ตอนที่ 41
ชิงเทียนลา ชิงถิงฟง กลับเมืองหลวงพร้อมกับแม่ เขายังมีธุระต้องจัดการอีกหลายอย่าง ฟ่านเสี่ยวโหรวได้บอกว่า สินค้าของเขาเริ่มวางจำหน่ายแล้ว แม้ว่าในตอนแรกผู้บริโภคจะบ่นเรื่องราคา แต่หลังจากตั้งบูธให้ชิมตัวอย่าง ก็มีคนแห่มาซื้อเป็นเทน้ำเทท่า ชิงเทียนได้กำชับไว้ว่า ให้จำกัดจำนวน ห้ามขายให้ใครเกินสองขวด เพื่อป้องกันการกักตุน และขายเก็งกำไร
หากของมีน้อย แต่ความต้องสูง ราคาย่อมต้องสูงตาม ชิงเทียนคิดว่ากลไกแบบนี้ดีแล้ว ตอนนี้เขายังไม่คืนทุนที่ลงไป แต่อีกไม่กี่เดือนข้างหน้า คงได้กำไรมหาศาล
ฟ่านเสี่ยวโหรว ได้ซื้อตึกทั้งชั้นเพื่อสร้างสำนักงาน ของบริษัท ชิงเทียนมีแผนจะสร้างสำนักงานใหญ่ ที่เมืองหลวง โดยอาศัยความร่วมมือกับหานจื่อรุ่ย เขาสั่งให้จินโม่เฉินและพรรคพวก ผลัดเปลี่ยนดูแลระหว่างบ้าน กับบริษัท
ส่วนทางด้านโครงการที่ชิงเทียนเป็นคนออกแบบ ก็เริ่มสร้างมาได้สักพักแล้ว พวกเขาประชุมกันไว้แล้ว ว่าจะใช้ชื่อว่าโครงการวังเซียน คาดว่าอีกสองถึงสามปีจึงจะแล้วเส็จ
หนึ่งเดือนผ่านพ้นไป ทุกๆวันชิงเทียน มักแวะไปที่โรงพยาบาลเป็นบางครั้ง เขาเข้าเรียนบ่อยขึ้น และสอบได้คะแนนอันดับ 1 ของประเทศ นั่นทำให้เขามีสิทธิ์ เลือกเข้ามหาลัยได้อย่างอิสระ
ชิงเทียนตัดสินใจสมัครคณะเศรษฐศาสตร์ เพราะว่ารู้จักกับโจวซูเฟย เขาจะได้ขอวันหยุดเพิ่ม เพื่อทำอย่าอื่นได้ ซึ่งโจวซูเฟยเข้าใจเรื่องนี้ดี เขารู้เรื่องที่ชิงเทียนมีบริษัท และเป็นแพทย์เทวะ ย่อมต้องยุ่งเป็นธรรมดา
รถบูกัตติสีดำของชิงเทียน กำลังขับกลับวิลล่า ระหว่างทางเขาพบตำรวจและหน่วยพิสูจน์หลักฐาน กำลังกั้นพื้นที่อยู่บริเวณมุมตึก ที่มีร่องรอยการต่อสู้
“พื้นที่นี้ห้ามบุคคลภายนอกเข้าครับ"ตำรวจนายหนึ่ง กำลังกันบุคคลภายนอกไม่ให้เข้ามา หลานกงเซิ่ง ที่กำลังรวบหลักฐานหันไปมอง ก็เห็นชิงเทียนถูกขวางทางอยู่
“ไม่เป็นไรให้เขาเข้ามาได้" หลานกงเซิ่งกำลังต้องการ คำแนะนำจากแพทย์อยู่พอดี “คุณหมอ ผมกำลังต้องการความช่วยเหลือจากคุณพอดี" เจ้าหน้าที่ขนศพขึ้นรถ หลังจากที่รวมรวมหลักฐานเรียบร้อยแล้ว ร่างชายฉกรรจ์ ทั้ง 5 คนถูกวางไว้บนเตียงชันสูตร และพวกเขาล้วนเป็นชาวต่างชาติ
บนร่างกายของพวกเขา มีแผลเหวอะหวะ คล้ายถูกสัตว์รุมทึ้ง “บาดแผลลึกมาก และมีรอยกัดที่เกิดจากแรงกัดมหาศาล เขาเสียชีวิตเพราะเสียเลือดมากเกินไป จากการฉีกขาดของเส้นเลือดใหญ่" เห็นได้ชัดว่านี่ไม่ใช่การล่าเหยื่อเพื่อกิน แต่มีแรงจูงใจจากปัจจัยอื่น
“แล้วคุณหมอคิดว่ามันเป็นตัวอะไร" หลานกงเซิ่งไม่อยากจะคิด หากว่าเจ้าตัวที่ทำแบบนี้ ยังเพ่นพ่านอยู่ด้านนอกล่ะก็...
“มันตัวใหญ่กว่ามนุุษประมาณสองเท่า กรงเล็บยาวและแหลมคม มีขนปกคลุมทั่วร่าง" ชิงเทียนรู้แล้วว่าอะไรเป็นคนฆ่า ชาวต่างชาติทั้งห้าคนนี้
“มีตัวแบบนั้นด้วยเหรอครับ แล้วมันจะไปหลบอยู่ที่ไหนได้ ต้องมีคนพบเห็นและรายงานแล้วสิ นี่มันน่ากลัวพอๆกับเจ้าฆาตกร ที่ฆ่าล้างตะกูลสั่วเลย" มีรายงานมาว่าฆาตกรคนนี้ ไปโผล่ที่เมืองหลวง น่าเสียดายที่มันไม่ใช่พื้นที่รับผิดชอบของหลานกงเซิง
เหงื่อของชิงเทียนเริ่มไหลออกมา เพราะฆาตกรที่หลานกงเซิ่งกำลังพูดถึง ก็คือเขาเอง “เส็จธุระแล้ว ผมของต้องขอตัวก่อน" เขารีบออกมาจากห้องชันสูตรและโทรหา จินโม่เฉิน “คืนนี้ให้ออกลาดตระเวณทั่วเมือง ถ้ามีอะไรผิดปกติเกิดขึ้น ให้ติดต่อฉันทันที"
เขาคิดว่าเผ่าแสงจันทร์ น่าจะเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว จากการคาดเดา ศพพวกนั้นต้องเป็นคนขององค์กรแสงเหนือแน่นอน แต่พวกมันมาทำอะไรที่นี่
เผ่าแสงจันทร์ สามารถเปลี่ยนร่างกายได้ตลอดเวลา คำว่าเผ่าแสงจันทร์ นั้นมาจากการที่ต้องอาบแสงจันทร์ เพื่อเพิ่มพลังปราณ ซึ่งเป็นจุดเด่นของเผ่าพันธุ์นี้ พวกมันต้องลงมือตอนกลางคืน เพื่อหลบเลี่ยงสายตาคน เขากังวลว่า จะมีคนธรรมดาโดนลูกหลง จากการต่อสู้ของทั้งสองฝ่าย
*********************************
ราตรีเงียบสงัด ชายสามคนยืนอยู่บนตึกสูง กำลังมองลงมายังเบื้องล่าง พวกเขามีกล้ามล่ำสันและมีรอยสักใต้ลำคอ ที่สักเป็นชื่อของตนเอง โดยชายที่มีรอยแผลเป็นทั่วใบหน้าชื่อว่าลูคัส เขายืนอยู่ด้านหน้าสุด คล้ายกับจะเป็นผู้นำกลุ่ม ชายอีกคนไว้เคราสั้นสีดำเงางามชื่อโลแกน และคนสุดท้ายเขามีตาซ้ายกับตาขวาคนละสี ชื่อโทมัส
“ยังดีที่เราได้หยาดจันทรากลับมา พวกมันต้องแห่มาอีกแน่ๆ" ลูคัสเป็นหนึ่งเชื้อสาย ของหัวหน้าเผ่าคนก่อน ลุงของเขาที่เป็นหัวหน้าเผ่าคนปัจจุบัน ได้มอบหมายภารกิจ รวบรวมหยาดจันทรา ที่สามารถช่วยเพิ่มพลัง ให้เผ่าพันธุ์ของพวกเขาได้
หยาดจันทรา ปรากฎแค่ในถ้ำลับ ที่ซ่อนอยู่ใน ภูเขาเซนต์เอเลียส ประเทศแคนาดา และยอดเขาหิมาลัย พวกเขาได้หยาดแสงจันทร์มาแล้ว มันมีปริมาณเพียงแค่ หนึ่งร้อยหยดเท่านั้น แต่ระหว่างเดินทางกลับจากทิเบต ต้องมาแวะที่สนามบินจี่หนานเพื่อเติมเชื้อเพลิง จคงถูกองค์แสงเหนือที่ดักรออยู่ แย่งชิงไป
พวกมันเคยขโมยหยาดแสงจันทร์ เมื่อสิบปีที่แล้ว และได้พัฒนาเซรุ่มยอดมนุษย์จนสำเร็จ และครั้งนี้ก็คงจะทำอีกเช่นกัน เผ่าแสงจันทร์เสียเปรียบด้านกำลังพล พวกเขามีนักรบไม่ถึงหนึ่งร้อย ส่วนที่เหลือล้วนเป็นเด็ก และคนชรา
ลูคัส มองเห็นชายสวมเครื่องแบบทหารสีดำ เดินมาเป็นกลุ่ม “มาแล้ว!" เขากระโดดลงไปจากตึกสูงพร้อมพรรคพวก ร่างค่อยๆแปรสภาพ เล็บยาวงอกออกมาจากนิ้วมือ ปากที่ยื่นออกมาพร้อมเขี้ยวที่ดูน่ากลัว เปลี่ยนเป็นหมาป่ายักษ์ที่ยืนสองขา
กรงเล็บที่แหลมคมพุ่งลงมาจากฟากฟ้า ฉีกกระชากหนึ่งในคนของแสงเหนือออกเป็นชิ้นๆ กรงเล็บของเผ่าแสงจันทร์ แข็งแกร่งพอๆกับแก่นโลหะเลยทีเดียว คนขององค์กรแสงเหนื่อเบ่งกล้ามพองโต แล้วใช้มีด รวมถึงกระสุน ที่ทำจากแร่จตุนิลกาฬ เข้าห่ำหั่นกับมนุษย์หมาป่าทั้ง 3 ตน
ลูคัสยืดกรงเล็บให้ยาวเท่ากับดาบสั้นแล้วฟันตัดอากาศไป คลื่นพลังคมกริบ เฉือนคนของแสงเหนือบาดเจ็บไปหลายคน แต่ก็ไม่ใช่แผลที่รุนแรงอะไรมากนัก เพราะฝ่ายแสงเหนือ ใช้มีดป้องกันการโจมตีจุดตายไว้ได้
ชายจากแสงเหนือคนหนึ่ง ใช้ปืนที่บรรจุลูกกระสุนทำจากแร่พิเศษ เล็งไปที่หัวของโลแกนแล้วเหนี่ยวไก โลแกนใช้กรงเล็บมาป้องกันไว้ทัน การต่อสู้ดำเนินไปเรื่อยๆ ทั้งสองฝ่ายต่างได้รับบาดเจ็บไม่น้อย
ตอนนี้คนของแสงเหนือเหลือแค่ 5 คนเท่านั้น ในขณะที่ทางเผ่าแสงจันทร์ ยังไม่มีใครตาย แต่ก็มีสภาพที่ค่อนข้างสาหัสพอสมควร
ร่างของโทมัสลอยกระเด็นออกมากลางถนน หญิงสาวสองคนที่เดินมาพร้อมกัน ตกใจกับสิ่งมีชีวิตประหลาดที่เห็นอยู่ตรงหน้า
“แหม๋ มีคนนอกมาเห็นแบบนี้ก็แย่สิ" ชายหัวโล้นที่พึ่งซัดโทมัสลอยมา แสยะยิ้ม
‘เทพธารา คมดาบเยือกแข็ง' ดาบน้ำแข็งรูปจันทร์เสี้ยวขนาดใหญ่ เข้าปะทะร่างชายฉกรรจ์ เขาไม่ทันระวังตัวจึกถูกใบดาบน้ำแข็ง เฉือนเข้าที่อกแล้วล้มลงคุกเข่า หลิวลู่ซือใช้เคล็ดวิชา เทพธารา ได้อย่างชำนาญแล้ว ตอนนี้เธออยู่ในขอบเขต ก่อตั้งลมปราณขั้นสูง แต่เนื่องจากฝ่ายตรงข้ามแข็งแกร่งเกินไป แผลจึงไม่ลึกเท่าที่ควร
เย่วหนิงเอ๋อและโทมัส ที่นอนหมดสภาพ หันมามองสาวน้อยด้วยความตื่นตะลึง ชายหัวโล้นยันตัวยืนขึ้นมา “แก... ทำกันได้นะ หรือว่าแกจะเป็นคนของ อิลลูมินาติ?"
หลิวลู่ซือขมวดคิ้ว เธอไม่เคยได้ยินชื่อ อิลลูมินาติ มาก่อน “ขอโทษค่ะ ฉันไม่รู้จัก"
“รู้จักหรือไม่รู้จัก ไม่สำคัญอีกแล้ว วันนี้แกต้องตาย" เขาวิ่งเข้าหาหลิวลู่ซือ และกำมีดสีดำไว้ในมือ ‘ฉัวะ!!' เสียงกรีดร้องดังขึ้น พร้อมแขนข้างหนึ่งที่กระเด็นหลุดออกมา แต่ทว่านั่นไม่ใช่แขนของหลิวลู่ซือ แต่เป็นของชายหัวโล้น
กระบี่สีเงินสลับทอง ส่องประกายท่ามกลางความมืด “อยากฆาลูกศิษฉัน ก็ข้ามศพฉันไปก่อน" ชิงเทียนสบัดเลือดที่ติดอยู่บนใบดาบ “อาจารย์ให้แหวนมิติ กับกระบี่ไปแล้ว ทำไมไม่เอาออกมาใช้" เขาหันไปถามหลิวลู่จื่อด้วยสีหน้าที่ขุ่นเคือง
หลิวลู่ซือก้มหัวขอโทษชิงเทียน เธอรู้สึกผิด ที่ประมาทฝ่ายตรงข้ามมากเกินไป
เย่วหนิงเอ๋อยังคงช็อค กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งเรื่องที่หลิวลู่ซือปล่อยพลังออกมา และเรื่องที่ชิงเทียนใช้กระบี่ตัดแขนคน เลือดที่พุ่งออกมา แทบจะทำให้เธอเป็นลม
“อ้าว หนิงเอ๋อ เธอก็อยู่ด้วยเหรอ"
เย่วหนิงเอ๋ออยากจะตอบสวนกลับไปว่า อยู่ด้วยเหรอบ้านนายสิ ฉันอยู่ตั้งแต่ตอนแรกแล้วย่ะ แต่ด้วยอาการตกใจ เธอจึงไม่มีแรงที่จะเปล่งเสียงออกมา
“อย่าเมินกันนะว๊อยยยย! ชายหัวโล้นพุ่งเข้าหาชิงเทียน กระบี่มารฟ้าที่อยู่ในมือ ตวัดฟันคอชายคนนั้น โดยที่เข้าไม่ได้หันหน้าไปมองด้วยซ้ำ หลิวลู่ซือและเย่วหนิงเอ๋อ ยืนแข็งค้างจากอาการตกใจกลัวสุดขีด พวกเธอไม่เคยเห็นการฆ่าคนซึ่งๆหน้า แบบนี้มาก่อน
ชิงเทียนก้าวเท้าเข้าไปหาโทมัส “สวัสดี โดนมาหนักเลยนะ"
โทมัสบาดเจ็บจนลุกไม่ได้ ร่างกายของเขาค่อยๆกลับกลายเป็นมนุษย์อีกครั้ง ชิงทียนหยิบผ้าออกมาจากแหวนมิติ แล้วโยนไปปิดของลับของเขา ก่อนที่สองสาวจะทันเห็น “นี่ๆ อย่ามาแก้ผ้าต่อหน้าสุภาพสตรีแบบนี้สิ"
“ดูนายจะไม่ตกใจเลยนะ ที่ร่างจริงของฉันเป็นมนุษย์" ชายตรงหน้าโทมัส ดูเหมือนจะคุ้นเคยกับเผ่าพันธุ์ของเขาดี
“แน่นอน ฉันมาจากที่ที่บรรพบุรุษนายจากมา" ชิงเทียนตอบด้วยรอยยิ้ม
ดวงตาของโทมัสเบิกกว้าง เขาเคยได้ยินตำนานของชนเผ่าแสงจันทร์ดี เด็กๆทุกคนในเผ่าล้วนต้องเคยได้ยินเรื่องเล่านี้ เรื่องที่พวกเขาไม่ได้มีต้นกำเนิดที่ดาวดวงนี้
ก่อนที่โทมัสจะพูดอะไร ชิงเทียนก็ชิงพูดเสียก่อน “ฉันมีข้อเสนอ... ฉันจะช่วยพวกนาย แต่ต้องแลกกับ การที่เผ่าแสงจันทร์ต้องติดตามฉัน"
“ดูจะเป็นเงื่อนไขที่มากเกินไปนะ ถ้าแค่ฉันคนเดียวก็พอจะสัญญาได้อยู่" เรื่องนี้เขาไม่มีอำนาจตัดสินใจ และเขาก็ยังไม่รู้ตัวตนของชายคนนี้ด้วยซ้ำ
“ก็ดีกว่าไม่ได้อะไรเลย... ก็ได้ฉันจะช่วยพวกนาย" ชิงเทียนอยากจะช่วยเผ่าแสงจันทร์ เพื่อให้พวกเขาติดหนี้บุญคุณ การตั้งเงื่อนไขขึ้นมาจะทำให้เขาดูน่าสงสัยน้อยลง การซื้อใจเผ่าแสงจันทร์ จะทำให้แผนการแก้แค้นในอนาคต มีโอกาสชนะมากยิ่งขึ้น
--------------------------------------
Facebook Fanpage : มารฟ้าพิชิตสวรรค์
https://www.facebook.com/มารฟ้าพิชิตสวรรค์-105158271890771