แพทย์หญิงทะลุมิติ

    ตอนที่ 30

    ตอนที่ 30

             

            “ท่านพี่พวกท่านกลับมาแล้ว”หลันฮวาออกมาต้อนรับสามพ่อลูกที่ขับเกวียนเข้ามาภายในลานบ้าน

            “อืมของที่เจ้าต้องการพี่จัดการให้เจ้าเรียบร้อยแล้ว”หานตงยิ้มให้ภรรยา พร้อมกับชี้ไปที่เกวียนที่มีเด็กนั่งยิ้มอยู่

            “อ๋อท่านพี่คนที่จะมาสร้างกำแพงบ้านให้เรามากันทั้งแล้วเจ้าค่ะ นายช่างใหญ่และลูกน้องครอบครัวหลิง ครอบครัวเฟิง และครอบครัวปู่ใหญ่ มาช่วยกับครบเลยเจ้าค่ะ อ๋อน้องห้ากับท่านพ่อก็มานะเจ้าคะ”หลันฮวารีบบอกสามี คนในหมู่บ้านร่วมสามสิบคนที่มาช่วยก่อกำแพงล้อมพื้นที่กว่า200 หมู่ คาดว่าน่าจะใช้เวลาไม่เกิน ห้าวัน

            “อืมเมื่อวานพี่ไปบอกพวกเขาทั้งหมดเองแหละ”หานตงพยักหน้า พลางช่วยเมียและลูกๆหิ้วของเข้าบ้าน

            “ท่านแม่ท่านจะทำอาหารอะไรเลี้ยงคนงานเจ้าคะ”จิวจิวเอ่ยถาม เมื่อเดินเข้ามาสำรวจครัวด้านใน

            “เจ้าว่าทำอะไรดีล่ะจิวเออร์คนเยอะมากขนาดนั้น ต้องทำเยอะเลยนะ”หลันฮวายิ้มให้บุตรสาวนิดหนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความกังวลบนใบหน้าแทน จริงอยู่ทีทุกคนต่างนำอาหารมาเองแต่ครอบครัวเธอก็ควรแสดงน้ำใจบ้าง

            “อืม ข้าว่าทำซาลาเปาใส้หน่อไม้หมูสับกับทำน้ำแกงหน่อไม้สดใส่กระดูกหมู ดีหรือไม่เจ้าคะหน่อไม้นี้พวกข้าเพิ่งช่วยกันขุดมา หน่อใหญ่ ใหม่สดน้ำแกงคงหวานอร่อย”จิวจิวแค่คิดถึงรสชาติที่เคยกิน เธอก็รู้สึกหิวกระหายขึ้นมาทันทียิ่งอากาศเย็นๆแบบนี้ด้วยแล้ว

            “ซาลาเปาใส้หน่อไม้หมูสับแม่ไม่เคยได้ยินมาก่อน แต่ว่าจิวเออร์ หน่อไม้มันกินได้จริงๆรึ”หลันฮวาถามด้วยความสงสัยนางไม่เคยเห็นคนขุดไปกินสักที เนื่องจากมันขมมากไม่เห็นอร่อยเลย

            “กินได้สิเจ้าคะท่านแม่ที่สำคัญมันอร่อยด้วย”จิวจิวบอกมารดา ใบหน้าน้อยๆยิ้มพราย

            “เอาล่ะ แม่เชื่อเจ้าไหนให้แม่ทำอะไรบ้างเจ้าบอกมา”หลันฮวายอมพยักหน้าในที่สุดพร้อมกับถลงแขนเสื้อเตรียมลุยงาน

            “ข้าว่าท่านแม่ไปตามคนมาช่วยสักคนสองคนดีหรือไม่เจ้าคะเราก็จ่ายค่าแรงน้อยกว่าคนที่มาสร้างกำแพงนิดหน่อย อืมสัก 30 อีแปะ ให้มาช่วยเราเตรียมอาหารดีหรือไม่เจ้าคะท่านแม่”หลันฮวาชะงักก่อนยิ้มให้บุตรสาว

            “ได้ แม่จะไปตามป้าใหญ่เจ้ากับซูซานมาช่วย พวกนางคงเต็มใจที่จะได้มีรายได้เพิ่ม”หลันฮวาพยักหน้าเห็นด้วยกับบุตรสาวเธอคิดถึงครอบครัวของปู่ใหญ่ซึ่งก็คือภรรยาของลูกชายคนโตของปู่ใหญ่และเพื่อนของนางเอง

            ผ่านไปสักพักแม่ก็กลับมาพร้อมกับคนสองคนที่เคยบอกไว้ทั้งสองยิ้มให้เด็กน้อยนัยน์ตาบ๋องแบ๋วที่จ้องมองมา

            “ไหนจิวเออร์มีอะไรให้ป้าช่วยไม่จำเป็นต้องจ่ายอีแปะให้พวกข้าหรอก อย่างไรก็คนหมู่บ้านเดียวกันช่วยกันเป็นเรื่องธรรมดา”ป้าใหญ่ยิ้ม พูดกับเด็กน้อยอย่างจริงใจ

            “ไม่ได้หรอกเจ้าค่ะท่านป้า ท่านน้างานนี้ต้องให้พวกท่านช่วยหลายวัน ข้าจะกินแรงพวกท่านฟรีๆไม่ได้ยังไงก็ต้องจ่ายเจ้าค่ะ”จิวเออร์เอ่ยด้วยท่าทีจริงจัง ใบหน้าน้อยนั่นดูน่ารักนักทำให้ผู้ใหญ่อดยิ้มด้วยความเอ็นดูไม่ได้

            “ข้าจะจ่ายพวกท่านวันล่ะ 30 อีแปะนะเจ้าคะ ต่อไปขอให้พวกท่านมาเวลานี้ทุกวัน เพื่อทำอาหารหนึ่งมื้อ”จิวจิวบอกหญิงทั้งสอง

            “30อีแปะอย่างนั้นรึมันมากไปนะหลาน ไม่เอาไม่เอา”ป้าใหญ่รีบโบกมือปฏิเสธเช่นเดียวกับซูซานที่ตกตลึงในค่าแรงของพวกนาง มาทำอาหารได้ค่าแรงตั้ง 30 อีแปะ เกือบเท่ากับแรงงานชายฉกรรจ์ที่ไปหางานทำในเมืองเลยจะไม่ให้ตกใจได้อย่างไร

            “ท่านป้า งานครัวเป็นงานใช้ฝีมือนะเจ้าคะกับข้าวไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ง่ายๆ ข้าเต็มใจจะจ่าย พวกท่านอย่างคิดมากเลยจริงหรือไม่เจ้าค่ะท่านแม่”จิวจิวรีบหาเสียงสนับสนุนเมื่อเห็นท่าทีตกใจของคนทั้งสอง

            “จริงเจ้าค่ะท่านป้า ซูซานเอาตามที่จิวเออร์พูดนั่นแหละเจ้าค่ะ”หลันฮวากล่าวเกลี่ยกล่อมคนทั้งสองซึ่งทั้งสองคนต่างมองสบตากันก่อนจะยอมพยักหน้าในที่สุดพวกนางตั้งใจไว้ว่าจะต้องใจทำให้สุดฝีมือ

            “ถ้างั้นเอาตามนั้นก็ได้พวกเจ้าช่างใช้จ่ายสิ้นเปลืองเหลือเกิน”ป้าใหญ่โบกมือ ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มพร้อมกับเดินเข้าครัวไป เพื่อเตรียมอาหาร

                “ป้าใหญ่ น้าซูซานวันนี้ข้ากับท่านแม่จะทำซาลาเปาใส้หน่อไม้หมูสับ กับทำน้ำแกงหน่อไม้สดใส่กระดูกหมูเจ้าค่ะ”จิวจิวเอ่ยถึงเมนูที่คิดไว้

                “หือ หน่อไม้อย่างนั้นรึมันจะกินได้หรือจิวเออร์”ป้าใหญ่ กับซูซานหันไปมองหน้ากันโดยมีหลันฮวายืนยิ้มอยู่ข้างๆไม่พูดอะไร เธอไม่แปลกใจที่ทั้งสองมีอาการแบบนี้เหมือนเธอที่ได้ยินครั้งแรกนั่นแหละ

                “กินได้แน่นอนเจ้าค่ะอร่อยด้วย”จิวเออร์ถอนใจหนักๆ เมื่อเจออาการเดียวกับผู้เป็นมารดาจากผู้มาใหม่ทั้งสอง

                “เอาล่ะๆ ไม่ต้องถอนหายใจแล้วมาๆเจ้าจะให้พวกป้าทำอะไร”ป้าใหญ่หัวเราะอาการถอนใจราวผู้ใหญ่ของหลานสาวตัวน้อย

                “ท่านแม่กับท่านน้าไปทำแป้งสำหรับทำซาลาเปาข้ากับท่านป้าจะทำใส้ไว้เจ้าค่ะ”จิวจิวรีบแบ่งงานทันทีซึ่งทั้งหมดก็แยกย้ายกันไปทำ พร้อมกับที่เสี่ยวหลินโผล่เข้ามาจึงถูกดึงมาเป็นลูกมือทำครัวอีกคน

                “ปลอกหน่อไม้ทั้งหมดนี้ก่อนจะเจ้าคะเสร็จแล้วฝานบางๆแบบนี้ แล้วเอาไปต้มให้สุกสักสองน้ำเพื่อลดความขม”ป้าใหญ่กับเสี่ยวหลินเป็นลูกมือที่ดี ทำงานแป๊ปเดียวหน่อไม้สองหม้อก็ถูกต้มในหม้อใหญ่เรียบร้อยแล้ว

                “เนื้อหมูสามชั้นเจ้าค่ะสับให้ละเอียด และนี่ก็กระดูกหมูสับเป็นชิ้นๆเจ้าค่ะ”จิวจิวส่งเนื้อสามชั้นกับกระดูกหมูที่แอบเอาออกมาจากในมิติให้ป้าใหญ่ของเธอกับเสี่ยวหลิน

                “ต้องใช้มากขนาดนี้เลยรึ”ป้าใหญ่ตาโตมองเนื้อหมูกับกระดูกหมูด้วยความตกใจ

                “ไม่มากหรอกเจ้าค่ะ กำลังพอดี ท่านป้าสับให้ละเอียดนะเจ้าคะ”จิวจิวยิ้มบอกผู้เป็นป้าพร้อมหันไปดูหม้อต้มหน่อไม้ เมื่อเห็นว่าได้ทีแล้วจึงให้พี่สาวตักออกมาแช่น้ำเย็นไว้ ก่อนจะตั้งหม้ออีกครั้งเพื่อทำน้ำแกงเมื่อหม้อเดือด นางก็จัดการโยนสมุนไพรเครื่องเทศลงไปเพื่อให้ได้กลิ่นหอมตามด้วยเห็ดหอมแห้งเล็กน้อยที่เธอซื้อมา หม้อเดือนพล่านพร้อมกับโยนกระดูกหมูที่สับเป็นชิ้นพอดีลงไปในหม้อ ตามด้วยหน่อไม้เติมเกลือกับเครื่องปรุงรสเข้าไป ปิดฝา เท่านี้ก็จบสำหรับน้ำแกง จิวจิวยิ้มกริ่มอย่างพอใจ

                หันกับมาอีกทีจิวจิวถึงกับสะดุ้ง เมื่อเห็นคนสี่คนกำลังยืนมุงดูอยู่ด้านหลังทุกคนมองการกระทำของเธอด้วยความแปลกใจ จิวจิวยิ้มเหยๆส่งให้ทุกคน

                “เจ้าทำอาหารเป็นด้วยรึ”ป้าใหญ่ถามอย่างแปลกใจนางเข้ามาแอบมองตั้งแต่แรกแล้ว เห็นท่าท่างคล่องแคล่วราวกับเคยทำไปแล้วหลายครั้งสร้างความแปลกใจไม่น้อย

                “อ๋อ ข้าแค่ทำตามตำราเจ้าค่ะท่านป้าไม่รู้จะอร่อยรึเปล่า ต้องรอชิมนะเจ้าคะ”จิวจิวยิ้มจนตาหยีให้ทุกคน ทำหน้ามึนๆเดินเลี่ยงออกมาจากหน้าเตา

                “เรามาทำใส้ซาลาเปากันดีกว่าเจ้าค่ะท่านป้า”จิวจิวรีบเปลี่ยนเรื่องรีบจูงมือป้าใหญ่ออกไปทันที

                “สับหน่อไม้ให้ละเอียดเจ้าค่ะทุกคนเอาหมูกับหน่อไม้มาคลุกเคล้าด้วยกัน แล้วปรุงรส ท่านป้าสูตรนี้ข้าก็ได้มาจากตำราเดียวข้าปรุงเองเจ้าค่ะ”ดังนั้นทุกคนจึงมองจิวจิวน้อย โยนนั่นนี่ใส่เข้าไปในใส้ซาลาเปาไม่หยุดก่อนจะคลุกเคล้ากันอีกที แป้งกับใส้ก็พร้อมสำหรับห่อทุกคนต่างเร่งมือในการห่อซาลาเปา เมื่อจัดการห่อเรียบร้อยซาลาเปามากมายก็ถูกยกขึ้นนึ่งทันที

                “ท่านป้ามาชิมน้ำแกงข้าสิเจ้าคะ”จิวจิวเรียกผู้เป็นป้าเมื่อน้ำแกงเคี่ยวจนได้ที่แล้ว นางตักใส่ถ้วยเล็กๆยื่นให้ป้าใหญ่ของเธอ

                “อืม หอม หวาน รสชาดดีมากจริงๆหน่อไม้นี้ก็กรอบ มันไม่ขมสักนิด”ป้าใหญ่ชมไม่ขาด พร้อมกับตักใส่ถ้วยเล็กส่งให้คนอื่นได้

                “ถ้าข้ารู้ว่าหน่อไม้ทำแบบนี้แล้วกินได้ข้าไปขุดมาตั้งนานแล้ว อย่างน้อยอาหารที่บ้านจะได้มีเพิ่มขึ้น”ซูซานพยักหน้าเห็นด้วยเมื่อได้ชิมน้ำแกง

                “หน่อไม้ทำได้หลายอย่างนะเจ้าคะท่านป้าท่านน้าเอามาดองหรือตากแห้งก็ได้เจ้าค่ะ เก็บไว้กินได้นานๆ”จิวจิวยิ้มให้ทั้งสอง

                “ขอบใจมากจิวเออร์เดี๋ยวพวกข้าจะไปขุดมาทำบ้าง”ป้าใหญ่ยิ้มให้เด็กน้อยอย่างเอ็นดู

                “ใช่แล้ว น้าก็จะไปขุดเหมือนกัน”ซูซานพยักหน้าเห็นด้วยกับป้าใหญ่ทุกคนต่างยิ้มด้วยความพอใจ

     

                เมื่อถึงเวลาอาหารทางเจ้าบ้านก็ได้แจ้งกับทุกคนว่ามีซาลาเปากับน้ำแกงที่เจ้าบ้านทำมาเสริมให้ทุกคนต่างยิ้มอย่างยินดี

                “นายช่างเชิญมารับอาหารเจ้าค่ะ”หลันฮวาเห็นนายช่างที่พวกเธอจ้างมาเดินออกมาก่อนจึงรีบเรียก

                “หือมีอาหารให้ด้วยอย่างนั้นรึ”นายช่างใหญ่มองด้วยความแปลกใจซาลาเปาแป้งขาวลูกอวบๆตรงหน้า กับไอร้อนๆจากน้ำแกงดึงดูดความสนใจของเขาไม่น้อยจึงสั่งให้ลูกน้องไปหยิบถ้วยของเขามาเพื่อตักน้ำแกง

                เมื่อทุกคนเห็นนายช่างเข้ามารับเป็นคนแรกคนต่อไปก็เริ่มต่อคิวเข้ามารับอาหารเช่นกัน ซาลาเป่าหยิบได้คนละสองก้อนซึ่งค่อนข้างใหญ่มากสำหรับพวกเขา แถมเป็นแป้งขาวอีกต่างหาก

            “หือ แป้งนุ่มมาก อ๊ะใส่หมูอย่างนั้นรึอร่อยจริง”คนงานที่กัดซาลาเปาไปก่อนคนแรกอุทานด้วยความตื่นเต้นไม่คาดคิดว่าจะเจอเจ้าบ้านใจดี ทำซาลาเปาใส่หมูแจกด้วยบางคนเมื่อรู้ก็แอบเก็บซาลาเปาของตัวเองไว้เพื่อนำกลับบ้านเพื่อให้ลูกๆของพวกเขาได้กินและหันซดน้ำแกงแทน

            “น้ำแกงนี้ก็เข้มข้นมากแถมยังมีกระดูกหมูอีก ซดคล่องคอจริงๆ”ชายอีกคนที่ซดน้ำแกงพยักหน้าด้วยความพอใจ

            “นี่หน่อไม้นิ ไม่เห็นขมเลย อร่อยจัง”เสียงพึงพอใจของแต่ละคนดังมาให้ได้ยินไม่ขาดสายทำเอาแม่ครัวตัวน้อยยิ้มกริ่มอย่างพอใจ

            “ซาลาเปานี่นุ่ม น้ำแกงนี่ก็อร่อยจริงๆจิวเออร์เจ้าเก่งมาก”หานตงชมลูกสาว เมื่อทั้งหมดได้ชิม และรู้ว่าเป็นฝีมือใคร

            “ใช่ๆอร่อยมากจริงๆข้ากินจนหยุดไม่ได้เลย”หยางหลงพยักหน้า พร้อมกับยัดซาลาเปาเข้าปากไม่หยุดสร้างความขบขันให้กับทุกคนเป็นอย่างมาก

                “ท่านแม่เจ้าคะ ซาลาเปากับน้ำแกงที่เหลือ ให้ท่านป้ากับท่านน้าแบ่งกลับไปด้วยนะเจ้าคะ”จิวจิวบอกมารดา  

            “แม่จัดการไว้เรียบร้อยแล้วล่ะ”หลันฮวายิ้มให้บุตรสาว 

                “ท่านปู่น้าห้ากินให้อิ่มนะเจ้าคะ”จิวจิวยิ้มให้ท่านปู่และท่านน้าของนาง ที่มาช่วยงาน

                “หลานปู่เก่งมาก”เฒ่าหานยิ้มให้หลานสาว

                “น้ากินจนพุงจะแตกแล้วเจ้าทำอาหารอร่อยจริงๆจิวเออร์น้อย”เทียนฟู่ยิ้มพร้อมกล่าวชมหลานสาว ทุกคนต่างยิ้มอย่างพอใจสำหรับอาหารวันนี้

                “ท่านหยุดเดี๋ยวนี้นั่นของข้า”เสียงตวาดดังลั่น ในที่พักของนายช่างใหญ่

                “เหอะ ก็แค่ซาลาเปาลูกเดียวเจ้าก็ถึงกับหวงมันกับข้ารึ”ว่าแล้วผู้มาใหม่ก็กัดซาลาเปาเข้าปากไปทันที ท่ามกลางสายตาตกตะลึงและเจ็บปวดของผู้เป็นเจ้าของ

                “เอ๊ะ อร่อย”สุดท้ายซาลาเปาลูกใหญ่ก็ถูกหยัดเข้าปากอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเหลือบเห็นน้ำแกงตรงหน้า และยกถ้วยขึ้นมาซดลงไปทั้งหมดท่ามกลางสายตาคาดไม่ถึงของคนที่ยังถือช้อนค้างอยู่

                “อ๋า ช่างเป็นน้ำแกงที่สดชื่นจริงๆนี่เจ้ายังมีอีกไหม”นายช่างใหญ่ หน้าตาดำคล้ำเมื่อจู่ๆก็ถูกแย่งอาหารอันโอชะของเขาไปทั้งหมดแถมยังมีหน้ามาถามเข้าอีกว่ามีอีกไหม

                “ท่าน!”นายช่างใหญ่แทบจะกระอักเลือดเขาอุตส่าห์ค่อยๆกินที่ละน้อยๆ เพื่อดื่มดำในรสชาติจู่ๆตาเฒ่านี้ก็มาเขมือบของเขาซะเกลี้ยง แบบนี้ ไม่โกรธก็ไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว

                “อ๊ะนั่นอีกครึ่งลูก”ตาเฒ่ามองเห็นซาลาเปาอีกครั้งลูกในมือของนายช่างใหญ่ ตาเป็นเป็นกาย

                “ฝันไปเถอะ”ว่าแล้วนายช่างใหญ่ก็จัดการโยนซาลาเป่าที่เหลือเข้าปากไปในครั้งเดียวทำเอาคนที่คาดหวังถึงกับโมโหจนหนวดกระดิก

                “เจ้า! อกตัญญู”เสียงตวาดดังลั่นแต่นายช่างใหญ่หาได้สนใจไม่ ยังคงเคี้ยวซาลาเปาในปากอย่างเพลิดเพลิน

    คล้ายกับเรื่องแพทย์หญิงทะลุมิติ ที่คุณอ่าน