สลับร่างไปสร้างครอบครัวให้ร่ำรวยในยุคโบราณ (มี e-book นะคะ)

    ตอนที่ 43 แม่เฒ่าหนิงป่วย

            “เจ้าไม่อยากเห็นน้องชายประสบความสำเร็จหรือเปียวเอ๋อ เจ้าโตแล้ว อย่าร้องไห้เป็นเด็กสิ” หวังหู่บอกลูกชาย สองพี่น้องไม่เคยแยกจากกัน แต่เพื่ออนาคตของอีกคน เขาจะยอมให้บุตรชายของตนเองฉุดอนาคตของหลานชายได้อย่างไร

            “ข้าอยากให้น้องชายไปเรียน ข้าอยากให้น้องชายมีอนาคตที่ดี แต่ข้า...ข้าจะไม่ได้เจออาหมิงอีกแล้ว ข้าคิดถึงน้องชาย” หวังเปียวร้องไห้ออกมาเสียงดัง

            “พี่เปียว เช่นนั้นข้าก็ไม่ไป ข้าจะอยู่กับพี่ที่นี่” หวังหมิงเดินเข้าไปจับมือพี่ชายไว้แน่น “ท่านตา ท่านอย่าไล่ข้าไปอยู่ที่อื่นเลยนะขอรับ ข้าอยากอยู่กับพวกท่าน ข้าอยากอยู่กับพี่เปียว”

            “เจ้าเด็กพวกนี้นี่ยังไงกัน ข้าแค่อยากส่งเสริมอนาคตที่ดีให้พวกเจ้า แต่พวกเจ้ากลับคิดว่าข้าไล่พวกเจ้าออกจากบ้านอย่างนั้นรึ” พ่อเฒ่าหวังพูดขึ้นอย่างโมโห

            “ท่านตาอย่าเพิ่งโมโหไปเจ้าค่ะ” หนิงลี่รีบพูดแก้สถานการณ์และความเข้าใจผิด “เหตุใดเปียวเอ๋อถึงไม่อยากให้น้องชายเข้าไปอยู่ในเมืองล่ะ”

            “ข้าคิดถึงเขา เกิดมาข้าก็มีอาหมิงเป็นน้องชายแค่คนเดียวขอรับ” หวังเปียวตอบอย่างน่าสงสาร

            “หากว่าพี่จะให้เปียวเอ๋อย้ายเข้าไปอยู่ในเมืองด้วย เปียวเอ๋อจะยอมตามน้องชายไปหรือไม่”

            “ข้าไปกับอาหมิงได้หรือขอรับ” หวังเปียวตาเป็นประกาย ลืมความเศร้าเมื่อครู่ไปถนัดตา

            “ข้าอยากให้พี่เปียวไปกับข้าด้วย” หวังหมิงรีบตอบ

            “เช่นนั้นก็ให้ทั้งสองคนเข้าไปอยู่ในเมืองกับพวกเราเถอะเจ้าค่ะ ท่านตาฉี...” หนิงลี่มองท่านหมอฉีอย่างขอความเห็น

            “เจ้าก็ให้หยางฟางสอนหนังสือให้พวกเขาทั้งสองคน ส่วนวิชาแพทย์ข้าก็จะลองสอนให้พวกเขาเหมือนกัน แต่เท่าที่ข้าดู หวังหมิงดูจะมีโอกาสมากกว่า แต่ของแบบนี้มันก็ต้องลองดู ข้าไม่ติดขัดอะไร” ท่านหมอฉีตอบอย่างใจดี

            การกลับมาเยี่ยมพ่อเฒ่าหวังกับแม่เฒ่าหวังในครั้งนี้ ทำให้ท่านหมอฉีได้ลูกศิษย์เพิ่มขึ้นมาอีกสองคน สร้างความปลาบปลื้มใจให้กับครอบครัวหวังเป็นอย่างมาก และหนิงลี่ยังให้หวังหวั่นไปกระซิบบอกน้าชายฝาแฝดทั้งสองคนอีกด้วยว่าให้เลิกคุมกำเนิดได้แล้ว บ้านหวังควรมีทายาทเพิ่มมาอีกสักหลายๆ คน หวังหู่กับหวังห่าวต่างก็หันไปมองภรรยาของตนอย่างมีความหมาย สองสะใภ้ได้แต่หน้าแดงอย่างเข้าใจ

     

            “พี่จื่อจิ้ง” หนิงหลันตะโกนเรียกสามีเมื่อบังเอิญเห็นเขาเดินอยู่ที่ทางแยกระหว่างทางไปอำเภอกับหมู่บ้านหลีเจี่ย

            วันนี้ครอบครัวของหนิงลี่ไปเยี่ยมพ่อเฒ่าหวังกับแม่เฒ่าหวัง แต่หวงจื่อจิ้งไม่ได้ไปด้วย เพราะบุตรชายคนโตของหัวหน้าหมู่บ้านต้องการซื้อบ้านและที่ดินของเขา เมื่อหวงจื่อจิ้งได้ปรึกษากับแม่ยาย พี่เขย และพี่สะใภ้ เขาก็ตัดสินใจได้ว่าเขาไม่จำเป็นต้องเก็บบ้านหลังนั้นไว้ เพราะในอนาคต ครอบครัวของหนิงลี่จะไม่กลับมาอยู่ที่หมู่บ้านหลีเจี่ยอีกแล้ว อีกทั้งบ้านของเซียวหยางฟางยังเป็นเพียงการเช่าพื้นที่อยู่อาศัยเท่านั้น เซียวหยางฟางจึงไม่มีพันธะผูกพันกับหมู่บ้านหลีเจี่ย หวงจื่อจิ้งจึงอาศัยวันนี้ที่ร้านค้าปิดเร็ว เพื่อกลับมาทำสัญญาซื้อขายให้เรียบร้อย

            “หลันเอ๋อ! ข้านึกว่าพวกเจ้ากลับเข้าเมืองกันไปแล้วเสียอีก” หวงจื่อจิ้งยิ้มให้กับทุกคนบนรถม้า “ท่านตาฉีก็อยู่ด้วยหรือขอรับ พอดีเลยขอรับ ท่านปู่หัวหน้าหมู่บ้านกำลังจะให้ข้าไปเชิญหมอที่อยู่อีกหมู่บ้านหนึ่งให้ไปดูอาการของแม่เฒ่าหนิงพอดี”

            “ไปดูอาการของใครนะจื่อจิ้ง” หวังหวั่นถามขึ้น

            “เอ่อ...แม่เฒ่าหนิงขอรับแม่ยาย ดูเหมือนว่านางจะมีไข้ ท่านปู่หัวหน้าหมู่บ้านจึงให้ข้าช่วยไปตามหมอเพื่อมาดูอาการของนาง” หวงจื่อจิ้งบอกความจริงออกไป แต่ในใจเขาก็กลัวว่าทุกคนจะโกรธ เพราะครอบครัวของแม่ยายกับครอบครัวของแม่เฒ่าหนิงต่างก็ตัดสัมพันธ์กันไปแล้ว

            “แล้วทำไมเป็นเจ้าที่ต้องไปตามหมอ ลูกชายคนโตของเขาล่ะ” หนิงลี่ถามขึ้น

            “จากที่ได้ยินมา ดูเหมือนว่าท่านลุงหนิงหย่งได้แต่งงานกับหญิงสาวที่หมู่บ้านข้างๆ แต่ฝ่ายหญิงกับแม่เฒ่าหนิงมักมีเรื่องทะเลาะกันทุกวัน ท่านลุงหนิงหย่งจึงพาภรรยาออกไปสร้างกระท่อมน้อยบนที่นาของเขาน่ะขอรับ”

            “แล้วก็เลยปล่อยแม่ของตัวเองให้นอนป่วยอยู่คนเดียวอย่างนั้นสิ” หนิงลี่ทำเสียงขึ้นจมูก

            “ท่านพ่อบุญธรรม เอ่อ...” หวังหวั่นหันไปมองท่านหมอฉี

            “ไปเถอะ เมื่อรู้ว่ามีคนป่วยเราก็ต้องไปดู” ท่านหมอฉีตอบรับอย่างเข้าใจ

            รถม้าของหนิงลี่จึงเปลี่ยนเส้นทางไปที่หมู่บ้านหลีเจี่ย หนิงลี่จึงบอกกับคนขับรถม้าว่าจะเพิ่มค่าแรงของวันนี้ให้อีก เพราะพวกนางเป็นคนขอให้รถม้าออกนอกเส้นทางตามที่ตกลงกันไว้ คนขับรถม้าก็ยินดี

            “เหตุใดพวกเจ้าถึงมากันหมดทั้งครอบครัวอย่างนี้ แม่เฒ่าหนิงไม่ได้ป่วยหนักถึงเพียงนั้น” หัวหน้าหมู่บ้านถามอย่างตกใจเมื่อเห็นหนิงลี่ยกกันมาทั้งครอบครัว

            “พวกเราเพิ่งพาท่านตาฉีไปดูอาการท่านตากับท่านยายที่หมู่บ้านหลีสือมาน่ะเจ้าค่ะท่านปู่ แล้วก็ได้เจอกับจื่อจิ้งระหว่างทางกลับพอดี ท่านตาฉีใจดีบอกว่าเมื่อรู้ว่ามีคนป่วยก็ต้องมาดู พวกเราก็เลยเปลี่ยนเส้นทางมาที่นี่แทนน่ะเจ้าค่ะ” หนิงลี่ตอบเพื่อให้ทุกคนที่ยืนอยู่รู้ว่าไม่ใช่พวกนางที่เต็มใจมา แต่เป็นท่านหมอฉีที่มีเมตตาอยากมาดูคนไข้เอง ในภายหน้าคนบ้านหนิงจะได้ไม่เข้าใจผิดกันไปเองว่าพวกนางยังมีเยื่อใยให้กับพวกเขาอยู่

            ท่านหมอฉีเข้าไปตรวจดูอาการของแม่เฒ่าหนิง โดยมีหัวหน้าหมู่บ้านและชาวบ้านอีกสองสามคนตามเข้าไปด้วย พวกของหนิงลี่ยังนั่งรอกันอยู่บนรถม้า

            “แม่เฒ่าหนิงเพียงโดนลมหนาว ซึ่งเป็นอาการโดยทั่วไปของคนชรา แต่นางดูจะอาการหนักก็เพราะไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อีกทั้งนางยังอดอาหารมาเป็นเวลานาน หากต่อไปดูแลนางให้ดี ให้ได้กินอิ่มท้อง และรับยาบำรุงอย่างต่อเนื่องสักหลายวัน เท่านี้อาการของนางก็จะดีขึ้นแล้ว” ท่านหมอฉีพูดเสียงดังพอให้คนที่ยืนอยู่หน้าบ้านได้ยิน

            หนิงหย่งที่เดินกลับมาดูอาการของมารดาอย่างไม่เต็มใจได้ยินประโยคนั้นเข้าพอดี “กินอิ่มท้องอะไรกัน ข้าก็เอาข้าวต้มมาส่งให้นางทุกวัน ส่วนเรื่องยาคงเป็นไปไม่ได้หรอก ข้าไม่มีเงินมากเพียงนั้น ทั้งเวลานี้ภรรยาของข้าก็กำลังท้อง ข้าไม่มีกำลังพอที่จะดูแลนางหรอก ท่านหัวหน้าหมู่บ้าน ท่านให้คนไปบอกน้องรองให้กลับมาดูแลท่านแม่สักหน่อยเถอะ น้องรองแต่งเข้าตระกูลร่ำรวย เขาต้องดูแลท่านแม่ได้ดีกว่าข้าแน่”

            “เจ้ายังเป็นคนอยู่หรือเปล่า เจ้าห่วงเมียแต่ไม่ห่วงแม่ของตัวเองหรือ เจ้าเด็กอกตัญญู แม่เจ้ากำลังจะอดอาหารจนตายแล้วนะ” หัวหน้าหมู่บ้านต่อว่าหนิงหย่งเสียงดัง

            “อกตัญญูอะไรกัน เดิมทีข้ากับภรรยาก็คิดที่จะดูแลนาง แต่ท่านแม่น่ะสิ กลับหาเรื่องทะเลาะกับภรรยาของข้าทุกวัน ยิ่งรู้ว่านางท้อง ก็ยังใช้งานนางไม่หยุด เวลานี้ข้าต้องการมีทายาท ข้าต้องการมีลูก เพราะฉะนั้นเด็กในท้องของภรรยาข้าจึงสำคัญมาก ข้าต้องพาภรรยาข้าแยกออกไปอยู่ที่อื่น ข้าไม่อาจให้นางมาเสี่ยงอยู่ในบ้านหลังนี้ต่อได้” หนิงหย่งหันพูดกับหวังหวั่น “น้องสะใภ้ เวลานี้ครอบครัวของพวกเจ้าร่ำรวยแล้วไม่ใช่หรือ เหตุใดเจ้าถึงไม่ดูแลแม่สามีของเจ้าเสียหน่อยเล่า เจ้าพานางไปรักษาเสียสิ หรือไม่เช่นนั้นก็ให้เงินค่ายากับนาง พวกเจ้าก็เหมือนกัน เป็นหลานประสาอะไร ปล่อยให้ย่าของตัวเองอยู่อย่างอดๆ อยากๆ ช่างไม่รู้ความเสียจริง”

            “ลูกสะใภ้อะไร หลานอะไร พวกเราไม่ใช่ญาติของพวกท่านอีกแล้ว อย่าคิดที่จะโยนภาระของท่านมาให้กับคนอื่น ตัวท่านก็เป็นลูกชายของแม่เฒ่าหนิง ส่วนลูกสาวกับลูกชายของท่านก็เป็นหลานของแม่เฒ่าหนิง แล้วเหตุใดท่านถึงไม่ดูแลมารดาของท่านเองเล่า อ่อ...ข้าก็เกือบลืมไป หนิงไปหลิงถูกแต่งไปเป็นอนุลำดับที่สิบของตาเฒ่าที่หมู่บ้านห่างไกล ส่วนหนิงเอ้อหลานก็เป็นผู้ร้ายหนีคดีไปเสียแล้ว” หนิงลี่พูดอย่างไม่แยแส

            เมื่อได้ยินคำพูดของหนิงลี่ หนิงหย่งก็เดินหนีไปด้วยความอับอาย ส่วนแม่เฒ่าหนิงที่นอนป่วยอยู่ในบ้านก็ได้แต่น้ำตาไหล หรือชีวิตนี้นางจะต้องตายอย่างโดดเดียวจริงๆ ไม่สิ นางยังมีลูกรอง ‘ลูกรองจะต้องรับแม่ไปดูแลได้แน่ๆ’

    คล้ายกับเรื่องสลับร่างไปสร้างครอบครัวให้ร่ำรวยในยุคโบราณ (มี e-book นะคะ) ที่คุณอ่าน