การซื้อที่ดินที่มีเ้าของอยู่แล้วจะต้องตกลงกันให้เรียบร้อยก่อน ถึงจะไปแจ้งกับหัวหน้าหมู่บ้าน หลังจากนั้นก็ไปทำเื่กับทางการเป็ขั้นตอนสุดท้าย หนิงเฟิ่งจัดการซื้อที่ดินได้อย่างราบรื่น เพราะไม่ต้องวัดพื้นที่ใหม่จึงทำเื่ได้รวดเร็ว
เนื่องจากป้าโจวเอ็นดูเ้าหนูโก่วเซิ่ง จึงคิดราคาที่ดิน 2 หมู่แค่ 5 ตำลึง เพิ่มค่าน้ำชาให้แก่หัวหน้าหมู่บ้านและเ้าหน้าที่ทางการไปอีก 1 ตำลึง หนิงเฟิ่งก็ได้เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์การเป็เ้าของที่มา
“แม่ นี่คือที่ดินของเรา” ไม่รู้ว่าวันนี้เ้าหนูครึ้มใจอะไร เขาออกมาเท้าเอวมองไปรอบๆ บ้าน อย่างกับเพิ่งเห็นสิ่งแวดล้อมแบบนี้ครั้งแรก
“อือ ที่ดินของเรา”
พอแม่ตอบแบบนี้เ้าหนูก็ยิ้มกว้างออก “เราจะมีบ้านของตัวเองแล้ว ข้าไม่อยากจะเชื่อเลย”
“หึ” หนิงเฟิ่งมองใบหน้าเพ้อฝันของลูกชาย ก่อนจะยื่นมือไปขยี้หัวของเ้าหนูอย่างมันเขี้ยว
หนิงโก่วเซิ่งหลบเบี่ยงหัวหลบจากมือมารดาเป็พัลวัน “อ้า! ผมข้ายุ่งหมดแล้ว” กว่าแม่จะพอใจผมเขาก็ยุ่งเหมือนรังนกแล้ว
“แม่จะไปตัดไม้มาทำรั้ว”
“ข้าไปด้วย!” เ้าหนูรีบเอ่ยออกมาทันที
“ไม่ไปหากงต๋ารึไง”
“กงต๋ายังไม่หายป่วยดี เขาต้องพักผ่อนเยอะๆ”
“อือ ไปก็ไป”
ขึ้นมาตัดไม้หนิงเฟิ่งก็เตรียมเสบียงและน้ำมาไว้ให้เ้าหนูโก่วเซิ่งด้วย ตัดไม้ต้องใช้แรงเยอะ หนิงเฟิ่งจึงไม่ให้ลูกชายที่อายุเพียง 5 ขวบมายุ่งเกี่ยว ปล่อยให้หนูน้อยเอาหน้าไม้ไล่ยิงนกยิงกระต่ายอยู่ใกล้ๆ
เ้าหนูยิงลูกดอกไปตั้งหลายดอกแต่กลับไม่ได้อะไรติดไม้ติดมือมาเลย เขาเดินมาหาแม่หน้ามุ่ย “แม่ นกมันบินเร็วเกินไป”
“จะให้มันรอลูกดอกของเ้าเฉยๆ หรือไง?” หนิงเฟิ่งกล่าวพลางตัดไม้ไป ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ระหว่างที่ต้องหาเงินมาสร้างบ้าน เธอก็คิดจะตัดไม้ไปซ่อมแซมบ้านหลังเดิมด้วย ตอนนอนจะได้ไม่ต้องกังวลว่าเมื่อไหร่คานบ้านจะหล่นมาทับตัวเอง
“ข้านึกว่าตอนเที่ยงเราจะได้กินเนื้อกันนี่นา” หากเขาสามารถยิงนกไม่ก็กระต่ายมาให้แม่กินได้ แม่คงจะภูมิใจในตัวเขามากแน่ๆ
“ได้กินสิ ในตะกร้านั่นไง แม่ห่อมาแล้ว”
ดูเหมือนหนิงเฟิ่งจะไม่เข้าใจลูกชาย เ้าหนูพองแก้มออกมาอย่างไม่พอใจเอ่ยเสียงเบา “มันไม่เหมือนกันสักหน่อย”
ต้นไม้ถูกตัดไปหลายต้นแล้ว หนิงเฟิ่งเงยหน้าดูพระอาทิตย์ เห็นว่ามันตั้งตรงอยู่เหนือศีรษะจึงหยุดมือมานั่งพักตรงข้ามลูกชาย
หนูน้อยกำลังเอากิ่งไม้เขี่ยดินไปมาด้วยจิตใจไม่เป็สุข เขางอน แต่แม่ไม่ต้องรู้หรอกว่าเขางอน เดี๋ยวเขาก็หายเองนั่นแหละ ยิ่งคิดใบหน้าของเ้าหนูโก่วเซิ่งยิ่งบิดเบี้ยว
หนิงเฟิ่งมองลูกชายยิ้มๆ เธอกวักมือเรียกเ้าหนูมาหา “มานี่สิ แม่จะสอนเ้าใหม่”
หน้าเล็กๆ เงยขึ้นมา พอเห็นว่าแม่กำลังยิ้มให้ เขาก็ลืมความรู้สึกก่อนหน้าไปทันที รีบลุกขึ้นเดินไปหาแม่อย่างรวดเร็ว “แม่จะสอนข้าหรือ?”
“อือ” หนิงเฟิ่งสอนเ้าหนูน้อยยิงหน้าไม้ จนหนิงโก่วเซิ่งสามารถยิงกระต่ายมาได้ตัวหนึ่งโดยที่แม่ไม่ต้องประคองแขน เขาดีใจมากรีบพาขาเล็กเหมือนตะเกียบวิ่งไปเอากระต่ายมาให้แม่ของเขาดู พอถูกกล่าวชมหลายทีเ้าหนูก็ยิ้มแฉ่งออกมา ตอนเที่ยงพวกเขาเลยได้กินเนื้อกระต่ายย่างสมใจ
พอถึงตอนกลับหนิงเฟิ่งก็แบกไม้ลงเขาโดยมีเ้าหนูน้อยแบกตะกร้าอันเล็กของตัวเองเดินตามต้อยๆ เดินเทียวไปเทียวมาอยู่หลายรอบจึงขนไม้ที่ไว้แล้วเสร็จ...
วันต่อมาหนิงเฟิ่งก็เริ่มทำรั้วั้แ่เช้า เ้าหนูน้อยรู้ว่างานนี้เกินกำลังเขา แต่เพราะไม่อยากให้แม่ทำงานเหงาๆ คนเดียว เขาเลยช่วยมารดาขุดหลุมตั้งเสา
เห็นลูกชายช่วยงานจนเหงื่อไหลหยดย้อย หนิงเฟิ่งก็อดปวดใจไม่ได้ เด็ก 5 ขวบในยุคของเธอยังเรียนอยู่ชั้นอนุบาล ตอนบ่ายได้นอนกลางวันอย่างสบายใจเฉิบ ไหนเลยจะต้องมาตรากตรำเหมือนเ้าหนูน้อยในตอนนี้
สุดท้ายก็ทนไม่ไหว เธอจึงบอกให้เ้าหนูหยุดมือ “ไปเล่นกับกงไห่เถอะ แม่ทำคนเดียวได้”
เ้าหนูโก่วเซิ่งแม้จะรู้ความอย่างไรแต่เขาก็เป็เด็กอยู่ พอแม่เอ่ยอนุญาตเขาก็วิ่งมาเช็ดเหงื่อให้แม่ของตนก่อนจะวิ่งออกไป
ระหว่างที่หนิงโก่วเซิ่งเดินไปบ้านของกงต๋า เขาก็เจอชายผู้หนึ่ง ทีแรกเ้าหนูไม่ได้คิดอะไรกำลังจะเดินผ่านไปไม่คิดว่าคนผู้นั้นจะขยับมาดักหน้าตน เขามองมาที่เ้าหนูโก่วเซิ่งด้วยใบหน้าใจดี
“โก่วเซิ่ง เ้าจะไปไหนหรือ?”
เ้าหนูขมวดคิ้ว ถอยหลังหนีไปหนึ่งก้าว รู้สึกไม่อยากตอบคำถามคนผู้นี้นัก “ข้าจะไปบ้านกงต๋า”
“งะ งั้นหรือ” คนผู้นั้นกล่าวไปก็หน้าแดงไป หนิงโก่วเซิ่งมองคนผู้นี้ด้วยความรู้สึกไม่ไว้วางใจ
“ท่านมีอะไรกับข้าหรือเปล่า?”
“อะ อ่อ ไม่มีๆ เ้าออกมาแบบนี้แม่เ้าไม่ว่ารึไง?”
“แม่ข้ารักข้าจะตาย ไม่ว่าข้าหรอก” หนูน้อยกล่าวอย่างภูมิใจ
“งะ งั้นหรือ” พอพูดถึงแม่โก่วเซิ่ง เถียนจื่อก็หน้าแดงเพิ่มขึ้น มองเด็กน้อยตรงหน้าตาเป็ประกาย เพิ่มความระแวงให้หนิงโก่วเซิ่งมากขึ้น
“โก่วเซิ่ง เ้าอยากได้พ่อใหม่หรือไม่?”
หนิงโก่วเซิ่งรู้สึกว่ามีค้อนอันใหญ่มาทุบหัวเขาซ้ำๆ เขาส่ายหน้าจนหัวแทบจะหลุดก่อนจะวิ่งหันหลังกลับด้วยหัวใจหวาดผวา ไม่แม้แต่ต่อบทสนทนากับเถียนจื่อเลยสักนิด
ไม่เอา! ให้ตายเขาก็ไม่เอาเถียนจื่อเป็พ่อใหม่หรอก!
หนิงเฟิ่งกำลังนั่งพักดื่มน้ำอยู่ เห็นเ้าหนูวิ่งหน้าตั้งเข้ามาก็ขมวดคิ้ว “ไหนบอกว่าจะไปบ้านกงต๋าไง”
หนิงโก่วเซิ่งมีสีหน้าตื่น บอกแม่ของเขาเสียงดัง “แม่! อาเถียนจื่ออยากเป็พ่อใหม่ของข้า!”
“เถียนจื่อ?” หนิงเฟิ่งพยายามค้นหาใบหน้าของเถียนจื่อในความทรงจำสักพักหนึ่ง ฉับพลันก็จำได้ว่าเถียนจื่อผู้นี้เป็คนหน้าตาดีในหมู่บ้าน เขาเคยแต่งงานมาครั้งหนึ่งแต่เมียกลับมาป่วยตายเมื่อ 3 ปีก่อน แต่ร่างเดิมกับเถียนจื่อก็ไม่เคยคุยกันนี่น่า ทำไมอยากมาเป็พ่อใหม่ของเ้าหนูล่ะ
“แม่ ข้าไม่เอาเขาเป็พ่อใหม่นะ!” เ้าหนูน้อยเห็นว่าแม่เงียบไปนานก็ใจไม่ดี รีบบอกความใจในให้ฟัง
“อือ แม่ไม่ให้เขาเป็พ่อใหม่เ้าหรอก”
“ห้ามหลงความหล่อของเขาเด็ดขาด โตขึ้นข้าจะหาสามีหล่อๆ มาให้ท่านเอง!”
เ้าเด็กนี้...
“พูดมาก คิดว่าแม่หลงคนหล่อรึไง?”
"หรือว่าไม่ใช่ล่ะ?"
"เถียนจื่อหล่อไม่พอ แม่ไม่ชอบหรอก"
เ้าหนูน้อยแค่นเสียง แม่ไม่ใช่ไม่ชอบคนหล่อ แต่แค่เถียนจื่อหล่อไม่พอต่างหาก!
“แม่ ตอนนั้นข้าใแทบตายเลยนะ” เถียนจื่อนี่น่าตียิ่งนัก เห็นว่าแม่เขาใจดีก็จะมาแย่งแม่เขาไป ให้ตายเขาก็ไม่ยอมหรอก...
คนเป็แม่ได้แต่ยิ้มขำ เ้าหนูน้อยกล่าวไปก็ชี้ไม้ชี้มือใส่อารมณ์ไปด้วย นี่กลัวว่าเธอจะเอาคนคนนั้นมาเป็พ่อใหม่ของเขาจริงๆ รึไง
“กงต๋าไม่ใรึไง จู่ๆ ก็วิ่งกลับมา”
เ้าหนูส่ายหน้า “ข้ายังเดินไม่ถึงบ้านของกงต๋าเลย เจออาเถียนจื่อซะก่อนเลยรีบวิ่งกลับ”
“งั้นหรือ? งั้นก็ไปเล่นกับกงต๋าเถอะ เที่ยงๆ ค่อยกลับมากินข้าว”
“ไม่เอาหรอก ข้าอยู่กับแม่ดีกว่า” หากเถียนจื่อหน้าไม่อายแอบเข้ามาหาแม่เขา เขาจะเอาไม้วิ่งไล่ฟาดเถียนจื่อซะ เ้าหนูมาดหมายอยู่ในใจ
พอเป็อย่างนี้หนิงโก่วเซิ่งก็ไปให้ความสนใจกับกิจกรรมรอบกายแม่อย่างการให้อาหารกระต่ายและไก่แทน ระหว่างดูกระต่ายกินผักเ้าหนูก็อดจะคิดถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาไม่ได้
หึ เถียนจื่อหล่อให้เท่าเขาก่อนเถอะค่อยคิดจะมาเป็พ่อใหม่ของเขา!