แเื่ที่รอเวลาอยู่ต่างเริ่มออกเดินไปที่โต๊ะอาหารเพียงครู่เดียวก็เข้าไปอัดกันอยู่ในห้องนั้น
แอนน์กับมาร์กจัดงานเลี้ยงครั้งนี้ขึ้นเพื่อเป็การเลี้ยงส่งให้จอห์นกับวิลลี่ไปในตัวดังนั้นพนักงานส่วนใหญ่ของบริษัทโฆษณาที่เขาทำงานอยู่จึงมาร่วมกันอย่างพร้อมเพรียง
ฮาร์ริสัน แอดเดอร์ประธานบริษัทแบล๊คสโตน กรุ๊ปเดินไปหาวิลลี่ที่นั่งอยู่บนเท้าแขนเก้าอี้ตัวหนึ่งภายในห้องรับประทานอาหารมีจานใส่อาหารวางอยู่บนโต๊ะข้างตัว เขาโน้มตัวลงจูบเธอเบาๆที่หน้าผากตามมรรยาทที่ได้รับการฝึกฝนจนชำนาญวิลลี่รู้จักเขาดีเกินกว่าจะเชื่อว่าเขาเป็สุภาพบุรุษเช่นที่แสดงออก
“สวัสดีค่ะคุณฮาร์ริสันนั่งด้วยกันไหมคะ?” เธอพยักหน้าไปทางเก้าอี้อีกตัวหนึ่งที่ตั้งอยู่เคียงข้าง“คุณทานอะไรหรือยังคะนี่?”
“อ๋อ..เรียบร้อยแล้ว”เขาจับกลีบกางเกงขณะทรุดตัวลงนั่งและวิลลี่ก็เลื่อนตัวจากเท้าแขนลงนั่งในเก้าอี้เคียงข้าง“อาหารมื้อนี้อร่อยมากว่าแต่คุณกับจอห์นจะออกเดินทางกันเมื่อไหร่ล่ะ?”
“พรุ่งนี้ค่ะคืนนี้เราจะค้างกันที่นี่ อยากคุยกับแอนน์กับมาร์กอีกสักคืน”
“น่าตื่นเต้นดีจริงๆ”ฮาร์ริสันจับตามองหน้าวิลลี่ราวจะอ่านความรู้สึกอยู่ “นี่คงจะเป็ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิตคุณเลยสินะ”
“มันไม่ใช่เพียงแค่นั้นหรอกค่ะ”วิลลี่บอก “ฉันถือว่าการเดินทางครั้งนี้เป็การผจญภัยในชีวิตทีเดียวนะคะคุณฮาร์ริสันยอมรับค่ะว่าตื่นเต้นมากอยากให้มาถึงเร็วๆ เสียด้วยซ้ำ”
“ผมดีใจกับคุณด้วยจริงๆ”ฮาร์ริสันพูดยิ้มๆ “เล่าเื่บ้านใหม่ให้ผมฟังบ้างสิที่จริงผมก็เคยไปเที่ยวเกาะแนนทัคเคทนั่นมาเหมือนกันเพียงแต่ไม่รู้แน่ชัดว่ามันอยู่ตรงไหนเท่านั้น”
วิลลี่ระวังตัวอยู่มากที่จะพูดเกี่ยวกับเื่นี้เพราะไม่ใคร่แน่ใจว่าฮาร์ริสัน้ารู้อะไรจากเธอแต่จอห์นเคยเตือนเสมอให้คอยระวังผู้ชายคนนี้ไว้เพราะเขาก็เช่นเดียวกับผู้ชายในวงสังคมทั้งหลายที่ย่อมจะต้องมีความเ้าเล่ห์เพทุบายอยู่ไม่น้อยและยิ่งในฐานะประธานบริษัทแบล๊คสโตน กรุ๊ป ด้วยแล้ว ฮาร์ริสันดูจะเป็บุรุษผู้เพียบพร้อมไปเสียทุกสิ่งทุกอย่างเขาเป็คนปากหวาน สามารถพิชิตใจลูกค้าได้อย่างง่ายดายแต่มันคล้ายกับเขาพยายามจะเล่มเกมอะไรบางอย่างแม้แต่กับผู้ร่วมงานฝีมือดีที่ทำงานร่วมกันในบริษัทหรือแม้แต่กับจอห์นเองเขาก็ไม่เว้น
“มันเป็บ้านเก่าที่สวยมากทีเดียวละค่ะ”วิลลี่เล่าช้าๆ “รูปทรงแบบบ้านโรมันมีบันไดทอดจากทางเดินตรงขึ้นไปถึงประตูทั้งด้านหน้าและด้านหลังเลยหลังคามุงด้วยกระเบื้องไม้อะไรทำนองนั้น ถ้าคุณเคยไปแนนทัคเคทมาแล้วก็คงจะเคยเห็นว่ารูปทรงบ้านเรือนที่นั่นมันเป็ยังไง..โอ..ฉันต้องขอตัวนะคะคุณฮาร์ริสันแอนน์เก็บโต๊ะพอดีเลย เห็นจะต้องไปช่วยหน่อยจะได้ยกของหวานออกมตั้ง”
“เชิญครับ..เชิญตามสบาย”ฮาร์ริสันพูดพร้อมกับลุกขึ้นยืน “จะให้ผมช่วยอะไรด้วยไหมนี่?”
“งั้นก็ช่วยเติมไฟในเตาผิงหน่อยก็แล้วกันค่ะ”วิลลี่ตอบอย่างเกรงใจ ไม่กล้าปฏิเสธในความมีน้ำใจของผู้อื่นและมีความสามารถที่จะหลีกเลี่ยงได้อย่างนิ่มนวลเช่นกัน “ขอบคุณมากนะคะ ทุกคนกำลังสนุกก็เลยไม่มีใครคิดเื่นี้”
เธอรีบรุดเดินดิ่งเข้าไปในห้องครัวเอาจานชามที่ถือติดมือวางลงในอ่างที่แอนน์กำลังล้างอยู่ กระซิบกระซาบบอกแอนน์ว่า
“แหมนี่..อีตาคนนั้นน่ะเธอเคยคุยกับเขาบ้างหรือเปล่าเหมือนซาตานไม่ผิดเลยนะแอนน์ ข้างนอกดูสะอาดหมดจดเป็ผู้ดีทุกกระเบียดนิ้วแต่ข้างในร้ายกาจอย่างกะอะไรดีฉันไม่เข้าใจเลยนะว่าจอห์นร่วมงานกับเขามาตั้งหลายปีได้ยังไง”
“อย่างน้อยเขาก็ช่วยให้บริษัทก้าวหน้าเจริญรุ่งเรืองขึ้นมาได้น่าวิลลี่” แอนน์ว่า “เธอยังไม่เคยพบกับหุ้นส่วนคนหนึ่งของมาร์กนี่ใครๆ ก็พูดเป็เสียงเดียวกันเลยนะว่าอีตาแก่นั่นฉลาดเป็กรดหัวสมองปราดเปรื่องไม่มีใครเทียบได้ แต่จริงๆ แล้วมันก็กรดเราดีๆอย่างที่เขาว่านั่นแหละ หัวรุนแรงก็เท่านั้นไม่ว่าใครพูดอะไรฉันเป็ต้องพร้อมจะต่อต้านเขาไปหมดทุกเื่ การที่เราทำงานหรือสังคมร่วมกับคนอย่างนี้มันก็ดีเหมือนกันคือต้องคอยแข่งกับพวกเขาอยู่ตลอดเวลา ทำให้เราเก่งขึ้นยังไงล่ะ”
แอนน์กับวิลลี่ช่วยกันเก็บโต๊ะอาหารโดยมีพนักงานต้อนรับกับนักเขียนโฆษณาอีกสองสาวเข้ามาเป็ผู้ช่วยแต่ดูเหมือนเอริก้าพยายามจะอยู่ห่างทุกคนให้มากที่สุด
“เอาละเมื่อเรียบร้อยแล้วเราก็เอาของหวานกับกาแฟออกไปตั้งให้พวกเขาได้แล้ว” แอนน์เอ่ยขึ้นในที่สุด
เสียงหัวเราะดังลั่นมาจากห้องรับประทานอาหารเมื่อใครคนหนึ่งเล่าเื่ขำขันขึ้นดูเหมือนทุกคนจะอยู่ในอารมณ์เบิกบานแจ่มใสกันทั้งนั้น
“งานวันนี้สนุกมากจริงๆนะแอนน์” วิลลี่เอ่ยกับเพื่อนสาว ซึ่งทำให้แอนน์หันมามองหน้ารอยยิ้มดูจืดลง
“ฉันอยากจะบอกอะไรให้เธอรู้ไว้อย่างหนึ่งนะคือมันกำลังจะมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นในคืนนี้” แอนน์พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“อะไรหรือ?” วิลลี่ถามด้วยน้ำเสียงใ
“ฉันคิดว่า..เอ้อ..มันก็ไม่ใช่เื่ร้ายแรงอะไรหรอก”แอนน์ทำท่าเหมือนจะพูดต่อแต่ก็พอดีกับแขกผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาโอบกอดและทักทายด้วยความประทับใจกับงานเลี้ยงและอาหารอันแสนอร่อยในค่ำวันนี้แอนน์เบือนหน้าไปทางวิลลี่พูดกับเธอเบาๆ ว่า “เตรียมตัวไว้หน่อยก็แล้วกันมันไม่มีปัญหาอะไรหรอก” จากนั้นเธอก็หันกลับไปพูดกับผู้ชายคนนั้น“โอ..สก็อตต์ ฉันดีใจมากเลยนะคะที่คุณสนุกกับงานของเรา”
วิลลี่เดินออกจากตรงนั้นช้าๆด้วยความพิศวงเต็มหัวใจ จอห์นเข้ามาโอบกอดทางด้านหลังซุกคางลงกับไหล่
“สนุกไหม?” เขาถามเบาๆ
“สนุกมากเลยค่ะเออ..จอห์นคะ..” วิลลี่ตั้งที่จะพูดอะไรบางอย่างกับเขาแต่ก็พอดีถูกขัดจังหวะเสียก่อน
ไฟฟ้าในบ้านหลับพรึ่บลงสร้างความใให้กับทุกคนพนักงานต้อนรับถึงกับร้องออกมาและผู้ชายคนหนึ่งพูดเสียงสั่นว่า
“เฮ้ย..อะไรกันวะนี่?”
เป็ครู่กว่าที่ทุกคนจะปรับสายตาให้เข้ากับแสงสลัวที่สาดส่องออกมาจากเตาผิงและตะเกียงน้ำมันที่จะประดับห้องไว้ เสียงฮาร์ริสันแอดเดอร์เอ่ยขึ้นว่า
“สงสัยไฟเกิดช๊อตขึ้นละมังมาร์กมีฟิวส์หรือเปล่าล่ะ?”
“อยู่ในห้องใต้ดินแน่ะจอห์น..คุณมาช่วยผมก่อนดีกว่า”
ซึ่งจอห์นก็ปฏิบัติตามคำขอร้องของเพื่อนทันทีผละออกจากอ้อมแขนของวิลลี่ ตั้งใจจะเดินลงไปห้องใต้ดิน
แต่แล้วเขาก็ต้องชะงักฝีเท้าไว้ด้วยความใเพราะทันใดนั้นเองก็มีร่างดำสูงใหญ่เดินตรงเข้ามาในห้องโถงและตรงมาทางที่เขายืนอยู่มันเป็เรือนร่างที่สูงใหญ่มากประมาณ 10 ฟุตเกือบจะชนเพดานห้องโถง ศีรษะที่มีแสงเรืองๆ ส่ายไหวอยู่ไปมามีเสียงร้องด้วยความใของแเื่ที่ชุมนุมกันอยู่ในความมืดแต่แล้วเสียงนั้นก็เปลี่ยนเป็เสียงหัวเราะปร่าๆ กึ่งกล้ากึ่งกลัว อย่างไรก็ตามร่างนั้นก็ยังคงเดินตรงเข้ามาหาจอห์น ดวงตาคู่สีเขียวเรืองมองจ้องเขาอยู่
“คุณพระช่วย..!”โดนัลด์ ฮู๊ดร้องลั่น “นี่มันอะไรวะ?”
“วู๊ซ์..” เสียงร้องโหยหวนดังก้องไปทั่วทั้งห้องที่ผู้คนกำลังอยู่ในอาการตระหนกแม้ทุกคนจะพอรู้อยู่ว่า มันมีเื่ตลกเกิดขึ้นแต่ก็ยังหัวเราะไม่ออกอยู่นั่นเอง
“จอห์น คอนสเตเบิล..”เสียงของซาตานเอ่ยเรียกชื่อเขาขึ้นช้าๆเป็เสียงยานคางโหยหวนยิ่งนัก “จอห์น..คอน..สเต..เบิล..”
จอห์นพยายามจับตามองความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นแต่ก็ไม่รู้แน่ชัดอยู่ดีว่ามันควรจะเป็อะไรรู้แต่ว่ามันจะต้องเป็เื่ล้อกันเล่นแต่กระนั้นมันก็ยังสร้างความอึดอัดกระวนกระวายให้เกิดขึ้นกับเขาอยู่ดีเพราะไม่รู้ว่าเ้าของร่างนั้น้าอะไรจากเขา
“จอห์น..คอนสเตเบิล..เรา้าเ้า..”ร่างนั้นเอ่ยออกมา
“จอห์น..” วิลลี่เข้ามายืนอยู่ชิดตัวกอดแขนเขาไว้แน่นและจอห์นก็หัวเราะออกมาด้วยน้ำเสียงแปร่งปร่าเหมือนเด็กที่กำลังรวบรวมความกล้าต่อสู้กับสิ่งที่ตนไม่รู้จักอยู่
“จงตามเรามา”ร่างที่เหมือนปิศาจซาตานออกคำสั่งก่อนจะหันหลังเดินนำหน้าออกไป