขึ้นมา ภาพที่แคลร์เห็นเป็นอย่างแรกก็คือ ใบหน้าของชิงเทียน ซึ่งกำลังนั่งจ้องมองมาที่เธอ หญิงสาวลุกพรวดขึ้น พร้อมกับถามชิงเทียนด้วยความสับสน “เกิดอะไรขึ้น แล้วนี่ฉันอยู่ที่ไหน!!?"
ชิงเทียนพยายามทำให้เธอใจเย็นลง พร้อมกับอธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ให้หญิงสาวได้รับรู้ แคลร์จึงค่อยคลายความกังวลลง เธอกล่าวขอบคุณชิงเทียน ที่เขาได้ช่วยชีวิตเธอเอาไว้
“แล้วคุณจะไปที่ไหนต่อ ดูเหมือนว่าตอนนี้คุณจะไม่มีที่ให้กลับแล้วนะ"
แคลร์ขมวดคิ้วเล็กน้อย “หมายความว่ายังไง?"
“ก็วันก่อน ผมพึ่งทำลายองค์กรอิลลูมินาติไป" ชิงเทียนพูดออกมาอย่างไม่ปิดบัง แต่เขาไม่ได้พูดถึงเรื่องที่ตนเอง เป็นคนตัดแขนโนอาห์ให้เธอฟัง
“นายทำอะไรนะ!!?" หญิงสาวกระชากคอเสื้อของชิงเทียน หากที่เขาพูดมาเป็นความจริง นั่นหมายความว่า เธอกำลังจะสูญเสียทุกสิ่งอย่าง และต้องกลับไปใช้ชีวิต เป็นอาชญากรเหมือนในอดีต
ชิงเทียนยักไหล่ “ช่วยไม่ได้นี่ ก็พวกคุณมาตอแยผมเอง เอาแบบนี้ไหม ถ้าหากคุณไม่มีที่ไป ก็มาเข้าร่วมกับผมสิ"
สิ่งที่แคลร์ทำเป็น มีแค่การลักขโมย และการต่อสู้ ข้อเสนอของชิงเทียนจึงฟังดูไม่เลวนัก “ก็ยังดีกว่าต้องไปนอนข้างถนนหล่ะนะ"
ชิงเทียนฉีกยิ้มออกมา เขาจับมือกับแคลร์ เพื่อเป็นการทำสัญญา “พูดอะไรแบบนั้น ใครจะปล่อยให้คุณนอนข้างถนนกัน"
เหล่าหญิงสาว ที่ต้องการเข้าร่วมกับหอนพเก้ามีทั้งสิ้น 54 คน ชิงเทียนได้แบ่งกลุ่มออกเป็นสามทีม หนึ่งคือทีมของจินโม่เฉิน ที่ต้องรับหน้าที่พาหญิงสาวที่ถูกจับตัวมาไปส่งให้ถึงบ้าน ส่วนคนที่ต้องการเข้าร่วมกับหอนพเก้า โกมินทร์จะเป็นคนพาพวกเธอลักลอบขึ้นเรือส่งสินค้า เพื่อเดินทางไปที่ประเทศจีน สุดท้ายคือชิงเทียน จิ่วหยวนปิง และแคลร์ ที่จะขึ้นเครื่องบินส่วนตัว เพื่อล่วงหน้ากลับไปก่อน
ภายในเมืองตอนนี้ ผู้บ่มเพาะสายมาร กำลังปูพรมค้นหาชิงเทียนและเหล่าหญิงสาวแทบพลิกแผ่นดิน แต่พวกเขากลับมองข้ามรถบัสของจินโม่เฉินไป เพราะคิดว่าเป็นเพียงกลุ่มนักท่องเที่ยว ที่ผ่านทางมา
ส่วนทางด้านโกมินทร์ เขาได้พาเหล่าหญิงสาว เดินทางไปที่ บูรซะอีด ซึ่งเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือ ของประเทศอียิปต์ และยังเป็นเมืองท่าที่ติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ชายหนุ่มได้ยื่นข้อตกลงกับกัปตันเรือขนส่งสินค้า เพื่อที่จะพาเหล่าหญิงสาว หลบหนีออกไปยังนอกประเทศ
ชิงเทียนได้ขอร้องให้ปู่ของเขาชิงถิงฟง ใช้เส้นสายในรัฐบาล ออกเอกสารอนุมัติเรื่องนี้ให้แล้ว เมื่อพวกเธอเดินทางไปถึงประเทศจีน จะไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาตรงจสอบ หรือห้ามไม่ให้พวกเธอขึ้นฝั่งอย่างแน่นอน
เช้าวันต่อมา กลุ่มของชิงเทียนได้เดินทางมาถึง หอนพเก้าสาขาหลัก เขาพาแคลร์เข้าไปเยี่ยมชมด้านในโลกใบเล็ก ซึ่งสีผมของเธอก็ดึงดูดความสนใจ จากสมาชิกที่อยู่ภายในไม่น้อย ชิงเทียนได้สั่งให้จิ่วหยวนปิง พาแคลร์ไปเดินชมสถานที่ ส่วนเขาจะไปปรึกษากับจิ่วเหม่ย เรื่องการรับมือกับผู้บ่มเพาะสายมาร
จิ่วหยวนปิงและแคลร์ เดินมาหยุดที่ลานประลองสำหรับฝึกฝีมือ บนลางประลองฟ่านเสี่ยวโหรวกำลังไล่ต้อนเย่วหนิงเอ๋อ ด้วยดาบแส้ที่ได้เปรียบด้านระยะการโจมตี แต่ทันใดนั้นเอง กระบี่ของเย่วหนิงเอ๋อก็แยกตัวออก จากนั้นกระบี่นับพันก็พุ่งเข้าโจมตีฟ่านเสี่ยวโหรว
คมมีดนับพันแหวกอากาศมาราวกับฝูงผึ้ง แต่แววตาของฟ่านเสี่ยวโหรวยังคงสงบนิ่ง เธอสร้างพายุแส้ขึันมาปกคลุมรอบตัว กระบี่นับพันที่พุ่งเข้าปะทะพายุแส้ สลายกลายเป็นฝุ่นผง ผู้คนที่ยืนเชียร์อยู่ด้านล่างส่งเสียงเฮลั่น
“ผู้หญิงสองคนนั้นเป็นใครกัน" แคลร์หันไปถามจิ่วหยวนปิง
“ผู้หญิงที่ใช้ดาบแส้เป็นอาวุธ มีชื่อว่าฟ่านเสี่ยวโหรว ส่วนคนที่สามารถเรียกกระบี่นับพันออกมาเมื่อสักครู่ ชื่อว่าเย่วหนิงเอ๋อ พวกเธอต่างก็เป็นเป็นคู่หมั้นของชิงเทียน"
แคลร์ดูจะตกใจเล็กน้อย เนื่องจากเธอหลงคิดว่าจิ่วหยวนปิง เป็นคนรักของชิงเทียนมาโดยตลอด “เดียวนะ... เธอกำลังจะบอกว่า เขามีคู่หมั้นสองคน!!?"
“ไม่ใช่แค่สองคนหรอก" จิ่วหยวนปิงอมยิ้มเล็กน้อย สถานที่ต่อไปที่เธอพาแคลร์ไปเยี่ยมชมคือ หอตำรา เหล่าสมาชิกของหอนพเก้า ต่างทำความเคารพจิ่วหยวนปิง ด้วยความนอบน้อม
“ว่าแต่เธอมีชื่อเต็มรึเปล่า" จิ่วหยวนปิงมักจะได้ยินชิงเทียนเรียกเธอสั้นๆว่าแคลร์ หรือนั่นจะเป็นเพียงรหัสที่ใช้เรียกภายในองค์กร
แคลร์ชะงักไปชั่วครู่ “แคลร์ เจ มิลเลอร์ นั่นคือชื่อของฉัน"
“เป็นชื่อที่เพราะดีนะ" จิ่วหยวนปิงยิ้มออกมาี ดูเหมือนว่าเธอกับแคลร์ จะเข้ากันได้ดีเลยทีเดียว
เมื่อเข้ามาด้านในหอตำรา จิ่วหยวนปิงก็อธิบายถึงการบ่มเพาะ รวมถึงการแบ่งแยกขอบเขตพลัง แคลร์เองก็ดูจะตื่นเต้นเกี่ยวกับ เรื่องที่หญิงสาวเล่าให้ฟังไม่น้อย ในขณะเดียวกันเธอก็มีคำถามมากมายผุดขึ้นในหัว
“ช่วยบอกหน่อยได้ไหมว่า หากเทียบกับผู้บ่มเพาะ ฉันจะมีระดับพลังอยู่ในขอบเขตไหน" แคลร์ถามออกมาด้วยความสงสัย
“เธอน่าจะแข็งแกร่งพอๆกับฉัน คงอยู่ในระดับขอบเขตก่อตั้งวิญญานขั้นสูง แต่น่าเสียดายที่พลังที่เธอได้รับ ไม่ได้เกิดมาจากตัวเธอเอง เพราะฉะนั้นมันจึงไม่สามารถพัฒนาไปมากกว่านี้ แต่หากเธอฝึกเป็นผู้บ่มเพาะ อาจจะไปได้ไกลกว่านี้ได้นะ"
จิ่วหยวนปิงเสนอแนวทาง พลังที่แคลร์ได้รับมา เป็นเพียงการกระตุ้นปราณอัสนี ที่มีติดตัวมาตั้งแต่กำเนิด ให้พัฒนาถึงจุดๆหนึ่งเท่านั้น การบ่มเพาะจึงเป็นกุญแจ ที่จะพาเธอไปถึงขอบเขตที่เหนือกว่า
“หยวนปิง กลับมาแล้วเหรอ" เสียงหนึ่งดังขึ้น จากทางด้านหลังของทั้งสองคน
จิ่วหยวนปิงหันไปทางต้นเสียง ก็พบเข้ากับเย่เสวี่ยหลัน และหลิวลู่ซือ เนื่องจากช่วงนี้เธออาสาที่จะสอนหลิวลู่ซือ เกี่ยวกับเรื่องราวในแดนเซียน เหล่าสมาชิกของหอนพเก้า จึงมักจะพบเห็นหญิงสาวทั้งสองคน ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด
“เสวี่ยหลัน ลู่ซือ ผู้หญิงคนนี้คือ แคลร์ อดีตเจ้าหน้าที่ระดับ 5 ขององค์กรอิลลูมินาติ" จิ่วหยวนปิงแนะนำแคลร์ให้ทั้งสองคนได้รู้จัก
“สมกับเป็นระดับ 5 พลังรอบตัวเธอเข้มข้นมาก แตกต่างจากเจ้าหน้าที่ระดับ 4 ที่ฉันสู้ด้วยลิบลับ" เธอจับมือทักทายกับแคลร์ “ฉันชื่อเย่เสวี่ยหลัน เป็นภรรยาของชิงเทียน ส่วนเด็กคนนี้เป็นลูกศิษย์ของเขา ชื่อว่าหลิวลู่ซือ" เย่เสวี่ยหลันแนะนำตัวเป็นภาษาอังกฤษ
“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ"
หลังจากที่พูดคุยทำความรู้จักแล้ว เย่เสวี่ยหลันและหลิวลู่ซือก็เดินออกจากหอตำราไป
“นี่เจ้านายของเธอมีภรรยาแล้ว ยังมีคู่หมั้นอีกเหรอ?"
จิ่วหยวนปิงหลุดขำออกมา “เราขึ้นไปดูชั้นบนกันเถอะ" หญิงสาวพยายามเปลี่ยนหัวข้อการสนทนา เพราะเธอเองก็ไม่รู้ว่า จะอธิบายเรื่องนี้ยังไง
*********************************
ภายในห้องที่ใช้เก็บรักษาร่างของจิ่วเหม่ย ชิงเทียนกำลังนั่งปรึกษากับหญิงสาว ด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด เขาได้เล่าเหตุการที่เกิดขึ้นที่กรุงไคโร ให้เธอฟัง
จิ่วเหม่ยกัดฟันกรอด สิ่งที่ผู้บ่มเพาะสายมารเหล่านี้กระทำ เลวร้ายยิ่งกว่าการที่วังเหมันต์ จับเผ่าของเธอไปขายเป็นทาสเสียอีก “แล้วเราจะจัดการเรื่องนี้ยังไงค่ะนายท่าน?"
“ฉันได้พิกัดของประตูไป่หู่มาแล้ว หากได้ยุทธภัณฑ์เทวะมาครอบครองอีกชิ้น และเลื่อนระดับเข้าสู่ขอบเขตก่อตั้งวิญญาน คงจะพอรับมือกับขอบเขตหลอมรวมกายจิตได้"
แม้ว่าชิงเทียน จะเคยพิชิตวงกตมาแล้วถึงสองแห่ง แต่นั่นก็ไม่ใช่สิ่งยืนยันว่า เขาจะสามารถพิชิตวงกตพยัคฆ์ขาวได้สำเร็จ
-------------------------------------
Facebook Fanpage : มารฟ้าพิชิตสวรรค์
https://www.facebook.com/มารฟ้าพิชิตสวรรค์-105158271890771