ตอนที่ 39 แหวนเก็บของ
สายลมแห่งสารทฤดูโชยเอื่อยผ่านลานหน้าบ้าน ต้นหลิว ณ ใจกลางกลายเป็นสีเหลืองทองอร่ามท้องฟ้าฤดูใบไม้ร่วงกระจ่างใส ทั้งอากาศก็สดชื่น หลินสวินและซย่าจื้อนั่งอยู่ที่โต๊ะหินกลางลาน จดจ้องหม้อต้มเนื้อตุ๋นห้าใบตรงหน้าด้วยดวงตากระหายหิวแม้เนื้อสัตว์นั้นจะดูธรรมดา ทว่ารสชาติและกลิ่นกลับหอมอร่อยนัก เพราะหลินสวินบรรจงเลือกสรรวัตถุดิบวิญญาณหลายชนิดมาปรุงให้เข้ากับเนื้อสัตว์หลากประเภทข้างโต๊ะหินนั้นมีหม้อโลหะอีกใบอัดแน่นไปด้วยข้าวที่หุงจากรวงข้าวศักดิ์สิทธิ์ทั้งคู่ไม่ได้ทานอะไรมาสี่วันแล้ว ต่างหิวเสียจนไม่มีกะใจจะคุยกันเซียวเทียนเริ่นนั่งอยู่อีกฝั่งของโต๊ะ มองดูพวกเขาด้วยรอยยิ้ม พลางเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นตลอดหลายวันมานี้ให้ฟังหลังจากการต่อสู้สิ้นสุดลงเขาก็นำขบวนชาวบ้านกลับมา ทุกคนต่างตกตะลึง ทว่าตื่นเต้นและมีความสุขครั้นเห็นว่าศพของใครนอนตายกันเกลื่อนหมู่บ้านการตายของเหลียนหรูเฟิงอาจทำให้ภัยที่มีต่อหมู่บ้านน้อยลง ทว่าก็ยังมีประเด็นน่ากังวลอื่นๆ ที่เร่งด่วนควรค่าแก่การกล่าวถึงเช่นบุรุษแปลกหน้าทั้งหกที่เสียชีวิตไปพร้อมกับเหลียนหรูเฟิง พวกเขาย่อมไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดาแน่ หากพิจารณาจากเครื่องแต่งกายที่สวมใส่แล้ว การที่พวกเขามาถูกสังหารสิ้นในหมู่บ้านเฟยอวิ๋นเช่นนี้อาจจะมีผลร้ายตามมารวมถึงหมู่บ้านเฟยอวิ๋นที่ตอนนี้ไร้สิ้นแล้วซึ่งกองกำลังผู้พิทักษ์ หมายความว่าทุกคนในหมู่บ้านจะไม่สามารถส่งรวงข้าวศักดิ์สิทธิ์ออกไปแลกเปลี่ยนที่เผ่าอาทิตย์มรกตได้อีกหลังจากกินข้าวไปสี่ชามและเนื้อตุ๋นอีกหนึ่งหม้อ หลินสวินก็กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งแล้วจึงค่อยชงชาสมุนไพรศักดิ์สิทธิ์ดื่มให้สมองปลอดโปร่ง “ท่านลุงเซียว ท่านพอจะรู้จักคนแปลกหน้าพวกนั้นที่มากับเหลียนหรูเฟิงหรือไม่ขอรับ”เซียวเทียนเริ่นผุดลุกขึ้นทันที “ตามข้ามาดูเองกับตาเถิด”หลินสวินหันไปสบตากับซย่าจื้อผู้ที่ยังเอาแต่ง่วนอยู่กับการกินตรงหน้า พยักหน้าให้ แล้วจึงเดินตามเซียวเทียนเริ่นไป...ณ ลานฝึกซ้อมใจกลางหมู่บ้านขณะนี้กองพะเนินไปด้วยของหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นอาวุธยุทธภัณฑ์จำนวนมาก เครื่องสวมใส่อย่างรองเท้าสำหรับต่อสู้ เข็มขัด จี้หยก และสิ่งของอื่นๆ หลากหลายชนิดนอกจากนั้นยังมีศพอีกหกศพนอนเรียงอยู่ด้วยโจวจงและนายพรานคนอื่นอีกหลายคนของหมู่บ้านรับหน้าที่อารักขาสิ่งของและศพเหล่านั้นอยู่“สิ่งของเหล่านี้เราค้นเจอจากขบวนของเหลียนหรูเฟิง คนแปลกหน้าหกคนนี้ไม่ใช่คนของเฟยอวิ๋น ข้าจึงสั่งไม่ให้ใครแตะต้องทั้งนั้น หวังว่าเจ้าจะพอรู้เบาะแสบ้าง”เซียวเทียนเริ่นสาธยายหลินสวินลอบชื่นชมในความรอบคอบของอีกฝ่าย เขามุ่งหน้าไปยังศพของอู๋เฮิ่นสุ่ยโดยไม่รอช้า และสำรวจด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษแรกพบชายชราเคราแพะผู้นี้ เขาก็สัมผัสได้ถึงอันตรายอันใหญ่หลวงนักทว่าตอนนี้เขากลับพบชายชรานอนสิ้นลมเงียบเชียบอยู่ตรงนั้น โดยที่หน้าอกมีรูเหวอะชวนสะพรึง เห็นได้ชัดว่าถูกสังหารด้วยของมีคมเขาพลันนึกถึงซย่าจื้อ นึกรู้ในใจว่าเด็กคนนี้ต้องทรงพลังมากกว่าที่เขาคาดไว้เป็นแน่เซียวเทียนเริ่น โจวจงและคนอื่นๆ มุงกันเข้ามา ต่างจับจ้องหลินสวินด้วยความฉงนแกมครั่นคร้ามนี่เป็นเรื่องเหลือเชื่อนักสำหรับพวกเขา เด็กหนุ่มตัวคนเดียวสามารถสังหารผู้ฝึกปราณกว่าสิบคนลงได้ ไหนจะเหลียนหรูเฟิงที่บรรลุขั้นที่สี่ของระดับกำลังภายในแล้วอีกทำให้หลินสวินเปลี่ยนไปอีกในสายตาของพวกเขา ภายใต้เปลือกนอกอันสุภาพและบุคลิกอันอบอุ่น เขาช่างน่าพรั่นพรึงขึ้นอีกเท่าตัวหลินสวินหาได้ตระหนักถึงข้อนี้แม้เพียงนิด เขาคลำศพนั่นอยู่ครู่ใหญ่และพบเพียงแหวนสีดำวงหนึ่ง ไม่มีอะไรอย่างอื่นอีก“หรือว่า...”แหวนวงนั้นมีน้ำหนักพอประมาณ มีสีดำ คล้ายโลหะแต่ก็ไม่ใช่โลหะ คล้ายหยกแต่ก็ไม่ใช่หยก และส่งผ่านไอเย็นออกมาเขาขยับมือ ปลายนิ้วปล่อยพลังวิญญาณบางๆ พลางสวมลงบนนิ้วแหวนวงนั้นส่งเสียงต่ำ พลันปรากฏพื้นที่ว่างขนาดเท่าห้องๆ หนึ่งขึ้นในภาพนิมิตของหลินสวิน ภายในนั้นเต็มไปด้วยของอย่างเหรียญทองแดงเป็นกอง ป้ายคำสั่ง สมุนไพรวิญญาณและขวดโหลจำนวนมากนี่ต้องเป็นอาวุธวิญญาณสำหรับเก็บของแน่นอน!หลินสวินรู้สึกยินดียิ่ง เพราะเขารู้ว่ามันมีมูลค่าสูงเพียงใด แหวนวงนี้หลอมขึ้นจากวัตถุดิบวิญญาณหายากที่เรียกว่า ‘ผลึกสวรรค์’ สามารถกักเก็บสิ่งของที่มีขนาดใหญ่กว่ามันเป็นร้อยเป็นพันเท่าได้สบายๆเฉพาะบรรดาเศรษฐีเท่านั้นที่จะหาซื้อของมีค่าระดับนี้มาไว้ในครอบครองได้หลินสวินพึมพำ “ดูเหมือนบุรุษผู้นี้จะไม่ใช่คนธรรมดา”เขาตงิดใจกับป้ายคำสั่งนั้นจึงหยิบมันออกมาจากแหวน มันมีขนาดเท่ากับฝ่ามือและหลอมขึ้นจาก ‘หินลายไม้’ วัตถุดิบวิญญาณระดับเดียวกับหยกสีอุ่น ด้านหน้าของมันเป็นรอยสลักรูปสมุนไพร ดูท่าจะเป็นสัญลักษณ์พิเศษบางอย่างด้านหลังของมันมีตัวอักษรภาษาราชการจารึกไว้อยู่หนึ่งบรรทัดว่า ‘เถ้าแก่ใหญ่ร้านสาขาสมุนไพรตระกูลอู๋แห่งเผ่าอาทิตย์มรกต’จริงดังคาด ชายชราผู้นี้นับเป็นบุคคลระดับสูงของเผ่าอาทิตย์มรกตเลยทีเดียวหลังจากนั้นหลินสวินก็ค้นเจอม้วนตำราไม่เต็มพับในแหวนวงนั้น บนนั้นเขียนเกี่ยวกับตะกรุดเขี้ยวโลหิต และยังมีถุงหนังหนักหลายชั่ง ภายในอัดแน่นไปด้วยเมล็ดพันธุ์ของสมุนไพรศักดิ์สิทธิ์นานาชนิด จำนวนมากพอที่จะปลูกบนผืนนาศักดิ์สิทธิ์เกินร้อยหมู่!‘นี่คือเหตุผลที่เขามาที่นี่สินะ’หลินสวินมีสีหน้าครุ่นคิดเซียวเทียนเริ่นอดไม่ได้จึงถามขึ้น “เจออะไรบ้างไหม”หลินสวินตอบด้วยเสียงเรียบนิ่ง “หากข้าเดาไม่ผิด เหลียนหรูเฟิงและบรรดาผู้พิทักษ์รวมหัวกันกับเถ้าแก่ใหญ่แห่งร้านสาขาสมุนไพรตระกูลอู๋ พยายามเข้ายึดที่นาศักดิ์สิทธิ์ของหมู่บ้านเฟยอวิ๋นเพื่อเอามาปลูกสมุนไพรศักดิ์สิทธิ์”ยึดที่นาศักดิ์สิทธิ์รึ!ความจริงข้อนี้ราวกับระเบิดที่โยนใส่กลางกลุ่มชาวบ้านและเซียวเทียนเริ่น เหลียนหรูเฟิงวางแผนกับคนนอกเพื่อยึดเอาที่นาศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านฝากชีวิตไว้ เห็นได้ชัดว่าเขาไม่คิดจะปล่อยให้พวกชาวบ้านมีชีวิตรอดตั้งแต่แรกแล้ว! ช่างเหี้ยมโหดและมักมากอะไรเช่นนี้!พวกเขารู้สึกโชคดีที่ได้หลินสวินมาช่วยสังหารเหลียนหรูเฟิงและคนชั่วพวกนั้น จนแผนการร้ายของพวกมันพังไม่เป็นท่าลงเสียก่อน มิเช่นนั้นผลที่ตามมาคงจะร้ายแรงเกินใครจะทนไหวหลินสวินเห็นว่าการพูดถึงตะกรุดเขี้ยวโลหิตไม่ได้ส่งผลดีต่อใคร จึงเก็บข้อนั้นเงียบไว้ เขาควักกริชกรีดนภาออกมาแล้วผ่าท้องของอู๋เฮิ่นสุ่ยออก เขาจะทำอะไรของเขากันนะชาวบ้านที่มุงดูอยู่เกือบอาเจียนกันเป็นแถบเมื่อเห็นอวัยวะภายในที่โผล่ออกมาของศพตรงกันข้าม หลินสวินกลับพินิจอย่างจริงจัง เขาคลำเข้าไปในอวัยวะภายในทุกชิ้นและจุดลมปราณทุกจุดด้วยนิ้วและมือเปล่าชาวบ้านทุกคนทนไม่ไหวอีกต่อไป ต่างพากันหันหลบและเบือนหน้าหนีโชคดีที่ภายในเวลาไม่นานหลินสวินก็หยุดสำรวจ เขาผุดลุกขึ้นยืน ตรงไปยังบ่อน้ำข้างลานฝึกและล้างมือ “เขาเป็นคนเก่งทีเดียว ระดับปราณของเขาบรรลุขั้นที่แปดของระดับกำลังภายในแล้วด้วยซ้ำ!แม้ภายนอกจะดูเรียบเฉย แต่ภายในของหลินสวินกลับตะลึงลาน การผ่าเอาเครื่องในศพออกมาสำรวจดูเป็นวิธีการตรวจระดับปราณอีกรูปแบบหนึ่งหลินสวินไม่อาจด่วนสรุปได้จากรูปลักษณ์ภายนอกของชายชรา เนื่องจากไม่พบสัญญาณของ ‘ลมปราณจิตผสาน’ ที่จะบ่งชี้ว่าเขาบรรลุระดับจิตผสานวิญญาณแล้วเป็นที่ประจักษ์แล้วว่าชายชราหาได้เพียงมีปูมหลังอันยิ่งใหญ่ ทว่าระดับปราณของเขายังเหนือชั้นกว่าหลินสวินอีกด้วย หากไม่ได้ซย่าจื้อช่วยเอาไว้ เขาคงถูกฆ่าตายไปแล้วซย่าจื้อรึ!หากแม่นางน้อยสามารถสังหารอู๋เฮิ่นสุ่ยลงได้ หมายความว่านางต้องทรงพลังมากกว่าชายชราเสียอีกเซียวเทียนเริ่นหน้าตาคร่ำเคร่งดูเป็นกังวล “คนสำคัญเช่นนี้มาตายในหมู่บ้านของเรา จะมีปัญหาตามมาในภายหลังรึเปล่า”หลินสวินส่ายศีรษะ “ข้าก็ไม่รู้แน่ชัดขอรับ ไว้พอข้าเดินทางไปยังเผ่าอาทิตย์มรกตวันใด ข้าอาจจะพบคำตอบก็ได้”คำตอบของหลินสวินทำให้เซียวเทียนเริ่นประหลาดใจ “เจ้าแน่ใจรึ”“ข้าแน่ใจ ตอนนี้เหลียนหรูเฟิงก็ตายไปแล้ว ข้าขออาสาไปที่นั่นเพื่อแลกเปลี่ยนสิ่งของมาให้ชาวบ้านเอง”เซียวเทียนเริ่นประทับใจเป็นอย่างยิ่ง “หลินสวิน ข้า...”หลินสวินโบกมือขัดเขาไว้ “ท่านลุงเซียว ไม่จำเป็นต้องขอบคุณข้าหรอก เฟยอวิ๋นคือบ้านของเขา นี่เป็นสิ่งที่ข้าควรทำ”เซียวเทียนเริ่นสูดหายใจลึกและสงบสติอารมณ์ “เยี่ยม! ในภายภาคหน้า ยามใดที่เจ้าต้องการความช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเรื่องใด เราจะทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยเจ้าบ้างโดยไม่เกี่ยงเลยทีเดียว”โจวจงและชาวบ้านคนอื่นๆ ต่างก็พยักหน้ารับซ้ำหลินสวินฉีกยิ้มให้พวกเขาเพื่อแสดงความขอบคุณ ก่อนหันไปสำรวจ ‘ของรางวัล’ ชิ้นอื่นๆ ซึ่งล้วนธรรมดาไปถนัดตาหากเทียบกับแหวนเก็บของวงนั้นของที่เหลือล้วนแต่ด้อยค่ากว่านัก มีเพียงรองเท้าต่อสู้คู่ยาวที่จารึกรอยสลักสายลมครวญเท่านั้นที่ดึงดูดใจเขารองเท้าคู่นั้นถอดออกมาจากศพของเหลียนหรูเฟิง นับเป็นเครื่องสวมใส่วิญญาณชนิดหนึ่ง ทว่ารอยสลักวิญญาณที่จารึกอย่างหยาบๆ นั้นกลับลดค่าของมันลงไปมากท้ายที่สุดหลินสวินก็เก็บไปแต่แหวนเก็บของและรองเท้ายาว ทิ้งที่เหลือไว้ให้เซียวเทียนเริ่นนำไปแจกจ่ายต่อต่อมาทุกคนก็ช่วยกันเคลื่อนย้ายซากศพทั้งหมดออกไปเผาจนเป็นเถ้าธุลีที่นอกหมู่บ้านก่อนกลับบ้าน หลินสวินก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นได้ “ท่านลุงเซียว ในเมื่อตอนนี้หมู่บ้านผ่านพ้นวิกฤติไปได้แล้ว ข้าว่าอีกสองสามวันข้างหน้า เราควรจะไปขุดแร่ทองแดงเพลิงเฟยอวิ๋นขึ้นมากันเสียที”เซียวเทียนเริ่นได้ยินดังนั้นก็ตื่นเต้น ท่านพยักหน้า “เจ้าว่าอย่างไรข้าก็ว่าอย่างนั้น เมื่อใดที่เราได้สมบัติพวกนั้นมาไว้ในครอบครองให้อุ่นใจแล้ว เราคงจะได้นอนหลับเต็มอิ่มกันเสียที”
TBC
เข้าไปพูดคุยกับผมได้ที่ FB Group : Battling Records of the Chosen One แปลไทย by Ming Guang นะครับ