ตอนที่ 113 นิตยสารทางวิชาการ
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
“ศาสตราจารย์ครับ ผมมีเรื่องอยากจะรบกวนคุณ” เคลบี้เอ่ยพร้อมกับก้าวเข้าไปแล้ววางวิทยานิพนธ์ของเมอร์ลินลงตรงหน้าศาสตราจารย์บาร์เร็ต
“หืม?”
ดวงตาของชายชรามองลงไปที่หน้าปกของวิทยานิพนธ์
“การย่อสูตรเวทต้นกำเนิดสายลม?” เขาเอ่ยออกมาอย่างประหลาดใจ ก่อนจะพลิกอ่านมันทันที
สายตาของเขากวาดผ่านตัวหนังสือข้างหน้าอย่างรวดเร็ว
เมอร์ลินมองเห็นแววตาที่เป็นประกายของอีกฝ่ายก็คาดเดาได้ว่าวิทยานิพนธ์ของตนเองไม่มีปัญหา
ศาสตราจารย์บาร์เร็ตอ่านวิทยานิพนธ์แต่ละหน้าอย่างตั้งใจ ความเร็วในการอ่านของเขานั้นน่าตื่นตะลึง ต่อให้ไม่ใช่ความเร็วระดับเมอร์ลิน แต่มันก็เร็วกว่าคนทั่วไปอยู่ดี
ทั้งหมดนี้เป็นเพราะประสบการณ์ เห็นได้ชัดว่าศาสตราจารย์ผู้นี้มีประสบการณ์อ่านหนังสือมามากมายเพียงใด
เคลบี้ตื่นตะลึงกับการอ่านของศาสตราจารย์ผู้นี้ เขามองมันอย่างนับถือ
แน่นอนว่าเขาไม่เคยเห็นเมอร์ลินอ่านหนังสือมาก่อน ต่อให้เคยเห็นก็คิดว่าเมอร์ลินแค่เปิดมันผ่านๆ เท่านั้น โดยที่ไม่รู้ว่านั่นคือการอ่านแบบจริงจังของเมอร์ลิน
“เยี่ยมมาก! นี่เป็นวิทยานิพนธ์ที่คุณเขียนอย่างนั้นหรอ?” ศาสตราจารย์บาร์เร็ตกล่าวด้วยดวงตาที่เป็นประกาย
เคลบี้รีบส่ายศีรษะอย่างรวดเร็วแล้วดันเมอร์ลินขึ้นไปข้างหน้า
“ไม่ใช่ครับ แต่เป็นของเขา”
“หืม?” นิ้วของชายชราดันแว่นตาของตนเองขึ้น ก่อนจะมองไปที่เมอร์ลินแล้วกลับมามองหน้าปกวิทยานิพนธ์อีกครั้ง
“เธอคือเมอร์ลิน พริสตัน”
“... พริสตัน?”
ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้น เขาไม่คิดว่าคนของพริสตันจะปรากฏตัวที่นี่
เมื่อมองไปที่ผู้เขียนวิทยานิพนธ์ตรงหน้าแล้วเขายังเป็นแค่เด็กน้อยคนหนึ่ง แต่เขาก็เป็นพริสตัน นี่คืออัจฉริยะของตระกูลพริสตัน
‘แล้วเขามาทำอะไรที่นี่?’
เมอร์ลินเมื่อเห็นท่าทางของอีกฝ่ายจึงเอ่ยแนะนำตัว
“สวัสดีครับศาสตราจารย์บาร์เร็ต ผมเมอร์ลิน พริสตัน นักศึกษาปีหนึ่ง สาขารูนศาสตร์”
“เป็นเธอนี่เอง” ศาสตราจารย์บาร์เร็ตกล่าวอย่างยิ้มๆ
“วิทยานิพนธ์เล่มนี้เธอเป็นคนเขียนมันอย่างนั้นหรอ? ตอนแรกฉันอาจแปลกใจที่เด็กปีหนึ่งอย่างเธอเขียนมันขึ้นมา แถมเธอยังไม่ได้อยู่ในสาขานักเวท แต่เมื่อเธอเป็นคนของพริสตัน ฉันก็ไม่มีข้อสงสัยอีกต่อไป”
เมอร์ลินค่อนข้างไม่พอใจกับคำพูดนี้นัก กล่าวตามตรงเขาไม่ต้องการให้ความสามารถของเขาพึ่งพิงบารมีของตระกูลพริสตันเลย
แต่เขาก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าตอนนี้เขาเป็นคนของตระกูลพริสตันแล้ว แม้จะไม่ใช่สายเลือดเดียวกันก็เถอะ แต่ยังไงเมื่อเขายอมรับการเป็นบุตรชายของออสตินแล้ว เขาก็ต้องแบกรับชื่อเสียงของพริสตันไปด้วย
เมอร์ลินไม่ต้องการให้ชายชราพูดถึงตระกูลของตนเองมากนัก เขาเปลี่ยนเรื่องอย่างรวดเร็ว
“วิทยานิพนธ์ของผมไม่มีปัญหาใช่ไหมครับ ผมสามารถส่งมันไปที่นิตยสารได้เลยรึเปล่า?”
“อ้อที่แท้เธอก็กังวลเรื่องนี้” ศาสตราจารย์บาร์เร็ตกล่าว เขาไม่ใช่คนที่ไม่รู้ความ เมื่อสังเกตท่าทางของเด็กน้อยแล้วเห็นได้ชัดว่าเขาไม่ต้องการให้พูดถึงตระกูลตนเองมากนัก เช่นนั้นเขาก็ไม่ขัด
“วิทยานิพนธ์ของเธอไม่มีปัญหา ต่อให้ฉันไม่พิสูจน์ร่ายเวทออกมาก็มองออกว่ามันมีความสำเร็จในการวิจัย การย่อสูตรเวทของเธอสามารถใช้การได้จริงๆ ว่าแต่เธอตั้งใจจะส่งมันไปนิตยสารฉบับไหนหรอ?”
“ผมสามารถส่งไปที่อื่นได้นอกเหนือจากนิตยสารเวทมนตร์ออโรร่าหรอครับ?” เมอร์ลินถามอย่างสนใจ
“ใช่สิ เธอสามารถส่งมันไปที่ไหนก็ได้ ต่อให้เธอจะเป็นแค่นักศึกษาชั้นปีที่หนึ่ง แต่ผลงานของเธอก็สามารถพิสูจน์คุณค่าของเธอแล้ว เธอจะส่งมันไปนิตยสารธรรมชาติเวทมนตร์ นิตยสารโลกเวทมนตร์หรือนิตยสารสูตรเวทมนตร์ก็ได้ แม้ว่าพวกมันจะเป็นนิตยสารแนวหน้าที่อยู่ต่างประเทศก็ตาม”
“แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็อยากแนะนำให้เธอส่งไปที่นิตยสารเวทมนตร์ออโรร่านะ” ศาสตราจารย์บาร์เร็ตกล่าว
“ทำไมล่ะครับ?”
ศาสตราจารย์บาร์เร็ตถอนหายใจออกมาครั้งหนึ่งและเอ่ย “อย่างที่เธอรู้ว่าประเทศออโร่ร่านั้นพยายามเป็นอย่างมากที่จะก้าวขึ้นสู่วงการวิชาการโลก พวกเขาจึงจัดตั้งนิตยสารวิชาการของตนเองขึ้นมา”
“อย่างไรก็ตามการจะทำให้นิตยสารทางวิชาได้รับการยอมรับนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับเงินทุนเท่านั้น แต่พวกเขาจะต้องมีผลงาน นักวิชาการส่วนใหญ่ต้องการสร้างชื่อให้ตนเองพวกเขาจึงเลือกที่จะส่งผลงานให้กับนิตยสารที่มีชื่อเสียงมากกว่า ดังนั้นนิตยสารเวทมนตร์ออโรร่าจึงต้องพยายามในส่วนนี้”
“พวกเขาทำยังไงหรอครับ?” เคลบี้ที่ฟังอยู่นานก็สนใจเช่นกัน
แน่นอนว่าเรื่องนี้ไม่ได้มีสอนในชั้นเรียน เขาจึงสนใจเรื่องพวกนี้
“หากเป็นนิตยสารที่มีชื่อเสียง นักวิชาการจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเพื่อตีพิมพ์นิตยสารนั้นๆ โดยค่าใช้จ่ายนี้จะนำไปเพื่อเป็นค่าตอบแทนให้กับผู้ที่สละเวลามาทำการพิชญพิจารณ์ ดังนั้นค่าใช้จ่ายในการตีพิมพ์นิตยสารชื่อดังจึงมีจำนวนไม่น้อย แต่ถึงอย่างนั้นมันก็คุ้มค่าสำหรับนักวิชาการ แต่นิตยสารเวทมนตร์ออโรร่านั้นต่างกัน”
“เนื่องจากนิตยสารเวทมนตร์ออโรร่านั้นเป็นนิตยสารระดับประเทศที่รัฐบาลสร้างขึ้นมาด้วยตนเอง พวกเขาจึงต้องการงานวิชาการดีๆ มาตีพิมพ์ในนิตยสาร เพื่อดึงดูดนักวิชาการที่มีความสามารถมาตีพิมพ์ในนิตยสารพวกเขาจึงเสนอค่าตอบแทนสำหรับงานวิชาการนั้นๆ นั่นหมายความว่านอกจากเธอจะตีพิมพ์ลงนิตยสารแล้วได้แต้มวิชาการแล้ว เธอก็จะได้รับเงินค่าตอบแทนจำนวนหนึ่งด้วย ซึ่งเงินจำนวนนี้จะขึ้นอยู่กับระดับคุณค่าของผลงานด้วย” ศาสตราจารย์บาร์เร็ตกล่าวอธิบาย
เมอร์ลินที่ได้ฟังก็พยักหน้า เขาไม่คิดเลยว่าแม้แต่นิตยสารทางวิชาการก็ยังมีการแข่งขันกันแบบนี้
เขาขบคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยออกไปว่า “ถึงแม้ว่านี่เป็นผลงานชิ้นแรกของผม แต่ผมคิดว่ามันเป็นแค่ผลงานชิ้นเล็กๆ เท่านั้น ต่อให้ผมส่งนิตยสารชื่อดังไปก็ใช่ว่าจะได้ตีพิมพ์ อีกทั้งแต้มวิชาการที่ได้รับคงจะไม่ได้มากมายนัก”
“ผมว่าผมจะส่งมันไปที่นิตยสารเวทมนตร์ออโรร่าครับ”
เมอร์ลินรู้ความสำคัญของแต้มวิชาการ เขารู้ว่าแต้มวิชาการนั้นได้มายากเย็นแค่ไหน และเขาคิดว่าผลงานชิ้นนี้คงจะไม่ถึงกับทำให้เขาได้รับเข็มกลัดวิชาการหนึ่งดาวมา
ดังนั้นหากส่งไปที่นิตยสารระดับประเทศแล้วสามารถได้ทั้งเงินได้ทั้งแต้มวิชาการ เขาก็ควรเลือกทางนี้มากกว่า
ศาสตราจารย์บาร์เร็ตหรี่ดวงตาแคบลงและเอ่ย “เธอแน่ใจแล้วหรอ?”
“ครับ ผมแน่ใจ รบกวนศาสตราจารย์บอกผมได้ไหมว่าผมจะส่งไปที่นิตยสารเวทมนตร์ออโรร่าได้ยังไง?”