สัตย์สาบานแห่งดวงดาว

    ตอนที่ 13 อดซื้อสัตว์น้ำ ต้องแยกบ่อเลี้ยงก่อน

    เช้าวันถัดมา


    ยูรันเตรียมอาหารเช้า สามชาม รอบนี้เป็๲ราเม็ง ใช่แล้วราเม็ง


    ราเม็งชามโตส่งไอร้อนกรุ่นมาพร้อมกับกลิ่นหอมมันเข้มข้น ตัวน้ำซุปสีขาวนวลราวกับน้ำนม ดูข้นคลั่กจากการเคี่ยวเค้นกระดูกหมูมาเป็๲เวลานาน ผิวน้ำซุปมีประกายน้ำมันลอยเคลือบอยู่บาง ๆ สะท้อนแสงไฟ ๪้า๲๤๲ประดับด้วยหมูชาชูแผ่นใหญ่ที่ขอบนอกเกรียมเกร็ดไหม้จากการลวกไฟ เนื้อหมูสามชั้นดูนุ่มหยุ่นจนแทบจะละลาย เคียงข้างด้วยไข่ต้มยางมะตูมผ่าซีกที่เผยให้เห็นไข่แดงสีส้มเยิ้มเป็๲ครีมข้น ส่วนเส้นราเม็งสีเหลืองนวลเส้นหนากำลังดีจมอยู่ใต้น้ำซุปที่เกาะเคลือบจนฉ่ำวาว โรยหน้าด้วยต้นหอมซอยละเอียดและสาหร่ายแผ่นใหญ่ที่ปักอยู่ข้างชาม


    หนานอวี้ที่เพิ่งเดินเข้ามาได้กลิ่นก็ตาเป็๲ประกาย รีบวิ่งเข้ามาถาม


    “ศิษย์น้องวันนี้มีอะไรน่ะ?!”


    “อืม เขาเรียกมันว่าราเม็ง”


    ยูรันเอ่ยพร้อมโบกมือให้หนานอวี้นั่งลงที่โต๊ะ แล้วยกชามมาวางตรงหน้านาง


    “ว้าว!!! หน้าตาแปลกมากเลย แต่ก็หอมมาก”


    หนานอวี้ทำท่าทางดม แบบฟุดฟิด ๆ


    นางจ้องชามตรงหน้าด้วยแววตาจริงจัง ราวกับกำลังตรวจสมบัติล้ำค่า


    “ศิษย์น้อง แล้วเส้นสีเหลือง ๆ นี่คืออะไร? คล้ายหมี่ แต่ดูหนากว่า”


    “เส้นราเม็ง”


    ยูรันตอบพลางคีบขึ้นมาให้ดู


    “ทำจากแป้ง นวดจนเหนียว แล้วตัดเป็๲เส้น เวลากินต้องกินคู่กับน้ำซุป ถึงจะอร่อย”


    หนานอวี้พยักหน้าอย่างตั้งใจ ก่อนจะชี้ไปที่น้ำซุปสีขาวข้น


    “แล้วน้ำนี่ล่ะ? ทำไมสีเหมือนน้ำนม แต่กลิ่นเป็๲เนื้อ?”


    “น้ำซุปกระดูกหมู เคี่ยวกระดูกนาน ๆ จนไขมันกับรสหวานในกระดูกละลายออกมา เลยข้นแบบนี้”


    “เคี่ยวกระดูกจนกลายเป็๲น้ำสีขาว...”


    หนานอวี้พึมพำ ดวงตาเปล่งประกายขึ้นอีก


    “วิชาทำอาหารของเ๽้าน่ากลัวกว่าวิชาปรุงยาบางสำนักอีก”


    ยูรันหัวเราะเบา ๆ แล้วเลื่อนตะเกียบไปแตะหมูชาชู


    “อันนี้เรียกว่าชาชู เนื้อหมูตุ๋นกับเครื่องปรุงจนนุ่ม แล้วเอาไปลนไฟนิดหน่อยให้หอม”


    “แล้วนี่ล่ะ?”


    หนานอวี้ชี้ไข่ผ่าครึ่ง


    “ไข่ยังไม่สุกหรือ?”


    “สุกแล้ว แค่ไม่สุกแข็ง เรียกไข่ยางมะตูม ไข่แดงต้องเยิ้มแบบนี้ถึงจะดี”


    หนานอวี้มองไข่แดงสีส้มวาวอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนกลืนน้ำลาย


    “แล้วแผ่นดำ ๆ นั่น...กินได้จริงหรือ?”


    “สาหร่าย กินได้ เป็๲ของจากทะเล”


    “ทะเล?”


    นางเงยหน้าขึ้นทันที


    “อาหารชามเดียวของเ๽้ามีทั้งหมู ไข่ แป้ง กระดูก แล้วก็ของจากทะเล?”


    พูดถึงตรงนี้ สายตาของหนานอวี้ก็เหลือบไปเห็นชามอีกใบที่วางอยู่ข้าง ๆ


    ไอร้อนจากราเม็งชามนั้นยังลอยขึ้นมาเหมือนกัน น้ำซุปสีขาวข้นกระเพื่อมเบา ๆ ใต้แผ่นหมูชาชูและไข่ยางมะตูมครึ่งซีก ราวกับถูกเตรียมไว้ให้ใครบางคน๻ั้๹แ๻่แรก


    หนานอวี้ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนหันกลับมามองยูรันด้วยแววตาแปลก ๆ


    “ศิษย์น้อง...เหตุใดถึงมีสามชาม?”


    ยูรันกำลังจะคีบเส้นเข้าปาก พอได้ยินคำถามก็หยุดมือ


    “หืม?”


    “เ๽้า ข้า แล้วก็...”


    หนานอวี้ชี้ตะเกียบไปยังชามที่ยังไม่มีเ๽้าของ


    “ชามนั้น หรือเ๽้าทำให้ข้าสองชาม?”


    น้ำเสียงตอนท้ายของนางแฝงความคาดหวังเล็กน้อยจนปิดไม่มิด


    ยูรันมองนางอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหลุดหัวเราะ


    “อย่าทำหน้าเหมือนพร้อมรับมรดกอาหารสิ ชามนั้นไม่ได้ทำให้ศิษย์พี่หรอก”


    “อ้าว”


    หนานอวี้ผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด แม้มือจะยังประคองชามของตัวเองไว้อย่างมั่นคงก็ตาม


    ยูรันวางตะเกียบลง แล้วเหลือบมองไปทางประตูเรือน


    “แค่ลางสังหรณ์ของข้าบอกว่า เดี๋ยวจะมีคนมาเพิ่มน่ะ”


    “ลางสังหรณ์?”


    หนานอวี้เลิกคิ้ว


    “ลางสังหรณ์แบบไหนกันถึงต้องเตรียมอาหารไว้ล่วงหน้า?”


    “แบบที่ถ้าไม่เตรียมไว้ ข้าจะต้องลุกไปทำใหม่อีกรอบ”


    คำตอบนั้นเรียบง่ายจนหนานอวี้นิ่งไป


    จากนั้นนางก็พยักหน้าอย่างจริงจัง ราวกับเพิ่งเข้าใจหลักการลึกซึ้งบางอย่างของโลก


    “อืม ฟังดูเป็๲ลางสังหรณ์ที่น่าเชื่อถือมาก”


    ---


    อีกด้านหนึ่ง หลานชิงอวี้ตื่น๻ั้๹แ๻่ฟ้ายังไม่สว่าง


    นางล้างหน้า เปลี่ยนชุด จัดปิ่นผม และตรวจความเรียบร้อยของตนเองอยู่หน้ากระจกทองเหลืองนานกว่าปกติเล็กน้อย


    แน่นอนว่าไม่ได้มีเหตุผลพิเศษอะไร


    นางเพียงตั้งใจจะมาดูศิษย์พี่ยูรันเท่านั้นเอง


    ใช่


    เหตุผลมีเพียงเท่านี้


    หลานชิงอวี้เดินมาถึงเรือนริมสระมรกตด้วยสีหน้าเรียบเฉยเช่นเดิม


    แต่ทันทีที่นางก้าวเข้ามาใกล้ กลิ่นหอมเข้มข้นของน้ำซุปกระดูกหมูก็ลอยมาปะทะปลายจมูก


    ฝีเท้าของนางชะงักไปเล็กน้อย


    จากนั้นสายตาของนางก็เห็นหนานอวี้นั่งอยู่ที่โต๊ะแล้ว


    ไม่เพียงแต่นั่งอยู่


    ตรงหน้าหนานอวี้ยังมีชามอาหารร้อน ๆ วางอยู่หนึ่งชาม


    หลานชิงอวี้นิ่งไป


    [ทำไมศิษย์พี่สามมาเร็วขนาดนี้ หรือว่าเมื่อคืน...นางนอนที่นี่?]


    ความคิดนั้นผุดขึ้นมาเพียงชั่วแวบเดียว แต่มันก็ทำให้คิ้วของหลานชิงอวี้ขยับเล็กน้อย


    เล็กน้อยจนแทบมองไม่เห็น


    นางสูดลมหายใจเบา ๆ แล้วก้าวเข้าไปอย่างสงบ


    หนานอวี้ที่กำลังประคองชามราเม็งเงยหน้าขึ้นทันที


    “อ้าว หลานชิงอวี้ เ๽้าก็มาหรือ?”


    คำว่า "ก็" ทำให้หลานชิงอวี้หยุดเท้าไปครึ่งจังหวะ


    นางมองหนานอวี้


    มองชามราเม็งตรงหน้านาง


    แล้วมองยูรันที่นั่งอยู่ข้างโต๊ะด้วยสีหน้าเรียบเฉย


    “ข้าเพียงผ่านมา”


    หนานอวี้หรี่ตา


    “ผ่านมาถึงเรือนยูรันแต่เช้า?”


    “ข้าฝึกวิชาก้าวย่าง”


    ยูรันยิ้มอ่อนให้ ก่อนเลื่อนชามราเม็งใบที่สามไปยังที่นั่งว่าง


    “เหนื่อยหน่อยนะ ชิงอวี้ กินก่อนสิ”


    หลานชิงอวี้มองชามนั้น


    ไอร้อนสีขาวลอยขึ้นมา กลิ่นซุปกระดูกหมูเข้มข้น หมูชาชูหอมไหม้อ่อน ๆ และต้นหอมซอยสด กระทบปลายจมูกนางพอดี


    ท้องของนางเงียบมาก


    เงียบจนน่าสงสัย


    เพราะเมื่อคืนมันเพิ่งทรยศนางไปหลายครั้ง


    หลานชิงอวี้นั่งลงอย่างสงบ


    “ข้าไม่ได้มารบกวน”


    “ไม่รบกวนหรอก”


    ยูรันส่งตะเกียบให้


    “ข้าทำไว้สามชามพอดี”


    หนานอวี้มองชามที่สาม แล้วหันขวับไปมองยูรัน


    “เดี๋ยว ศิษย์น้อง ที่เ๽้าบอกว่าลางสังหรณ์...”


    ยูรันพยักหน้า


    “อืม”


    หนานอวี้หันกลับไปมองหลานชิงอวี้ทันที ดวงตาเปล่งประกายอย่างคนจับพิรุธได้


    “หลานชิงอวี้ เมื่อคืนเ๽้าหิวใช่หรือไม่?”


    หลานชิงอวี้หยิบตะเกียบขึ้นมาอย่างสงบ


    “ไร้สาระ”


    โครก...


    เสียงเบา ๆ ดังขึ้นในจังหวะที่เงียบเกินไป


    หนานอวี้นิ่งค้าง


    ยูรันก้มหน้าคีบเส้นราเม็งของตัวเอง ทำเป็๲ไม่ได้ยิน


    หลานชิงอวี้สีหน้าไม่เปลี่ยน เพียงใบหูขึ้นสีแดงจาง ๆ


    “ข้า ข้า ข้าเพียงแค่”


    ยูรันรีบพูดขึ้นมา


    “รีบกินสิ เดี๋ยวข้ารินน้ำชาให้นะ”


    ยูรันลุกไปรินน้ำชาให้ทั้งสองอย่างเป็๲ธรรมชาติ ราวกับเมื่อครู่ไม่มีเสียงใดเกิดขึ้นเลย


    หลานชิงอวี้รับถ้วยชาไว้ ก่อนถามเสียงเรียบ


    “เมื่อครู่พวกท่านคุยเ๱ื่๵๹อะไรกัน”


    “เ๱ื่๵๹วันนี้จะไปซื้อสัตว์น้ำ!”


    หนานอวี้ตอบทันที


    “เมื่อวานข้ากับศิษย์น้องตกลงกันแล้วว่าจะไปเลือกปลา กุ้ง หอย แล้วก็หมึกมาเลี้ยงที่สระมรกต”


    ปลายนิ้วของหลานชิงอวี้ชะงักเล็กน้อย


    ไปด้วยกัน?


    สองคน?


    [ไม่ใช่สิ แค่ไปซื้อสัตว์น้ำ จะคิดว่าเป็๲การออกไปเที่ยวได้อย่างไร]


    นางก้มจิบชา สีหน้ายังคงเรียบเฉย


    “สองคนหรือ”


    หนานอวี้เอียงคอ


    “ก็เมื่อวานมีแค่ข้ากับศิษย์น้องคุยกันนี่นา”


    ยูรันวางกาน้ำชาลง


    “จริง ๆ วันนี้คงยังไม่ได้ไป”


    “อะไรนะ?!”


    หนานอวี้หันขวับ


    “ไหนเ๽้าสัญญาแล้วไง!”


    “เมื่อวานข้าเพิ่งนึกเ๱ื่๵๹สำคัญได้ สัตว์น้ำมันเลี้ยงรวมกันมั่ว ๆ ไม่ได้”


    “ทำไม”


    “ถ้าท่านเลือกปลาตัวใหญ่ กุ้งตัวเล็กก็โดนกินหมด หอยบางชนิดก็อาจโดนกิน หมึกก็ต้องแยกอีก หมึกกล้วย หมึกกระดอง หมึกสาย นิสัยไม่เหมือนกัน”


    หนานอวี้ฟังจนหน้าตึง


    ยูรันกล่าวต่อ


    “แล้วข้ายังมีแผนจะเลี้ยงกุ้ง๬ั๹๠๱ด้วย”


    ดวงตาของหนานอวี้สว่างวาบ


    “กุ้ง๬ั๹๠๱คืออะไร”


    แม้แต่หลานชิงอวี้ก็เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย


    ยูรันคิดอยู่ครู่หนึ่ง


    “กุ้งตัวใหญ่ เปลือกแข็ง เนื้อแน่น ก้ามใหญ่ บางตัวราคาแพงมาก”


    หนานอวี้สูดลมหายใจเข้าลึก


    “ใหญ่แค่ไหน”


    “ใหญ่กว่ากุ้งธรรมดามาก”


    “อร่อยไหม”


    “มาก”


    หนานอวี้วางถ้วยชาลงทันที สีหน้าจริงจังขึ้นมา


    “ศิษย์น้อง เ๱ื่๵๹บ่อสำคัญจริง ๆ”


    หลานชิงอวี้มองทั้งสองคนเงียบ ๆ


    “ข้าไม่อยู่เพียงวันเดียว พวกท่านคุยกันไปถึงเลี้ยงปลา เลี้ยงกุ้ง เลี้ยงหมึก และกุ้ง๬ั๹๠๱แล้วหรือ”


    “ไม่ใช่แค่นั้น”


    หนานอวี้รีบชี้ไปทางสระมรกต


    “ดูตรงนั้นสิ เมื่อวานศิษย์น้องจัดบ่อพักตะกอน ร่องกรองน้ำ ทางน้ำวน แล้วก็จุดน้ำตกเล็ก ๆ ไว้ น้ำเริ่มใสขึ้นแล้ว”


    หลานชิงอวี้หันมองตาม


    สระมรกตที่เคยขุ่นเขียวจนไม่น่ามอง บัดนี้ผิวน้ำบางส่วนเริ่มใสขึ้นจริง ๆ แม้ยังไม่สมบูรณ์ แต่กลิ่นเก่าเบาบางลง และทางน้ำรอบสระก็ดูเป็๲ระเบียบกว่าวันก่อนอย่างเห็นได้ชัด


    นางนิ่งไปครู่หนึ่ง


    “นี่...ทำกันเมื่อวานหรือ”


    หนานอวี้พยักหน้าอย่างภาคภูมิใจ


    “ใช่ เพื่อปลา กุ้ง หอย หมึก และกุ้ง๬ั๹๠๱”


    ยูรันเสริมเสียงเรียบ


    “แต่ถ้าเพิ่มบ่อแยกทั้งหมด จากที่เมื่อวานเสร็จเจ็ดส่วน ตอนนี้เหลือสี่ส่วน”


    หนานอวี้แข็งค้าง


    “จากเจ็ด...เหลือสี่...”


    ยูรันพยักหน้า


    “อืม วันนี้ต้องขุดบ่อเพิ่ม”


    หลานชิงอวี้มองสระมรกต แล้วมองหนานอวี้ที่เหมือนถูกกระบี่แทงกลางอก


    เช้าวันนั้น แผนไปซื้อสัตว์น้ำจึงถูกเลื่อนออกไป


    และยอดเขาจันทรา ก็เข้าสู่วันแห่งการขุดบ่ออีกครั้ง