ส.ค.ส. 2025
จากเรานะคะ
ขอให้นักอ่านทุกท่านมีความสุข เริ่มต้นปีใหม่ด้วยสิ่งดีงาม มีสุขภาพกายและใจที่ดี ร่ำรวยเงินทอง อีกทั้งอย่าลืมกลับมาอ่านนิยายของเราในปี 2025 นะคะ
ขอบคุณที่ติดตามมาตลอดและติดตามตลอดไปนะคะ
ด้วยรัก
ล่องแก่วและหลายนามปากกา
------------------------------------------------------------------------
หมู่บ้านแห่งนั้นมีกระโจมตั้งอยู่ประปราย ทุกคนออกมาสวดมนต์ภาวนาขอพรให้ตนหายจากการเป็อสูร บางคนถึงกับยอมให้ฉีดยาและกรีดร้องด้วยความทรมาน แต่ถึงอย่างไรก็ยอมที่จะทรมานแบบนี้ดีกว่าเป็อสูรแล้วออกฆ่าคน เสียงกรีดร้องดังขึ้นมาเป็ระยะๆ เด็กๆ ทั้งสามคนกอดกันกลมด้วยความกลัว โดยเฉพาะจื่อเว่ยที่เกาะอาจารย์หยางแน่นมาก อาจารย์ยิ้มเบาๆ ลูบหัวเด็กน้อยให้หายกลัว
“เ้าหนู เ้ากลัวอะไรกัน?”
“ข้ากลัว เสียงหวีดร้องพวกนั้น” อาจารย์หยางยิ้ม
“ไม่ต้องกลัวไป ไปหาท่านหลิงหลิง ท่านหลิงหลิงจะช่วยเ้ารอดพ้นจากการเป็อสูร” จื่อเว่ยพยักหน้า และเขากับคาราวานเด็กๆ เดินทางไปต่อ จนสุดปลายหมู่บ้าน กระโจมเล็กๆ ที่กำลังเปิดไฟตะเกียงอยู่ เด็กสองคนนั้นปรี่เข้าหาผู้หญิงที่กำลังค้นคว้าตำรายาอยู่ด้วยความดีใจ
“ท่านแม่ ท่านน้าหลิงหลิง” เด็กสองคนนั้นกอดเธอ
“เสี่ยวเยี่ยนจือ จินสั่วเ้าปลอดภัยดีนะ” จินสั่วและเสี่ยวเยี่ยนจือพยักหน้า สายตาของผู้หญิงคนนั้นมองมายังจื่อเว่ยที่มากับอาจารย์หยางพอดี
“ท่านอาจารย์หยาง เ้าหนูคนนี้”
“เ้าหนูนี่คืออสูร เขาช่วยจินสั่วและเสี่ยวเยี่ยนจือไว้” หญิงคนนั้นยิ้มดีใจ
“เ้าหนูเก่งจังเลยนะ โชคดีจังที่อสูรไม่กลืนกินตัวตนของเ้าไปจนหมด” จื่อเว่ยยิ้ม รอยยิ้มนั้นเป็รอยยิ้มที่แสนบริสุทธิ์ หญิงคนนั้นเข้าโผกอดเด็กน้อยทันที
“เ้าหนู เ้าหนูคงทรมานมากสินะ” และแล้วจื่อเว่ยก็ร้องไห้ด้วยความทุกข์ใจทั้งหมดที่มี
ทางด้านจื่อรุ่ยนั้นก็ไม่พบตัวจื่อเว่ย ครั้งสุดท้ายที่เห็นก็คือจื่อเว่ยกลายร่างเป็ชายหนุ่มและพุ่งตรงเข้าปราบอสูร จื่อรุ่ยบุกป่าฝ่าดงปราบอสูร ทันใดนั้นเองก็มีมีดสั้นเข้าปักกลางอสูรต่อหน้าจื่อรุ่ย จื่อรุ่ยหันหลังมาก็พบใบหน้าอันอ่อนเยาว์ ปากนิด จมูกหน่อย ดวงตาโตเล็กน้อย ทำผมแบบเดียวกันกับจื่อรุ่ย แต่งตัวเหมือนจื่อรุ่ย แววตาเขาตอนนี้โหดอำมหิตดุดัน และพูดเสียงแข็งออกไปว่า
“หัดตั้งสติด้วยท่าน อสูรนะ ไม่ใช่มนุษย์” และเขาพุ่งทะยานกลางวงอสูร จากนั้นพวกอสูรทุกทิศจะรุมทำร้ายเขา สุดท้ายยังไม่ทันจะถึงตัวก็แหลกเป็จุณเสียก่อน จื่อรุ่ยเห็นฝีมือคนผู้นี้ก็รู้สึกทึ่ง ในจังหวะที่ยืนค้างอยู่นั้น เขาหันหน้าดุๆ มาทางจื่อรุ่ย และเอ่ยด้วยเสียงเรียบเย็นว่า
“ต้องให้ข้าบอกอีกกี่ครั้งหรือ? หรือว่ารอให้อสูรฆ่าเ้าเสียก่อน”
บึ้ม!
เขาคนนั้นหันหลังไวๆ ปรากฏว่าร่างที่ถูกะเินั้นคืออสูร และจื่อรุ่ยทำหน้าเย้ยหยันใส่เขา
“ใครกันแน่ที่ต้องระวังตัว” เขาคนนั้นกัดฟันกรอด ไม่นานนัก อสูรทั่วทุกทิศก็ล้อมวงฆ่าทั้งชายแปลกหน้าและรวมไปถึงจื่อรุ่ย แต่พวกมันยังไม่ทันฆ่า ดาบหนึ่งพุ่งตรงมาปักหัวมันอย่างไม่ทันตั้งตัว อสูรแหลกสลายไปเพราะดาบนั้นเล่นจุดตายของมัน พร้อมทั้งเสียงอันเ็า
“เสี่ยวเถา เ้าอย่ามัวแต่โอ้เอ้สิ” เสี่ยวเถารู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาฉับพลัน แต่เขาทำได้แค่จึ๊ปากเบาๆ
“ข้ารำคาญเ้าเสียจริง จินหรง” จินหรง ชายหนุ่มหน้านิ่งรูปงาม ดวงตาสมมาตรไม่ใหญ่ไม่เล็กจนเกินไป ปากไม่หนาไม่บาง จมูกโด่ง คิ้วเข้ม แต่งชุดสีดำ แต่แววตาแฝงไปด้วยความอำมหิตต่ออสูร บัดนี้กำลังไล่ปราบอสูรอย่างดุเดือด จื่อรุ่ยตามหาจื่อเว่ยไปและปราบอสูร ตอนนี้มีแต่ความวุ่นวายเต็มไปทุกพื้นที่ หน่วยปราบปรามอสูรในหมู่บ้านแห่งหนึ่งตั้งรับกับการมาเยือนของอสูร แต่ไม่ทันตั้งรับการมาเยือนของมนุษย์ ชายหนุ่มหน้าโหดชุดดำทั้งสามคนกำลังมุ่งตรงมายังหมู่บ้านแห่งหนึ่ง
“จินสั่ว เ้าอยู่ไหน?” เสียงคำรามของชายคนหนึ่งดังขึ้นมาจนน่ากลัว จินสั่วจากที่ร่าเริงกับเสี่ยวเยี่ยนจื่อและจื่อเว่ย จู่ๆ ก็เป็เด็กหน้านิ่งไปพลัน จนเสี่ยวเยี่ยนจือถามเขา
“พี่จินสั่ว ท่านเป็อะไรไป?”
“ไม่ว่าใครจะมาที่นี่ จื่อเว่ย เสี่ยวเยี่ยนจือ ห้ามตอบรับนะ” จื่อเว่ยรับคำ
“ได้สิ” แต่อีกเสียงหนึ่งทำให้จื่อเว่ยต้องยิ้มออกมา
“จื่อเว่ย เ้าอยู่ไหน?” จื่อเว่ยะโกลับไป
“ข้าอยู่นี่ท่านพี่รอง…” มีดนั้นปาเข้ามากลางวง ท่ามกลางความใของคนในกระโจมแห่งนั้น พร้อมทั้งแววตาอำมหิตของชายหนุ่มชุดดำ เขาเอ่ยเสียงเย็นเฉียบน่ากลัว
“ออกไป จากน้องชายข้า” จินสั่วเห็นท่าจะไม่ดีจึงเข้ามากอดจื่อเว่ยไว้ ด้านจื่อเว่ยที่ทำอะไรไม่ถูก เขาเอาแต่ร้องไห้โวยวาย
“อย่าเข้ามานะเสด็จพี่จินหรง จื่อเว่ยคือเพื่อนของข้า”
“ท่านพี่รอง ท่านพี่รองช่วยข้าด้วย” ราวนี้เป็เสี่ยวเยี่ยนจือร้องขึ้นมาบ้าง
“อย่ามายุ่งกับเพื่อนของข้านะ” เสี่ยวเยี่ยนจือสวมกอดจื่อเว่ยไว้ จื่อเว่ยกอดเด็กทั้งสองด้วยความกลัว จินหรงแสยะยิ้มเบาๆ
“ไม่เลวนี่พ่ออสูรน้อย เ้าหลอกเด็กๆ เหล่านี้อยู่หมัดเลยนะ” ด้านอาจารย์หยางกับอาจารย์อีกคนก็เข้ามาปกป้องจื่อเว่ยอีกคน
“กลับไปเถอะพะย่ะค่ะฝ่าา ข้าจะส่งตัวจินสั่วคืนให้…”
“หุบปาก!” จินหรงะโลั่น จินหรงชี้ดาบมาทางจื่อเว่ย เพราะยามนี้กลิ่นอสูรในตัวจื่อเว่ยแรงมาก เขาดึงจื่อเว่ยออกมาจากทุกคน ทุกคนต้องร้องเสียงหลง แต่ต้องกลัวดาบของเขา และเขาทำสิ่งไม่คาดคิดเกิดขึ้น เขาใช้ดาบกรีดแขนตัวเอง และยื่นมาทางจื่อเว่ย
“กินซะสิพ่ออสูรน้อย เ้าหิวไม่ใช่หรือ?” จื่อเว่ยหันหน้าไปทางอื่น
“ไม่ ข้าไม่กิน ข้าสาบานกับท่านแม่ไว้แล้วว่าข้าจะไม่กินเืมนุษย์ ได้โปรดอย่าทำร้ายข้าเลย” จินหรงไม่ฟังจื่อเว่ย แถมยังยื่นแขนและดึงตัวจื่อเว่ยเข้ามาอีก จินสั่วทนไม่ไหว เลยใช้กำลังทั้งหมดที่มีผลักจินหรงออกไป
“เสด็จพี่จินหรงอย่าทำร้ายเขานะ เขาช่วยชีวิตข้าไว้ ยังจะทำร้ายเขาอีกเหรอ?”
“หุบปากไปซะ! ข้าไม่สนหรอก ว่าอสูรจะช่วยคนหรือไม่? อสูรก็คืออสูร ข้าจะฆ่าทิ้งให้หมด!” และจินหรงตาลุกวาวด้วยความโกรธ และมีดนั้นกำลังจะจ้วงแทงจื่อเว่ย จื่อเว่ยกรีดร้องเสียงดัง และแล้วมีมือหนึ่งรั้งจินหรงไว้
“พอที พอได้แล้ว เ้าจะไม่ละเว้นชีวิตใครหรือ?” จื่อเว่ยที่หลับตาปี๋อยู่ลืมตาขึ้นมาก็ดีใจ ที่แท้เป็จื่อรุ่ยนี่เอง ตอนนี้จื่อรุ่ยดึงตัวจื่อเว่ยมาอยู่กับตน จินหรงแสยะยิ้มเบาๆ อีกครั้ง
“เลี้ยงอสูร ระวังอสูรทำร้ายเ้านะ”
“น้องชายข้า ต่อให้เขาเป็อสูร เขาก็ยังคงเป็น้องชายของข้า”
“อสูรน่ะ มันไม่แบ่งแยกหรอก ใครพี่ใครน้อง ใครพ่อใครแม่” ประโยคนั้นจินหรงตั้งใจมาทางจื่อเว่ย จื่อรุ่ยเห็นแล้วโกรธจัด เขาชี้ดาบมาทางจินหรง
“หยุดทำเื่ไร้สาระซะที ข้าจะมารับตัวน้องของข้ากลับวัง” เสียงหนึ่งก็โพล่งขึ้นมา
“หรือจะให้ข้าต้องเผาทำลายที่นี่ ถ้าเสี่ยวเยี่ยนจือและจินสั่วไม่กลับวังไปพร้อมกับพวกข้า” เสี่ยวเยี่ยนจือะโขึ้นมาทันทีที่ได้ยินประโยคนี้
“ท่านพี่เสี่ยวเถา ท่านพี่คนอำมหิต ข้าจะไม่ยอมให้ใครมาแตะที่นี่ โดยเฉพาะกับท่านแม่” และเสี่ยวเถาพุ่งดาบมาทางอาจารย์หญิงที่เป็แม่ของเสี่ยวเยี่ยนจือ หญิงคนนั้นเชิดหน้าอย่างเข้มแข็ง
“ท่านหลิงหลิง ท่านไม่น่าเป็อสูร ไม่สิ! ท่านไม่น่าเป็แม่ของข้าเลย สาเหตุที่เสด็จพ่อและเสด็จแม่ของเสด็จพี่จินหรงและจินสั่วต้องตาย นั่นเป็เพราะท่าน!” หลิงหลิง สตรีรูปงามตอนนี้น้ำตาไหลออกมา เมื่อครั้งอดีตเธอเป็อสูรที่ชั่วร้าย ไล่สังหารคนที่ผ่านเข้ามาในตัวเธอ แต่สิ่งที่เธอต้องเลิกเป็อสูรที่ชั่วร้าย เพราะเธอพลั้งพลาดฆ่าคนที่เธอรักมากที่สุด นั่นก็คือฮ่องเต้และพี่สาวของเธอที่เป็ฮองเฮา มันเป็ตราบาปในใจของหลิงหลิงทุกครั้งที่ได้ยิน โดยเฉพาะจากปากของเสี่ยวเถา ลูกชายของเธอ
“แม่ขอโทษ แม่เสียใจ แม่ไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็แบบนี้ แม่เลยต้องไถ่บาปด้วยการตั้งสำนักรักษาอสูร เพื่อให้คนทุกคนหายจากการเป็อสูร” เสี่ยวเถากำลังพุ่งดาบไปทางแม่ตนเอง เสี่ยวเยี่ยนจือะโเสียงดัง
“ท่านพี่เสี่ยวเถาท่านอย่าฆ่าท่านแม่นะ ฮือๆ” เสี่ยวเถาต้องชะงักมือตนเอง และทิ้งดาบลง พร้อมทั้งออกจากกระโจมไป หลิงหลิงะโร้องหาลูก
“เสี่ยวเถา เสี่ยวเถา” หลิงหลิงกับเสี่ยวเยี่ยนจือกอดกัน เสี่ยวเยี่ยนจือเอ่ยขึ้นมา
“ข้าขอโทษแทนพี่เสี่ยวเถาด้วย ข้าแอบหนีออกจากวังเพราะข้าทนเขาไม่ได้ เขาใส่ร้ายท่านแม่ทุกวัน” หลิงหลิงก้มลงเช็ดน้ำตาลูก ฝนฟ้าที่เคยตกก็พลันสว่างอีกครั้งหนึ่ง
“เสี่ยวเยี่ยนจือ โลกใบนี้มันช่างกว้างนัก เ้ายังต้องเรียนรู้อีกมาก” แต่แล้วไม่นานเสี่ยวเยี่ยนจือต้องร้องไห้โวยวายอีกครั้ง และบรรยากาศข้างนอกก็เป็พายุฝนขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง เพราะเสี่ยวเถาพุ่งตรงมากระชากแขนเสี่ยวเยี่ยนจือออกจากหลิงหลิง
“ท่านแม่ ฮือๆๆ เสด็จพี่ปล่อยข้า ฮือๆๆ” เสี่ยวเถาเหยียดยิ้มให้กับผู้เป็แม่
“ท่านหลิงหลิง เห็นทีว่าข้าต้องพาเสี่ยวเยี่ยนจือกลับแล้วล่ะ และท่านกับเสี่ยวเยี่ยนจือจะไม่เห็นหน้ากันอีก ตลอดกาล!” เสี่ยวเถาเน้นคำว่าตลอดกาลใส่หลิงหลิง คำนั้นเสียดแทงหัวใจเธอมาก ลูกชายทั้งสองคน อีกคนอ่อนโยน แต่อีกคนใจั์ใจมาร เธอคิดว่ามันสมควรเป็อย่างนี้ เพราะอดีตที่ผ่านมามันตอกย้ำให้ลูกชายเ็ป เสี่ยวเยี่ยนจือร้องไห้ะโด่าทอเสี่ยวเถา
“เสด็จพี่เสี่ยวเถาใจร้าย ฮือๆๆๆๆ ข้าเกลียดท่าน ข้าเกลียดท่าน” เสี่ยวเถาะโใส่เด็กน้อย
“เงียบนะ! ถ้าเ้าไม่อยากให้ที่นี่ถูกเผา เ้าต้องกลับไปกับข้า และห้ามมาที่นี่อีก!” เสี่ยวเยี่ยนจือกรีดร้องลั่น
“ไม่! ข้าจะมาที่นี่อีก ข้าจะมาที่นี่อีก” เสี่ยวเถาบีบแก้มเสี่ยวเยี่ยนจือ
“ถ้าเ้ายังดื้อกับข้าอีกล่ะก็ ข้าจะก่อกำแพงวังให้สูงขึ้นไปอีก และสั่งคนให้เผาที่นี่ทิ้งซะ! รวมถึง…” และเสี่ยวเถาเหยียดตัวลุกขึ้น และหันหน้าเสี่ยวเยี่ยนจือมาทางหลิงหลิง
“ข้าจะเผาแม่ของเ้าด้วย!” หลิงหลิงอ้อนวอนเสี่ยวเยี่ยนจือ
“เสี่ยวเยี่ยนจือ เ้าเป็เด็กดีเถอะนะ อย่าดื้อกับเสี่ยวเถาเลยนะ” เสี่ยวเยี่ยนจือพยักหน้ายอมเชื่อแม่ ฝนฟ้าข้างนอกเลยจางหายไป เสี่ยวเถาอุ้มเด็กน้อยส่งข้าราชบริพาร เขากำชับข้าราชบริพาร
“ดูแลให้ดี อย่าให้หลุดไปได้ ไม่อย่างนั้นแล้ว หัวเ้าจะหลุดแทน” ข้าราชบริพารคนนั้นกลัวเสี่ยวเถามาก เขารับคำสั่งจากเสี่ยวเถา
“พะย่ะค่ะ” และเขาอุ้มตัวเสี่ยวเยี่ยนจือกลับทันที
“ท่านแม่ ท่านแม่ ฮือๆๆๆ” เสี่ยวเยี่ยนจือร้องไห้อย่างน่าสงสารอีกครั้ง พร้อมกับฝนฟ้าก็กลับมาตกอีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่จะหายลับไปพร้อมกับขบวนของแคว้นหงส์ และท้องฟ้าก็กลับมาสดใสตามเดิม
เมื่อเสี่ยวเถากับคณะกลับไปแล้ว จินหรงเห็นว่าทุกอย่างเรียบร้อยก็กลับ เขาสั่งจินสั่วให้กลับด้วย
“จินสั่ว”
“ข้าทราบไม่ต้องสั่งข้า” เด็กน้อยปรับสีหน้าเรียบตึง และเดินออกไป จินหรงมองหน้าหลิงหลิงแว้บนึงและจากไป เมื่อจินหรงกับจินสั่วกลับไปแล้ว จื่อรุ่ยถือโอกาสลาหลิงหลิงกลับทันที
“หมดธุระที่นี่แล้ว ข้าขอตัวพาน้องชายข้ากลับบ้าน” หลิงหลิงรั้งเขาไว้
“เดี๋ยวสิท่าน จะให้เด็กคนนั้นกลับไปโดยที่ไม่มีอะไรป้องกันจากแสงแดดไม่ได้หรอกนะ” จื่อรุ่ยก็คิดได้ว่าถ้าให้จื่อเว่ยออกไปกับเขาตอนนี้มีหวังจื่อเว่ยจะสลายกลายเป็ผุยผงแน่ เขาจึงถามหลิงหลิง
“ท่าน แล้วเรามีวิธีไหนจะช่วยน้องชายของข้าได้บ้าง?” หลิงหลิงหยิบสะพายขึ้นมาใบหนึ่ง และยื่นให้กับจื่อรุ่ย
“เอาตัวเด็กคนนั้นมาใส่ในนี้สิ” จื่อรุ่ยพยักหน้า และบอกจื่อเว่ย
“จื่อเว่ย เ้าเข้าไปข้างในสิ”
“ได้ขอรับท่านพี่รอง” และจื่อเว่ยก็เข้าในหีบนั้นอย่างง่ายดาย จื่อรุ่ยสะพายหีบที่บรรจุจื่อเว่ยไว้ และร่ำลาหลิงหลิง
“ข้าขอบคุณท่านมาก ที่ช่วยเหลือข้ากับน้องชายของข้าเป็อย่างดี” หลิงหลิงยิ้ม
“ยินดีเช่นกัน” และหยิบสมุนไพรปึกหนึ่งให้กับจื่อรุ่ย
“ห่อยานี้ ลดความเป็อสูรลงได้บ้าง เ้าให้น้องชายของเ้ากินนะ วันละครั้ง” จื่อรุ่ยขอบคุณหลิงหลิงอีกครั้งหนึ่ง
“ขอบคุณท่านมากๆ เลย รบกวนท่านแล้ว” หลิงหลิงโบกมือ
“ไม่เป็ไรๆ” จากนั้นจื่อรุ่ยร่ำลาหลิงหลิงและออกเดินทางมุ่งหน้าไปยังแคว้นั ส่วนหลิงหลิงก็เข้าหีบพักผ่อนไปก่อนรุ่งเช้าจะมาถึงอีกไม่กี่เค่อข้างหน้า
-------------------------------------------------------------------------------------
เป็ไงคะ ถ้าชอบ ก้อย่าลืมมาไลค์มาเม้นกันนะ
ด่าพี่ชายของแต่ละคนได้ตามอัธยาศัย 55555555555555++
ขอบคุณอีกครั้งที่ติดตามกันนะ