ลิขิตฟ้าให้ข้าเป็นจอมเวท

    ตอนที่ 41 โอหยางลี่ ยอมศิโรราบ

            พวกเราออกไปกันเถอะอาจารย์คงรอพวกเราอยู่ด้านนอกแล้ว เมื่อเฟยหลงออกมาด้านนอกดินแดนสัตว์อสูรเขาต้องพบกับสองศิษย์อาจารย์

            “เจ้าเป็นเจ้าเองอย่างนั้นหรือ? ข้าจะคิดบัญชีกับเจ้า”โปหลัวกล่าว

            “เอาหละพวกเจ้าอย่าพึงทะเลาะกันเฟยหลงเจ้าทำพันธสัญญาเรียบร้อยแล้วใช่ไหม ตำราอัญเชิญของเจ้าสีอะไรแล้วตอนนี้”

            “ท่านอาจารย์ตำราอัญเชิญของข้าเปลี่ยนเป็นสีเหลืองข้าไม่สามารถหาสัตว์อสูรระดับสูงมาทำพันธสัญญาได้ ท่านอาจารย์โปรดอภัยให้ข้าด้วย”

            “ไม่เป็นไรในเมื่อเจ้าสามารถทำสัญญากับสัตว์อสูรระดับอัศวินได้ นับว่าดียิ่งแล้ว”

            “เอาหละโอหยางลี่ในเมื่อระดับของสัตว์อสูรเท่ากันเช่นนั้นก็คงต้องวัดกันด้วยการประลองสัตว์อสูรว่าของใครจะแข็งแกร่งกว่ากันเจ้าว่ายังไง”

            “ฮ่าฮ่า ฮ่า ไม่มีปัญหา พวกเราพร้อมที่จะประลองกับพวกเจ้าแล้ว”

            “เฟยหลงข้าได้เดิมพันกับโอหยางลี่เอาไว้หากว่าสัตว์อสูรที่พวกเจ้าได้รับมาระดับเท่าเทียมกัน จะต้องมีการประลองสัตว์อสูรหากตัวไหนแข็งแกร่งกว่า ฝ่ายนั้นจะเป็นผู้ชนะ ของเดิมพันเป็นสมุนไพรอายุหนึ่งหมื่นปีจำนวนสองต้นเจ้ามั่นใจหรือไม่ในการเดิมพันครั้งนี้"

            “ท่านอาจารย์ทางที่ดีท่านควรเช็คว่าพวกเขามีสมุนไพรอายุหมื่นปีจริงหรือไม่เพราะหาพวกเขาแพ้แล้ว พวกเราไม่ได้อะไรเลยจะเสียเวลาพวกเราเสียเปล่าท่านอย่าลืมสิว่าข้ามีเสี่ยวเทียนอยู่ด้วย”

            “จริงของเจ้าคราวนี้ข้าจะทำให้พวกมันต้องเจ็บแค้นไปอีกนาน”

            “โอหยางลี่ทางเราเองก็พร้อมแล้ว ของเดิมพันเจ้าก็ควรจะนำออกมาได้แล้วพวกเรานำของเดิมพันออกมาวางบนนี้ หากฝ่ายใดชนะก็เป็นของฝ่ายนั้นไปก็แล้วกัน”

            “ได้ไม่มีปัญหาข้าพร้อมเดิมพันกับเจ้าอยู่แล้ว”

            “ท่านผู้อาวุโสข้าอยากทราบว่านอกจากสัตว์ที่อัญเชิญออกมาแล้วข้าสามารถใช้อย่างอื่นต่อสู้ได้หรือไม่?”

            “นอกจากสัตว์อัญเชิญแล้วห้ามใช้อย่างอื่นต่อสู้กันโดยเด็ดขาด แม้แต่สัตว์อสูรที่พวกเจ้าเลี้ยงเอาไว้ ฮ่าฮ่า ฮ่า”

            “เช่นนั้นก็ได้ข้าจะไม่ใช้สัตว์อสูรที่เลี้ยงไว้ ข้าจะใช้แค่สัตว์อัญเชิญต่อสู้กับศิษย์ของท่านเชิญ”

            โปหลัวรีบอัญเชิญสัตว์อสูรของเขาออกในทันทีสัตว์อสูรของโปหลัวนั้นเป็นหมาป่าสองหัว ซึ่งมีระดับพลังระดับอัศวิน

            “ฮ่าฮ่า ฮ่า สัตว์อสูรของศิษย์ข้าน่าเกรงขามยิ่งนักข้าอยากรู้ว่าสัตว์อสูรของศิษย์ของเจ้าจะเป็นอะไรมีดีพอจะสู้กับสัตว์อสูรของศิษย์ข้าหรือไม่”

            เฟยหลงเห็นดังนั้นเขาจึงอัญเชิญเต่าออกมาทันทีเช่นกัน

            “ฮ่าฮ่า ฮ่า สัตว์อสูรประเภทเต่าจะมาสู้สัตว์อสูรของศิษย์ได้ยังไงเจ้ายกสมุนไพรเหล่านั้นมาให้ข้าเสียดีกว่า”

            “อย่าพึ่งสรุปเร็วเกินไปรอให้เจ้าสามารถเอาชนะเต่าของศิษย์ข้าได้ก่อนแล้วค่อยกล่าววาจาโอหังหาไม่แล้วพวกเจ้าเองนั่นแหละที่จะต้องเสียใจ”

            “โปหลัวรีบจัดการมันให้ข้าไม่อยากเสียเวลาอยู่ที่นี่นานมากนัก”

            “ขอรับท่านอาจารย์”

            โปหลัวสั่งให้หมาป่าสองหัวของเขาเข้าโจมตีเต่าของเฟยหลงในทันทีเต่าของเฟยหลงรีบหดหัวของมันเข้าไปในกระดองหมาป่าสองหัวโจมตีมันอย่างรุนแรงแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรเต่าของเฟยหลงได้แม้แต่น้อย

            “เจ้าหมาป่าน้อยเจ้าจู่โจมให้มันหงายท้องพวกเราก็สามารถชนะพวกมันได้แล้ว”

            หมาป่าสองหัวได้ยินดังนั้นมันปล่อยลูกไฟเข้าไปใต้กระดองเต่าของเฟยหลงในทันที 

            ตู้มมม....

            เต่าของเฟยหลงพลันหงายท้องขึ้นมาทันที

            “ฮ่าฮ่า ฮ่า ข้าอยากจะรู้นักว่าเจ้าจะสามารถเอาชนะศิษย์ข้าได้ยังไง”

            เฟยหลงเห็นดังนั้นเขารีบอัญเชิญนกและพยัคฆ์ตัวสีขาวออกมาในทันที โปหลัวเห็นดังนั้นเขาพลันหน้าซีดในทันทีเพราะลำพังแค่พยัคฆ์ก็สามารถเอาชนะหมาป่าของเขาได้แล้ว ยังมีนกและเต่าที่กำลังหงายท้องอยู่อีก

            “ท่านอาจารย์พวกเขาโกงพวกเรา”โปหลัวรีบตะโกนออกมา

            “โกงอะไรอาจารย์เจ้าก็บอกแล้วไงว่าสามารถใช้ได้เฉพาะสัตว์ ที่อัญเชิญออกมาได้ พวกนี้ข้าเป็นคนอัญเชิญพวกมันออกมาแล้วเจ้ากลับมาหาว่าข้าโกงได้ยังไง”

            “พวกเจ้ารีบจัดการกับเจ้าหมาน้อยตัวนั้นข้าไม่อยากเสียเวลา”

            เต่าที่ถูกนกและพยัคฆ์ช่วยเหลือรีบพุ่งตัวออกไปยังหมาป่าสองหัวอย่างรวดเร็วหมาป่าสองหัวเห็นเช่นนั้นมันรีบกลับเข้าไปในตำราอัญเชิญในทันที

            “ฮ่าฮ่า ฮ่า พวกเจ้าแพ้แล้ว สมุนไพรทั้งสองต้นนี้เป็นของข้า เฟยหลงพวกเรากลับกันเถอะ”

            ซุนหวู่หยิบสมุนไพรทั้งหมดเก็บไว้ในแหวนมิติส่วนเฟยหลงเองก็เรียกสัตว์ทั้งสามกลับเข้าไปยังตำราอัญเชิญพวกเขาทั้งคู่นำเรือบินออกมาพร้อมกับจากไปโดยปล่อยให้สองศิษย์อาจารย์ที่ยังคงตะลึงอยู่มองพวกเขาจากไปจนลับตา

            “อาจารย์พวกมันโกงพวกเรา”

            “คราวนี้พวกเราพ่ายแพ้จริงๆ ข้าไม่คิดเลยว่าศิษย์ของตาเฒ่านั่นจะสามารถทำพันธสัญญากับสัตว์อสูรได้ทีเดียวถึงสามตัว”

            “อาจารย์เรื่องนั้นมันเป็นไปไม่ได้ไม่เคยมีใครสามารถทำพันธสัญญากับสัตว์อสูรได้ครั้งเดียวถึงสามตัวหรอก”

            “ใช่เมื่อก่อนไม่เคยมีใครทำได้แต่ศิษย์ของตาเฒ่านั่นไม่ได้โกงพวกเรา ข้าเห็นสัญลักษณ์บนตำราของมันมันมีรูปสัตว์ทั้งสามตัวนั้นจริง ๆต่อไปในอนาคตเจ้าอย่าได้คิดเป็นศัตรูกับเจ้านั่นเด็ดขาดหาไม่แล้วจะเป็นภัยกับตัวเจ้าเอง หากเจ้าสามารถลดความอาฆาตของเจ้าลงได้และผูกมิตรกับศิษย์ของตาแก่นั่นได้จะเป็นประโยชน์ต่อเจ้าไม่น้อย”

            “ท่านอาจารย์พูดแบบนี้หมายความว่าอย่างไรจะให้ข้ายอมลดตัวไปคบกับสวะพันธุ์นั้น ข้าทำไม่ได้หรอกท่านอาจารย์สักวันหนึ่งข้าจะทำให้ท่านเห็นว่าเจ้านั่นมันเทียบกับคนอย่างข้าไม่ได้หรอกข้าเองเป็นถึงลูกเจ้าเมืองจะให้ลดตัวไปคบกับคนแบบนั้น ข้าทำไม่ได้หรอกท่านอาจารย์”

            “ข้าแค่แนะนำเจ้าหากเจ้าไม่ทำตามก็แล้วแต่เจ้า ข้าเองก็ไม่มีสิทธิ์อะไรไปบังคับใจเจ้าได้”โอหยางลี่พูดเสร็จพร้อมกับส่ายหัวถึงแม้ลูกศิษย์ของเขาจะมีพรสวรรค์อยู่บ้างแต่เมื่อเทียบกับเฟยหลงแล้วต่างกันราวกับฟ้ากับเหว

            “เฟยหลงเจ้าสามารถทำให้สัตว์อสูรทั้งสามตัวทำพันธสัญญากับเจ้าได้อย่างไรเจ้านี่มันแหกทุกกฎที่ข้าเข้าใจเลยจริง ๆ”

            “ท่านอาจารย์ทุกอย่างเสี่ยวเทียนเป็นคนจัดการให้ข้าหมดข้าเองยังแปลกใจเลยในตอนแรก เสี่ยวเทียนบอกว่าทั้งสามตัวมีโอกาสที่จะเป็นสัตว์เทพได้ท่านอาจารย์สัตว์อสูรพวกนั้นจะกลายสัตว์เทพได้อย่างไรทำไมเสี่ยวเทียนถึงบอกกับข้าเช่นนั้น”

            “สัตว์เทพเช่นนั้นหรือ? การจะเลี้ยงดูสัตว์อสูรให้กลายเป็นสัตว์เทพได้นั้นเจ้าต้องมีทรัพยากรที่เพียงพอและที่สำคัญสัตว์อสูรที่มีระดับพลังเหนือกว่าระดับโบราณไปแล้ว  ระดับของสัตว์อสูรจะแบ่งเป็นระดับสามัญระดับอัศวิน ระดับจอมพล ระดับราชัน ระดับจักรพรรดิ และระดับโบราณหากระดับพลังของสัตว์อสูรมีมากจนสามารถทะลวงผ่านระดับโบราณไปแล้วพวกมันจะเรียกได้ว่าเข้าสู่ระดับสัตว์เทพ 

    คล้ายกับเรื่องลิขิตฟ้าให้ข้าเป็นจอมเวท ที่คุณอ่าน