อลินตาจัดการส่งผีทั้งสองตนไปเกิดยังภพภูมิที่เหมาะกับกรรมของตนแล้วหญิงสาวก็หันมามองวิญญาณของคุณหลวงอภิมหาทองไปศาลซึ่งอดีตก็คือบิดาของแม่รูปจันทร์และเป็นเจ้าของเรือนนี้ตั้งแต่แรกเริ่มอลินตาเขม้นมองอยู่นานก่อนจะพูดขึ้น
“คงยังไม่สามารถไปเกิดได้สินะคะคุณหลวง”วิญญาณของคุณหลวงผู้มากวัยพยักหน้าทันทีเพราะดวงชะตาของคุณหลวงหลังความตายก็คือจุติเป็นผีบ้านผีเรือนของตนเองแม้จะทำบุญมาไม่น้อย แต่คุณหลวงไม่ค่อยใส่ใจในงานบุญงานกุศลแต่ทำพอเป็นพิธีส่วนกรรมไม่ดีก็มีแต่ไม่มากจึงรอส่งผลเป็นกรรมเมื่อได้ไปเกิดเป็นมนุษย์อีกครั้ง แม้เป็นแค่ดวงวิญญาณแต่ก็ดูทรงภูมิไม่น้อยคุณหลวงมองหน้าอลินตาใบหน้าด้วยใบหน้าที่ผ่องใสก่อนจะเอ่ยขึ้น
“ฉันจะเป็นผีบ้านผีเรือนที่ดีให้กับเจ้า”อลินตายิ้มพึงพอใจ พูดขึ้นอย่างเป็นมิตร
“ขอบคุณมากนะคะนี่หมิงเต๋อเป๋าตุง” ประโยคสุดท้ายอลินตาหันไปทางลูกน้องทั้งสอง
“ฉันจะใช้ห้องนี้เป็นห้องเดินทาง..!ห้องข้างๆ ทำเป็นห้องพิธีกรรม ส่วนห้องที่อยู่ด้านโน้นจะทำห้องพระอีกสองห้องติดกับห้องพระเป็นห้องนอนของพวกนายก็จัดสรรกันเอาเองว่าจะใช้ห้องไหน”แม้ว่าวิญญาณของคุณหลวงอภิมหาทองไปศาลจะรู้สึกงุนงงกับคำพูดคำจาของเด็กสมัยใหม่ไปบ้างแต่คุณหลวงก็พิศมองอลินตาด้วยสายตาเอ็นดูอายุอานามแค่นี้แต่เอาถ่านมากกว่านังลูกสาวตัวดีที่เพิ่งไปเกิดในนรกเป็นไหนๆว่าแล้วคุณหลวงก็เอ่ยปาก
“ฉันจะดูแลเรือนและปกป้องเจ้าให้เหมือนเป็นลูกในไส้ของฉันเอง”อลินตาที่กำลังยืนมองดูรอบๆ ห้องก็รู้สึกแปล่บๆเข้าที่หัวใจจึงหันกลับไปมองวิญญาณของคุณหลวง ก่อนจะนึกขึ้นได้ จริงสิบ้านหลังนี้สร้างขึ้นในสมัยช่วงต้นรัชการที่ 5 นี่นาเมื่อได้คิดเช่นนั้นหญิงสาวก็ไม่รอช้าถามขึ้นทันที
“คุณหลวงคะฉันขอถามคุณหลวงหน่อยนะคะ?” วิญญาณของคุณหลวงอภิมหาทองไพศาลยืนเอามือไพล่หลังนิ่งก่อนเอ่ยตอบ
“ถามมาสิ”อลินตาไม่รอช้าถามทันที
“คุณหลวงรู้จักหมอผีชื่อดังแห่งยุคนามว่า อาจารย์สินยเวทย์ไหมคะ?” คราวนี้วิญญาณของคุณหลวงอภิมหาทองไพศาลยิ้มพรายขึ้นในหน้า
“เจ้าถามถูกคนแล้วแม่อลินตา”อลินตารู้สึกว่าเหตุที่เกิดนี้มิใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน!
ในขณะเดียวกันเนตรนภาก็ออกจากคฤหาสน์โหราตระกูลตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อไปทำบุญที่วัด พร้อมกับแจ้งเจ้าอาวาสว่าจะมาบูรณะและจัดสร้างพระพุทธรูปตามคำสั่งของอลินตาจากนั้นเนตรนภาก็มุ่งหน้าไปสู่ เฮือนไม้ชายป่า ซึ่งเป็นเรือนไม้เก่าแก่อันเป็นมรดกตกทอดมาหลายชั่วอายุคนเป็นเรือนที่แม่ของอลินตากำชับกับอลินตาว่า
“มรดกตกทอดชิ้นใดก็ไม่สำคัญเท่ากับเรือนหลังนี้ฉะนั้นคุ้มครองตัวเองได้เมื่อไหร่ค่อยกลับมา!” เรือนหลังนี้ปลูกสร้างอยู่ใกล้ราวป่าห่างไกลผู้คน อลินตามาไม่กี่ครั้งตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยปีแรกแต่ก็สัมผัสได้ถึงพลังลึกลับอันมหาศาลทว่ายังไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นพลังอะไรกันแน่
อลินตาจึงได้ปฏิบัติตามคำสั่งสอนของแม่มาโดยตลอดนั่นคือไม่เคยมาค้างคืนที่เรือนแห่งนี้ ทำได้เพียงมาดูๆ แลๆ รวมทั้งมาคอยรดน้ำต้นไม้รอบเรือนถ้าช่วงที่ไม่มาด้วยตัวเองอลินตาก็จะจ้างคนแถวนั้นให้มาดูแลแทนจนตอนนี้ต้นไม้รกครึ้ม จนแทบจะกลืนเป็นป่าเดียวกับผืนป่าใหญ่ด้านหลังเรือนไปแล้วด้วยซ้ำ
เนตรนภาเดินเข้าไปในตัวเรือนด้วยความคุ้นเคยนี่เป็นสถานที่ที่เนตรนภามาอยู่แล้วมีความสุขมากกว่าอยู่ที่คฤหาสน์ผีสิงที่แม่เธออาศัยอยู่เสียอีกแต่เนตรนภาก็ไม่ได้บอกใครว่าเธอแอบตั้งฉายาบ้านป้าดารารายว่าคฤหาสน์ผีสิงอีกอย่างทำไมเนตรนภาจะไม่รู้ว่าที่คฤหาสน์นั้นมีกลิ่นบางอย่างที่ไม่น่าพึงประสงค์ก็แน่ล่ะ หญิงสาวก็ทายาทตระกูลปราบผีคนหนึ่ง เพียงแต่ว่าพลังญาณของเธอเทียบไม่ได้สักนิดกับของอลินตาและแม่เธอก็ไม่สนับสนุนให้เธอยุ่งเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้
เรือนไทยกาแลโบราณหลังใหญ่สวยงามสง่าแทบจะไม่มีใครสังเกตเห็นด้วยซ้ำว่าริมราวป่ามีเรือนสวยงามมากมูลค่าหลังนี้ตั้งตระหง่านอยู่เมื่อเนตรนภามาถึงชายหญิงหกคนที่อลินตาจ้างมาทำความสะอาดที่เรือนแห่งนี้ก็ออกมายืนหน้าเรือนผู้หญิงคนหัวหน้าสุดรีบรายงาน
“ทำความสะอาดเรียบร้อยพอดีเลยค่ะคุณเนตรคุณอลินเธอโทรสั่งไว้ตั้งแต่เมื่อคืน” เนตรนภาพยักหน้ารับก่อนจะยื่นซองสีขาวภายในบรรจุจำนวนเงินค่าจ้างของแต่ละคนเอาไว้เรียบร้อย
“ขอบคุณค่ะ ถ้าจะเรียกทำงานอีกเดี๋ยวพี่อลินจะโทรตามนะคะ” ทุกคนพยักหน้ารับแล้วรีบออกไปทันทีแน่นอนไม่มีใครกล้ามาทำงานที่นี่คนเดียวหรืออยู่ที่นี่นานจนล่วงเลยเข้าสู่ช่วงเย็นกันหรอกก็สภาพไม่ต่างจากเรือนผีเฮี้ยนของแม่รูปจันทร์สักนิด จะให้กล้ามาได้อย่างไรกัน
เมื่อคนงานทุกคนกลับไปแล้วเนตรนภาก็ก้าวเข้าไปในเรือน พร้อมกับเดินขึ้นไปบนเรือนช้าๆจุดมุ่งหมายคือห้องสุดท้ายบนชั้นสอง เป็นห้องขนาดใหญ่ที่แม้แต่คนงานอลินตาก็ไม่อนุญาตให้เข้ามาทำความสะอาดเพราะหน้าที่ทำความสะอาดห้องนี้จะมีคนเดียวนั่นก็คือเนตรนภาญาติผู้น้องของเธอเท่านั้น!
แม้ภายนอกเนตรนภาจะดูเป็นคนอ่อนโยนและดูเหมือนหัวอ่อนไปบ้าง แต่เธอก็ไม่ใช่คนกลัวผีจนขาดสติแต่อย่างใดและหญิงสาวก็เคยมานอนพักที่เรือนแห่งนี้เพียงคนเดียวบ่อยครั้งทั้งยังเคยพาเพื่อนมานอนด้วยแต่พามาทุกครั้งเพื่อนของเนตรนภาก็ต้องเปิดกระเจิดกระเจิงทุกครั้งไปเช่นกันเพื่อนๆ ของเนตรนภาต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าที่นี่ผีดุมากกก.. ดังนั้นหลังๆ มาเนตรนภาจึงมาพักที่เรือนหลังนี้เพียงคนเดียวเพราะไม่อยากให้เพื่อนเดือดร้อนจากการถูกผีหลอกอีกและแน่นอนเรื่องนี้คุณปลายนภาไม่เคยล่วงรู้เลยสักนิด
อันที่จริงเนตรนภาเองก็ยังไม่เคยเห็นผีที่นี่แบบเต็มตาเธอเห็นเพียงเงาแว้บๆ ที่ผ่านไปผ่านมาเท่านั้นแต่หญิงสาวก็มิได้ใส่ใจเพราะถือว่าต่างคนต่างอยู่ ไม่รบกวนซึ่งกันและกันในขณะที่คิดอะไรเพลินๆ เนตรนภาก็เดินมาถึงห้องสุดท้ายของตัวเรือน
หญิงสาวไขกุญแจและผลักบานประตูเข้าไปภายในห้องค่อนข้างใหญ่มีกรอบรูปติดฝาผนังทุกด้านซึ่งในรูปนั้นก็มีแต่รูปพญานาคราชตระกูลต่างๆ ด้านบนเพดานห้องขึงผ้าผูกมัดรวมตรงกลางขื่อของห้องคล้ายๆกับเพดานวัดในวันที่มีงานผ้าป่า งานทอดกฐินผิดแต่ว่าตรงกลางห้องมันไม่ได้มีโต๊ะวางอัฐบริขารสำหรับทำบุญแต่ทว่ากลางห้องมีกี่โบราณขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านโดดเด่นโดยที่ตัวกี่ยังมีเส้นด้ายสีเขียวและสีน้ำเงินค้างอยู่ราวกับว่ามีคนทอผ้าค้างไว้ที่กี่ตัวนี้
เนตรนภาเดินสำรวจความเรียบร้อยภายในห้องซึ่งในอดีตที่ผ่านมา บรรพบุรุษของพวกเธออาจจะใช้ห้องนี้เป็นห้องทอผ้าหรืออาจจะเป็นห้องที่ใช้สำหรับออกแบบเสื้อผ้าก็ได้ เนตรนภาไม่ได้มามือเปล่าหญิงสาวมาพร้อมอุปกรณ์ทำความสะอาดครบครันจากนั้นก็ลงมือทำความสะอาดอย่างที่เคยทำมาโดยตลอด
และเมื่อทำความสะอาดเสร็จเรียบร้อยแล้วเนตรนภาก็ถือพวงมาลัยพวงหนึ่งเข้ามาแล้วนำมาแขวนไว้ตรงเสากี่ด้านหนึ่งก่อนจะยกมือไหว้ด้วยความเคารพซึ่งเรื่องนี้อลินตาเป็นคนพาทำเนตรนภาจดจำและทำตามผู้เป็นพี่สาวทุกครั้งที่มาเยือนเรือนหลังนี้
เมื่อแขวนพวงมาลัยเสร็จแล้วเนตรนภาก็ค่อยๆไล้มือสำรวจไปตามกี่ จนกระทั่งมาถึงเส้นด้ายที่อยู่ในกี่เหมือนกับว่ามีใครจะเริ่มต้นทอผ้าแต่ยังไม่ได้ลงมือทอเส้นด้ายเหล่านั้นจึงค้างอยู่ในกี่และเพียงแค่เนตรนภาไล้มือไปที่เส้นด้ายนั้นหญิงสาวก็เห็นภาพบางอย่างผุดขึ้นมาเป็นฉากๆ เนตรนภายืนโงนเงนความรู้สึกเหมือนกำลังจะเป็นลม...