บทที่ 20 คิดไม่ถึงเลย หินิญญาขั้นยอดเยี่ยมก็พ่ายแพ้ให้กับคนตะกละได้เช่นกัน
ต่างจากความตื่นเต้นดีใจของทุกคน เมื่อครู่นางได้ยินสรรพคุณของยันต์วิเศษนี้แล้ว เกือบจะพุ่งตัวขึ้นไปฉีกมันเป็ชิ้น ๆ
อะไรที่ว่าป้องกันพิษร้ายได้ทั้งหมดเนี่ยนะ?
ถ้าป้องกันพิษร้ายได้หมดแล้วข้าจะจำเป็อยู่ได้อย่างไรเล่า?
ข้ามีรากฐานจิติญญาแห่งแสง สิ่งสำคัญที่สุดของรากฐานจิติญญาแห่งแสงก็คือ การล้างพิษ
ตอนนี้มียันต์วิเศษนี้แล้ว ข้าจะแสดงความสามารถพิเศษของข้าอย่างเต็มที่ได้อย่างไรกัน แล้วจะให้ทุกคนรู้สึกขอบคุณข้าได้อย่างไรเล่า?
ท่านปู่เซียน ท่านปู่เซียนเ้าคะ สิ่งนี้ทำลายทิ้งได้ไหมเ้าคะ?
เซียนเฒ่าถึงกับตาเหลือก
[เ้าพูดว่าอย่างไรนะ? เ้าอยากทำลายยันต์วิเศษนี้ทิ้ง?]
ใช่แล้วเ้าค่ะ พอมีไอ้ยันต์วิเศษนี่แล้ว ความสำคัญของข้าก็ลดลงสิเ้าคะ?
เซียนเฒ่าได้ยินที่นางพูดเข้าก็เกือบจะกลอกตา
[เ้าเป็ถึงผู้ฝึกตนเชียวนะ! เหตุใดจึงเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับวัตถุไร้ชีวิตเล่า? หากเ้าสามารถสิ่งนี้ไว้ได้ มิใช่จะดียิ่งกว่าหรือ?]
“แต่ทว่าทุกคนต่างเห็นสมบัติมีค่านี้แล้ว เราจะยึดมันไว้เป็ของเราอย่างไรเ้าคะ?”
[ฮึม เ้าพวกที่ไม่รู้เื่ใด ๆ เหล่านี้คิดว่ายันต์วิเศษนี้ไม่สามารถปรับปรุงได้ แต่พวกมันคิดผิดแล้ว ยันต์วิเศษนี้ก็ถูกปรับปรุงได้ เพียงแต่มัน้าวิธีการพิเศษ นอกจากนี้เมื่อถูกปรับปรุงแล้ว เ้ายังสามารถเพิ่มพลังของตัวเ้าให้กับมันได้อย่างไม่หยุดยั้ง มันเป็สิ่งที่ยากจะพบเจอ]
“แสงสว่างปรากฏในดวงตาของโม่หลานอี จริงเหรอ งั้นเราหาโอกาสเข้าไปใกล้ แล้วปรับปรุงมันเสีย”
[อืม ทำอย่างช้า ๆ อย่ารีบร้อน]
“ได้”
“เมื่อเ้าปรับปรุงยันต์วิเศษนี้เสร็จ เพิ่มคุณสมบัติพลังแสงของเ้าเข้าไป เ้าจะเหมาะสมที่สุดในการเป็หมอเทวดาที่ช่วยเหลือผู้คน”
[ในเวลานั้น คนทั้งหลายจะมองเ้าราวกับเป็สมบัติล้ำค่าแน่นอน]
“ข่าวการปรากฏของยันต์ระดับ 6 แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วทั่วเทียนหลาน”
เหล่าผู้ฝึกพลังจากสี่สำนักใหญ่อื่น ๆ เมื่อได้ยินข่าว ต่างรีบเดินทางไปยังอวิ๋นหลานในคืนนั้น ไม่เพียงแค่้าดูสมบัติระดับ 6 นี้แต่ก็เพื่อเปิดหูเปิดตาด้วย
ณ ยอดเขาหงฝูอันไกลโพ้น
“แม่นางน้อยอู๋ซวง” จ้านฝานพยายามฝืนยิ้มอย่างอ่อนโยนที่สุดในชีวิต เอ่ยปากชวนนางด้วยน้ำเสียงหวาน “หากเ้าว่าง เ้าคิดเห็นเช่นไรกับการเป็ผู้าุโสูงสุดแห่งยอดเขาหงฝูของข้า พวกข้าล้วนจะดูแลเ้าเป็อย่างดี”
คำเชื้อเชิญของจ้านฝานทำให้นางหัวเราะไม่ออกร้องไห้ไม่ไหว “ท่านประมุขจ้าน มิใช่ข้าไม่ยอมเป็ผู้าุโสูงสุดหรอกนะ แต่เป็เพราะข้าไม่มีคุณสมบัติต่างหาก ท่านก็เห็นอยู่ ข้าเป็เพียงคนธรรมดา”
“....” จ้านฝานได้ยินดังนั้นก็พูดไม่ออก
คนธรรมดา?
หากแม่นางยังเป็เพียงคนธรรมดา แล้วพวกข้าเล่าจะเป็อะไรได้ พวกข้าคงไม่ใช่คนแล้วกระมัง!
ในเวลานี้จ้านฝานอยากจะทิ้ง ‘ความภูมิฐานของผู้นำ’ ลงเสีย แล้วทรุดลงไปนั่งกับพื้น แสดงท่าทางเอาแต่ใจใส่จีอู๋ซวงเสียตรงนั้น แต่เขาก็ทำเช่นนั้นไม่ได้ เพราะยังมีจินฝูสี่ที่กำลังมองเขาอยู่
“เอาอย่างนี้ดีหรือไม่ แม่นางช่วยวาดยันต์ให้พวกข้าทุกเดือน จะวาดแบบใดก็ได้ แล้วพวกข้าจะมอบหินิญญาชั้นเลิศให้หนึ่งพันชิ้นทุกเดือน เป็เช่นไร”
หินิญญาชั้นเลิศเป็สิ่งล้ำค่า!
หินิญญาชั้นเลิศตั้งหนึ่งพันชิ้น ทำเอาหัวใจของจ้านฝานแทบแหลกสลาย!
แต่เพื่อสมบัติล้ำค่า ข้ายอมเสี่ยง!!!
จีอู๋ซวงส่ายหน้าพลางยิ้มน้อย ๆ “ท่านประมุขยอดเขา หากท่าน้ายันต์แบบใดข้าสามารถวาดให้ได้ หรือหากติดขัดประการใด สอบถามข้าได้ ข้าจะพยายามถ่ายทอดวิชาให้ แต่เื่ภารกิจประจำเดือนเช่นนี้ ข้าคงไม่รับ”
จีอู๋ซวงรักอิสระ ไม่ผูกพัน ย่อมไม่ยอมก้มหัวให้กับก้อนหินิญญาเป็แน่
ยิ่งไปกว่านั้น เหล่าศิษย์น้อยของนางต่างก็เตรียมก้อนหินิญญาไว้ให้มากมาย นางใช้เท่าไหร่ก็ไม่หมด
“เช่นนั้น เ้าปรารถนาสิ่งใดเป็การแลกเปลี่ยนหรือไม่”
จีอู๋ซวงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ขอเป็ของกินวิเศษ อาหาริญญาก็ได้”
ชาติภพก่อน นางเกิดมาเป็เพียงเครื่องมือของตระกูลจี ั้แ่เล็กกินแต่อาหารสำเร็จรูป จึงไม่รู้จักความรู้สึก ‘หิว’
แม้แต่ ‘ชีวิต’ แบบที่คนทั่วไปพบเจอ นางก็ไม่เคยได้ัั
กลับกัน ชาตินี้หลังจากได้เกิดใหม่ในสุสานเทพ นางจึงได้รู้จัก ‘รสชาติชีวิต’ อย่างแท้จริง
มีอาจารย์หลายท่านเลี้ยงดูนางมา นางได้กินของแปลกประหลาดมามากมาย นางเคยคิดว่านั่นคือ ‘อาหาร’ ตามปกติ แต่พอมาถึงยุทธภพ นางได้ลิ้มลองข้าววิเศษ ผลไม้วิเศษ เนื้อสัตว์วิเศษ… นางถึงได้รู้ว่า ที่พวกท่านอาจารย์เลี้ยงนางมานั้น เพียงเพื่อประทังชีวิตให้อยู่รอดเท่านั้น
เพราะฉะนั้น…
ชีวิตนี้ของนางจึงมีสิ่งที่โปรดปรานอย่างหนึ่งเพิ่มขึ้นมา คือ ชอบกิน
“เพียงแค่มีของกินก็พอหรือ” เขาเอ่ยถามอย่างงุนงง
“อืม” นางพยักหน้าอย่างเขินอาย “แต่ข้าขอเพียงแค่วัตถุดิบวิเศษเท่านั้น”
ในสุสานเทพเ้า แม้แต่ลมหายใจก็ยังแฝงไปด้วยกลิ่นอาย ถึงแม้ว่านางจะไม่มีกระดูกิญญา แต่ร่างกายของนางก็ได้รับการหล่อเลี้ยงจากวัตถุดิบวิเศษมาเป็เวลานาน แม้ว่าจะเป็เพียงมนุษย์ธรรมดา แต่นางก็มีร่างกายเป็ิญญา
โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่ ‘กิน’ พลังิญญาของสุสานเทพเ้าเข้าไปแล้ว หากต้องกินอาหารที่มีพลังิญญาต่ำกว่า นางจะรู้สึกไม่สบายตัว
จินฝูสี่ที่หาโอกาสพูดไม่ได้เสียที ก็รีบฉวยโอกาสนี้อย่างรวดเร็ว “ข้าเอง! ข้าเอง ข้าเอง! จินฝูสี่ผู้นี้ ข้าขอรับใช้เ้าเอง! ตระกูลของข้าคือตระกูลผู้สืบทอดวิชาปรุงอาหารวิเศษ!”
แม้ว่าจะมีผู้กล่าวว่า การบำเพ็ญเพียรมีหกแขนง แต่แท้จริงแล้ว เส้นทางแห่งการบำเพ็ญเพียรนั้นมีมากมายนับไม่ถ้วน วิชาปรุงอาหารวิเศษก็ถือเป็ ‘ศาสตร์’ แขนงหนึ่ง และยังมีผู้ที่ชื่นชอบศาสตร์แขนงนี้อยู่ไม่น้อย
นางตาเป็ประกาย “จริงหรือ”
“จริงหรือ!” จินฝูสี่กำลังยินดีในใจยิ่งนัก คาดไม่ถึงว่าชาติตระกูลของตัวเองในวันหนึ่งจะสามารถใช้ประโยชน์ได้ถึงเพียงนี้ “หากเ้าอยากรู้อะไรเพิ่มเติม เชิญตามข้ากลับไปดูได้เลย พวกข้าตระกูลจินยินดีปรุงอาหาริญญาให้เ้าได้ลิ้มลองทุกรูปแบบ!”
จีอู๋ซวงรู้สึกยินดีเป็อย่างยิ่ง จึงกล่าวขึ้นทันทีว่า “ตกลง! งั้นตกลงตามนี้!”
ด้าน จ้านฝาน “...”
คาดไม่ถึงว่าแม้แต่หินิญญาชั้นเลิศก็ยังพ่ายแพ้ให้กับคนตะกละได้...