“ขอให้ข้าแน่ใจว่านางกลับมาจริงๆ ข้าจะไม่รีรอเลย แต่ช่วงนี้ดูเหมือนจะมีวิกฤตอยู่” แม่ทัพใหญ่
“ถ้าอย่างนั้นข้าขอตัวก่อนนะเจ้าคะ พี่ใหญ่ชาหอมจรุงจิตนี้ท่านจิบเสียหน่อยเถิด จะช่วยผ่อนคลายได้หลาย ขนมอบนี่ข้าก็ลงมือทำเองไม่หวานมากอย่างที่ท่านชอบ ข้าขอตัวก่อนนะเจ้าคะ ท่านพี่” ชายามรกตนั้นเมื่อลาพี่สามีก็หันมาลาสามีตามมารยาทแล้วออกไป
“ข้านี่แย่จริงๆ ท่านลองชิมเถอะ อร่อยมากข้าแอบชิมนางโกรธแทบตายเลย บอกจะให้พี่ใหญ่ชิมก่อน แต่มันอร่อยมากจริงๆ ขอรับ” กู้ห่าวอู๋คะยั้นคะยอพี่ชาย
“อืม อร่อยจริงๆ” เขารู้สึกว่าขนมนี่หวานไปถึงหัวใจ นางใส่ใจเขาแค่นี้ก็พอแล้ว แค่มองเห็นนางไกลๆ ให้นางมีความสุขก็พอแล้ว เจ้าน้องชายซื่อบื้อก็แสนดีกับเขาเหลือเกิน น้องชายที่ไม่เคยเป็นปรปักษ์กับเขาเลย ถ้าไม่ใช่เพราะความใจกว้างของน้องชายมีหรือที่เขาจะได้สืบต่อตำแหน่งแม่ทัพของพ่อ
ในเมืองต้าซานนั้นกว่าจะก่อร่างสร้างแผ่นดินขึ้นมาได้นั้นต้องใช้ความอุตสาหะของคนหลายคน ตระกูลที่เสียสละมีสามตระกูล คือตระกูลหยางสองตระกูล และตระกูลกู้ที่รบเคียงบ่าเคียงไหล่กันมา แต่เมื่อถึงเวลาปกครอง
กู้ห้าวเทียนสละให้หยางฮุ่ยหวงซึ่งเป็นปฐมกษัตริย์ของราชวงศ์หยาง หรือก็คือฮ่องเต้องค์ก่อนที่เป็นนักปกครอง เพราะหยางเอินสละชีวิตเพื่อเขา เพราะมองเห็นอนาคตว่าประเทศจะไปได้ด้วยคนที่มีทักษะในการปกครองไม่ใช่ทหาร ดังนั้นกู้ห้าวเทียนจึงทำตามที่เพื่อหวังให้ประเทศชาติมั่งคงและรุ่งเรือง
การเสียสละของหยางเอินนั้นไม่สูญเปล่า หยางฮุ่ยหวงสามารถพัฒนาประเทศชาติไปในทางที่ดีมาก เสียแต่ชายแดนด้านใต้และตะวันตกยังไม่สามารถปราบให้สงบได้
แต่ตอนนี้ดูเหมือนเป่ยซานจะอยากสงบศึกซึ่งเป็นที่น่าสงสัย เมื่อสายข่าวแจ้งมาว่าพวกเป่ยซานนั้นทำการค้ากับชาวโพ้นทะเลเพื่อซื้ออาวุธทันสมัยไปตั้งมากมาย ตอนนี้มีแต่จะได้เปรียบแต่ทำไมจึงอยากสงบศึก
“น่าสงสัยจริงๆ” กู้ห่าวอู๋
“มีอีกทางที่อาจเป็นไปได้” แม่ทัพใหญ่
“พวกมันอาจจะต้องการเข้ามาทำอะไรในมืองหลวงและเราก็เปิดทางให้พวกมัน หรือมันรู้แล้วว่าทางเรามีอาวุธที่มีอานุภาพดีกว่ามัน” แม่ทัพใหญ่ตอบ
“เรามีอาวุธที่มีอานุภาพกระนั้นหรือ” เรื่องนี้เขาไม่รู้มาก่อน การข่าวไม่ได้ส่งอะไรมา และเขายังไม่ได้พบองค์รัชทายาท
“ใช่ อาจุ้นบอกว่าเขาหาทางตกลงซื้อขายกับผู้ค้า แต่ว่าอาวุธที่เขาให้ข้าดูนั้นอานุภาพร้ายแรงการใช้งานก็ง่ายกว่ามาก ที่ข้าสงสัยคือผู้ค้าคนนั้นจะหลอกเขาหรือไม่” แม่ทัพใหญ่ตอบ
“ทำไมท่านคิดเช่นนั้น” กู้ห่าวอู๋
“เพราะของมีน้อยเกินไป มีของตัวอย่างอย่างละสามชิ้น แต่ทหารที่มีจะต้องฝึกและยังส่งมอบไม่ได้ เขาอ้างว่าติดที่แผนการเดินทางซึ่งก็เข้าใจได้ แต่ว่าราคาของอาวุธเหล่านี้ ทางนั้นเรียกเท่ากับราคาที่เป่ยซานตกลงซื้ออาวุธที่ด้อยคุณภาพกว่า” แม่ทัพใหญ่มีเรื่องสงสัยอยู่มาก ท่าทีขององค์รัชทายาทก็ดูแปลกไป
“ข้าได้ยินมาว่าเป่ยซานยอมจ่ายค่าอาวุธเหล่านั้นแทบจะหมดเนื้อหมดตัวเลยทีเดียวตอนนี้ข้าคิดว่าพวกนั้นหวังผลชนะอย่างเดียวแน่นอน ยอมทุบหม้อข้าวขนาดนี้ คงมีแผนร้ายแน่ๆ” กู้ห่าวอู๋คาดการณ์และกำลังจะออกไปสั่งงาน
“ท่านแม่ทัพ” หลีฟู่คนสนิทของแม่ทัพใหญ่
“ว่ายังไง” แม่ทัพใหญ่
“สาส์นจากท่านแม่ทัพหยางขอรับ” หลีฟู่ยื่นกระบอกสาส์น
“อืมขอบใจ” แม่ใหญ่พยักหน้าให้เขาออกไปได้
“อาจุ้นว่าอย่างไรขอรับ” กู้ห่าวอู๋
“อาวุธจะพร้อมในอีกครึ่งเดือน ให้เราถ่วงเวลาไว้ แล้วบอกว่าให้ระวังงู เขามีความเคลื่นไหวบางอย่าง” แม่ทัพใหญ่
“เจ้าเด็กนั่นยังรู้สึกผิดอยู่หรือไม่” กู้ห่าวอู๋กังวลถึงเด็กหนุ่มที่เคยเลือดร้อน ทุกคนโยนความผิดทุกอย่างไปให้เขาทั้งที่ไม่ใช่ความผิดของเขาแม้แต่น้อย
“ก็ยังคงตามหานางทุกครั้งเมื่อมีโอกาส” แม่ทัพใหญ่ถอนใจ การหายไปของท่านหญิงในครั้งนั้นสร้างแผลในใจให้ผู้คนมากมายจริงๆ
“ท่านแม่ทัพใหญ่ขอรับ” พ่อบ้านเต๋อเข้ามา
“มีอะไรรึ” แม่ทัพใหญ่สงสัย
“เอ่อ คือว่าฮูหยินใหญ่มารอที่หน้าเรือนน่ะขอรับ บอกว่าพอทราบว่าท่านกลับมาแล้วจึงมารอ” พ่อบ้านรายงาน
“ให้นางกลับไปก่อน บอกข้ามีเรื่องราชการต้องปรึกษากับท่านอัครเสนาบดี ถ้าหากทนรอไม่ไหวก็ให้กลับบ้านพ่อแม่ไป” แม่ทัพใหญ่ตอบโดยไม่รอให้พ่อบ้านพูดจบ
“เอ่อ ขอรับ นางรู้ว่าท่านจะพูดเช่นนี้นางจึงฝากบอกว่า เอ่อ” พ่อบ้านเต๋ออึกอัก
“ว่าอย่างไร พูดออกมาเถอะ” แม่ทัพใหญ่
“เอ่อ นางว่าท่านทุ่มเทให้ลูกคนอื่นกลับทอดทิ้งลูกตัวไม่เหลียวแล จะรอให้ลูกไปสู่ปรโลกก่อนหรือจึงจะกลับบ้านได้” พ่อบ้านเต๋อรีบรายงาน
“บังอาจ! ไอ้เด็กนั่นเป็นลูกข้าหรือไม่ยังต้องพิสูจน์ ข้าเห็นแก่ความดีของพ่อนางจึงชุบเลี้ยงเอาไว้ แล้วนางก็ไม่ใช่ฮูหยินของข้า ตำแหน่งนางบำเรอยังไม่รู้จะเป็นได้หรือไม่ ไล่นางกลับไปก่อนที่ข้าจะให้นางลงไปสู่ปรโลกด้วยตัวเอง”
เสียนไฉ่หงเป็นผู้หญิงที่น่าเบื่อสร้างแต่ความวุ่นวาย เรียกร้องความสนใจ ไม่เคยทำให้บ้านสงบสุขเลย เจอหน้าก็เอาแต่ตัดพ้อขู่จะฆ่าลูกฆ่าตัวตาย ลูกเขาน่ะรู้ว่าเป็นลูกของเขาแน่ แต่ถ้าเขาใส่ใจนางก็จะเอาลูกมาขู่ จะฆ่านางทิ้งก็สงสารลูกเพราะไม่มีใครดูแลเมื่อเขาต้องออกศึก
“พี่ใหญ่ใจเย็นๆ ก่อนนางเองก็คงว้าเหว่มาก การที่ท่านไม่อยู่บ้านสถานะของนางก็ย่ำแย่ ท่านเองก็ไม่ให้เกียรตินางเท่าใดนัก” กู้ห่าวอู๋พยายามเตือนสติพี่ชาย
“ผู้หญิงที่ปีนเตียงข้าด้วยการวางยานั่นมีเกียรติตรงไหนกัน พี่น้องเป็นเหมือนกันหมด” ที่เขาพูดถึงคือเสียนฮองเฮาที่เป็นพี่น้องกับนาง สองพี่น้องนี้แข่งขันกันตลอดเวลา เสียนไฉ่หงผู้พี่แต่เป็นลูกอนุกับเสียนไฉ่อีที่เป็นน้องแต่เป็นลูกภรรยาเอก บุญวาสนาสูงถึงขั้นได้เป็นฮองเฮาเพราะนางเป็นหลานของฮองไทเฮา
แต่ก็ไม่ได้มีความเป็นกุลสตรีพอๆ กัน หน้าไม่อายทำทุกวิถีทาง เพื่ออำนาจ เดิมทีนั้นนางเป็นคู่หมายของเขา แต่ด้วยความทะเยอทะยานวางแผนใส่ร้ายเขา
เอาพี่สาวตัวเองมาสังเวย ส่วนเสียนไฉ่หงที่ทะเยอทะยานเช่นกันก็ร่วมมือกับนางด้วย ชั่วพอกัน การเป็นลูกอนุนั้นถูกกดขี่ก็จริงแต่วิธีการของนางนั้นไร้ยางอายเกินไป
“ท่านพี่ใจเย็นๆ ก่อน เอาอย่างนี้ดีหรือไม่ วันนี้ท่านค้างที่นี่เถิด เรือนของท่านยังอยู่เหมือนเดิม ข้าให้คนทำความสะอาดสม่ำเสมอ เดี๋ยวให้ฮูหยินไปดูแลให้” กู้ห่าวอู๋เห็นใจในชะตากรรมของพี่ชายจริงๆ สองพี่น้องตระกูลเสียนนี่คงเป็นเจ้ากรรมนายเวรเขาแน่ๆ ดีที่คนหนึ่งจากไปแล้ว แต่อีกคนนี่เกาะติดเหมือนกอเอี๋ยะติดหนังสุนัข
“ลำบากน้องสะใภ้แล้ว” แม่ทัพใหญ่รู้สึกว่าอย่างน้อยเขาก็ยังมีที่ให้กลับจริงๆ เพียงแต่ที่ที่เขากลับมาได้ไม่ใช่ของเขาและไม่มีวันเป็นของเขา
_______________________________
ลุงใหญ่นี่ดวงเรื่องผู้หญิงไม่ดีเอาเสียเลย