ตอนที่ 6: ห่อหมกใบยอคั้นกะทิสดกับมิตรสหายสายสมุนไพร
> คำถามประจำตอน: ผักอะไรเอ่ย ยิ่งต้มยิ่งขม แต่ถ้ากินคู่กับกะทิและพริกแกงแล้วกลมกล่อมลงตัวที่สุด? (ดูคำตอบหลังจบตอน)
>
แสงแดดยามสายทอประกายระยิบระยับลงบนผืนน้ำในคลองสายเล็ก ลมพัดโชยกลิ่นหอมของดินและไอน้ำจางๆ เข้ามาปะทะศาลาไม้ "เรือนโอสถรส" ั้แ่เช้าตรู่ เสียงฝีเท้าและเสียงหัวเราะครื้นเครงของแก๊งหมออินเตอร์และคุณหมอยุคใหม่ก็เริ่มดังขึ้นอีกครั้ง วันนี้บรรยากาศหลังบ้านคึกคักเป็พิเศษเพราะวัตถุดิบหลักคือกะทบคั้นสดและใบยอสีเขียวเข้มจากแปลงผักสวนครัวหลังบ้าน พร้อมสำหรับภารกิจปรุงเมนูเด็ดประจำสัปดาห์
มินจุน หนุ่มฮันกุกผู้ขึ้นชื่อเื่การหมักดอง กำลังยืนถือตะกร้าใส่ใบยอสดๆ พร้อมกับหันไปแซวหลงเฟิงที่กำลังนั่งคัดเลือกข่าและตะไคร้ด้วยสีหน้าจริงจัง "นี่หลงเฟิง นายทำหน้าเครียดเหมือนคนโดนเ้าหนี้ตามทวงเงินแบบนั้น ระวังนะเดี๋ยวผมร่วงก่อนวัยอันควรไม่รู้ด้วยนะ ฮ่าๆๆ"
หลงเฟิงเงยหน้าขึ้นจากกองสมุนไพร ปรายตามองเพื่อนสนิทด้วยแว่นสายตากรอบบางก่อนจะสวนกลับทันควันด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "ฉันไม่ได้เครียดเื่หนี้สินหรอกมินจุน แค่กำลังใช้พลังชี่คำนวณอยู่ว่า ถ้าวันนี้นายยังเผลอทำกะทิไหม้ติดก้นหม้อเหมือนสัปดาห์ก่อนอีก ฉันควรจะเอานายไปดองเกลือสามปีหรือเอาไปตากแห้งทำสมุนไพรไล่แมลงดี"
เสียงหัวเราะดังลั่นศาลาทันที ปรียา สาวภารตะที่กำลังช่วยโขลกพริกแกงอยู่ข้างๆ ถึงกับสำลักเสียงหัวเราะ รีบยกมือขึ้นปาดหน้าผากแล้วเสริมขึ้นว่า "จริงที่สุด! วันนั้นฉันจำได้แม่นเลย กลิ่นกะทิไหม้ของมินจุนลอยไปไกลถึงปากซอย นึกว่าโรงงานถ่านหินะเิซะอีก ดีนะที่หมอศานต์ช่วยสกัดเพลิงไว้ทันไม่งั้นศาลาไม้เราคงได้กลายเป็จุณ"
หมอศานต์ แพทย์แผนปัจจุบันสายเวชศาสตร์ป้องกัน ไม่รอช้า รีบฉีกยิ้มกว้างแล้วชูมือขึ้นขอแจมปล่อยมุกแป๊กตามสไตล์ทันที "พูดถึงเื่กะทิไหม้แล้วนึกถึงมุกนี้ขึ้นมาพอดี... ทำไมเวลาแกงกะทิเดือดจัด กะทิถึงชอบวิ่งหนีออกจากหม้อรู้ไหมครับ?"
ทุกคนในศาลาหันไปมองเป็ตาเดียวโดยพร้อมเพรียงกัน หลงเฟิงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเชิงยอมแพ้ "ทำไมล่ะ หรือว่าเป็เพราะความร้อนทำให้ไขมันแตกตัว?"
"เปล่าเลย" หมอศานต์หัวเราะชอบใจ "ก็เพราะว่ามันกลัวโดน 'เคี่ยว' จนแตกมันจนหมดตัวยังไงล่ะ!"
เงียบ... เสียงจิ้งจอกสมมติร้องระงมในอากาศทันที ทุกคนนิ่งค้างไปสามวินาที มินจุนตบโต๊ะฉาดใหญ่แล้วหัวเราะก๊าก "โอโห หมอศานต์! มุกนี้ฝุ่นเขรอะยิ่งกว่าตำราแพทย์โบราณซะอีก เล่นเอาทัพพีไม้เกือบะโหนีลงคลองแล้ว!"
น้ำริน หญิงสาวเ้าของเรือนเดินถือเข่งใบตองสดที่เช็ดทำความสะอาดจนเงางามออกมาจากหลังบ้าน ส่ายหัวเบาๆ ด้วยความเอ็นดู ปนเสียงหัวเราะอารมณ์ดี "เอาล่ะๆ เลิกแซวกันแล้วมาตั้งใจทำมาหากินกันดีกว่า วันนี้เรามีเมนูเด็ดที่ช่วยบำรุงธาตุไฟและปรับสมดุลการไหลเวียนโลหิตมานำเสนอ นั่นคือ 'ห่อหมกใบยอใส่เนื้อปลาช่อนและกะทิสด' ที่ปรับสูตรให้รสชาติกลมกล่อม ละมุนละไม ไม่เผ็ดจัดจ้านหรือเค็มจนเกินไป เพื่อให้เหมาะกับผู้สูงอายุและคนรักสุขภาพในชุมชนของเรา"
ธรณ์ นักโภชนาการหนุ่มผู้เชี่ยวชาญเื่ IF ขยับแว่นแล้วอธิบายเสริมด้วยน้ำเสียงจริงจัง "สำหรับห่อหมกหม้อนี้ นอกจากจะให้โปรตีนคุณภาพดีจากปลาช่อนนาแล้ว ใบยอยังมีสรรพคุณทางยาช่วยขับลม แก้จุกเสียด และบำรุงธาตุในร่างกายได้อย่างยอดเยี่ยม เหมาะมากสำหรับมื้อกลางวันใน่เวลาเปิดหน้าต่างการกิน (Eating ) ครับ"
ในขณะที่ทุกคนกำลังช่วยกันเตรียมเครื่องแกงและรองกระทงใบตอง เคนตะ เชฟาุโชาวญี่ปุ่นผู้เคร่งครัดเื่ความสดตามฤดูกาล ก็ออกปากแนะนำวิธีสังเกตความสดของเนื้อปลาให้ทุกคนฟังเพลินๆ "การเลือกเนื้อปลาสำหรับทำห่อหมก ให้สังเกตว่าเนื้อต้องมีสีธรรมชาติ แน่นตึง ไม่เละ และไม่มีกลิ่นคาวรุนแรง ถึงจะเป็ปลาที่สดใหม่และช่วยให้เนื้อห่อหมกมีความหวานอร่อยตามธรรมชาติครับ"
น้ำรินพยักหน้ารับแล้วลงมือปรุงตามขั้นตอนอย่างคล่องแคล่ว "เริ่มต้นด้วยการโขลกพริกแกงเผ็ดสูตรสมุนไพรเข้ากับเนื้อปลาต้มสุกและกระชายซอยพอหยาบ ไม่ต้องใส่พริกแห้งเยอะจนสีแดงจัด เพื่อให้รสชาติเผ็ดร้อนอ่อนๆ ละมุนลิ้น จากนั้นนำพริกแกงมาคลุกเคล้าให้เข้ากันกับหัวกะทิสดคั้นเอง ไข่ไก่สด และเนื้อปลาช่อนหั่นชิ้นพอดีคำ ปรุงรสด้วยน้ำปลาดีและน้ำตาลมะพร้าวแท้เล็กน้อยให้ได้รสเค็มหวานกลมกล่อมกำลังดี ไม่โดดไปทางใดทางหนึ่ง นำใบยออ่อนลวกสุกรองก้นกระทงใบตอง ตักส่วนผสมห่อหมกหยอดลงไปให้เต็มกระทง แต่งหน้าด้วยหัวกะทิเคี่ยวข้นและใบมะกรูดซอยฝอย จากนั้นนำไปนึ่งในลังถึงด้วยไฟกลางจนสุกหอมกลิ่นใบตองและกะทิเดือดพล่าน"
กลิ่นหอมของพริกแกงสมุนไพร กะทิสด และใบตองถูกไอน้ำร้อนๆ โชยฟุ้งไปทั่วบริเวณศาลาไม้ริมน้ำ ลูกค้าประจำกลุ่มแรกอย่างลุงสมชายและป้าเพ็ญที่เพิ่งเดินเข้ามาถึงกับสูดปากด้วยความอยากอาหาร
น้ำรินตักห่อหมกกระทงใบตองร้อนๆ เสิร์ฟคู่กับข้าวกล้องหุงสุกใหม่ร้อนๆ ควันฉุย ป้าเพ็ญตักเนื้อห่อหมกคำแรกเข้าปากแล้วอุทานด้วยความพึงพอใจ "อืม... รสชาติกลมกล่อมละมุนลิ้นมาก กะทิมีความมันหอมกำลังดี ไม่เลี่ยนและไม่เผ็ดแหลมจนแสบคอ ทานคู่กับใบยอนุ่มๆ แล้วชื่นใจจริงๆ หมอน้ำริน"
กลุ่มแพทย์จากเจ็ดชาติภพยืนมองภาพความสุขของผู้คนในชุมชนด้วยความอิ่มเอมใจ ศาลาโอสถรสริมคลองแห่งนี้ไม่ได้เป็เพียงสถานที่ประกอบอาหาร ทว่ามันคือพื้นที่แห่งการเยียวยาด้วยความรัก ความเข้าใจ และภูมิปัญญาธรรมชาติอย่างแท้จริง
> เฉลยคำถามประจำตอน:
> คำถาม: ผักอะไรเอ่ย ยิ่งต้มยิ่งขม แต่ถ้ากินคู่กับกะทิและพริกแกงแล้วกลมกล่อมลงตัวที่สุด?
> เฉลย: ใบยอ (เพราะใบยอสดมีความขม แต่เมื่อนำมาลวกและทำเป็ห่อหมกคู่กับกะทิและพริกแกงจะช่วยลดความขมและกลายเป็ความอร่อยกลมกล่อมพอดีนั่นเอง!)
>