“แกจะเข้าหน่วยไหน”
“ฉันยังไม่รู้ แต่อยากไปประจำการกองทัพที่ 5 มันใกล้บ้านดี”
เหล่านักเรียนพูดคุยกันด้วยน้ำเสียงจริงจัง หลังจากที่ซ้อมสวนสนามในวันนี้เสร็จ พวกเขาจึงรีบนำแต้มที่ได้รับเข้าสู่ระบบเพื่อที่จะลงสมัครหน่วยที่เปิดรับ แอชเชอร์ที่ได้นามบัตรมาเป็นจำนวนมากทั้งตอนอยู่ค่ายฝึกพิเศษและค่ายฝึกแห่งนี้ก็นำมันออกมาหาข้อมูลหน่วยที่ต้องการเขา ปรากฎว่าทุกๆหน่วยที่แอชเชอร์เห็น ยังมีคุณสมบัติไม่ตรงตามที่เขาต้องการ แอชเชอร์จึงเข้าไปดูหน่วยสำรองของหน่วยพิเศษดาวมฤตยู หน่วยที่ขึ้นตรงต่อสหพันธ์ พวกเขามีอิสระในการทำงาน มีอำนาจไม่ต่างจากผู้บัญชาการคนหนึ่ง เพียงแต่เขาคนนั้นไม่ได้ลงมาควบคุมกองทัพเพราะหน้าที่หลักของพวกเขาคือจัดการกับมอนสเตอร์และคอนโทรลเลอร์ที่กองทัพไม่สามารถจัดการได้
“เยอะจริงๆ”
แอชเชอร์เปิดเข้าไปในโทรศัพท์ของเขาก่อนจะพบว่ามีอีเมลเข้ามามากมาย ดูเหมือนว่าคะแนนของนักเรียนแต่ละคนจะถูกประกาศในที่สาธารณะจนทุกๆคนเข้าไปดูได้ เหล่าคนที่เป็นแมวมองจึงรีบตามหาตัวของเขาเพื่อที่จะดึงเข้าหน่วยจากคะแนนที่เกือบจะเต็มร้อย แอชเชอร์ที่เห็นดังนั้นจึงเปิดดูคะแนนของค่ายอื่นๆด้วยเช่นกัน เขาอยากรู้ว่าจะมีนักเรียนคนไหนทำคะแนนได้มากกว่าเขาบ้าง
“มอแกนได้แค่ 40 สินะ ลีโอ 45”
คะแนนของระดับ S ที่เคยฝึกด้วยกันถูกเปิดดู ก่อนที่แอชเชอร์จะดูคะแนนของระดับ S คนอื่นๆปรากฎว่าพวกเขามีคะแนนอยู่ราว 40 - 50 แต้ม แต่เมื่อเขามองไปเห็นคะแนนของระดับ S ที่มาจากค่ายที่ 1 คิ้วของเขาถึงกับย่นเข้าหากัน
“ทำไมชื่อนี้มันคุ้นจัง”
[ดีแลน กิ๊ก 85 แต้ม]
แอชเชอร์เริ่มคิดว่าเขาเคยได้ยินชื่อนี้มาจากที่ไหนในชีวิตก่อน มันเป็นชื่อที่คุ้นหูมาก ทันใดนั้นเขาก็นึกได้ว่าชื่อๆนี้เป็นชื่อของคนที่จะได้เข้าบรรจุในหน่วยพิเศษดาวมฤตยูในช่วงที่เขาอายุ 25 ปี จากคะแนนที่แอชเชอร์มองเห็นนี้เอง จำนวนแต้มที่ดีแลนได้ถึง 85 นับว่ามากกว่าระดับ S คนอื่นๆ หากไม่มีเขาดีแลนคงจะกลายเป็นอันดับ 1 อย่างแน่นอน
“รู้แล้วว่าทำไมช่วงนี้เนื้อหอมจัง ที่แท้ก็กลายเป็นอันดับ 1 นี่เอง”
แอชเชอร์มองจ้องอีเมลที่เด้งแจ้งเตือนเรื่อยๆ จากหน่วยมากมายที่ส่งเทียบเชิญมาให้เขาพิจารณาถึงผลประโยชน์ที่จะได้รับหากเลือกเข้าสังกัดหน่วยเหล่านี้ ทันใดนั้นเองแอชเชอร์ก็ได้ยินเรียกชื่อจากหน้าห้องจึงรีบเดินออกไปดู
“แอชเชอร์ ผู้บัญชาการให้ฉันมาเรียกนายไปพบที่ห้องทำงาน เดินไปยังตึกนั่นขึ้นลิฟต์ไปยังชั้น 5”
“ครับครูฝึก”
แอชเชอร์กลับเข้าไปในห้องสวมชุดให้ถูกต้องตามระเบียบ ก่อนจะเดินไปยังตึกผู้บัญชาการ จากการคาดการณ์แอชเชอร์คิดว่าการเดินเข้าพบผู้บัญชาการในครั้งนี้คงหนีไม่พ้นการชื่นชมเขาพลางยื่นขอเสนอให้เขาเข้าร่วมหน่วยพิเศษที่ผู้บัญชาการกองทัพที่ 7 จัดตั้งขึ้นมา ครั้งก่อนเขาได้รับหนังสือเกี่ยวกับผลประโยชน์มาอ่านแล้ว ครั้งนี้คงจะเป็นการถามเพื่อให้เขาตัดสินใจ
ก็อกก็อกก็อก “แอชเชอร์ แอสลาสครับ”
แอชเชอร์ยืนตรงอยู่หน้าห้อง ก่อนที่เขาจะได้รับเสียงตอบจากด้านในจนต้องเปิดประตูเข้าไป
“นั่งสิ”
“ผู้บัญชาการมีอะไรหรือเปล่าครับ”
“ไม่ต้องรีบขนาดนั้น เรามีเวลาคุยกันมากพอ” แอชเชอร์เดินไปนั่งยังเก้าอี้ที่เตรียมเอาไว้ให้ พลางมองไปด้านหลังห้องที่มีใครบางคนนั่งอยู่บนโซฟา ในมือของเขามีแก้วไวน์เหมือนกับว่าชายคนนี้กำลังต้องการดูสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างเขาและผู้บัญชาการ
“เห็นคะแนนตัวเองแล้วสินะ”
“ครับ”
“ฉันขอแสดงความดีใจด้วยเช่นกัน เป็นครั้งแรกที่มีคนทำคะแนนได้เกือบจะถึง 100 แต้ม”
“ขอบคุณครับ” แอชเชอร์กล่าวขอบคุณอย่างมีมารยาทพลางมองไปยังผู้บัญชาการที่กำลังนั่งเซ็นเอกสารบางอย่าง กระทั่งปากกาที่กำลังเซ็นหยุดขีดเขียน แอชเชอร์ก็ได้สบตากับผู้บัญชาการที่เหมือนจะมีหลายอย่างต้องการพูดกับเขา
“ผลการตรวจสอบผู้ใช้มานาบูสออกมาแล้วนะ นายอยากรู้ไหมว่าใครเกี่ยวข้องบ้าง”
“อยากรู้ครับ” แอชเชอร์ตอบออกไปโดยไม่ต้องคิด เนื่องจากสิ่งที่เกิดมีเขาเป็นเป้าหมายของพวกมัน ถึงอย่างนั้นเขาก็ตกใจเช่นกันที่ไม่มีใครเดินทางมาสอบถามเขาเพื่อถามถึงต้นเหตุที่ทำให้เขาถูกลอบสังหารจากพวกผู้ใช้มานาบูส
“ฮ่าๆ ตอบได้ดี แต่ฉันบอกนายยังไม่ได้หรอกนะ เอาไว้รอฟังพร้อมกับทุกๆคนจะดีกว่า เรามาเข้าเรื่องที่ฉันเรียกนายมาพบในวันนี้กัน”
“เรื่องหน่วยพิเศษสเปเชียลโฮลใช่ไหมครับ”
“จำได้แม้กระทั่งชื่อหน่วยที่ฉันบอกไป ฮ่าๆๆ ดูเหมือนว่านายจะสนใจมันสินะ” แอชเชอร์ไม่ได้ตอบอะไรเขายังคงนั่งต่อไป จุดหมายของเขายังคงเป็นหน่วยพิเศษมฤตยูเช่นเดิม
“แต่ฉันรู้ว่าข้อเสนอทั้งหมดที่ให้ไปยังไม่สามารถดึงดูดให้นายมาเข้าทีมของฉันได้ หน่วยพิเศษดาวมฤตยูที่นายต้องการเข้าร่วมมีอะไรพิเศษอย่างนั้นเหรอ ทำไมนายถึงอยากจะไปที่นั่นมาก จากปฎิกิริยาที่นายแสดงออกมาดูเหมือนว่าหน่วยอื่นๆที่กำลังส่งจดหมายมาให้นายก็ไม่ใช่หน่วยที่นายสนใจเช่นเดียวกัน”
“ผมชอบอิสระและอำนาจที่คนในหน่วยมฤตยูมีครับ จึงคิดอยากจะเข้าไป”
“ด้วยการสมัครเข้าร่วมเริ่มต้นจากการเป็นหน่วยสำรองอย่างนั้นสินะ นายรู้หรือเปล่าว่าหน่วยสำรองของหน่วยมฤตยูมันเป็นหน่วยแบบไหน”
ชีวิตก่อนแอชเชอร์รู้ว่าตัวสำรองหน่วยพิเศษดาวมฤตยูคืออะไร พวกเขาเป็นระดับ S ที่ถูกสำรองเอาไว้เป็นตัวเลือกเข้าไปแทนที่คนในหน่วยพิเศษดาวมฤตยูที่ตกตาย ถ้าไม่มีใครตายพวกเขาก็จะเป็นคนในหน่วยสำรองต่อไป หากระดับ S ยืนยันที่จะเข้าหน่วยอื่น พวกเขาจะได้สิทธิพิเศษมากมายเพราะใครๆต่างก็ต้องยืมตัว
แต่หากเขาเป็นตัวสำรองนอกจากจะได้เงินเดือนเพียงแค่ครึ่งของตัวจริงแล้ว เขาจะต้องพิสูจน์ตัวเองอย่างหนักผ่านภารกิจที่กองทัพอื่นๆยืมตัวไป บางคนแม้จะมีผลงานที่ดีก็ยังไม่พอจะเป็นคนในหน่วยพิเศษดาวมฤตยูได้ ถ้าช่วงนั้นมีคนที่ทำคะแนนได้น้อยกว่าแต่มีพฤติกรรมที่ดีกว่า ไม่เป็นอันตรายก็จะมีโอกาสเข้าไปแทน ทำให้คนในหน่วยสำรองบางคนเสียช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตไปเพราะต้องไปเป็นตัวสำรองที่ไม่รู้ว่าชะตาจะเป็นอย่างไร
“คนสำรองก็ตามชื่อ สิทธิทุกอย่าง ผลประโยชน์ที่จะได้รับมันจะลดเหลือเพียงแค่ครึ่ง ไม่เพียงเท่านั้นยังต้องทำงานแข่งกับระดับ S คนอื่นๆอย่างบ้าคลั่งเพื่อให้ตัวเองเป็นตัวเลือกแรกถ้ามีตัวจริงตาย แต่ถ้าหากว่าเผลอหรือทำตัวตามสบายเกินไป ก็อาจจะถูกคนที่คะแนนน้อยกว่าแต่มีความประพฤติที่ดีกว่าเสียบแทนเข้าไปได้ มันเป็นหน่วยที่ทำงานเยี่ยงทาสแต่ผลตอบรับที่ได้กลับไม่คุ้มที่จะทำ”
“ครับ ผมพอใจที่จะทำ”
“ไม่คิดจะเปลี่ยนใจมาเข้าร่วมหน่วยของฉันหน่อยเหรอ” ผู้บัญชาการมองจ้องแอชเชอร์ พลางนำเอกสารออกมาจากลิ้นชัก มันจะเป็นสิ่งสุดท้ายที่ใช้ซื้อใจแอชเชอรให้เข้าร่วมหน่วย หากไม่ได้มันก็ทำให้แอชเชอร์ยอมทำงานร่วมกับเขา
“เป็นยังไง พอจะรับได้ไหม”
แอชเชอร์อ่านข้อเสนออีกข้อเพิ่มเติมที่ผู้บัญชาการมอบให้พลางมองจ้องเพื่อพิจารณาว่าเป็นเรื่องจริงหรือว่าเพียงแค่ข้อเสนอที่ยกขึ้นมาใช้ดึงเขาเท่านั้น
“จริงเหรอครับที่จะให้ผมลุยเดี่ยวได้”
“จริงสิ”
“แต่ประโยคต่อท้ายที่บอกว่า จะลุยเดี่ยวได้ก็ต่อเมื่อภารกิจถูกประเมินแล้วว่ามันไม่อันตราย เหตุการณ์ประเมินนี้เกิดขึ้นบ่อยไหมครับ”
แอชเชอร์อยากรู้ข้อจำกัดในเรื่องนี้ หากว่าเขาเข้าร่วมแล้วผู้บัญชาการเล่นลิ้น ไม่ยอมประเมินสถานการณ์ให้เขาได้มีโอกาสลุยเดี่ยว จะทำให้เขาต้องทำงานเป็นกลุ่มไปตลอด
“ทุกภารกิจที่เกิดขึ้น มันอยู่ที่ฉันว่าจะให้เป็นภารกิจเดี่ยวหรือภารกิจทีม เอางี้ไหม ฉันจะถามนายก่อน หากนายคิดว่าข้อมูลที่ได้ไปในแต่ละครั้งที่จะทำงาน นายทำคนเดียวได้ ฉันก็จะประเมินให้นายได้ฉายเดี่ยว”
ผู้บัญชาการคิดว่าความอิสระของการลงมืออาจจะทำให้แอชเชอร์เลือกเข้าหน่วยมฤตยู เขาจึงเขียนข้อเสนอนี้ขึ้นมา พลางใช้ปากกาเขียนเพิ่มด้วยลายมือของเขาในเรื่องที่พูดไปเมื่อครู่เพื่อให้แอชเชอร์สบายใจ
สำหรับแอชเชอร์เขารู้สึกพอใจมาก เนื่องจากว่าหน่วยมากมายที่ส่งจดหมายมา เขาต้องทำงานเป็นทีม เป็นเรื่องยากมากที่เขาจะได้ฉายเดี่ยว ต่อให้จะเป็นหน่วยสำรวจก็ยังคงทำงานร่วมกันเป็นทีม สำหรับข้อเสนอของผู้บัญชาการกองทัพที่ 7 นอกจากจะให้เขาฉายเดี่ยวได้แล้ว เขายังได้รับการคุ้มครองจากทางกองทัพที่ 7 อีกด้วย โดยมีผู้บัญชาการเป็นคนหนุนหลัง ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังไม่ตัดสินใจเพราะยังอยากจะเขาหน่วยพิเศษมฤตยู
“ให้ตายสิ นายนี่น่านับถือนะ คิดจะเข้าหน่วยไหนก็จะเข้า แต่ใช่ว่าฉันจะยอมแพ้”
แอชเชอร์มองผู้บัญชาการกองทัพที่ 7 ด้วยความสนใจ เขาอยากรู้ว่าผู้บัญชาการจะนำอะไรมาหว่านล้อมให้เขาเข้าร่วม
“นายรู้กระบวนการทำงานของหน่วยสำรองมากแค่ไหน”
“ผมรู้แค่ว่าจะต้องทำงานที่ถูกป้อนให้เรื่อยๆจนกว่าจะได้เป็นตัวจริง”
“อืม ก็ถือว่าพอรู้มาบ้าง งั้นฉันก็จะบอกอีกหนึ่งอย่างที่ทำให้นายอาจจะไม่พอใจกับการทำภารกิจก็ได้ ถ้านายเลือกที่จะเป็นหน่วยสำรองสิ่งที่นายจะพบเจอคือ การดึงตัวไปทำภารกิจมากมายจากกองทัพทั้งหมด นายจะต้องทำงานเหมือนพวกไม่มีสังกัด กองทัพที่ 1 เรียกนายก็ต้องไป กองทัพที่ 10 เรียกนายก็ต้องไป ฉันจะไม่ห้ามให้นายเข้าหน่วยสำรองเพราะมันอาจจะเป็นความฝันของนาย แต่ที่ฉันจะบอกก็คือ ฉันมีสิ่งนี้ นายสนใจหรือเปล่า”
แอชเชอร์มองแผ่นกระดาษเนื้อดีในมือผู้บัญชาการ เขาไม่รู้ว่ามันเป็นกระดาษอะไร รู้เพียงแค่ว่ามันจะต้องล้ำค่าอย่างแน่นอน
“มันคืออะไรอย่างนั้นเหรอครับ”
“สิ่งนี้ ฉันได้มาในตอนที่ทำภารกิจหนึ่งสำเร็จ มันเป็นรางวัลที่ทำให้ฉันกลายเป็นผู้บัญชาการกองทัพที่ 7 ความสามารถของกระดาษแผ่นนี้ก็คือ ฉันสามารถขออะไรก็ได้จากทางสหพันธ์ได้ 1 อย่าง นายรู้ไหมว่าฉันจะขออะไร”
“ไม่รู้ครับ” แอชเชอร์รู้แต่เขาแกล้งทำเป็นไม่รู้เอาไว้ก่อน
“จากที่เราคุยกันนายจะเข้าหน่วยสำรองใช่ไหม ฉันจะไม่ขัดขวาง แต่ที่ฉันอยากจะได้คือ การขอยืมตัวนายมาใช้เพียงแค่ฉันคนเดียว นายจะเป็นคนที่สังกัดสองหน่วย หนึ่งคือหน่วยสำรองดาวมฤตยู สองนายจะอยู่ในหน่วยสเปเชียสโฮล นี่เป็นสิ่งสุดท้ายที่ฉันจะทำได้แล้ว ลองนึกดูก็แล้วกันว่ามันคุ้มไหม”
“ทำไมผู้บัญชาการถึงอยากได้ตัวผมมากขนาดนั้นกัน” แอชเชอร์ถามด้วยความสงสัย เขาอยากรู้ความคิดและอยากเห็นสีหน้าของผู้บัญชาการกองทัพที่ 7 จะได้นำมาตัดสินใจได้ถูก
“ง่ายมาก ก็เพราะว่าฉันรู้ว่านายเข้ามาเพื่อทำบางอย่าง ไม่ได้อยากเป็นทหารเพื่อช่วยคน สิ่งๆนั้นคงจะเป็นเกี่ยวกับพี่สาวใช่ไหม ฉันจะไม่สืบให้มากกว่านี้ แต่เอาเป็นว่าฉันอยากที่จะยืมมือนายฆ่าพวกคนชั่ว นายอยากมาด้วยกันหรือเปล่า หากนายช่วยฉัน ฉันก็จะช่วยนายปกปิดเรื่องบางอย่างที่นายได้ทำเช่นกัน”
“ผมเชื่อใจคุณได้มากแค่ไหน”
“ฉันไม่เคยโกหก”
“คนด้านหลังคุณล่ะ” แอชเชอร์ถามถึงคนที่อยู่ด้านหลัง พวกเขาไม่ได้อยู่ด้วยกันสองคน
“เขาคนนั้นจะเป็นหัวหน้าหน่วย การมาของเขาก็เพื่อจะดูนายเท่านั้นเอง”
“ถ้าอย่างนั้น ผมอยากเห็นขั้นตอนการเขียนข้อตกลงในกระดาษแผ่นนี้ เพื่อไม่ให้ผมเสียเปรียบ”
“ฮ่าๆๆ แสดงว่าตกลง ได้ งั้นเรามาเขียนกัน”