“แต่ฝ่าาจะทรงปะาชีวิตเฉิงอันด้วยเหตุผลอันใด?” เฉิงเหยาจินถามอย่างไม่เชื่อหู
“เฮอะ เ้านั่นข่มเหงประขาชนเมืองฉางอัน ฉุดชิงหญิงสามัญชน อีกทั้งฆ่าล้างตระกูลเหล่าจาง! คนชั่วชาสามานย์เช่นนี้ สมควรถูกปะาชีวิต!”
เหว่ยฉือจิ้งเต๋อพ่นลมหายใจ เขารู้สึกว่าองค์ชายแปดลงโทษคนเลวทราม ทำให้ชาวประชาพอใจ จึงไม่มีอะไรที่ไม่เหมาะสม
อย่างไรก็ตามเฉิงเหยาจินขบเค้นฟันแล้วเอ่ยว้า “หากเฉิงเหยาจินทำจริง ๆ เช่นนั้นเขาก็สมควรตายแล้ว! แต่ถึงอย่างนั้นองค์ชายแปดรู้สิ่งที่เฉิงอันเคยทำในอดีตได้อย่างไร?”
“เอ่อ เื่นั้น…”
เหว่ยฉือจิ้งเต๋อพูดไม่ออก
ในทางกลับกันเว่ยเจิงเลิกคิ้วพลางสูดลมหายใจแล้วเอ่ยว่า “ฮึ องค์ชายแปดรู้แม้กระทั่ง ข้ายืมวัวตัวหนึ่งแล้วไม่คืนเมื่อสิบห้าปีก่อน แล้วยังจะมีอะไรที่เขาไม่รู้อีกบ้าง? ข้าคิดว่าองค์ชายแปดรับมือไม่ได้ง่าย ๆ ดังนั้นข้าขอบอกหลูกว๋อกงเลยว่า เ้าอย่าได้ริแข็งข้อ มิเช่นนั้นคนที่จะโชคร้ายคงหนีไม่พ้นตัวเ้าเอง!”
“นี่…เฮอะ ข้าได้รับคำสั่งจากฝ่าา ให้พาตัวองค์ชายแปดไปเรียนที่สำนักอักษร! ฝ่าาตรัสด้วยว่า ข้าจะใช้วิธีไหนก็ได้แต่ห้ามทำร้ายเขา! ถ้าอย่างนั้นตาเฒ่าผู้นี้ ก็ไม่ขอเกรงใจแล้ว!”
เมื่อพูดจบ เฉิงเหยาจินก็แบกขวานคู่ไว้บนหลังของเขา แล้วมุ่งหน้าไปยังจวนเจิ้นอ๋อง
เฉิงเหยาจิน้าถามหลี่เฉิงเฟิงให้แน่ใจว่าเขารู้ได้อย่างไรว่าเฉิงอันฆ่าล้างตระกูลของเหล่าจาง
หากองค์ชายแปดให้เหตุผลไม่ได้ เฉิงเหยาจินก็จะต่อสู้กับความอยุติธรรมเพื่อเฉิงอัน ถวายฎีกาต่อฝ่าา
แม้ว่าองค์ชายแปดจะเป็เชื้อพระวงศ์ แต่เขาจะทำร้ายขุนนางคนสำคัญของต้าถังโดยส่งเดชมิได้
เฉิงเหยาจินเร่งฝีเท้าไปข้างหน้า โดยมีฉินฉงรีบเดินตามไป
เนื่องจากฉินฉงรู้ว่าเฉิงเหยาจินเป็คนอารมณ์ร้อน ทว่าองค์ชายแปดนั้นมีนิสัยที่แข็งกร้าวยิ่งกว่า
องค์ชายแปดไม่แม้แต่เห็นฝ่าาอยู่ในสายตา แล้วเขาจะเกรงกลัวต่อหลูกว๋อกงได้อย่างไร?
ดังนั้นเพื่อไม่ให้เฉิงเหยาจินต้องทนทุกข์ ฉินฉงจึงรีบตามเขาไป หวังว่าตนเองจะเป็ผู้สร้างสันติ ไม่ปล่อยให้เกิดความขัดแย้งระหว่างองค์ชายแปดกับเฉิงเหยาจิน!
……
ในจวนเจิ้นอ๋อง หวูกงกงยังคงเคาะประตูห้องบรรทมของหลี่เฉิงเฟิง ด้วยหวังว่าหลี่เฉิงเฟิงจะยอมออกมาจากห้อง
หลี่เฉิงเฟิงตะคอกด้วยความไม่พอใจว่า “เคาะทำไม? เ้าลองเคาะอีกสิ ข้าจะปะาหัวสุนัขของเ้าเสีย!”
อีกแล้ว?
ถึงอย่างนั้นหวูกงกงก็คุ้นชินกับมันแล้ว
หวูกงกงจึงเอ่ยต่อว่า “องค์ชายแปด ได้เวลาออกมาเสวยอาหารกลางวันแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”
“โอ้? เที่ยงแล้วเหรอ?”
“พ่ะย่ะค่ะองค์ชายแปด ฝ่าาขอให้ข้าดูแลท่านเป็อย่างดี อย่าให้ท่านต้องลำบากแม้เพียงน้อย!”
“หลี่ซื่อหมินไปแล้วเหรอ?”
“อ๊ะ?” หวูกงกงตกตะลึง องค์ชายแปดกล้าเรียกชื่อเ้าเหนือหัวองค์ปัจจุบันได้อย่างไร?
หวูกงกงพูดขึ้นว่า “ทูลองค์ชายแปด ฝ่าาเสด็จออกจากจวนเจิ้นอ๋องแล้ว ท่านออกมาได้แล้วพ่ะย่ะค่ะ!”
“ได้ ในเมื่อเขาไปแล้วข้าก็จะออกไป ถ้าเขามา ข้าก็จะซ่อนตัวอีกครั้ง ดูสิว่าเขาจะทำอะไรข้าได้!”
ดังนั้นหลี่เฉิงเฟิงจึงผลักเปิดประตูห้องบรรทม แล้วเดินวางมาดออกมา
บนโต๊ะอาหารมีกับข้าวสามจานน้ำแกงหนึ่งถ้วย
หมูตุ๋นน้ำแดงหนึ่งจาน หมูผัดหน่อไม้หนึ่งจาน ผักกาดขาวหนึ่งจาน และน้ำแกงอีกหนึ่งถ้วย
หลี่เฉิงเฟิงมองดูอาหารบนโต๊ะ แล้วจึงเอ่ยว่า “หวูกงกง ข้าคือองค์ชายแปดแห่งราชวงศ์ถัง เ้าจะให้ข้ากินของพวกนี้หรือ?”
“เอ่อ? ทูลองค์ชายแปด มื้อนี้มีเนื้อให้กิน มื้อหน้าก็ยังมีเนื้อให้กินอีกพ่ะย่ะค่ะ!”
“เนื้อรึ? แต่ข้าอยากกินไก่อบขิง”
“เอ่อ…”
“เฮ้อ ช่างเถอะ ๆ ถึงบอกไปพวกเ้าก็ไม่รู้จัก! แล้วนี่หรืออาหารจากห้องเครื่องในพระราชวัง? ไม่เห็นจะอร่อยเท่าที่ข้าเคยกินมาเลย!”
คำพูดของหลี่เฉิงเฟิงทำให้หวูกงกงใจริง ๆ
หวูกงกงคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดต่อว่า “องค์ชายแปด เกรงว่าท่านอาจยังไม่รู้! ไม่นานมานี้เกิดภัยแล้ง ผู้คนขาดแคลนอาหาร ฤดูแล้งครั้งนี้ เรียกได้ว่าเป็ฤดูร้อนที่ร้อนที่สุดใน่หลายปีที่ผ่านมาของต้าถัง!”
“ประชาชนที่อาศัยอยู่ทางตอนใต้ของเมืองฉางอันในต้าถัง ไม่มีเนื้อให้กิน แม้แต่ข้าวขาวก็ไม่มีให้กินเลยด้วยซ้ำพ่ะย่ะค่ะ!”
“เมืองฉางอันเป็เมืองที่เจริญรุ่งเรืองที่สุดในต้าถัง หากเป็เมืองโยวโจว หรือเมืองซวนโจว เกรงว่าคงไม่มีแม้แต่ข้าวให้กิน ทำได้แค่อดอยากตายเท่านั้น!”
“อันใดนะ? ร้ายแรงเพียงนั้นเลยหรือ?”
หลี่เฉิงเฟิงขมวดคิ้วในทันที
หวูกงกงเอ่ยต่อว่า “พ่ะย่ะค่ะองค์ชายแปด ตัวท่านนั้น ความสุขอยู่รอบกายแต่กลับไม่เห็นค่า อย่างน้อยท่านก็ได้อาศัยอยู่ในจวนเจิ้นอ๋อง ไม่ต้องเผชิญภัยพิบัติ มีเนื้อให้กินทุกมื้อ เมื่อเทียบกับคนยากจนในเมืองโยวโจว นับว่าท่านมีความสุขเหลือล้นแล้ว!”
“อื้ม ดังที่เ้าว่า เมื่อเทียบกันแล้ว อาหารบนโต๊ะข้า นับว่าเป็อาหารอันโอชะเลยทีเดียว!”
เมื่อนึกถึงเื่นี้ หลี่เฉิงเฟิงก็ส่ายศีรษะอย่างช่วยไม่ได้
ใน่ฤดูแล้งของต้าถัง ผู้คนถูกแดดเผาตาย อดอยากตายมากมายนับไม่ถ้วน
แม้ว่าหลี่เฉิงเฟิงจะได้เสนอโครงการสำคัญเช่น โครงการ ‘ผันน้ำจากใต้สู่เหนือ’ แก้ปัญหาภัยพิบัติให้แก่ชาวต้าถัง
แต่ก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อยสามปีจึงจะเสร็จสมบูรณ์
ในระหว่างสามปีนี้ ไม่รู้ว่าจะมีชาวต้าถังอีกกี่คนที่ต้องตาย!
หัวใจของหลี่เฉิงเฟิงทำมาจากเืจากเนื้อ เมื่อเห็นชาวต้าถังถูกแดดแผดเผาจนตาย เขาจึงรู้สึกอึดอัดใจมากเช่นกัน!
เป็ผลให้หลี่เฉิงเฟิงหมดอารมณ์กินในทันใด
หลี่เฉิงเฟิงคิดในใจ ทำไมเขาไม่วิจัยข้าวลูกผสมกับปลูกมันฝรั่งเองเสียเลยล่ะ?
หากทำให้ทั้งสองสิ่งนี้แพร่หลายไปทั่วทั้งต้าถัง เมื่อนั้นชาวต้าถังทั้งหลาย นับประสาอะไรกับความมั่งคั่ง อย่างน้อย ๆ ก็ไม่มีปัญหาเื่อาหารกับเครื่องนุ่งห่ม!
“องค์ชายแปดเสวยเถอะพ่ะย่ะค่ะ!”
“ไม่กิน ข้าไม่อยากอาหาร!”
หลี่เฉิงเฟิงเบะปาก
เมื่อเปิดดูระบบ ภายในระบบขณะนี้มีค่าความซุกซนเพียง 2,120 แต้มเท่านั้น
สามารถซื้อเมล็ดมันฝรั่งกับเมล็ดข้าวลูกผสมได้เพียงน้อยนิด
“ไม่ได้การ ข้าต้องไปพบเสด็จพ่อเพื่อรับค่าความซุกซนเดี๋ยวนี้! เพราะทุกครั้งที่หลอกเขาได้ ระบบจะให้ค่าความซุกซนกับข้าเยอะที่สุด!”
ในขณะที่หลี่เฉิงเฟิงตั้งใจจะเข้าวังไปพบหลี่ซื่อหมินเพื่อลวงเขา ทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าที่หน้าประตูจวนเจิ้นอ๋อง
หลังจากนั้นหลี่เฉิงเฟิงเห็นชายร่างสูงใหญ่เดินเข้ามาในจวนเจิ้นอ๋อง
องครักษ์นอกประตูยังทำความเคารพพวกเขาอีกด้วย?
คนที่เข้ามามีทั้งหมดสี่คน ซึ่งทั้งสี่คนนั้นยังเป็คนที่หลี่เฉิงเฟิงรู้จักอีกด้วย
พวกเขาทั้งหมดล้วนเป็หนึ่งในยี่สิบสี่ขุนนางหอหลิงเยียนแห่งยุคราชวงศ์ถัง
ผู้ที่เดินนำหน้ามาก็คือฉินฉง แม่ทัพเสือแห่งต้าถัง
ที่ด้านข้างของเขามีชายร่างใหญ่สองคน คนหนึ่งเป็ผู้ชายผิวคล้ำ ร่างอ้วนท้วม ถือขวานคู่อยู่ในมือ เขามีนามว่าเฉิงเหยาจิน
ชายอีกคนร่างกายกำยำ ผิวดำเหมือนวัว มีนามว่าเหว่ยฉือจิ้งเต๋อ
ซึ่งยังมีชายอีกคนหนึ่งเดินขากะเผลกอยู่ข้างหลังของพวกเขา นั่นเว่ยเจิงที่ถูกทุบร้อยครั้งเมื่อวานนี้มิใช่หรือ?
“พวกเขามาหาข้าทำไมกัน?”
หลี่เฉิงเฟิงตากระตุกโดยไม่รู้ตัว
ในไม่ช้า พวกฉินฉงสี่คนก็เดินมาถึงห้องรับรองในจวนเจิ้นอ๋อง
ทั้งสี่คนโค้งคำนับหลี่เฉิงเฟิงด้วยความเคารพ ขณะเอ่ยขึ้นอย่างพร้อมเพรียงว่า “คารวะองค์ชายแปด! กระหม่อมมาพบองค์ชายแปดพ่ะย่ะค่ะ!”
“พวกเ้ามาพบข้าทำไม?”
อย่างไรก็ตาม หลี่เฉิงเฟิงไม่ได้ไว้หน้าพวกเขานัก
ดังคำที่ว่าเมื่อมีสิ่งผิดปกติก็ย่อมมีผี คนเหล่านี้พร้อมใจกันมาพบเขา แน่นอนว่าคงไม่ใช่เื่ดี!