ย้อนเวลามาเป็นคนร่ำรวยในยุคโบราณ

    ตอนที่ 28 ภัยหนาว

            พอเห็นพี่หยุ่นอี้และคนงานช่วยกันขนของลงจากเกวียน องค์รักษ์ทั้งสามก็พากันเข้ามาช่วยด้วย 

            ฮุ่ยเหมยเปิดประตูบ้านไว้ให้พี่หยุ่นอี้ขนของเข้าไปในบ้าน เมื่อคนงานขนของลงจากเกวียนเสร็จก็เดินทางกลับเลย ส่วนองค์รักษ์ยังคงอยู่ช่วยขนของเข้าไปไว้ในครัว 

            ฮุ่ยเหมยกับเสี่ยวหยางก็ทำหน้าที่จัดของให้เข้าที่เข้าทาง ส่วนองค์รักษ์ทั้งสาม นอกจากช่วยขนของแล้ว ยังสอดส่ายสายตามองทุกอย่างในบ้าน เพื่อเอาไปแจ้งกับผู้เฒ่าของตระกูลว่าพี่น้องสามคนอยู่กันอย่างไร

            เมื่อขนของเสร็จฮุ่ยเหมยก็ให้เสี่ยวหยางตักน้ำไปให้องค์รักษ์ทั้งสามดื่ม พอได้ดื่มน้ำวิเศษต่างก็มองหน้ากัน สักพักไม่มีอะไรแล้วก็พากันขอตัวเดินทางกลับ

            ฮุ่ยเหมยถอนหายใจอย่างโล่งอก เพราะเธอไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวาย เธออยากใช้ชีวิตอยู่แบบเรียบง่ายอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆแห่งนี้อย่างมีความสุขมากกว่า แต่ดูท่าว่าความวุ่นวายจะเข้ามาเยือนเธอถึงบ้านอย่างไม่มีทางหลักเสี่ยงซะแล้ว 

            แต่อย่างน้อยตอนนี้ที่บ้านของเธอมีทุกอย่างครบไม่มีอะไรขาดเหลือ อาหารที่ตุนไว้สามารถอยู่ได้นานถึงสามเดือน พี่น้องของเธอยังไงก็ไม่ต้องอดอยากแล้ว 

            ถึงด้านนอกลมหนาวจะเริ่มพัดแรงขึ้น แต่ในบ้านของพวกเธอถือว่าอุ่นมาก 

            พี่หยุ่นอี้พาเสี่ยวหยางไปดูม้าในคอก เอาหญ้าให้ม้า เทน้ำเตรียมให้ม้าเรียบร้อยก็ปิดประตูคอกม้าอย่างดี แล้วพากันเดินดูรอบๆ ก่อนปิดประตูรั้วให้แ๞่๞๮๞า ประตูบ้านก็ปิดล็อคจากข้างใน แล้วพากันเดินเข้ามาในห้องโถง 

            ฮุ่ยเหมยกำลังเติมฟืนในเตาผิงที่ทำจากอิฐขนาดใหญ่ เตาไฟนี้ไม่มีกลิ่นควันเลย เพราะควันลอยขึ้นตามปล่องไฟ๪้า๲๤๲ 

            เมื่อพี่หยุ่นอี้กับเสี่ยวหยางเข้ามาข้างในห้องโถงรู้สึกอุ่นขึ้นมาในทันที พี่หยุ่นอี้นั่งลงบนโซฟาหนานุ่มแล้วพิงพนักพิงอย่างสบายใจ คิดในใจว่าในที่สุดก็มีวันนี้ ที่แม้ข้างนอกลมหนาวข้างนอกจะแรงหรือหิมะจะตกหนัก เขาและน้องๆ ก็ยังอยู่ได้สบายในห้องที่อบอุ่นและปลอดภัย

            เสี่ยวหยางกับฮุ่ยเหมย นั่งบนเบาะนุ่มข้างโซฟา ฮุ่ยเหมยกางโต๊ะเตี้ยที่สั่งทำพิเศษ บนโต๊ะปูด้วยผ้ายาวทำให้ชายผ้าหล่นลงมาคลุมถึงเท้าของทั้งคู่ที่อยู่กับเบาะด้านล่าง เพิ่มความอบอุ่นไปอีก 

            บนผ้าปูโต๊ะ ฮุ่ยเหมยวางไม้แผ่นเรียบขนาดกลางเอาไว้รองกระดาษที่เสี่ยวหยางจะใช้คัดตัวอักษร ส่วนฮุ่ยเหมยนั่งมองน้องชายคัดตัวอักษร สลับกับปักผ้าพันคอไหมพรมไปด้วย

            พี่หยุ่นอี้มองน้องทั้งสองด้วยรอยยิ้มมีความสุข แล้วถามน้องๆ ว่าเย็นนี้จะกินอะไรดี พี่จะได้เข้าครัว ทั้งคู่ตอบพร้อมกันว่า อะไรก็ได้ เพราะพี่ใหญ่ทำอาหารอะไรก็ล้วนอร่อยทุกอย่าง

            ขณะที่ครอบครัวของฮุ่ยเหมยอยู่ในบ้านอย่างอบอุ่น และมีความสุข ครอบครัวอื่นในหมู่บ้านซาน กลับต้องเผชิญกับความหนาวเย็นขึ้นเรื่อยๆ ลมหนาวหวีดหวิวที่กำลังพัดอย่างบ้าคลั่ง หิมะเริ่มโปรยปรายและดูท่าว่าจะหนักมากขึ้นในคืนนี้ 

            พออากาศเริ่มเย็นสัตว์ก็ล่าได้น้อยลง เนื้อสัตว์ที่จะใช้ตุนเป็๲อาหารใน๰่๥๹ฤดูหนาวก็ไม่เพียงพอ อาหารประเภทข้าวและแป้งยิ่งไม่มี เสื้อผ้าบางๆ ขาดๆ ที่คนที่นี่ใส่ก็ไม่สามารถให้ความอบอุ่นได้ ดีหน่อยที่ทุกบ้านสามารถหาฟืนมาตุนสู้ภัยหนาวได้บ้าง 

            เมื่อครอบครัวของฮุ่ยเหมยกินข้าวอิ่ม จัดเก็บครัวเรียบร้อยแล้ว ก็พากันกลับมานั่งเล่นที่ห้องโถงอีกครั้งก่อนจะพากันเข้านอน 

            ตอนนี้ฮุ่ยเหมยเริ่มคีบก้อนถ่านแดงๆ จากเตาผิง ใส่ในเตาเล็กเตรียมเอาไปวางไว้ในห้องนอนของทุกคน 

            แต่เพราะเสียงลมข้างนอก ทำให้พี่หยุ่นอี้กังวลว่าครอบครัวอื่นในหมู่บ้านจะอยู่กันอย่างไร เพราะทุกปีจะมีหลายครอบครัวที่หลังคาบ้านพังลงมา         

            ครอบครัวของบ้านที่เหลือจะส่งตัวแทนในครัวเรือนไปช่วยซ่อมไม่งั้นแล้วครอบครัวที่ประสบภัยก็ไม่มีที่พักอาศัย พี่หยุ่นอี้คุยกับฮุ่ยเหมยเบาๆ ถึงปัญหานี้

            สักพักได้ยินเสียงเคาะประตูรั้ว พร้อมกับเสียงเรียกชื่อพี่หยุ่นอี้ ถ้าจำไม่ผิดคงเป็๞เสียงของท่านลุงหลี่

            “น้องรอง พี่ต้องออกไปดูก่อนว่าท่านลุงหลี่มีธุระอะไรมาแจ้ง พี่ว่าน่าจะมีบ้านใครสักคนที่หลังคาพังลงมาแล้ว เ๽้าก็ออกไปพร้อมพี่ ไปล็อคประตูรั้วและล็อคประตูบ้านให้ดี อยู่รอพี่ดูแลเสี่ยวหยาง เดี๋ยวพอพี่กลับพี่จะเรียกเ๽้าเอง” 

            พี่หยุ่นอี้พูดพลางหยิบชุดกันหนาวใส่ สวมถุงมือและหมวกที่ฮุ่ยเหมยสั่งทำให้ไปด้วย เพราะด้านนอกต้องหนาวจัดแน่นอน