ตอนที่ 57 รับรางวัล
ที่ร้านชาชื่อดังแห่งหนึ่งในเมืองฮกหยง ซึ่งร้านนี้มีชื่อเสียงเป็นอย่างมากที่ด้านนอกร้านมีโต๊ะมากมายวางเรียงรายปกติจะมีลูกค้ามากมายแต่ตอนนี้ทุกคนยังไม่กลับมาจากงานประลอง ทำให้บัดนี้ตัวร้านไม่แออัดเท่าใดนัก
โต๊ะมุมนึงของร้าน มีหนุ่มสาวสามคนนั่งคุยกันอยู่ “ไม่นึกเลยว่าจะเจอเจ้าที่นี่เสี่ยวถานที่แท้วรยุทธ์ท่านกลับสูงถึงเพียงนี้?”
เจียงหวู่เฉินแปลกใจเป็นอย่างมากคราวก่อนที่มันจับตัวเสี่ยวถานได้ มันนั้นไม่แม้แต่ก้าวเข้าสู่ขอบบำเพ็ญกายบัดนี้เสี่ยวถานคนนั้นกลับเอาชนะซูเฟิงที่อยู่ถึงขอบเขตบำเพ็ญกายขั้นกลางอย่างง่ายดายหรือว่านางจะไม่ได้เก่งกาจอะไรเพียงแค่ใช้ท่าร่างประหลาดทำให้คู่ต่อสู้ตกเวที?
เสี่ยวถานได้ยินก็รู้ทันทีว่าเจียงหวู่เฉินนึกไปถึงเหตุการน์ที่นางโดนมันจับตัวก็ส่งเสียงแสดงความไม่พอใจขึ้นมาเล็กน้อย
“ข้าไม่ใช่บอกหรอกหรือ ว่าครั้งนั้นไม่นับเป็นท่านใช้วิธีสกปรก ฮึ่ม ไม่งั้นอย่างท่านคงโดนข้าจัดการแต่แรก!”
เจียงหวู่เฉินได้ยินก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย ตอนนั้นมันไม่แม้แต่อยู่ขอบเขตบำเพ็ญกายนางเป็นผู้บำเพ็ญกายกลับเสียท่าแก่มัน พ่ายแพ้อย่างไรก็คือพ่ายแพ้จะมีเหตุผลอื่นอันใด แต่มันได้แต่คิดในใจไม่ได้พูดออกมากลัวทำสาวงามชุดแดงที่มันอุตส่าห์ง้อสำเร็จไม่พอใจขึ้นมาอีกคลา
“ท่านกล่าว ถูกแล้ว...”
เสี่ยวไป๋ที่นั่งกินขนมหวานชื่อดังที่หาได้เฉพาะแค่ร้านชาชื่อดังนี้ ได้ยินคำพูดทั้งสองก็พูดบ่นขึ้นมา“พวกท่านหยุดพูดเรื่องที่ดูเหมือนพวกท่านรู้กันอยู่แค่สองคนได้หรือไม่!”
หนุ่มสาวได้ยินคำเด็กหญิงก็มองหน้ากันก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาเสี่ยวไป๋ทำแก้มป่องกินขนมของนางต่อไป ไม่สนใจทั้งคู่หลังจากพูดคุยกันได้ซักพักเสี่ยวถานก็ขอตัวแยกออกไปพวกมันทั้งคู่จึงเดินทางกลับที่พักสำนักไผ่เขียว
...........
หลังจากกลับมาถึงที่พักพวกมันกลับเห็นแค่ศิษย์พี่หญิงซูตันหยินและศิษย์พี่ใหญ่จุ้ยกานสง เสี่ยวไป๋เลยถามหาซูเฟิง
“แล้วเจ้าลูกเต่าเล่า?”
ศิษย์พี่ใหญ่หันมาตอบว่า “ซูเฟิงออกไปจากเมืองฮกหยงแล้วเป็นอาจารย์หญิงพามันกลับไป...”
ที่แท้ซูเฟิงทนความอับอายไม่ได้ ไม่อยากจะอยู่ที่นี้ให้นานกว่านี้มารดามันเลยพามันกลับสำนักไปก่อน...
ความจริงพวกมันหลังชนะควรจะไปฉลองชัยที่พวกมันสามารถผ่านเข้าสู่รอบเวทีพสุธาได้ถึงสามคนเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมที่สุดในประวัติศาสน์สำนักแต่เนื่องจากเหตุการน์ซูเฟิงศิษย์พี่ทั้งสองดูเหมือนจะไม่ค่อยมีอารมย์ฉลองซักเท่าไหร่การฉลองเลยต้องยกเลิกไปแยกย้ายกันกลับห้องพัก
“พวกเจ้าแยกย้ายกันไปพักผ่อนเถอะ...หวู่เฉินวันนี้เจ้าได้รับบาดเจ็บมาไม่น้อยอย่าได้ฝืนฝึกฝนแล้ว คืนนี้ให้พักผ่อน พรุ่งนี้ค่อยไปรับรางวัล” ศิษย์พี่หญิงกล่าวเจียงหวู่เฉินรับคำ ทุกคนแยกย้ายกันกลับที่พักอาบน้ำชำระกายพักผ่อน
เจียงหวู่เฉินหลังอาบน้ำเสร็จก็มานั่งที่โต๊ะข้างเตียงพลางครุ่นคิด’ศิษย์พี่หญิงให้ไปรับรางวัลพรุ่งนี้ รางวัลอันใด ...รึว่า?’
ทันใดนั้นภาพเหตุการน์ที่มันและซูตันหยินนั่งเคียงข้างสนิทสนมใกล้ชิดกันข้างทะเลสาบงามก็โผล่ขึ้นมาในหัวมัน
‘ทำไม เจ้าอยากได้อีก?’
‘อืม...ถ้าเจ้าสามารถเข้าสู่รอบเวทีพสุธาได้บางที...ศิษย์พี่หญิงจะลองคิดดูอีกที!’
เจียงหวู่เฉินหน้าแดงขึ้นมาเล็กน้อยหรือว่านางจะหมายถึงรางวัลนี้!แต่ทำไมต้องรอถึงพรุ่งนี้ถึงค่อยได้รับรางวัล ทำไมถึงเป็นวันนี้เลยไม่ได้! มันรู้สึกคั่นเนื้อคั่นตัวแปลกๆใคร่อยากให้วันรุ่งขึ้นมาถึงเร็วๆ
เด็กหญิงน้อยที่นอนคว่ำกระดึกขาไปมาบนเตียงหันมองมาที่พี่ชายตนพอเห็นอาการหน้าแดงใจลอยแปลกๆของพี่ชายก็เอ่ยถามขึ้น
“เกอเกอ ท่านคิดอันใด?”
เด็กหนุ่มตื่นจากภวังค์กล่าว “ไม่มีอะไรทั้งนั้น”เด็กหญิงได้ยินก็ไม่เชื่อ
“ฮึ่ม ท่านคงต้องกำลังนึกถึงเสี่ยวถานอยู่ ใช่หรือไม่?ข้าว่าแล้วพวกท่านไม่ได้เป็นแค่สหายธรรมดากันจริงๆ!”
เด็กหญิงแสดงความแง่งอนออกมา เด็กหนุ่มกล่าวตัดบท”ไม่มีอันใดทั้งนั้น เสี่ยวไป๋เจ้าก็นอนได้แล้ว”
หลังจากน้องสาวของมันหลับใหล มันกลับไม่สามารถข่มตานอนได้ภาพศิษย์พี่หญิงต่างวนเวียนอยู่ภายในหัวมันจนมันทนไม่ไหวเด็กหนุ่มค่อยๆก้าวลงจากเตียงอย่างแผ่วเบาที่สุดเพื่อไม่ให้น้องสาวที่หลับอยู่ตื่นขึ้นมา
มันเดินไปที่หน้าห้องของศิษย์พี่หญิงซูตันหยินมันลังเลเล็กน้อย ถ้าศิษย์พี่หญิงหลับแล้วมันจะทำอย่างไรนี่ถือเป็นการรบกวนเกินไปหรือไม่?แต่สุดท้ายมันก็ยังไม่สามารถหักห้ามใจได้ ยื่นมือไปเคาะประตูเสียงเบา
ประตูเปิดออกดรุณีงามยื่นหน้าออกมาจากห้อง นางใส่เสื้อคลุมตัวนึงคลุมสวมทับชุดนอนเอาไว้พอเห็นเด็กหนุ่มนางแปลกใจเล็กน้อย ถามว่า
“หวู่เฉิน? เจ้ามีอันใด ทำไมถึงมาหาศิษย์พี่หญิงเวลานี้?”
เจียงหวู่เฉินหน้าแดงขึ้นมาเล็กน้อยจะให้บอกมันมารับรางวัลที่ท่านสัญญาเอาไว้?เด็กหนุ่มไม่ตอบคำยืนอ้ำๆอึ้งๆ ศิษย์พี่หญิงเห็นมันไม่ตอบคำนางหันมองสำรวจซ้ายทีขวาทีแน่ใจว่าไม่มีคนอื่น
“อากาศเย็นถึงเพียงนี้เดี๋ยวก็ได้เป็นหวัด เจ้าเข้ามาข้างในก่อนเถอะ!”
พอมันเข้ามาในห้อง ภายในห้องศิษย์พี่หญิงย่อมเหมือนของมันทุกระเบียบนิ้วต่างแค่มีข้าวของเครื่องใช้ของสตรี และกลิ่นหอมจางๆชวนเย้ายวนใจซูตันหยินถอดเสื้อคลุมออกวางไว้บนเตียงเผยให้เห็นชุดนอนตัวบางเจียงหวู่เฉินเผลอมองดูก็ใจเต้นโครมคราม
ซูตันหยินรินน้ำชาให้มัน เชิญมันนั่งลงทั้งคู่นั่งอยู่บนโต๊ะซูตันหยินกล่าวว่า “ตกลงเจ้ามีอันใด? ทำไมถึงต้องอ้ำๆอึ้งๆ?”
เจียงหวู่เฉินหน้าแดงสุดท้ายตัดสินใจพูดออกมา “ศิษย์พี่หญิงบอกว่าต้องรอพรุ่งนี้ค่อยมารับรางวัลขะ...ข้ากลับอยากรับรางวัลตอนนี้เลย!”
ศิษย์พี่หญิงงุนงง ซักพักนางก็รู้ว่าเด็กหนุ่มหมายถึงเรื่องอันใดก็หัวเราะออกมาเบาๆ “ย่อมต้องรอจนถึงพรุ่งนี้สำนักเอกะมรรคาจัดเตรียมของรางวัลให้พวกรุ่นเยาวน์ที่ผ่านเข้าสู่รอบเวทีพสุธาได้ ...ทำไมเจ้าทนไม่ไหวถึงกลับอยากได้รางวัลนั่นตอนนี้เลย?”
เจียงหวู่เฉินรู้ตัวว่าเข้าใจผิดก็อับอายไร้คำพูดจาใดที่แท้นางกลับหมายถึงเรื่องนี้?มันทั้งอับอายทั้งผิดหวัง ในขณะที่กำลังจะขอตัวจากมา
ซูตันหยินเห็นท่าทางของมันก็นึกเอ็นดูกล่าวว่า “รางวัลของสำนักเอกะมรรคาย่อมต้องรอจนถึงพรุ่งนี้แต่รางวัลของศิษย์พี่หญิง...”
“ย่อมสามารถรับได้ตอนนี้เลย หวู่เฉินเจ้าต้องการหรือไม่?” นางถามพลางยื่นหน้างามเข้ามาใกล้ เจียงหวู่เฉินหน้าแดงพยักหน้ารับเบาๆซูตันหยินเห็นท่าทางซื่อๆของมันก็หัวเราะด้วยน้ำเสียงเย้ายวน
นางบอกบนโต๊ะไม่สะดวกสบายนัก นางนำมันมานั่งบนเตียงของนางทั้งคู่นั่งจ้องตากัน เด็กหนุ่มใจเต้นแรง ซูตันหยินยิ้มบางก่อนจะค่อยๆยื่นหน้าเข้าใกล้ริมฝีปากของทั้งสองสัมผัสกันเบาๆ
เจียงหวู่เฉินรู้สึกหอมหวาน นุ่มละมุนที่ริมฝีปากในที่สุดมันก็ได้จูบกับศิษย์พี่หญิงคนงาม ถึงนี่จะไม่ใช่จูบแรกของมันแต่ยามจูบกับเสี่ยวถานนับว่าเป็นอุบัติเหตุ อีกทั้งยังคิดว่าอีกฝ่ายเป็นผู้ชายจึงไม่ได้มีความรู้สึกตื่นเต้นเท่าคลานี้
ศิษย์พี่หญิงถอนริมฝีปากบางออกมาเล็กน้อยแต่ดวงหน้าของนางยังไม่ออกห่างจากมันเท่าไหร่ลมหายใจอุ่นๆของนางยังกระทบถูกใบหน้ามัน เจียงหวู่เฉินรู้สึกไม่ยินยอมโหยหาริมฝีปากบางอยู่บ้างแต่ไม่กล้ากล่าวอันใด
ซูตันหยินพูดในขณะที่ดวงหน้านางอยู่ห่างจากใบหน้ามันแค่คืบเดียว “เป็นอย่างไร ชื่นชอบรางวัลของศิษย์พี่หญิงหรือไม่?”
เจียงหวู่เฉินพยักหน้าตอบรับเบาๆ หญิงสาวยิ้มงามถาม”นี่เป็นจูบแรกของเจ้า?”
เด็กหนุ่มไม่ตอบมันนั้นเสียจูบแรกให้เสี่ยวถาน ถ้าบอกศิษย์พี่หญิงไปตรงๆ นางจะไม่พอใจหรือไม่? มันได้แต่หน้าแดงก้มหน้าหลบสายตาคู่งามซูตันหยินเห็นจึงนึกว่านางได้จูบแรกของมันก็อารมณ์ดียิ่ง
“หวู่เฉินเจ้ายังอยากได้รางวัลอีกหรือไม่?” เด็กหนุ่มได้ยินรีบพยักหน้า หญิงสาวเห็นท่าทางของมันก็หัวเราะชอบใจริมฝีปากบางประทับเข้าที่ริมฝีปากมัน
เด็กหนุ่มลิ้มรสหอมหวานจากริมฝีปากศิษย์พี่หญิงคนงามด้วยสัญชาติญาณสัตว์ร้ายในกายมันทำให้มันสอดลิ้มเข้าไปในริมฝีปากบางอย่างอุกอาจลิ้นสากของเด็กหนุ่มตวัดรัดลิ้นนุ่มบางของหญิงสาวตรงหน้า
ซูตันหยินตัวแข็งค้างเล็กน้อย มันถึงกลับสอดลิ้นเข้ามา! หนุ่มน้อยนี่กลับใจกล้าถึงเพียงนี้! ด้วยศักดิ์ศรีความเป็นศิษย์พี่ นางย่อมไม่ปฏิเสธมันลิ้นบางของนางเกี่ยวตวัดลิ้นของมัน ต่อสู้ชิงชัยไม่ยอมแพ้
เด็กหนุ่มรู้สึกเหมือนอยู่ในสรวงสวรรค์พอใช้ลิ้นกลับรู้สึกว่าการจูบนั้นหอมหวานกว่าปกติยามนี้สมองของมันอื้ออึงว่างเปล่ามือของมันยื่นไปลูบต้นขาบางของซูตันหยินอย่างเบามือ
ร่างซูตันหยินกระตุกเล็กน้อย เด็กน้อยนี่ถึงกลับ กล้าลูบคลำต้นขาของนาง! เด็กหนุ่มเงียบๆขี้อายที่นางเห็นตั้งแต่มันยังเล็กๆที่นางคอยแกล้งมันอยู่ตลอด บัดนี้ถึงคราวมันกลั่นแกล้งนางแล้ว?
เจียงหวู่เฉินลูบไล้ไปตามร่างกายของนาง เมื่อเห็นหญิงสาวตรงหน้าไม่ต่อต้านจึงได้ใจ ผลักร่างบางลงบนเตียงร่างของมันอยู่ด้านบนบดขยี้ริมฝีปากบางเบื้องล่างไม่ให้นางได้พักหายใจ
ทันใดนั้นซูตันหยินใช้มือผลักไหล่มันออกเบาๆ ลมหายใจอันร้อนระอุของนางปะทะกลับใบหน้ามัน“หวู่เฉินเจ้าชอบศิษย์พี่หญิงหรือ?” เจียงหวู่เฉินรีบตอบโดยไม่คิด
“ข้าชอบศิษย์พี่หญิง!”ซูตันหยินยิ้มบาง รอยยิ้มของนางทำให้เด็กหนุ่มทนไม่ไหวโน้มกายหมายจะจูบนางแต่คลานี้นางกลับยื่นนิ้วบางมาหยุดริมฝีปากมันไว้
“เด็กน้อยจอมละโมบ รางวัลมีเพียงเท่านี้!” เด็กหนุ่มได้ฟังก็แสดงสีหน้าผิดหวัง ซูตันหยินเห็นเด็กหนุ่มที่หล่อเหลาตรงหน้าทำหน้าผิดหวังก็ใจอ่อนเล็กน้อย
“อยากได้รางวัล ย่อมต้องทำความดี ถ้าไม่ได้ทำความดี ไฉนรับรางวัลจากศิษย์พี่หญิงได้?”
“ศิษย์พี่หญิงอยากให้ข้าทำอะไร?”
นางหัวเราะบอก “เด็กละโมบ ไม่ต้องรีบร้อนถึงเพียงนั้นตอนนี้เจ้ากลับห้องไปได้แล้ว”
หลังจากออกมาจากห้องศิษย์พี่หญิง มันนึกย้อนไปถึงเหตุการน์เมื่อครู่รู้สึกวาบหวานใจยิ่งนัก มันลูบคลำริมฝีปากตนเบาๆ ยังรู้สึกถึงสัมผัสและกลิ่นอายของศิษย์พี่หญิงบางๆยังไม่จางหายไป