ตอนที่สี่สิบเก้า เข้าเฝ้าราชินี
อ้า พระราชวัง
หนึ่งในฉากที่ผมเกลียดที่สุดเพราะแทบจะไม่มีเรื่องดีดีเกิดขึ้นเลย
ส่วนใหญ่แล้วพวกที่เป็นจอมบงการมักจะปลอมตัวเป็นหนึ่งในที่ปรึกษาคนสนิทของราชาหรือราชินีหรือแม้แต่เป็นราชาหรือราชินีตัวปลอม
พวกเราที่เป็นนักผจญภัยเมื่อได้ข่าวว่าใครเป็นตัวปลอมและวางแผนการร้ายต่อราชอาณาจักรก็ต้องทำงานแข่งกับเวลา หาหลักฐานเปิดโปงความเป็นจริงของแผนการร้ายให้ได้
และระหว่างทางก็จะโดนทั้งศัตรูและคนของอาณาจักรคอยขัดขวางเราทั้งที่เราพยายามจะช่วยอาณาจักรเพราะ DM นั้นชอบเรื่อง
Moral Dilemma
คำถามทางศีลธรรมมากๆ
ว่าต้องการให้หลายๆเรื่องเป็นเรื่องที่สีเทาว่าควรจะช่วยพวกภูตที่อาณาจักรรุกรานพื้นที่ในป่าดีไหม?
หรือจะช่วยสร้างความร่ำรวยเพิ่มขึ้นให้กับอาณาจักรโดยการขยายพื้นที่ป่า?
แต่นอนหลังที่พวกเราเริ่มเจอภูตมาหาเรื่องเข้ามากๆ
ทำให้พวกเรากลายเป็นคนที่จะเข้าข้างกับทุกฝ่ายที่ทำให้ภูตเดือดร้อนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
จนตอนหลัง DM เริ่มรู้เลยพยายามสร้างสถานการณ์ที่ทำให้เราต้องร่วมมือกับพวกภูต
ความเป็นเรซิสม์ของพวกเราก็เลยเพิ่มมากขึ้นเป็นสองเท่านับแต่นั้นมา
ว่าคนเราไม่ได้อยู่ดีดีก็เป็นเรซิสม์เลยพวกเขาได้รับการหล่อหลอมจากกาลเวลา
หากแฮร์รี่ไม่ได้เจอกับกริปฮุ๊กหาเรื่องมาก่อนเขาก็คงจะคิดตลอดไปว่าที่บิลพูดนั้นเป็นการพูดมากมายไปเองเกี่ยวกับก็อบลิน
จนกระทั่งเขาต้องเจอกับตอนที่กริปฮุ๊กแย่งดาบกริฟฟินดอร์ไปในวินาทีที่สัญญาสิ้นสุดลงนั่นล่ะ
แฮร์รี่ถึงได้รู้ตัวว่าที่บิลพูดนั้นไม่ได้พูดเกินเลยไป
“เจ้าชายอิทมาริแห่งดินแดนภูตและบัญชาการสูงสุดคัลขอเข้าเฝ้า”
เสียงประกาศดังขึ้นในท้องพระโรงเมื่อพวกเราเดินตามพวกโกลด์โคล้กผ้าคลุมทององครักษ์ของเชื้อพระวงศ์อย่างอิงกริดและคลอฟอร์ดนี้ไปอย่างไม่มีปัญหา
นี่คืออำนาจอีกอย่างหนึ่งของขุนนางที่ชาวบ้านไม่ค่อยเข้าใจ
หากเราไม่มีเชื้อสายขุนนางหรือเนื้อเรื่องประวัติตัวละครเบื้องหลังBack Ground ตัวละครของเราที่จะมีสิทธิเข้าพบคนที่มีอำนาจปกครองอย่างขุนนาง
เราอาจจะต้องไปหากิลด์โจรที่ทำหน้าที่ปลอมแปลงบัตรเชิญไปงานเลี้ยงของขุนนางหรือจะโดนการ์ดที่กวนโอ๊ยแบบเดียวกับการ์ดที่เฝ้าคฤหาสน์ของพวกนายน้อยคอยป้องกันเราไม่ให้เข้าไปพบเจ้านายของเขาตามหน้าที่ของการ์ด
สารพัดวิธีที่ DM จะทำให้ “การเข้าไปหาคนคนหนึ่งเพื่อคุยเรื่องๆหนึ่ง”ยาวนานเป็นมหากาพย์ที่ก่อให้เกิดเรื่องราวมากมายได้
และเรื่องพวกนั้นสามารถบายพาสไปได้โดยการที่เรามีขุนนางอย่างพวกองครักษ์ผ้าคลุมทองเป็นผู้นำทางเรานั่นเอง
ราชินีแห่งอาณาจักรนั้นยังดูสาวอยู่ ใบหน้าที่งดงามราวกับฉาบด้วยยน้ำแข็งผมสีฟ้าระยิบระยับ
ฮืม พวกมีเชื้อสายภูตฤดูหนาวหรือนี่?
มิน่าล่ะ
ผิวของเธอขาวผ่องราวกับหิมะ
ราชินีขมวดคิ้วเมื่อเห็นคัลไม่คุกเข่าคารวะ
คัลก็เอามือกอดอกจ้องหน้าราชินีไปเช่นกัน
บรรยากาศในห้องท้องพระโรงเต็มไปด้วยความตึงเครียด