สายลมหนาวพัดโชยมาอ่อนๆ หอบเอาอากาศบริสุทธิ์และกลิ่นอายของดอกไม้ป่าอบอวลไปทั่วบริเวณบ้านสวนตระกูลวรโชติเมธีบ้านไม้สักทองหลังเก่าที่เคยถูกทิ้งร้างมานานนับสิบปีบัดนี้ได้รับการบูรณะซ่อมแซมจนกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งรอบบ้านเต็มไปด้วยแปลงผักสวนครัวและสวนผลไม้ขนาดย่อมที่กำลังออกผลตามฤดูกาล
พริมาในชุดเสื้อผ้าฝ้ายพื้นเมืองเรียบง่าย กำลังประคอง ธวัชชัยที่วันนี้สามารถใช้ไม้เท้าช่วยพยุงตัวและก้าวเดินช้า ๆออกมานั่งที่ศาลาริมน้ำหลังบ้านใบหน้าของชายชราดูมีเลือดฝาดและเต็มไปด้วยความสุขเมื่อได้กลับมาเหยียบแผ่นดินเกิดอีกครั้ง
"สูดลมหายใจได้เต็มปอดจริงๆ พรีม...พ่อไม่คิดเลยว่าในชีวิตนี้จะมีโอกาสได้กลับมานั่งที่ศาลานี้อีกครั้ง"ธวัชชัยเอ่ยพลางลูบหัวลูกสาวด้วยความรักและเอ็นดู
"เพราะพ่อแข็งแรงขึ้นต่างหากล่ะคะพรีมบอกแล้วไงว่าบ้านสวนของเราอากาศดีที่สุด ต่อจากนี้เราสองคนจะอยู่ที่นี่ไม่ไปไหนอีกแล้วนะพ่อ" พริมาส่งยิ้มหวาน หัวใจของเธอเบิกบานอย่างแท้จริงมลทินในอดีตถูกล้างสิ้น และเธอก็ได้พ่อคนเดิมที่แสนอบอุ่นกลับคืนมา
ในขณะที่สองพ่อลูกกำลังหัวเราะต่อกระซิกกันอย่างมีความสุขเสียงฝีเท้าหนัก ๆ ที่เหยียบลงบนใบไม้แห้งจากทางด้านหลังก็ทำให้พริมาชะงักหญิงสาวหันกลับไปมองด้วยสัญชาตญาณ... และวินาทีนั้นหัวใจดวงน้อยก็พลันเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมาจากอก
ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนและกางเกงสแลกเรียบง่ายเดินเข้ามาในเขตรั้วบ้าน...อคิน ยืนอยู่ตรงนั้น ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยหยิ่งยโส บัดนี้มีเพียงความอ่อนโยนแววตาคมกริบที่เคยดุดันดั่งพญามาร บัดนี้สั่นระริกและเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและคะนึงหาอย่างปิดไม่มิด
"คุณอคิน..."พริมาอุทานแผ่วเบา ยืนนิ่งไปชั่วขณะ
อคินก้าวเข้ามาหยุดอยู่ห่างจากศาลาเพียงไม่กี่ก้าวชายหนุ่มไม่ได้มีท่าทีคุกคามเหมือนในอดีต เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะค่อย ๆหันไปยกมือไหว้ธวัชชัยด้วยความเคารพจากใจจริง
"สวัสดีครับคุณอาธวัชชัย...ผม... อคินครับ" เสียงทุ้มเอ่ยอย่างนอบน้อม
ธวัชชัยมองบุตรชายของอดีตเพื่อนรักชายชราถอนหายใจยาว แววตาไม่มีความโกรธแค้นเหลืออยู่ มีเพียงความเวทนาและเข้าใจโลก"อคินเหรอ... โตขึ้นมากจนอาจำแทบไม่ได้ นั่งก่อนสิลูก"
"ไม่เป็นไรครับคุณอา...ผมยืนตรงนี้ดีกว่า เพราะสิ่งที่ผมทำไว้กับครอบครัวของคุณอามันหนักหนาเกินกว่าที่ผมจะกล้านั่งเสมอครับ" อคินเอ่ยเสียงสั่นเครือก่อนที่สายตาของเขาจะตวัดมาหยุดที่พริมาหญิงสาวเบือนหน้าหนีสายตาอันเว้าวอนของเขาทันที
"คุณมาที่นี่ทำไมคะคุณอคิน?"พริมาเค้นเสียงถาม นิ่งสนิทและเย็นชา"ฉันบอกคุณแล้วไงว่าเราไม่มีอะไรติดค้างกันอีก และที่นี่...ก็ต้อนรับเฉพาะคนในครอบครัวเท่านั้น"
คำพูดตัดรอนอันแสนเยือกเย็นทำให้อคินรู้สึกเหมือนมีมีดกรีดในอกทว่าบัดนี้เขาไม่ใช่พญามารใจร้ายคนเดิมอีกต่อไปแล้วชายหนุ่มขยับก้าวเข้าไปใกล้ศาลาอีกหนึ่งก้าวก่อนที่การกระทำของเขาจะทำให้ทั้งพริมาและธวัชชัยต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
ตุบ...
ร่างสูงใหญ่ของประธานบริหารหมื่นล้านทรุดลงคุกเข่ากับพื้นดิน ต่อหน้าสองพ่อลูกอย่างหมดรูป ชายหนุ่มก้มหน้าลงต่ำมือหนาทั้งสองข้างวางราบกับพื้นหญ้า
"คุณอคิน!นี่คุณทำอะไรของคุณน่ะ?!" พริมาร้องลั่นพยายามจะเดินเข้าไปดึงเขาให้ลุกขึ้นตาสัญชาตญาณ แต่ก็ชะงักเท้าไว้เพราะทิฐิในใจ
"พรีม...คุณอาครับ..."อคินเงยหน้าที่เปื้อนไปด้วยหยาดน้ำตาของลูกผู้ชายขึ้นมองคนทั้งคู่แววตาของเขาแตกสลายและเปี่ยมไปด้วยความเสียใจ "สิบปีที่ผ่านมาผมยอมรับว่าผมมันโง่ ตาบอดเพราะความแค้น หลอกตัวเองให้เกลียดพรีม ทั้งที่ลึก ๆแล้ว... ผมรักเธอมาตลอด รักจนใจจะขาด แต่ก็ใช้ความแค้นมาเหยียบย่ำและทำร้ายเธอเพื่อประชดความรู้สึกตัวเอง"
น้ำตาของอคินไหลพรากอาบสองแก้มชายหนุ่มสบตาพริมาด้วยความเว้าวอนขั้นสุด
"ผมรู้ว่าคำขอโทษร้อยครั้งพันครั้งมันก็ไม่สามารถลบตราบาปและความเจ็บปวดที่ผมเคยทำไว้ได้...ผมไม่ได้มาเพื่อขอให้พรีมยกโทษให้ในทันที แต่ผมมาเพื่อขอโอกาส...ขอให้ผมได้อยู่ดูแลคุณอา และได้อยู่ชดใช้ความผิดทั้งหมดในชีวิตข้าง ๆพรีมที่นี่... ได้โปรดเถอะนะพรีม อย่าไล่พี่ไปไหนอีกเลย..."
พริมายืนนิ่งน้ำตาไหลรินมองภาพพญามารผู้เย่อหยิ่งที่บัดนี้ยอมละทิ้งเกียรติและศักดิ์ศรีทุกอย่างมาคุกเข่าอ้อนวอนขอความรักจากเธอที่นี่ความโกรธในใจของเธอสลายไปจนหมดสิ้นเหลือเพียงความอบอุ่นสายหนึ่งที่แผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจ
ธวัชชัยลอบมองลูกสาวและชายหนุ่มตรงหน้าก่อนจะยิ้มบาง ๆ และเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเมตตา
"พรีมลูก...อดีตมันผ่านไปแล้ว และคนเราทุกคนก็เคยทำผิดพลาดอาโหสิกรรมให้อคินทุกอย่างตั้งนานแล้วนะลูก... ส่วนเรื่องของใจพรีมพ่อคงบังคับไม่ได้ พรีมลองถามหัวใจตัวเองดูเถอะว่า... พร้อมจะให้โอกาสพี่ชายคนนี้แก้ตัวหรือยัง?"
พริมาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ปาดน้ำตาช้า ๆ เธอก้าวลงจากศาลาเดินมาหยุดตรงหน้าอคินที่ยังคงคุกเข่าอยู่หญิงสาวไม่ได้ดึงเขาลุกขึ้นในทันที แต่แววตากลมโตคู่สวยบัดนี้ไม่ได้เย็นชาอีกต่อไปมันกลับมาฉายแววอ่อนโยนดุจเดิม
"ลุกขึ้นเถอะค่ะคุณอคิน...พื้นดินมันเย็นมากนะคะ" พริมาเอ่ยเสียงเบา "ฉันอยากจะบอกว่าฉันไม่ได้เกลียดคุณแล้ว...แต่เรื่องที่จะให้กลับไปเป็นเหมือนเดิมคุณคงต้องใช้เวลาพิสูจน์ตัวเองอีกนานเลยค่ะ"
คำพูดของพริมาเปรียบเสมือนหยาดน้ำทิพย์ที่ชโลมหัวใจที่แห้งผากของอคินชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นยิ้มทั้งน้ำตา หัวใจพญามารพองโตด้วยความหวังที่หญิงสาวมอบให้เขารู้ดีว่าหนทางข้างหน้ายังต้องพิสูจน์ตัวเองอีกมาก แต่วันนี้... ประตูหัวใจของเธอผู้เป็นที่รักได้แง้มออกต้อนรับเขาอีกครั้งท่ามกลางลมหนาวที่เริ่มพัดผ่านและฟ้าหลังฝนที่แสนงดงามในบ้านสวนแห่งนี้