War of the gods destroy Multiverse

    ตอนที่ 52

    สิ่งที่เยี่ยหลงเห็นนั้น ก็คือวิญญาณชายวัยกลางคนเกือบใกล้ชรา


    เมื่อเยี่ยหลงเห็นคนแล้ว คนก็ทำการปิดอัญมณีและกล่าวถามคนไป " ท่านเป็นใคร เหตุไฉนดวงวิญญาณของท่านถึงอยู่ที่นี่ "


    ดวงวิญญาณชายวัยกลางคนเกือบชรากล่าวบอก " ข้ามีชื่อว่าไป๋ชางหลง เดิมเป็นวิญญาณเร่ร่อน หลังจากถูกฆ่าโดยคนของสำนักแดนกระบี่ศักดิ์สิทธิ์ แต่โชคดีที่ข้าถอดวิญญาณหนีมาได้ และเร่ร่อนรอนแรมไปเรื่อยๆ จนมาเลือกสถิตอยู่ที่นี่ "


    " เป็นเช่นนั้นเองหรอ " เยี่ยหลงกล่าวเข้าใจ


    " และที่ท่านบอกว่า มีของสามสิ่งที่ข้าไม่ควรเอาไปมันสิ่งนั้นมันคืออะไร " เยี่ยหลงถามด้วยน้ำเสียงใสซื่อ


    ไป๋ชางหลงที่เห็นว่าเยี่ยหลงถามซื่อๆไมีมีพิษภัย คนจึงตัดสินใจตอบตามจริง " สามสิ่งที่เจ้าไม่ควรจะเอาไปจากข้าคือ หนึ่ง ดอกกล้วยไม้เขียวกลิ่นประคองวิญญาณ สองคือ ดอกพยับหมอกกลิ่นประคองเวท เพราะสองสิ่งนี้ มันทำให้ข้าที่เป็นวิญญาณคงอยู่ได้นานไม่สลายหายไปแต่โดยเร็ว และสิ่งสุดท้ายก็คือ ดอกมะลิขาวแดง สร้างร่างใหม่ สรรพคุณก็ตามชื่อ "


    เยี่ยหลงเมื่อได้ฟังดังนั้น ก็กล่าวถาม " แล้วถ้าท่านไม่มีดอกไม้ทั้งสองแล้วตอนนี้ ท่านจะอยู่ได้นานเท่าไหร่ "


    ไป๋ชางหลงตอบ " คงซักหนึ่งถึงสองปี ไม่เกินนี้ละมั้ง "


    เยี่ยหลงถามต่อ " แล้วท่านจะอยู่ไปเพื่ออะไร หรือ ท่านต้องการแก้แค้น คนที่ทำให้ท่านตาย ท่านจึงเลือกอยู่ต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้ร่างใหม่ "


    ไป๋ชางหลงกล่าวบอก " สิ่งที่ข้าต้องการ มีสองทางเลือก หนึ่ง คือ สร้างร่างใหม่และออกไปจากที่นี่กลับสู่ทวีปอัคคีสุริยัน ซึ่งแทบจะเป็นไปไม่ได้ เพราะทางเข้าออกมิตินี้อยู่ที่หมู่บ้านวิถีรองกระบี่สวรรค์ซึ่งอยู่ใต้การปกครองของสำนักแดนกระบี่ศักดิ์สิทธิ์ ทางเลือกที่สองสำหรับข้า มันเลื่อนลอยมาก เพราะข้าต้องการพบกับคนของตระกูลข้าซึ่งอยู่ทวีปอัคคีสุริยัน หรือ ใครก็ได้ที่มาจากทวีปเดียวกัน "


    เมื่อไป๋ชางหลงกล่าวจบ เยี่ยหลงก็พยักหน้ารับทราบเข้าใจ


    ครั้นเยี่ยหลงรับทราบเข้าใจแล้ว ไป๋ชางหลงที่เพิ่งนึกถึงเรื่องจะถามได้ คนจึงถาม " หนุ่มน้อย เจ้ามีแซ่นามว่าอันใด "


    เยี่ยหลงตอบ " เซี่ยไป๋เยี่ยหลง "


    ไป๋ชางหลงทำท่าครุ่นคิด หลังได้ฟังคำตอบ จากนั้นก็กล่าวถาม " เจ้าเป็นบุตรบุญธรรมของตระกูลเซี่ยหรือไม่ "


    เยี่ยหลงตอบ " ใช่ "


    ทันทีที่ได้ฟัง ไป๋ชางหลงก็กล่าวถาม " เจ้ามีความเกี่ยวข้องอะไรกับตระกูลไป๋ข้าหรือไม่ "


    เยี่ยหลงตอบ " ข้าไม่รู้ เพราะตั้งแต่เล็ก ท่านแม่บุญธรรมกับท่านพ่อบุญธรรม ไม่เคยกล่าวถึงว่าทำไมให้ข้ามีชื่อสามพยางค์ "


    เมื่อไป๋ชางหลงได้ฟังดังนั้น คนก็ไม่อยากจะเชื่อ ไป๋ชางหลงกล่าว " ในที่สุดข้าก็ได้ทางกลับบ้านแล้ว ไม่เชื่อจริงๆว่าโชคชะตา จะเหวี่ยงเจ้าให้มาพบกับข้า "


    " ท่านพูดอย่างงี้หมายความว่าอะไร " เยี่ยหลงถาม


    " ก็อย่างที่ข้าบอก ทางเลือกที่สองสำหรับข้า คือข้าต้องการพบกับคนของตระกูลข้าซึ่งอยู่ทวีปอัคคีสุริยัน หรือ ใครก็ได้ที่มาจากทวีปเดียวกัน และเจ้าก็คือคนนั้น หนุ่มน้อยจากตระกูลไป๋ข้า " ไป๋ชางหลงกล่าว


    " ท่านมั่นใจขนาดนั้นเลยหรอ ว่าข้าคือคนของตระกูลท่าน " เยี่ยหลงถาม


    " ตอนนี้ข้ามั่นใจห้าในสิบส่วน เมื่อได้เห็นวิญญาณยุทธ์เจ้าและได้ทราบชื่อของเจ้า แต่หลังจากที่ข้าจะวาดรูปบางอย่างให้เจ้าดู หากเจ้าเคยมีมันอยู่ ข้าก็มั่นใจเต็มสิบ " ไป๋ชางหลงกล่าว


    ทันทีที่ไป๋ชางหลงกล่าวเสร็จ คนก็ไม่รีรอช้าใช้พลังวิญญาณวาดรูปออกมาบนกำแพงถ้ำ เป็นสร้อยคอรูปเกล็ดน้ําแข็งที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่สื่อถึงแซ่ไป๋ซึ่งหมายถึงความขาวบริสุทธิ์ และไม่มีความเหมือนกับรูปเกล็ดน้ําแข็งทั่วไป


    ทันทีที่เยี่ยหลงเห็น คนก็ตาเบิกกว้าง และกล่าว " รูปสร้อยเส้นนี้มัน "


    " เจ้าเคยมีมันอยู่ใช่หรือไม่ " ไป๋ชางหลงถาม


    เยี่ยหลงตอบ " ใช่ มันคือสร้อยที่ติดตัวข้าตั้งแต่เกิด แต่ตอนนี้มันหายไปแล้ว "


    " เช่นนั้นข้าก็เข้าใจถูกแล้ว ว่าเจ้าคือคนของตระกูลไป๋แห่งทวีปอัคคีสุริยัน " ไป๋ชางหลงกล่าว


    " หากข้าคือคนของตระกูลไป๋แห่งทวีปอัคคีสุริยันจริง และท่านก็เจอข้าแล้ว ท่านอยากจะให้ข้าช่วยอะไรล่ะ " เยี่ยหลงถาม


    ไป๋ชางหลงตอบ " ข้าอยากให้เจ้าพากระดูกข้ากลับบ้าน เมื่อเจ้าได้มีโอกาสไปยังทวีปอัคคีสุริยัน "


    " ท่านบอกว่า ท่านเป็นวิญญาณเร่ร่อน หลังจากถูกฆ่าและเดินทางมาเลือกสถิตอยู่ที่นี่ ข้าขอถามตั้งแต่ที่ท่านตายมันกี่ปีมาแล้ว และจุดที่ท่านตายมันอยู่ตรงไหน " เยี่ยหลงถาม


    " ข้าตายมา ห้าสิบหกปีแล้ว ส่วนจุดที่ข้าตาย เอาเป็นว่าข้าพาไปดูเองจะง่ายกว่าบอกเล่าไปนะ " ไป๋ชางหลงกล่าว


    " เอาตามที่ท่านบอกก็ได้ ให้ท่านนำทางไปหาร่างท่าน " เยี่ยหลงกล่าว


    แต่ก่อนที่เยี่ยหลงจะให้ไป๋ชางหลงนำทางไปหาร่างคน คนที่มีเพิ่งนึกคำถามขึ้นมาได้ จึงกล่าวถาม " เออจริงสิ ทำไมท่านไม่ลองเข้ามาสถิตในตัวข้าดูล่ะ และให้ข้าเก็บดอกไม้ทั้งสามไป รอออกไปข้างนอกได้ ข้าค่อยหาที่เหมาะๆสำหรับให้ท่านสร้างร่างกายใหม่ "


    " ถ้าทำอย่างงั้น ข้าไม่ไดัตายอย่างธรรมชาติครั้งที่สองแน่ เหตุเพราะด้วยพลังของข้าในตอนนี้น้อยเกินไป หากข้าเข้าไปสถิตในตัวเจัา เมื่อเจ้าออกไปแล้ว ข้าย่อมโดนรับรู้ได้แน่นอน " ไป๋ชางหลงกล่าว


    เยี่ยหลงที่ยังมีคำถามก็ถามต่อ " หากดวงวิญญาณมีขั้นเขตแดนน้อยกว่าคนที่ยังมีชีวิตหรือวิญญาณอื่น ก็จะถูกรับรู้จากคนที่ระดับสูงกว่าได้เลยฤา "


    ไป๋ชางหลงตอบ " ใช่แล้ว และก็ยังมีอีกกรณีหนึ่งคือ เมื่อดวงวิญญาณที่สถิตอยู่ในร่างกายคนเป็น ใช้พลัง เมื่อนั้น ผู้อื่นก็มีโอกาสที่จะสามารถรับรู้ได้ หากสังเกตมากพอ "


    เยี่ยหลงกล่าวพลางพยักหน้าเข้าใจ " ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง "


    " งั้นข้าขอใช้เวลาเก็บทองทั้งหมดก่อน หลังจากนั้นท่านก็นำทางเลย "เยี่ยหลงกล่าวเสร็จ คนก็ใช้แหวนมิติดูดทองทั้งหมด ไม่นานก็เสร็จ


    พอเสร็จเยี่ยหลงก็หันหลังให้จุดที่เคยมีกองทอง และเตรียมจะเดินออกจากถ้ำ


    แต่ไป๋ชางหลงก็กล่าวขึ้นก่อน " หนุ่มน้อย เจ้าอย่าลืมเก็บดอกไม้ทั้งสามไปด้วย ข้าให้เจ้า "


    เยี่ยหลงที่ได้ฟังดังก็ถาม " ไหนท่านบอกไม่ให้ข้าเอาไปไง "


    ไป๋ชางหลงบอก " นั่นมันก่อนตอนที่ข้าจะรู้ว่าเจ้าคือลูกหลานข้าต่างหาก "


    " ท่านพูดเองนะว่าจะให้ข้าเอาไป " เยี่ยหลงกล่าว


    " ข้าพูดแล้วย่อมหาคืนคำไม่ " ไป๋ชางหลงบอก


    ทันทีที่ไป๋ชางหลงบอกมาแบบนั้น เยี่ยหลงก็ไม่รีรอช้าดูดดอกไม้ทั้งสามมาเก็บไว้ในแหวนทันที


    หลังจากเนี่ยหลงเก็บเสร็จ วิญญาณของไป๋ชางหลงก็เริ่มนำทางเยี่ยหลงไปหากระดูกตนในทันควัน


    โดยทางที่ไป๋ชางหลงนำทางไปนั้น ก็คือทางขามายังถ้ำนี้ของเยี่ยหลงนั่นเอง


    พวกคนเดินทางมาสี่วันเต็ม ในที่สุดเวลาเช้าของวันที่ห้า วิญญาณของไป๋ชางหลงก็มาหยุดยังจุดๆหนึ่ง


    ไป๋ชางหลงบอกเยี่ยหลง " ขุดตรงนี้แหละ "


    เยี่ยหลงที่ได้ฟังก็ทำการเปิดเวทถุงมือกรงเล็บสายฟ้า ในการขุด


    คนขุดลึกอยู่นาน ในที่สุดคนก็เจอหัวกะโหลกที่มีฟันเป็นเขี้ยวสองซี่ที่อยู่ซ้ายขวา และกระดูกร่างกายที่เหลือ


    เมื่อคนเจอกับกระดูกแล้ว คนก็ทำการเก็บกระดูกเข้าไปในแหวนมิติ


    พอเก็บเสร็จ เยี่ยหลงก็ถามไป๋ชางหลงขึ้น " ท่านก็ตายมาตั้งนานแล้ว แถมยังโดนฝัง ท่านรู้ได้อย่างไรว่ากระดูกท่านอยู่ตรงนี้ "


    ไป๋ชางหลงกล่าวบอก " เพราะความไม่ประมาทของข้าไง เพราะตนที่ข้ากำลังจะตาย ข้าคิดเอาไว้แล้วว่า หลังจากข้าถอดวิญญาณหนีมา พวกมันที่เห็นว่าข้าถอดวิญญาณหนี พวกมันคงจะต้องทำการซ่อนร่างของข้าเป็นแน่ เพื่อไม่ให้ข้ากลับเข้าสู่ร่างเดิมและมีพลังเท่าเดิม ดังนั้นก่อนที่ข้าจะถอดวิญญาณ ข้าจึงใช้เวทด้ายแดงผูกรัก ในการเชื่อมโยงระหว่างวิญญาณข้ากับร่างกายของข้าเอาไว้ เพื่อให้ข้า วันหนึ่งจะได้สามารถตามหาร่างของข้าเจอได้ยังไงล่ะ "


    เยี่ยหลงที่ได้ฟังดังนั้น ก็เกิดคำถาม " ในเมื่อท่านรู้อยู่แล้วว่าร่างท่านอยู่ไหน แล้วทำไมไม่กลับไปหาร่างท่านก่อนเป็นกระดูกเล่า ทิ้งเวลามาทำไม ตั้งห้าสิบหกปี "


    ไป๋ชางหลงตอบ " เป็นเพราะข้าเมื่อตาย พลังวิญญาณและพลังเวทของข้าสูญเสียจนสิ้นไม่มีเหลือ เมื่อวิญญาณไม่มีพลังวิญญาณหรือพลังเวทหลงเหลือ ก็จะไม่สามารถแตะต้องสิ่งของในโลกของคนเป็นได้ยังไงล่ะ และอีกอย่างตอนที่ข้าเป็นวิญญาณแล้ว ข้าก็โดนตามล่าอย่างหนักด้วย พอข้าได้ที่แอบและได้เจอกับดอกไม้ทั้งสาม ข้าจึงเลือกที่จะรอได้ร่างใหม่ดีกว่า ทั้งหมดก็เป็นแบบนี้แหละ "


    พอไป๋ชางหลงกล่าวจบ เยี่ยหลงก็พยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะกล่าว " ในเมื่อตอนนี้ ท่านตัดสินมอบดอกไม้ทั้งสามให้ข้าแล้ว เกรงว่าดวงวิญญาณอาจจะอยู่ได้ไม่กี่ปีตามที่ท่านบอก แถมท่านก็ติดตามข้าออกไปไม่ได้ด้วย ท่านจะเอาอย่างไรต่อล่ะ "


    เมื่อไป๋ชางหลงได้ฟังดังนั้น คนก็หัวเราะ " ฮ่า ฮ่า ฮ่า " และจากนั้นก็กล่าว " เอาอย่างไรต่องั้นฤา ก็กลับไปรอวันหายไปที่ถ้ำเดิมอย่างสงบ ยังไงล่ะ "


    เยี่ยหลงที่ได้ฟังดังนั้นก็รู้สึกหดหู่ เพราะการตายคนเดียวโดยที่ไม่มีใครอยู่ด้วย สำหรับเยี่ยหลงมันน่าเศร้ามาก


    เมื่อเยี่ยหลงแสดงหน้าเศร้ามาแบบนั้น ไป๋ชางหลงก็กล่าวขึ้น " ไม่ต้องเศร้าไปหรอก หลานเอ๊ย ผู้ที่เกิดมาที่ไม่ใช่เทพย่อมตกตายเป็นธรรมดา แม้การตายคนเดียวมันน่าเศร้า แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่จะยอมรับไม่ได้ ข้าเลือกแบบนี้เอง ฉะนั้นอย่าเศร้าไปเลย "


    เยี่ยหลงที่แม้ได้ฟังดังนั้น คนก็ยังรู้สึกหดหู่อยู่ดี แต่ถึงกระนั้น คนก็ยอมรับการตัดสินใจของไป๋ชางหลง


    เมื่อคนยอมรับการตัดสินใจของไป๋ชางหลงแล้ว แล้วปรับอารมณ์จนหายหดหู่แล้ว คนจึงกล่าว " ถ้าเช่นนั้นข้าขอให้ท่านจากไปอย่างสงบ ดั่งที่ท่านต้องการนะ "


    ไป๋ชางหลงที่ได้ฟังก็ตอบกลับ " เช่นนั้นข้าก็ขอให้เจ้าโชคดีก็แล้วกันนะ "


    หลังจากไป๋ชางหลงอวยพรเสร็จ คนก็กล่าว " งั้นข้าขอตัวลาจากไปก่อนก็แล้วกัน อยู่ข้างนอกนานๆแม้จะรู้สึกดีแต่ก็รู้สึกไม่ปลอดภัย ข้าไปแล้วนะ "


    พอไป๋ชางหลงกล่าวจบ คนก็พุ่งตัวกลับไปยังทางถ้ำทางเดิมที่จากมา พอคนไปได้ไกลพอสมควร คนก็ตะโกนกล่าวบอกเยี่ยหลงเป็นคำบอกสุดท้าย " รักษาตัวให้ดีล่ะหลายชาย อย่าตายก่อนที่จะได้ไปทวีปอัคคีสุริยันล่ะ "


    เยี่ยหลงที่ได้ฟังก็ตะโกนตอบรับ " ข้าเข้าใจแล้ว " 


    จากนั้นเยี่ยหลงก็กล่าวบอก " ท่านผู้อาวุโสโปรดรักษาตัวด้วย "


    หลังจากไป๋ชางหลงหายลับไปแล้ว เยี่ยหลงก็ทำการมุ่งกลับไปยังทางประตูมิติที่คนโผล่ในแดนเวทลี้ลับ และระหว่างทางคนก็ทำการฝึกใช้ทักษะวิญญาณโดยไม่เปลี่ยนร่างไปด้วย


    คนฝึกอย่างงั้นไปเรื่อยๆจนมาถึงยังประตูมิติ แต่คนก็ยังไม่สำเร็จ และพอคนมาถึงประตูมิติ คนก็พบว่าประตูใกล้ปิดเต็มแก่แล้ว


    คนที่เห็นดังนั้นจึงไม่รีรอช้า รีบพุ่งตัวเข้าไปในประตูมิติเพื่อกลับไปยังมิติเดิมของตนในทันที


    พอคนกลับมาถึงยังมิติข้างนอกแดนเวทลี้ลับแล้ว คนก็เจอกับคนของหมู่บ้านวิถีรองกระบี่สวรรค์ที่ใช้พลังทำให้ประตูมิติยังคงอยู่ จนกว่าจะครบเวลาที่กำหนด


    หลังจากที่เยี่ยหลงออกมาแล้ว แม้คนจะเห็นคนของหมู่บ้านวิถีรองกระบี่สวรรค์เป็นกลุ่มแรก แต่คนก็หาสนใจไม่ คนไล่มองหาคนกลุ่มตนไปเรื่อยๆ จนในที่สุดก็พบว่าอาจารย์ตนอยู่ตรงไหน คนจึงเดินเข้าไปหา


    เมื่อเยี่ยหลงปรากฏตัวออกมาจากแดนเวทลี้ลับแล้ว หลิงเถียนอี้ที่เห็นศิษย์ตนออกมาแล้ว คนก็ถอดหายใจอย่างโล่งอก " เฮ้อ "


    พอเยี่ยหลงมาถึงยังจุดที่อาจารย์ตนยืนอยู่แล้ว 

    หลิงเถียนอี้ก็กล่าวกับเยี่ยหลง " เจ้าแปด อาจารย์คิดว่าเจ้าจะต้องติดอยู่ในนั้นซะแล้ว "


    เยี่ยหลงกล่าวกลับ " ศิษย์ต้องขอโทษที่ทำให้อาจารย์เป็นห่วงแล้ว "


    " ช่างเรื่องนั้นเถอะ ออกมาได้ทันเวลาก็ดีแล้ว " หลิงเถียนอี้กล่าว


    " แล้วสรุปเจ้าได้ดอกบัวแดงจักรพรรดิมามั้ย " 

    หลิงเถียนอี้ถาม


    เยี่ยหลงที่ยังไม่อยากบอกเรื่องวิญญาณยุทธ์ตนตอนนี้ คนจึงเลือกโกหกขึ้น " ข้าไม่ได้มาขอรับ "


    " เจ้าไม่ได้มางั้นหรอ แต่อาจารย์ได้กลิ่นดอกไม้วิเศษมาจากตัวนะ " หลิงเถียนบอก


    " ข้าไม่ได้บัวแดงจักรพรรดิมาก็จริง แต่ข้าได้ดอกไม้ล้ำค่าสามอย่างมาแทนขอรับ " เยี่ยหลงเลือกที่จะบอกเรื่องดอกไม้สามอย่างที่ได้มาจากไป๋ชางหลง


    คนทำการกระซิบบอกดอกไม้สามอย่างที่ได้มาแก่คนหรือหลิงเถียนอี้


    ทันทีที่หลิงเถียนอี้ได้รับรู้ คนก็ตาลุกวาวขึ้นมาในทันทีและกล่าว " เจ้าห้ามบอกว่าเจ้าได้อะไรมากับใครเด็ดขาดนะ ไม่ว่าจะเป็นพวกศิษย์พี่ของเจ้าก็ตาม "


    เยี่ยหลงพยักหน้าตอบรับ


    " งั้นไปขึ้นเรือวิญญาณกันเถอะ พวกเรารอกลับสู่สักนักกันหมดแล้ว " หลิงเถียนอี้กล่าว


    เยี่ยหลงที่มีคำถามก่อนที่จะได้ไปขึ้นเรือวิญญาณจึงถามขึ้น " อาจารย์แล้ว ตระกูลเฟินกับสำนักต่างๆกลับกันไปหมดแล้วหรอ ศิษย์ไม่เห็นเลย "


    หลิงเถียนอี้บอก " ใช่แล้ว กลับไปกันหมดแล้ว "


    หลังจากหลิงเถียนอี้บอกมา เยี่ยหลงก็พยักหน้าเข้าใจและกล่าว " เราไปขึ้นเรือกันเถอะอาจารย์ "


    เมื่อเยี่ยหลงบอกเสร็จ เยี่ยหลงและหลิงเถียนอี้ก็พากันขึ้นเรือวิญญาณ


    เมื่อคนขึ้นเรือวิญญาณเสร็จ พวกคนก็แยกย้ายไปยังห้องตน


    แต่เมื่อเยี่ยหลงเดินมาถึงหน้าห้องลู่ขุยอัน ซึ่งต้องผ่านก่อนจะถึงห้องตน คนก็ทำท่าจะเคาะประตู แต่คนก็ตัดใจไม่ทำ และกลับห้องตนไป


    ใช้เวลาพอควรแต่ไม่มืด เรือวิญญาณก็มาถึงยังสำนักเมฆาอรุณและลงจอด


    ครั้นเรือจอด เยี่ยหลงกับหลิงเถียนก็ออกมาจากเรือเป็นพวกแรกและกลับดอยตนไป


    เมื่อเยี่ยหลงกับหลิงเถียนอี้กลับมาถึงดอยไผ่ใหญ่ คนก็เจอกับ เฉินฉางชุน เป่าลู่จิว ฟู่จางเหว่ย เลี่ยงลี่ 

    หลิวหลี่เจี๋ย หนิงจินหลง และไห่หยวน ที่มายืนตอนรับคนกลับมา


    " ศิษย์น้องแปด ในที่สุดเจ้าก็กลับมาแล้ว อาจารย์ท่านก็ด้วย " เฉินฉางชุนกล่าว


    " ดูเหมือนการไปครั้งนี้ของศิษย์น้องแปด จะได้อะไรกลับมาพอสมควรนะ จากที่ข้าดูภานนอกร่างกายของศิษย์น้องแปดดูจะแข็งแรงขึ้นกว่าเดิมนะ " เป่าลู่จิว

    กล่าว


    " นั่นสิข้าก็คิดเหมือนกับศิษย์พี่รอง " ฟู่จางเหว่ยกล่าว


    " ศิษย์น้องแปด ไหนลองบอกศิษย์พี่สี่มาสิ ระดับขั้นพลังเวทของเจ้าอยู่ระดับได้แล้ว " เลี่ยงลี่ถาม


    เยี่ยหลงทำการโคจรแมนน่าภายในตัวเพื่อตรวจสอบ ในที่สุดคนก็ได้คำตอบ จึงกล่าวบอก " ระดับขั้นพลังเวทของข้าคือ สามสิบห้า "


    " ไม่เลวนี่ จากที่ศิษย์พี่สัมผัสได้ตอนที่ก่อนเจ้าศิษย์น้องจะไปแดนเวทลี้ลับ ระดับพลังเวทของเจ้าอยู่แค่สิบห้าเองเท่านั้น ขึ้นมามากโขเลยนะ " ไห่หยวนกล่าว


    " แล้วระดับพลังวิญญาณของเจ้าล่ะ อยู่ระดับใดกัน " หลิวหลี่เจี๋ยถาม


    เยี่ยหลงตอบ " อัคราจารย์วิญญาณขั้นสามน่ะขอรับศิษย์พี่ห้า "


    """""""" อะไรนะอัคราจารย์วิญญาณขั้นสาม!! """"""" ศิษย์พี่ทั้งเจ็ดของเยี่ยหลงกล่าวมาพร้อมกันอย่างไม่อยากจะเชื่อหูตนเอง


    " ไม่อยากจะเชื่อจริงๆ จากผู้ปลุกวิญญาณขั้นเก้าขึ้นมาเป็นอัคราจารย์วิญญาณขั้นสาม ห่างกันตั้งสองช่วงใหญ่แน่ะ " หนิงจินหลงกล่าว


    " เจ้าได้ดอกไม้วิเศษอันใด มารึเปล่าศิษย์น้องแปด " 

    ไห่หยวนกล่าวถาม


    เยี่ยหลงตอบ " ไม่มีหนิศิษย์พี่ "


    " งั้นหรอ สงสัยศิษย์พี่คงจะคิดไปเอง " ไห่หยวนกล่าว


    " ไหนๆเจ้าก็กลับมาปลอดภัยดีไม่บาดเจ็บตรงไหน แถมระดับพลังต่างๆยังเพิ่มขึ้นอีก งั้นเรามาประลอง

    วรยุทธ์กันมั้ย ศิษย์น้องแปด " ไห่หยวนถาม


    " เดี๋ยวก่อนนะศิษย์น้องเจ็ด การที่ศิษย์น้องแปดระดับพลังเพิ่มขึ้น มันเกี่ยวอะไรกับการประลองวรยุทธ์ฤา " หลิวหลี่เจี๋ยถาม


    " เกี่ยวสิ เพราะข้าอยากรู้ว่า ศิษย์น้องแปดเอาแต่ฝึกฝนเพิ่มพลังต่างๆ จนลืมฝึกวรยุทธ์รึเปล่าไงศิษย์พี่ " 

    ไห่หยวนกล่าว


    " แล้วเจ้าเคยเห็นศิษย์น้องแปดใช้วรยุทธ์ฤา " 

    เฉินฉางชุนถาม


    " เคยแต่การใช้หมัดแบบดาดๆ แต่ไม่เคยเห็นวรยุทธ์ที่ลึกล้ำเลยน่ะศิษย์พี่ใหญ่ " ไห่หยวนกล่าว


    " งั้นเจ้าที่เป็นวรยุทธ์ แต่มาประลองวรยุทธ์กับคนที่ไม่เป็นวรยุทธ์เนี่ยนะ มันไม่เป็นการรังแกกันหรอ " หลิวหลี่เจี๋ยถาม


    " ไม่หรอกศิษย์พี่ห้า หากลองประมือกันดูแล้ว และข้าเห็นแล้วว่าศิษย์น้องแปดไม่เป็นวรยุทธ์ที่ล้ำลึกจริงๆ ข้าจะสอนวรยุทธ์ให้ผ่านการต่อสู้ก็แล้วกัน " ไห่หยวนกล่าว


    " เจ้าคิดว่าไงศิษย์น้องแปด เจ้าอยากประลองกับศิษย์พี่หรือไม่ " ไห่หยวนถาม


    เยี่ยหลงครุ่นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจได้และกล่าว 

    " ข้าประลองด้วยก็ได้ "


    เมื่อเยี่ยหลงพูดมาแบบนั้น ไห่หยวนก็ทำการจับข้อมือของเยี่ยหลงและกล่าว " ดี เยี่ยม ถ้าเช่นนั้น พวกเราก็ไปกันที่ลานฝึกกระบี่เถอะ "


    คล้ายกับเรื่องWar of the gods destroy Multiverse ที่คุณอ่าน

    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    3.82M 1844
    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.13M 1288
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ระบบเซียนหมื่นวิถี (นิยายแปล)

    ระบบเซียนหมื่นวิถี (นิยายแปล)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    271K 1043
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.58M 3380
    ประชันยุทธ์สะท้านฟ้า

    ประชันยุทธ์สะท้านฟ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.58M 3137
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912