บทที่ 8 ข้าไม่ได้ตั้งใจ
ไม่นานแม่นมได้กลับมาพร้อมท่านหมอตรวจร่างกายจัดการาแให้แก่หลี่มี่ โชคดีที่นางไม่ได้รับาเ็มากเพียงแค่หัวแตกเท่านั้น ส่วนที่นางสลบน่าจะเป็เพราะนางใจนเกินไป
เมื่อท่านหมอรักษาแผลให้หลี่มี่เสร็จเขาจึงขอตัวกลับ ส่วนอ้ายเยว่ไม่กล้าที่จะเข้าไปที่ห้องเดินไปมาอยู่หน้าห้องอย่างเป็กังวล ส่วนลูกแมวน้อยเขาได้ให้แม่นมพาไปที่ห้องของเขาแล้ว เทียนหลันเซ่อรู้ว่าเยิ่นเม่ยเม่ยปลอดภัย เขาจึงเดินออกมาหน้าห้องพบเห็นอ้ายเยว่เดินไปมาอย่างเป็กังวลอย่างเห็นได้ชัด เขาจึงเดินเข้ามาหาบุตรชายเพื่อสอบถามเื่ราวที่เกิดขึ้น อ้ายเยว่เห็นท่านพ่อเดินออกมาจากห้องจึงรีบเข้าไปเอ่ยถามอาการของเยิ่นเม่ยเม่ย
“ท่านพ่อนางเป็เช่นไรบ้างขอรับ ข้าไม่ได้ทำให้นางตายใช่มั้ย? ท่านพ่อหากนางตายข้าจะทำเช่นไร” เทียนหลันเซ่อวางมือลงบนบ่าของอ้ายเยว่ทั้งสองข้างนั่งคุกเข่าลงเพื่อถามเื่ราวที่เกิดขึ้นในครั้งนี้
“อ้ายเยว่บอกข้ามาว่าเื่นี้มันเกิดอะไรขึ้นทำไมนางถึงได้รับาเ็ แล้วทำไมเ้าต้องคิดว่าตนเองฆ่านางหรือว่าเ้ารังแกนาง” น้ำเสียงกดต่ำเพียงแค่ได้ยินก็รู้เย็นะเืถึงหัวใจ
เด็กชายสั่นกลัวส่ายหน้ามองไปทางอื่นมิกล้าที่จะสบสายตาท่านพ่อ พร้อมเอ่ยบอกอย่างกระตุกกระตัก
“ข้าไม่ได้ตั้งใจขอรับท่านพ่อ ข้าแค่จะช่วยแมวที่ต้นไม้จึงปีนขึ้นบนหลังคาแต่ข้าพลาดตก ข้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่านางจะเข้ามาช่วย ข้าตกลงมาใส่นางทำให้หัวของนางเืออก อึก.. อึก.. ท่านพ่ออย่าบอกนะขอรับว่าข้าฆ่านาง” เด็กชายเริ่มเอ่ยเสียงสั่นสะอึกสะอื้น แต่เทียนหลันเซ่อกลับถอนหายใจ เขาคิดว่าบุตรชายของเขาเป็คนรังแกทำให้นางได้รับาเ็ แต่ไม่ใช่อย่างที่เขาคิดเขาเองก็เบาใจ ยกมือลูบหัวของอ้ายเยว่อย่างแ่เบา น้ำเสียงนุ่มกว่าคราวก่อนเพื่อปลอบประโลมให้เด็กชายหยุดร้องไห้
“นางปลอดภัยแล้ว ข้าคิดว่าเ้าทำร้ายนางเสียอีก” เด็กชายมองหน้าท่านพ่อพร้อมย้อนคำพูดของเขาเพื่อให้แน่ใจอีกครั้ง
“นางปลอดภัยแล้วหรือขอรับ? ” เด็กชายหน้าระรื่นใช้มือปาดน้ำตาอย่างดีใจ
“ใช่แล้ว เ้าเห็นหรือไม่ว่านางเป็ห่วงเ้าจนกล้าที่จะเจ็บแทน ให้ครั้งนี้เป็บทเรียนของเ้า ไปสิเข้าไปดูนางและต่อจากนี้เ้าเลิกเรียกชื่อนางได้แล้ว จงเรียกนางว่าท่านแม่” ใบหน้าของอ้ายเยว่สลดลงอีกครั้ง แม้ว่าครั้งนี้นางจะช่วยเหลือเขา แต่จะให้เขายอมรับนางเป็แม่มันช่างเป็เื่ที่ยากนัก แถมไม่ตอบอันใดเทียนหลันเซ่อสักคำ เขารับรู้ได้ว่าบุตรชายคิดเช่นไร การที่เด็กคนหนึ่งไม่เคยมีแม่ที่คอยเลี้ยงดูยากนักหากวันหนึ่งจะให้เรียกสตรีอื่นว่าท่านแม่
“ท่านพ่อ เื่นี้ข้าต้องขอเวลาสักนิดนะขอรับ”
“เอาเถิด หากนางฟื้นแล้วเ้าจงนำยาให้นางดื่มด้วย ข้าจะออกไปด้านนอกสักครู่” เทียนหลันเซ่อไม่คาดคั้นลุกขึ้นยืนพร้อมบอกให้เขาดูแลเยิ่นเม่ยเม่ยเมื่อนางฟื้นขึ้นมา
“ข้ารับท่านพ่อ” เด็กชายพยักหน้ารับคำสั่งของท่านพ่อเขาลูบหัวบุตรชายอย่างอ่อนโยนก่อนจะย่างเท้าไปทำเื่ที่ค้างคาอยู่
อ้ายเยว่เดินย่างเท้าอย่างเบาตัวเกรงว่าเยิ่นเม่ยเม่ยจะตื่นเมื่อเด็กชายเดินมาถึงเตียงนอนพบว่าตอนนี้นางหลับสนิทอยู่บนเตียงหัวถูกโพกด้วยผ้าสีขาว ทำให้อ้ายเยว่รู้สึกผิดที่ทำให้นางได้รับาเ็
“ท่านโง่หรือไง มาช่วยข้าทำไมกัน คิดว่าจะทำดีด้วยแค่นี้แล้วข้าจะยอมรับท่านเป็ท่านแม่อย่างนั้นหรืออย่าหวังเลย ไม่มีวันนั้นเสียหรอก” เด็กชายยังคงถือทิฐิของตนเอง แม้จะรู้สึกผิดแต่ยังเย่อหยิ่งเพราะคิดว่าเป็แผนของเยิ่นเม่ยเม่ย
หลี่มี่ได้ยินเสียงเล็ก ๆ ข้างกายนางรู้สึกตัวตอนนี้เจ็บที่หัวปวดระบมไปหมด
“อื้อ… ทำไมข้าถึงเจ็บหัวอย่างนี้นะ” อ้ายเยว่ได้ยินเสียงครวญครางดังออมาจากปากของเยิ่นเม่ยเม่ยเขารีบเข้าไปดูใกล้ ๆ นางฟื้นแล้วจริง ๆ นะหรือ? แล้วเมื่อครู่นางได้ยินที่เขาเอ่ยหรือไม่? ใบหน้าของอ้ายเยว่กังวลอีกครั้ง
“นี่ท่านฟื้นแล้วหรือ” หลี่มี่ลืมตามาดูก็พบเด็กชายยืนจ้องหน้าอยู่ สมองของนางเริ่มประมวณผล นางจำได้ว่าเด็กชายกำลังหล่นมาจากหลังคานางเข้าไปช่วยจากนั้นก็หมดสติไป แล้วนางมาอยู่ที่ห้องได้อย่างไร
“เ้าซาลาเปา ข้ามาอยู่ที่ห้องได้อย่างไรเ้าได้รับาเ็หรือไม่?”
“เหอะ! นี่ท่านสติฟั่นเฟือนหรืออย่างไรที่เข้ามาช่วยข้าจนตนเองได้รับาเ็ เมื่อฟื้นมาก็เอาแต่เป็ห่วงข้า ช่างไม่ดูตนเองบ้างเลยคนที่ได้รับาเ็คือท่านต่างหากเล่าแต่ท่านอย่าคิดนะการที่ช่วยข้าในครั้งนี้แล้วข้าจะยอมรับท่านนะ” เด็กชายกอดอกเบะปากอย่างน่าหมั่นไส้
‘นี่ฉันคิดถูกหรือคิดผิดที่ช่วยเด็กคนนี้กันนะ”
“เฮ้อ! เ้านี่นะถ้าปากดีเช่นนี้คงไม่เป็อะไรมาก ว่าแต่ทำไมข้าถึงมาอยู่ที่นี่ได้กันนะ”
“ท่านสำออยแสร้งสลบแน่ ๆ ท่านรู้ใช่หรือไม่ว่าท่านพ่อจะเดินผ่านมา ท่านพ่อเป็ผู้อุ้มท่านมาที่นี่ เอ๊ะ! หรือว่าเมื่อท่านตื่นจะฟ้องท่านพ่อว่าข้ารังแก ท่านช่างเป็สตรีที่ร้ายกาจเสียจริง” หลี่มี่มองหน้าเด็กชายที่เอ่ยออกด้วยความคิดของเด็กน้อยจนนางส่ายหน้า ยันตนเองลุกขึ้นมานั่งพิงเตียง จับหัวที่ถูกโพกด้วยผ้าอย่างแ่า
“เ้านี่นะ..ทำไมถึงคิดว่าข้าเป็สตรีร้ายกาจเช่นนั้นกันหากข้าสตรีร้ายกาจข้าไม่ช่วยเ้าหรอกนะ”
“แล้วอย่างไรล่ะต่อให้ท่านช่วยข้าอาจจะเป็ว่าท่านอยากได้ความรักจากท่านพ่อเลยเข้ามาช่วยข้าคงคิดหาผลประโยชน์จากข้าสินะ …จริงสิ! ท่านพ่อสั่งไว้เมื่อท่านฟื้นแล้วให้นำยาต้มมาให้ ท่านเจ็บที่หัวคงไม่ได้เจ็บที่ขาหรอกใช่มั้ย? เช่นนั้นท่านก็ลุกมาดื่มเองแล้วกันข้าจะกลับห้อง” เด็กชายเอาแต่ใจคิดอย่างไรก็พูดออกมาเช่นนี้ ตอนนี้หลี่่มี่เหนื่อยล้ามากจนไม่มีเรี่ยวแรงจะมาโต้เถียงกับซาลาเปาก้อนกลมที่อยู่ตรงหน้า
“ข้าหาดื่มเองได้เ้ากลับห้องเ้าเถิด ต่อจากนี้จงอย่าได้ทำอันใดอันตรายเช่นนั้นอีก หากวันนี้ข้าช่วยเ้าไม่ทันจะเกิดอันใดขึ้น เข้าใจหรือไม่ หากเ้าไม่เชื่อฟังข้าจะเป็สตรีที่ร้ายกาจอย่างที่เ้าว่าเอง” หลี่มี่โบกมือไล่ให้เด็กชายออกไปจากห้อง ก่อนที่เด็กชายจะเดินออกไปหลี่มี่ได้ข่มขู่เพื่อให้เขาหวาดกลัวและไม่ทำเช่นดั่งวันนี้อีก แต่เด็กชายกลับหันมายิ้มยั่วพร้อมแลบลิ้นให้นางก่อนจะออกไป
“ข้าไม่สน ข้าไม่ฟังข้าไม่กลัว แบร่ ๆ ” หลี่มี่เจ็บหัวเกินกว่าจะโต้ตอบจึงไม่ได้เอ่ยอันใดปล่อยให้อ้ายเยว่ออกไปเช่นนั้น
นางลุกขึ้นเดินไปที่เครื่องแป้งเพื่อมองดูาแแต่ทว่าหัวของนางกลับถูกผ้าโพกไว้หมด
“ต้องเจอเื่น่าปวดหัวอีกนานแค่ไหนกันนะ ทะลุมิติมาอยู่ในนิยายของตัวเองยังไม่พ้นวัน ไม่คิดว่าจะเจ็บตัวขนาดนี้เลย อื้ม! จริงสิการเจ็บตัวครั้งนี้ก็มีประโยชน์สำหรับฉันนี่น่า” หลี่มี่พลิกวิกฤตให้เป็โอกาสนางจะใช้การาเ็ในครั้งนี้เป็ข้ออ้างที่จะไม่ต้องนอนเตียงเดียวกับท่านแม่ทัพ หลี่มี่ยิ้มกว้างเดินไปดื่มยาที่วางอยู่ที่โต๊ะ จากนั้นนางจึงเดินไปที่เตียงเพื่อจะนอนพักผ่อน
ก๊อก ๆ'''' นางกำลังโน้มตัวลงนอนบนเตียงเสียงเคาะประตูได้ดังมาจากข้างนอก เวลานี้ผู้ใดจะมาหานางกัน หรือว่าจะเป็ท่านแม่ทัพกันนะ?
“เข้ามาสิ “นางตอบเสียงที่เคาะประตูข้างนอก แต่เมื่อผู้ที่เข้ามามิใช่ท่านแม่ทัพเป็สตรีที่นางไม่เคยพบเจอเลย มองดูเสมือนจะเป็สาวใช้ในจวนแห่งนี้
“ข้ามีนามว่า ‘ไป๋ลู่’ ฮูหยินผู้เฒ่าส่งข้ามาดูแลปรนนิบัติฮูหยินเ้าค่ะ” เสมือนนางรู้ว่าหลี่มี่คิดอะไร เมื่อเข้ามานางได้เอ่ยนามเพื่อแจ้งให้หลี่มีได้รับรู้ นางได้ยินใบหน้าของหลี่มี่ก็เปลี่ยนไปพลางกระตุกยิ้มที่มุมปาก
‘มาแล้วสินะ สาวใช้ของเยิ่นเม่ยเม่ยที่หักหลังนาง’ นางคิดในใจก่อนจะมองดูไป๋ลู่ั้แ่หัวจรดเท้า
“จากนี้เ้าจะมาดูแลข้าสินะ มาเป็สาวใช้ประจำตัวของข้าใช่หรือไม่? ”
“ใช่เ้าค่ะฮูหยิน”
“เช่นนั้นเ้าต้องทำทุกอย่างที่ข้าสั่งใช่หรือไม่? ”
“เ้าค่ะฮูหยิน ไม่ว่าท่านจะสั่งให้ข้าทำอันใดข้าสามารถทำได้ทุกอย่างต่อจากนี้ข้าจะจงรักภักดีต่อฮูหยินเพียงผู้เดียวเ้าค่ะ” ไป๋ลู่เป็คนพูดจาฉอเลาะเอาอกเอาใจเก่งอย่างที่หลี่มี่แต่งในนิยาย ดังนั้นนางจึงคิดจะแกล้งดูว่านางจะจงรักภักดีอย่างที่นางเอ่ยออกมาหรือไม่ หลี่มี่หันไปพบดาบที่ถูกประดับตกแต่งอยู่ในห้องจึงเอ่ยลองใจนางดู
“หากเช่นนั้นเ้าจงใช้ดาบที่อยู่ตรงด้านขวานั้นแทงตนเองให้ข้าดูสิ ข้าจะได้รู้ว่าเ้าจงรักภักดีต่อข้าจริงหรือไม่? ” หลี่มี่เอ่ยออกมาแววตานิ่งเรียบน้ำเสียงเย็นะเืทำให้ไป๋ลู่ใบหน้าถอดสี ทรุดตัวลงกับพื้นก้มลงใช้หัวแนบพื้นอ้อนวอนให้หลี่มี่เปลี่ยนคำสั่งใหม่
“ฮูหยิน โปรดถอนคำพูดด้วยเ้าค่ะข้าจงรักภักดีต่อท่านจริง ๆ แต่จะให้ข้าทำร้ายตนเองมันไม่ดูโหดร้ายเกินไปหรือเ้าคะ มีหนทางพิสูจน์ตนแบบอื่นหรือไม่เ้าคะข้ามีท่านแม่ที่ต้องดูแลไหนจะน้องชายของข้าที่ยังเล็กนักครอบครัวของข้า ขาดท่านพ่อั้แ่ท่านแม่ตั้งครรภ์น้องคนเล็ก ฮูหยินโปรดเมตตา” หลี่มี่มองสาวใช้นั่งตัวสั่นเทาเอ่ยออกมาอย่างเว้าวอนเพื่อให้นางเปลี่ยนคำพูด
“เ้ากลัวหรือ ข้าแค่อยากลองใจเ้าเท่านั้นเองเ้าหาได้ทำอันใดผิดข้าจะให้เ้าทำเช่นนั้นทำไม ต่อจากนี้เ้าจงดูแลข้าให้ดีตอนนี้ข้าได้รับาเ็อยากพักผ่อนเ้าจะไปทำอันใดก็ไปเถิด หากข้าตื่นแล้วจะเรียกใช้” ไป๋ลู่มีสีหน้าดีขึ้นอย่างโล่งอกลุกขึ้นยืนก่อนจะโค้งคำนับเพื่อออกจากห้องตามคำสั่งของฮูหยิน
“เ้าค่ะ ฮูหยิน”