.....
"บาร์เรต.. เื่กำลังพลข้าจะมอบให้เ้าจัดการเหมือนเดิม ไหนลองเสนอแผนการของเ้ามาสิ..." หลังจากที่ไลแซนเดอร์ สั่งงานให้แก่ลามอนต์ไปเป็ที่เรียบร้อย เขาก็หันไปพูดคุยกับบาร์เรตต่อทันที
"เรียนองค์จักพรรดิ ในฐานะที่ข้าครองตำแหน่งจอมพลของอาณาจักรเพนดราก้อนมานาน ข้าจะขอบตอบตรงๆเลยก็แล้วกัน" ชายที่มีชื่อว่าบาร์เรตเริ่มพูดออกมาด้วยใบหน้าที่ไม่สู้ดีนัก เพราะเขาเข้าใจสถาณการณ์ในตอนนี้เป็อย่างดี ว่ามันร้ายแรงมากแค่ไหน
"สถานการณ์ของเราในตอนนี้ ถือว่าย่ำแย่กว่าตอนปกติหลายเท่านัก เพราะพวกเราเพิ่งจะผ่านเหตุการณ์ที่ถือได้ว่า เป็ภัยพิบัติที่ร้ายแรงที่สุดในรอบ10ปี ทำให้เราต้องสูญเสียชีวิตของผู้คน และสิ่งของอีกมากมาย และยังไม่ทันที่เราจะได้ทำการฟื้นฟูความเสียหายที่ได้รับ ตอนนี้เรากลับต้องมาเผชิญหน้ากับอาณาจักรรอบข้างอีก.."
บาร์เรตกำลังพยายามอธิบายให้ไลแซนเดอร์เข้าใจว่า ตอนนี้สถานการณ์ของพวกเขานั้นกำลังย่ำแย่มาก ไม่ว่าจะเป็ความพร้อมในเื่ขวัญกำลังใจ และเื่กำลังพล เพราะทหารของอาณาจักรในตอนนี้ กำลังถูกแบ่งออกเป็หลายส่วน เพื่อช่วยเหลือผู้คนตามเมืองต่างๆ ตามคำสั่งของไลแซนเดอร์ก่อนหน้านี้
ทำให้กองกำลังทหารที่พร้อมจะออกรบใน ตอนนี้เหลือเพียง7ใน10เท่านั้น และใน7ส่วนนี้ยังต้องแบ่งออกไปอีกจำนวนหนึ่ง เพื่อตรึงกำลังไว้ตามเขตแนวชายแดนสำคัญๆ ที่ติดกับอาณาจักรใหญ่ๆรอบข้างอีกด้วย แถมกำลังพลสำรองที่ประจำการอยู่ตามเมืองต่างๆ ก็ไม่สามารถปลีกตัวออกมาเพื่อช่วยเหลือได้อีกด้วย
เพราะถ้าหากไลแซนเดอร์สั่งถอนกำลังพล ที่ประจำการอยู่ตามเมืองต่างๆในอาณาจักรเพนดราก้อนกลับมา มันก็จะเสี่ยงเกินไปที่กองกำลังพิเศษของศัตรู จะเข้าโจมตีเมืองพวกนั้นเพื่อสร้างสถานการณ์
"ตอนนี้ความเห็นของข้ามีเพียงอย่างเดียวนั่นก็คือ ส่งหนังสือขอความร่วมมือไปยังสมาคมนักเวทย์ และสมาคมนักรบ เพราะทั้งสองสมาคมนี้คือกองกำลังที่แข็งแกร่งที่สุด รองมาจากตระกูลราชวงศ์ของพระองค์ และนอกจากนี้ท่านยังต้องออกคำสั่งกับพวกตระกูลขุนนางมากมาย ที่อยู่ในอาณาจักรนี้ด้วย"
บาร์เรตคิดว่าาในครั้งนี้ หากใช้เพียงคนของกองทัพราชวงศ์ มันอาจจะไม่เพียงพอที่จะต้านรับกองกำลังขนาดใหญ่ของของข้าศึก ที่รวบรวมมาจากหลายอาณาจักรได้
ดังนั้นเขาจึงเสนอแผนการให้ไลแซนเดอร์ ทำการรวบรวมกองกำลังที่แข็งแกร่งทุกกองกำลัง ที่มีอยู่ในอาณาจักรเพนดราก้อน ให้มาร่วมมือกัน และนอกจากนั้นบาร์เรตยังได้เสนอให้ไลแซนเดอร์ ส่งหนังสือขอความช่วยเหลือไปยังอาณาจักรพันธมิตรด้วย
"เห้อ... หรือว่าอาณาจักรเพนดราก้อน จะล่มสลายลงในยุคสมัยของข้าไลแซนเดอร์ผู้นี้.." ไลแซนเดอร์ถอนหายใจออกมาอีกครั้งอย่างช่วยไม่ได้ เพราะในตอนนี้เขากำลังสิ้นหวังและท้อแท้เป็อย่างมาก
ในขณะที่ไลแซนเดอร์กำลังเครียดและท้อแท้อยู่นั้น เขากลับไม่ได้รู้เลยว่า เหตุการร้ายแรงทั้งหมด ที่เกิดขึ้นมาั้แ่ต้นนั้น มันเริ่มมาจากเด็กหนุ่มเพียงคนหนึ่ง ที่เพิ่งเข้ามาอาศัยอยู่ในอาณาจัรกเพนดราก้อนของเขาเท่านั้น
"บาร์เรต.. เ้าไปจัดการเื่ของเ้าได้เลย ข้าจะไปเชิญท่านวีรชนทั้งสามเอง.."
ไลแซนเดอร์พูดออกมาด้วยท่าทางที่องอาจอีกครั้ง เพราะถึงแม้เขาจะสิ้นหวังและท้อแท้มากแค่ไหน แต่ถึงยังไงเขาก็เป็ถึงคนที่คอยกุมชะตาชีวิตของผู้คนจำนวนมากเอาไว้ในมือ ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถแสดงความอ่อนแอออกมาให้ประชาชนหรือผู้ใต้บังคับบัญชาของตัวเองเห็นอย่างเด็ดขาด....
กลับมายังด้านของภาคินอีกครั้ง.......
หลังจากที่ภาคินและชาร์ลเดินออกมาจากที่พัก ของนักเรียนชั้นปีที่หนึ่งได้เพียงไม่นาน ก็ปรากฏร่างของอาจาร์ยใหม่วัยกลางคนๆหนึ่ง ที่กำลังวิ่งเข้ามาหาพวกเขา ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น และหอบหายใจเข้าออกอย่างรุนแรง
"ท่านผู้อำนวยการชาร์ล!!! ตอนนี้มีแขกคนสำคัญเดินทางมาที่โรงเรียนของเรา เพื่อขอเข้าพบกับนักเรียนที่มีชื่อว่าภาคินขอรับ ตอนนี้รองผู้อำนวยการแพนเตอร์ กำลังให้การต้อนรับอยู่ แฮ่กๆ.."
"แขกคนสำคัญ? แพนเตอร์ได้บอกกับเ้าหรือไม่ว่าแขกคนนั้นมีฐานะอะไร และมีชื่อว่าอะไร?"
ชาร์ลถามออกมาอย่างรวดเร็ว เพราะถ้าแขกที่มาในครั้งนี้ไม่สำคัญมากนัก เขาก็จะได้บอกให้แพนเตอร์ดูแลไปก่อน เพราะในตอนนี้สำหรับชาร์ลแล้ว เื่ของภาคินนั้นต้องมาก่อนสิ่งอื่นใด
"รองผู้อำนวยการแพนเตอร์ ได้บอกกับข้าว่าแขกที่มาในวันนี้คือท่านลอร์ด ชาฟาราซ โฮราเทียส หรือก็คือเ้าเมืองนอริช ขุนนางระดับบารอนขอรับ!!!!"
เมื่อคำว่าขุนนางระดับบารอน หลุดออกมาจากปากของอาจารย์ตรงหน้า ร่างของชาร์ลก็สั่นสะท้านอย่างรุนแรง พร้อมกับมือไม้ที่กำลังสั่นเทา ส่วนภาคินที่ได้ยินว่า เ้าเมืองนอริชได้เดินทางมาหาถึงที่นี้ ก็ใและกังวลเป็อย่างมาก เพราะมันต้องเป็เื่ที่สำคัญและเร่งด่วนขนาดไหนกัน ถึงกับทำให้คนระดับเ้าเมือง ต้องเดินทางมาด้วยตัวเองแบบนี้
"หรือว่าพ่อ แม่!!!"
เมื่อภาคินเกิดความกังวล ภาพของพ่อและแม่ของเขา ก็พลันปรากฏขึ้นมาในหัวทันทีเพราะั้แ่วันที่เขากลับไปยังโลกปัจจุบันจนมาถึงวันนี้ มันก็ผ่านมานานหลายสิบวันแล้วในต่างโลกแห่งนี้
แต่เขาก็ไม่เคยกลับไปเยี่ยม หรือติดต่อไปหาพ่อและแม่ของเขา ที่อาศัยอยู่ในเมืองนอริชเลย เพราะภาคินนั้นตั้งใจแล้วว่า ตัวเขาจะกลับไปเยี่ยมพวกท่านที่เมืองนอริช หลังจากทำการเลื่อนระดับชั้นนักเวทย์ในครั้งนี้เสร็จแล้ว
"หรือว่าพวกท่านกำลังตกอยู่ในอันตราย?" เมื่อคิดได้แบบนั้น ภาคินจึงรีบวิ่งไปยังห้องรับแขกด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวลทันที
"ท่านภาคินรอข้าด้วย!!!" ชาร์ลที่กำลังอยู่ในมาดผู้อำนวยการที่ทรงภูมิ ต่อหน้าอาจารย์ใหม่อยู่นั้น ก็อดไม่ได้ที่จะะโออกมา พร้อมกับรีบวิ่งตามหลังภาคินไปอย่างรวดเร็ว
"ท่านภาคิน? ทำไมผู้อำนวยการถึงเรียกนักเรียนของตัวเองว่าท่าน?"
อาจารย์คนใหม่ของโรงเรียนจอมเวทย์ พูดกับตัวเองเบาๆ เหมือนจะไม่เข้าใจกับสิ่งที่ตัวเองกำลังได้ยิน แต่เขาก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก เพราะเขารู้ว่าเื่บางเื่ก็ไม่สมควรที่จะสอดรู้สอดเห็นมากเกินไป เขาส่ายหัวออกมาเบาๆ และรีบเดินไปยังห้องเรียน เพื่อสอนนักเรียนของตัวเองต่อทันที
"คินลูกแม่!!!"
ทันทีที่ภาคินวิ่งเข้ามาในห้องรับแขก เขาก็ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นมา เสียงที่เต็มไปด้วยความคิดถึงและความอ่อนโยน และเสียงที่ดังขึ้นมานี้ก็คือเสียงของมาเรียนั่นเอง มาเรียรีบลุกขึ้นมาจากเก้าอี้ และรีบวิ่งเข้าไปสวมกอดลูกชายของตัวเองเอาไว้แน่น
"ไม่เจอกันแปปเดียว ทั้งใบหน้าและรูปร่างของลูก เปลี่ยนไปมากจนพ่อจำแทบไม่ได้เลยนะคิน.."
ภูมิที่นั่งอยู่อย่างเงียบๆที่ด้านหลัง เริ่มลุกขึ้นมาช้าๆ พร้อมกับเดินเข้ามาหาภาคินและมาเรีย และทำการโอบกอดลูกชายและภรรยาของตัวเองไว้แน่น ด้วบใบหน้าที่เต็มไปด้วยความความสุข
"พ่อครับ แม่ครับ.."
ภาคินมีคำพูดมากมายที่อยากจะพูดออกมา แต่พอได้มาเห็นใบหน้าของมาเรียและภูมิ คำพูดมากมายที่เขา้าพูดออกมาก็พลันหายไป เพราะแค่พวกเขาทั้งสามได้อยู่ด้วยกัน คำพูดมากมายก็ไม่จำเป็สำหรับพวกเขาอีกต่อไป
"แค่ได้มาเห็นลูกปลอดภัย แม่ก็ดีใจแล้ว.."
มาเรียพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ พร้อมกับถอนหายใจออกมาเบาๆ หลังจากที่มาเรียขาดการติดต่อกับภาคิน เป็เวลานานหลายสิบวัน เธอจึงเป็ห่วงและคิดถึงลูกชายของเธอมาก แต่มาเรียก็พยายามปลอบใจตัวเองอยู่เสมอว่า ลูกชายของเธอนั้นต้องไม่เป็อะไร ลูกชายของเธอกำลังเล่าเรียนอยู่
แต่ในขณะที่มาเรียทำใจให้แข็งได้เพียงไม่นาน ก็เกิดเหตุการณ์แปลกประหลาดขึ้น เมื่อจู่ๆบนท้องฟ้าก็ปรากฏัจีนสีดำตัวขนาดมหึมาขึ้น ทำให้ผู้คนมากมายต้องล้มตายลง แต่มาเรีย ภูมิ และคนอื่นๆที่มาจากโลกปัจจุบันกลับไม่ได้รับผลกะทบอะไรมากนัก
เพราะด้วยร่างกายแข็งแกร่งกว่าคนทั่วไปถึง10เท่า และอีกอย่างพวกเขาก็รู้จักัจีนเป็อย่างดี เพราะเคยเห็นภาพและประวัติของมันมาก่อน จากโลกปัจจุบัน ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ได้ใอะไรมาก กับรูปลักษณ์ของมัน นอกจากขนาดที่ใหญ่โตของมันเท่านั้น
และจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ จึงทำให้มาเรียเริ่มทนไม่ไหวอีกต่อไป เพราะเธอเป็ห่วงภาคินมาก มาเรียจึงเดินทางไปยังจวนเ้าเมือง เพื่อขอร้องให้เ้าเมืองนอริช ช่วยหาคนขับรถให้พวกเขา เพราะพวกเขา้าเดินทางมาหาภาคินให้เร็วที่สุด
ส่วนทางด้านของเ้าเมืองนอริชเอง ก็เพิ่งได้รับคำสั่งจากทางเบื้องบนมาว่า ให้ส่งตัวผู้พิทักษ์ของตนไปเข้าร่วมาที่กำลังจะเกิดขึ้นในครั้งนี้ด้วย แม้ว่าผู้พิทักษณ์อย่างภาคินในตอนนี้ จะอ่อนแอกว่าผู้พิทักษ์คนอื่นมากก็ตาม แต่เ้าเมืองนอริชก็ไม่สามารถขัดคำสั่งของทางเบื้องบนได้ ดังนั้นเขาจึงรีบเปิดใช้งานวงเวทย์เคลื่อนย้าย ซึ่งมีคุณสมบัติในการเดินทางระหว่างเมืองขึ้นมา นี้ถ้าไม่ใช่เื่สำคัญจริงๆ เ้าเมืองนอริชจะไม่มีทางเปิดใช้มันอย่างแน่นอน เพราะมันสิ้นเปลืองพลังเวทย์มากมายมหาศาล
และที่สำคัญการเปิดใช้งานวงเวทย์เคลื่อนย้ายในครั้งนี้ ก็เป็ทางเมืองหลวงเพนดราก้อนเอง ที่เป็คนออกคำสั่ง เพราะาาไลแซนเดอร์้าให้ผู้พิทักษ์ของทุกเมือง เดินทางไปยังเมืองเพนดราก้อนให้เร็วที่สุด และเพราะแบบนี้ๆเอง ที่ทำให้ภูมิ มาเรีย และเ้าเมืองนอริช สามารถเดินทางมาหาภาคินได้เร็วขนาดนี้....