ตอนที่ 8 กามารมณ์และรสไวน์
“งั้น... ขออนุญาตนะครับ”
ััจากกระดาษทิชชู่แ่เบาจนน่าขัดใจ ในอกของอดุลย์สั่นรัว เขาอยากจะโยนกระดาษนั่นทิ้งแล้วใช้ฝ่ามือบีบคั้นความนุ่มหยุ่นตรงหน้าให้หนำใจ
“แหม... เสียดายจัง” พรินเปรยขึ้นเบา ๆ
“สะ... เสียดายอะไรครับ?” ชายหนุ่มถามเสียงพร่า สายตาจับจ้องยอดปทุมถันที่เริ่มชูชันเป็ไตแข็งสู้เนื้อผ้าจากความเย็นของไวน์และแรงอารมณ์
“ถ้าเราสนิทกันมากกว่านี้ รินอยากจะ...”
หล่อนหยุดคำพูดไว้เพียงเท่านั้น ปล่อยให้จินตนาการของชายหนุ่มเตลิดไปไกลถึงภาพการชำระล้างผิวกายใต้ฝักบัวด้วยกัน
“ไม่เอาดีกว่าค่ะ ไม่พูดแล้ว เราเพิ่งรู้จักกันเอง”
“เช็ด... เสร็จแล้วครับ” เขาบอกพลางละมือออกมาอย่างแสนเสียดาย
“ขอบคุณค่ะ” หล่อนกระชับเสื้อคลุมเข้าหากัน ปิดซ่อนความลับน่าหลงใหลเอาไว้
“รินเชื่อว่าเื่อย่างอื่น... คุณคงไม่เสร็จเร็วแบบนี้ใช่ไหมคะ?”
คำพูดสองแง่สองง่ามทำให้เพื่อนบ้านตาเป็ประกาย
“เื่นั้น... ผมคงตอบไม่ได้ คงต้องหาเวลามาทำความรู้จักกันให้มากกว่านี้ถึงจะรู้ครับ”
“พรุ่งนี้รินพอมีเวลาว่าง เราไปทานมื้อเย็นด้วยกันดีไหมคะ?”
“ยินดีครับ! จริง ๆ แล้วพรุ่งนี้ผมมีปาร์ตี้เล็ก ๆ ในกลุ่มเพื่อนสนิท มีแต่คนกันเองทั้งนั้น ถ้าคุณรินไม่รังเกียจ ไปด้วยกันไหมครับ?”
คำว่า ‘เพื่อนสนิท’ ทำให้พรินเกือบหลุดยิ้มสะใจออกมา แต่หล่อนยังคงสวมบทบาทสาวเพื่อนบ้านผู้แสนใสซื่อต่อไป
“เพื่อนเก่าหรือคะ รินกลัวจะเป็ส่วนเกินจังเลย”
“ไม่เลยครับ ปาร์ตี้จัดที่บ้าน ไอ้ชิต มีทั้งครอบครัวเขา แล้วก็มี ไอ้นพ กับแฟนเราสามคนโตมาด้วยกัน รับรองว่าคุณรินจะไม่เหงาแน่นอน”
พรินรับฟังด้วยหัวใจที่เต้นระทึก ชิต นพ และอดุลย์... ครบทั้งสามคนตามใบสั่งงานเงินล้าน หล่อนอยากรู้นักว่าพวกเขาสามคนไปทำความแค้นอะไรไว้ ถึงขนาดมีคนยอมทุ่มเงินสามสิบล้านเพื่อแลกกับความพินาศของพวกเขา
“รินจะไปในฐานะอะไรดีคะ?” หล่อนเลิกคิ้วถามอย่างขี้เล่น
“ในฐานะ... เพื่อนบ้านที่กำลังคบหาดูใจกัน ดีไหมครับ?”
“ได้ค่ะ ในเมื่อมันเป็เื่จริงที่รินก็กำลังสนใจคุณอยู่ บางที... ในอนาคตเราอาจจะรวมบ้านกันเลยก็ได้ ใครจะไปรู้” หล่อนตอบพลางจิบไวน์ สายตาคมกริบจ้องมองเขาอย่างท้าทาย
ในหัวของพรินจินตนาการไปถึงตอนที่ถูกเขาตอกอัดจากเื้ัหน้ากระจกเงาบานใหญ่ หล่อนอยากเห็นสีหน้าของชายผู้แสนดีที่กำลังตกอยู่ในบ่วงกามารมณ์จนถอนตัวไม่ขึ้น
“ผมต้องขอโทษคุณรินอีกเื่หนึ่ง...” อนันต์พูดขึ้นด้วยสีหน้ากังวล
“เื่โมจิหรือคะ? ไม่เป็ไรเลยค่ะ”
“ไม่ใช่ครับ... แต่เป็เื่ที่คุณเห็น... ตอนที่ผมกับแม่บ้าน...”
“อ๋อ... รินต่างหากที่ต้องขอโทษที่เข้าไปขัดจังหวะความสุข หวังว่าคุณคงไม่ค้างคานะคะ”
“ไม่ครับ... แต่มันกลับทำให้ผมมีอารมณ์มากขึ้นอย่างประหลาด จนแม่บ้านเขายังแปลกใจ” อดุลย์สารภาพออกมาอย่างไม่อาย “ผมอยากให้รินรู้ว่าผมโสดนะ เื่ที่เกิดขึ้น... เธอเป็คนเริ่มก่อน ผมแค่อารมณ์พาไป”
“เข้าใจค่ะ ของมันเคย ๆ พอมันขาดไปก็ต้องหาอะไรมาเติมเต็ม”
ชายหนุ่มลอบถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อเห็นว่าหญิงสาวไม่ได้รังเกียจ พรินจิบไวน์คำสุดท้ายก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ชายหนุ่มแทบคลั่ง
“รินเองก็มีเื่จะสารภาพค่ะ... จริง ๆ แล้ว รินเห็นภาพตอนที่คุณกำลัง ‘ซอย’ บั้นท้ายของเธอ รินยอมรับว่ารินก็มีอารมณ์ตามไปด้วย จนต้องกลับมาช่วยตัวเองแล้วนึกถึงใบหน้าของคุณจนเสร็จ...”
ชายหนุ่มเบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุด
“จริง ๆ แล้ว... ตอนที่ผมอยู่กับเธอ ผมก็คิดถึงแต่หน้าคุณเหมือนกันครับริน”
เหมียว!
เสียงร้องของแมวตามมาด้วยเสียงเล็บข่วนกระจกทำให้ทั้งสองหันหน้าไปทางเ้าโมจิ แววตาของมันเหมือนว่ากำลังโหยหาเ้านาย
“ว่าไง โมจิ สงสัยจะหิวแล้วสินะ “
อดุลย์ลุกจากโซฟาขึ้นไปเปิดหน้าต่าง ตามประสาทาสแมว ทันใดเ้าแมวเหมียวก็กระโจนเข้าหาเขาทันที เขากอดรัดมันไว้แน่นด้วยความเอ็นดู
“โมจิ น่ารักนะคะ รินไม่เคยเลี้ยงแมวแต่ก็ชอบแมว”
เขาเกาปลายคางมันด้วยความเอ็นดู
“ผมคงตัองขอตัวไปให้อาหารเ้าโมจิก่อน งั้น…พรุ่งนี้เจอกันตอนเย็นนะครับ”
“ได้ค่ะ รินจะรอ”
เมื่อแผ่นหลังของชายหนุ่มลับตาไป พรินก็เหยียดยิ้มออกมาอย่างผู้ชนะ ทุกอย่างกำลังถูกสลักเสลาให้เป็รูปเป็ร่างทีละน้อย ประติมากรรมแห่งการทำลายล้างชิ้นนี้ต้องใช้ความใจเย็นและความมั่นใจ
งานนี้คงไม่ยากเกินความสามารถของหล่อน... พรินมั่นใจ
ทว่า... ใครกันแน่ที่ยอมควัก
เงินสามสิบล้านเพื่อดับอนาคตของชายสามคนนี้? นั่นคือสิ่งเดียวที่หล่อนต้องหาคำตอบให้ได้!