นิยายเพื่อพิสูจน์คุณค่าแห่งรัก รักพิษรัก เขียนโดย สลักกานต์
ตอนที่ ๑
ยามเช้าที่แม้แสงแดดจะยังไม่เปล่งรัศมีเต็มที่แต่ก็มีความร้อนมาสู่ผู้คนชุดขาวที่นั่งอยู่ในเต๊นสีขาวนั่นไม่น้อยเลยทีเดียว
พิธีไหว้ปวงเทพเพื่อเปิดกล้องละครโทรทัศน์เื่รักเธอ.. สุดที่รัก กำลังดำเนินต่อไปอย่างไม่หวั่นเกรงกับแสงแดดที่เริ่มระอุขึ้น
เหล่านักแสดงนำต่างเลือกที่จะใส่แว่นดำทั้งเพื่อพลางใบหน้าที่แทบไม่ได้แต่งแต้ม ทั้งเพื่อบดบังแสงแดดนั่นด้วย และทำให้ผู้คนที่ไม่คุ้นเคยกับเหล่านักแสดงก็ไม่สามารถเดาได้ว่าใครเป็ใคร แต่สำหรับแฟนคลับหรือทีมงานแล้วแว่นดำแค่นี้อำพรางอะไรไม่ได้หรอก
จึงไม่แปลกที่ ‘นัท’ หรือ ‘ณัฐกนก’ นักธุรกิจหนุ่มใหญ่ไฮโซจะไม่รู้จักนักแสดงคนใดเลย เพราะเขาเองก็แทบไม่เคยดูละครเลยเช่นกัน ที่มาร่วมงานเปิดกล้องละครโทรทัศน์วันนี้ก็เพราะสินค้าของเขาเป็ผู้สนับสนุนหลักของละครเื่ รักเธอ.. สุดที่รัก เขาในฐานะประธานกรรมการ จึงต้องมาเข้าร่วมพิธีอันศักดิ์สิทธิ์นี้ด้วย
ข้างกายของณัญกนกหลายคนจะพบชายหนุ่มหล่อหน้านิ่ง มาดแมน คมเข้มอยู่ในชุดดำราวกับเป็บอดี้การ์ดจอมโหด แต่นัทมักจะบอกกับทุกคนว่า “เค้าชื่อ ‘เขน’ ครับ เป็ผู้ช่วยผมในทุกเื่”
หากมีใครยิ้มให้เขา หนุ่มมาดเข้มคนนี้ก็จะคลี่มุมปากยิ้มให้พองาม หลายคนรู้สึกได้ทันทีว่าเขาเป็ชายหนุ่มยิ้มสวย หากยิ้มยากนี่สิ หลายคนจึงแทบไม่เคยเห็นยิ้มงามนั่น
เมื่อพราหมณ์อ่านโองการต่อหน้าปวงเทพจบสมบูรณ์แล้ว เหล่านักแสดงและทีมงานก็ลุกขึ้นไปปักธูปณ ที่ที่เค้าเตรียมอาไว้ บางคนก็เลือกปักที่เครื่องเซ่นสังเวย
นัทและเขนก็ลุกขึ้นไปปักธูปเช่นกัน และคงเป็เพราะมีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่อยากเข้าไปปักธูปใกล้กับเหล่าเทพที่สุดกระมัง เด็กหนุ่มชุดขาวคนหนึ่งจึงถูกเบียดจนเซมาชนกับนัทอย่างจัง
“ขอโทษครับ” เด็กหนุ่มพูดทันทีที่เขารู้ว่าตัวเขาถูกเบียดจนเซมาชนใครคนหนึ่ง
“ไม่เป็ไรไม่เป็ไร” แม้นัทจะบอกว่าไม่เป็ไรแต่ถ้าไม่มีเขนคอยช่วยประคองตัวนัทไว้ นัทเองอาจจะล้มหน้าคะมำไปแล้วก็เป็ได้
เด็กหนุ่มถอดแว่นตาดำที่ตนใส่ออกและไหว้นัทอีกครั้ง “ขอโทษจริงๆครับ” พร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้โลกสว่างไสว
นัทยิ้มรับรอยยิ้มที่แสนงามนั่น “ครับ ครับ” เขาพูดได้แค่นั้น .. ก็ดวงตาคู่งามของเด็กนั่นทำใจเขาหวั่นไหว ..รอยยิ้มนั่นก็หวาน.. สวย.. จนยากที่ไม่รู้สึกรู้สาอะไรด้วย
เด็กหนุ่มใช้มือข้างหนึ่งเก็บแว่นดำไว้ที่กระเป๋าเสื้อมืออีกข้างยังคงชูธูปที่อยู่ในมือให้สูงขึ้น เพื่อควันจะได้ลอยสูงขึ้นจะได้ไม่เข้าตาใคร ทำให้นัทสังเกตได้ว่า.. เขาต้องสูงไม่น้อยกว่า ๑๘๕ เป็แน่ก็มือที่เขาชูธูปขึ้นสูงนั่น มันสูงกว่าทุกคน
เมื่อเขาเก็บแว่นตาดำที่กระเป๋าเสื้อข้างซ้ายเสร็จเด็กหนุ่มก็ยิ้มให้นัทอีกครั้ง
คราวนี้เป็นัทที่มองใบหน้าของเด็กหนุ่มเต็มตาั้แ่ดวงคู่งาม โค้งคิ้วโก่งสวยราวกับจิตรกรวาดไว้และเข้มพอที่จะทำให้ใบหน้านั่นโดดเด่นจมูกโด่งเป็สันรับกับริมฝีปากที่มีขอบริมฝีปากตามธรรมชาติ
หลังจากยิ้มให้นัทเสร็จเด็กหนุ่มก็หันตัวไปปักธูป
นัทรอจนเด็กหนุ่มปักธูปเสร็จเรียบร้อย เขาจึงเข้าไปปักธูปในมือของเขาในจุดเดียวกับที่เด็กหนุ่มปักธูปตนเองไว้แล้วนัทก็ยิ้มกับตนเอง ด้วยความรู้สึกที่อิ่มเอิบ นัทไม่ลืมที่จะหันไปดูว่า..เด็กหนุ่มเห็นหรือเปล่าว่าเขาจงใจปักธูปชิดติดกับธูปของเขา
เด็กหนุ่มนั่นยังมองมาที่นัทอยู่ตลอดเวลาเมื่อเขาเห็นนัทมองไปที่เขา แทนที่จะหลบตา เด็กหนุ่มกลับยิ้มให้นัทด้วยความหมายในสายตาในแบบที่นัทเองก็คาดไม่ถึงแต่เมื่อเห็นและรู้สึกไปกับแววคู่งามนั่นก็ไม่แปลกที่นัทจะรู้สึกว่าใบหน้าตนเริ่มร้อนผะผ่าวขึ้น
.. นี่! ..นี่เราหน้าแดงเพราะสบตากับเด็กนั่นเหรอ? .. นัทรีบถามตัวเองทันทีแต่หลักฐานคือความร้อนวูบวาบบนใบหน้านั่น เขาก็ยากที่จะปฏิเสธได้
เขนซึ่งอยู่ข้างๆนัท รู้สึกคุ้นๆ กึ่งแปลกๆ กับสายตาและรอยยิ้มของเด็กหนุ่ม มันทั้งคุ้น ทั้งแปลกแต่เขาก็นึกไม่ออก
ที่สำคัญ!!
เด็กนั่นน่าจะไม่ถึง ๑๘ เขนไม่น่าจะเคยสมาคมอะไรกับเด็กพวกนี้
“สวัสดีค่ะคุณนัท ดีใจจังเลยค่ะที่คุณนัทมางานวันนี้” ‘ลี’ หรือ ‘ปณาลี’ ผู้จัดการกองถ่ายฯ ทักทายนัทอย่างอารมณ์ดี
“ครับต้องมาสิครับ ฝุ่นดินเชิญทั้งที” นัทตอบตรงๆ
“งั้นคราวหน้าคราวหลังลีต้องขอให้คุณฝุ่นเชิญคุณนัทบ่อยๆ เสียแล้ว ลีจะได้เห็นหน้าหล่อๆ คุณนัทบ่อยๆ” เธอมีลูกชม ลูกยอมากมายเสมอก็หน้าที่เธอทำให้เธอต้องทำอย่างนั้นนี่
‘ลี’ ไม่เคยเก้อเขินเลยที่ต้องเรียกเพื่อนรักอย่างฝุ่นดินว่า ‘คุณฝุ่น’ เธอบอกทุกคนว่าเพื่องาน เธอทำได้ทุกอย่าง แล้วลีก็เป็มือขวาให้ฝุ่นได้ทุกอย่างจริงๆ
ระหว่างที่ลีมาพูดคุยกับนัทอย่างออกรสอยู่นั้น เขนก็มากระซิบบอกนัทประมาณว่าต้องไปงานที่อื่นต่อกระมัง ลีเดาจากอาการเป็เห็น เพราะเมื่อนัทจะต้องไปจากตรงนั้นสายตานัทจึงมองเลยลีไปที่เด็กหนุ่มคนที่เขาปักธูปไว้เคียงข้าง
ลีแปลความเอาว่านัทคงอยากรู้จักเธอจึงยิ้มให้นัทแล้วหันหน้าไปกวักมือเรียกเด็กหนุ่มนั่นมาหา “นพ” ลีเรียกชื่อเด็กหนุ่มอย่างชัดเจน “มาไหว้คุณนัทเสียสิ คุณนัทเป็เ้าของสินค้าที่เป็สปอนเซอร์หลักของละครเราเลยนะ” ลีพูดเจื้อยแจ้วไปเรื่อยตามประสาของเธอ โดยไม่สนใจว่าสองคนนั่นจะมองกันอย่างไร
นพยกมือไหว้นัทตามที่ลีแนะนำ
นัทยิ้มและรับไหว้นพอีกครั้ง เขาไม่หลบตาแม้จะรู้สึกเขินอายกับแววตาที่นพมองเขาไปเพียงใดก็ตาม
‘นพ’ หรือเด็กหนุ่มที่นัทพึงพอใจ ก็ส่งยิ้มให้นัทแบบที่เปิดเผยความในใจอย่างชัดเจนเช่นกัน
“ชื่อนพเหรอ?” นัททักทาย
“มาจากชื่อจริงนพนิต ค่ะ” ลีบอกนัท
“แปลว่า..” นพจงใจลากเสียงเรียกร้องความสนใจ “ของหวานครับ”
ซึ่งก็ได้ผล ..นัทสนใจนพมากจริงๆ
ในสายตานพยังคงส่งความหมายถามไปยังนัทอย่างชัดเจนว่า .. ชิมไหมครับ? ..
เขนก็เข้าใจความหมายนานาที่เด็กหนุ่มพยายามสื่อสารกับนัทจึงพูดขัดขึ้น “ต้องไปแล้วครับ”
“เสียดายจังคุณนัทเลยไม่มีเวลาพูดคุยกับน้องนพเลย” ปณาลีเองก็ออกตัวชัดๆ ว่าเธอเห็นด้วยกับเขนเพราะเธอเองก็ต้องขอความช่วยเหลือจากเขนบ่อยๆ หาก้าติดต่อกับนัท “น้องนพนี่เป็นักแสดงอนาคตไกลเลยนะคะ คุณนัทอย่างเื่นี้ น้องเค้าเป็พระเอก พระเอกใหม่ของวงการบ้านเราเลยนะคะ” แต่ปณาลีก็ไม่วายขายของ
“พี่ขอไลน์นพได้ไหม” นัทพูดไปยิ้มไป
“ได้ครับ” ไวเท่าคำพูดนพเปิดคิวอาร์โค้ดของเขาให้นัทสแกนทันที
เป็นัทเสียอีกที่ต้องเสียเวลาเปิดมือถือ จน..
“ขอมือถือให้นพช่วยทำให้ดีไหมครับ” นพขออาสาช่วยจัดการให้
นัทได้แต่ยิ้มอายๆแล้วส่งมือถือให้เด็กหนุ่ม
นพนิตจัดการเปิดไลน์ของนัทแล้วสแกนคิวอาร์โค้ทของเขาทันที
เขนแย่งมือถือของนัทมาจากมือนพทันทีเช่นกัน “คราวต่อไป อย่าทำแบบนี้อีก”