ขณะค่อย ๆ แง้มบานประตูสูงตระหง่านเบี่ยงตัวเข้าห้อง ‘ลายคราม’ วังอักขระกานต์ หญิงสาวนึกประหลาดตัวเอง รัมภาเพียงพิศ...เ้าทำอะไรผิด ไป ๆ มา ๆ ทำตัวหลบซ่อนพิลึก ตอนออกจากบ้านนายจ้างก้มหน้าก้มตาจ้ำยังกับผู้ร้ายหนีคดีทีนึงละ เกรงจะปะคุณพี่ชายของคุณหนูเฟื่องระย้า เขาเป็เพื่อนคุณชายหมอกหรือเปล่าก็ไม่รู้ ยังดีที่จากบ้านมนัสเนตรไปวังอักขระกานต์ขึ้นแท็กซี่เลาะซอยทางลัดใช้เวลาไม่ถึงสิบห้านาที ระหว่างนั้นเธอเติมหน้าทาปาก จัมพ์สูทสีกลีบบัวแขนสั้นที่แต่งมา พับขากางเกงขึ้นหน่อยสวมกระโปรงสุ่มแดงเืนกของพี่น้ำหอมทับอีกนิด เท่านี้เธอก็แปลงร่าง
ถึงแล้วเหลือเวลาชั่วโมงกว่าก่อนตั้งเครื่องบ่ายโมง เธอขึ้นตำหนักกราบองค์ย่าน้อยก่อน ส่วนท่านหญิงประกายมาสทรงกลด วันเสาร์เสด็จไปเสวยมื้อกลางวันที่โอเรียนเต็ลแล้วจึงเสด็จสมาคมรำพัดต่อ จากนั้นเธอไปห้องเครื่องชั้นล่างของตำหนัก เครื่องคาวหวานถูกกำหนดไว้แล้วว่าจะทำอะไรบ้าง แม่ปองคนเครื่องจวนปลดชรางก ๆ เงิ่น ๆ ลูกสาวแม่ครัวกำลังรับ่หน้าที่ เธอกำชับว่าหากไม่อยากเดือดร้อนให้ทำไปตามปกติและปิดปากไม่ต้องพูดอะไร สองแม่ลูกก็เป็อันเข้าใจ
สองสามก้าวแรกบนพื้นห้องลายคราม...สลัวและอับอยู่สักหน่อยทั้งที่จริงห้องใหญ่ยาวเพดานสูงเป็พิเศษ แถวหน้าต่างที่เรียงตามยาวผลักเปิดบานเดียวแสงลมระบายเข้ามาก็ััถึงความโปร่งโอ่โถง ภายในจัดแต่งเป็ระเบียบเรียบร้อยและทุกสิ่งล้วนสภาพดีเพียงพ้นสมัยจึงถูกนำมาเก็บให้ของใหม่เข้าแทนที่ แต่ด้วยเป็ห้องเก็บสมบัติเก่าบรรยากาศจึงโบราณ พวกข้าหลวงแอบเรียกถ้ำสมบัติ เลือกได้ไม่ขอเฉียดมายกเว้นเวลาทำความสะอาด
ฉะนั้นทางโล่งทางสะดวก ก่อนอื่นเธอทำความเคารพพระรูปวาดของพระปัยยิกาขนาดใกล้เคียงพระองค์จริง ติดผนังด้านกว้างอยู่เคียงกัน พระองค์หญิงเสมอเสาวภาคย์ – พระองค์หญิงสิรมารคมงคล เยื้องลงมามีโซฟายาวสีเขียวเหลือบเงินตัดขอบทองตั้งชิดผนังด้านยาวฝั่งประตู โซฟาสไตล์หลุยส์ 16 ตัวนี้ตั้งตรงข้ามฟากหน้าต่างมองฟ้าได้ไม่อึดอัดสายตา เธอเอนนั่งหลังพิงพนักวางแขน นอกจากหนังสือโน้ตเปียโนที่เตรียมมาสอนเธอพกตำราเรียนในกระเป๋าด้วย ต้องทบทวนวิชาก่อนเพราะการสอบเวียนมาตลอด แล้วค่อยงีบเรียกความสดชื่นสักยี่สิบนาที เกือบชั่วโมงผ่านไปเธอปิดหนังสือแต่หลับไม่ลง นึกถึงพระดำรัสขององค์ย่าน้อยว่ามีพระประสงค์ให้เธอมาเรียนการครัวที่ตำหนักสัปดาห์ละครั้ง นัยว่าคู่หมายหมั้นจะได้ใกล้ชิดกัน
นึกแล้วก็แปลก สมัยเด็กเธอกับพี่สาวมาวังอักขระกานต์แทบทุกครั้งที่มีงานรื่นเริงสังสรรค์เด็กเข้าร่วมได้ ทางฝั่งสามคุณชายกับวังวิมุขมาศก็เช่นกัน เด็กสองวังเล่นกันตามประสา คุณแม่ของเธอกับหม่อมแม่ของคุณชายต่างเข้ากันได้ดี เมื่อถูกวางตัวให้แต่งงานแทนคู่พี่ ๆ แล้วต่างหากซึ่งหลายอย่างแปรเปลี่ยน
แต่เปลี่ยนไปที่สุดคือ...คุณชายหมอก
ด้วยวัยและการศึกษาซึ่งใช้เวลาหลายปี รวมถึงฝ่ายชายเพิ่งเริ่มต้นการงานเป็นายเรืออากาศตรี เื่หมั้นหรือสมรสจึงชะลอไว้นัยว่ารอเธอเรียนจบก่อน ทว่าจู่ ๆ พระองค์หญิงทรงเชิญท่านพ่อมาและออกโอษฐ์ว่าตั้งพระทัยจะจัดงานมงคลควบคู่กันในปีนี้คือ งานบำเพ็ญพระกุศลวันประสูติครบ 6 รอบ ต่อด้วยพิธีหมั้นระหว่างธเจตกับรัมภาเพียงพิศ พร้อมรับสั่งให้เธอมาฝึกปรือทำกับข้าวสูตรวังอักขระกานต์
สืบย้อนไปเื่ตำรับคาวหวานของสองวัง พระองค์หญิงเสมอเสาวภาคย์โปรดปรุงเครื่องคาว พระองค์หญิงสิรมารคมงคลทรงรักทางเครื่องหวาน สายอักขระกานต์คือพระองค์หญิงกนิษฐ์นภเกตน์ผู้เป็พระธิดา ท่านมิใช่สตรีการเรือนหากแต่ทรงปราดเปรื่องเื่ธุรกิจ สมัยทรงพระเยาว์ยังมิใคร่ชัดเจนนัก จวบจนหลังยุคเปลี่ยนแปลงการปกครองเ้านายสตรีชั้นสูงปรับตัวสู่ชีวิตนอกวัง เข้าโลกยุคใหม่ผู้หญิงทำงานนอกบ้านมากขึ้น และทรงต้องบริหารทรัพย์มรดก พระปรีชาจึงฉายฉาน นอกจากทรงรักษาสกุลให้มั่นคงยังทรงฝ่าฟันภาวะเศรษฐกิจ่าโลกครั้งที่2 พอกพูนรายได้ดำรงความมั่งคั่ง
เมื่อครั้งคุณหญิงตาณโพยมถูกวางตัวเป็สะใภ้ใหญ่ ได้ใกล้ชิดพระองค์หญิงและเห็นการทรงงาน ที่ดินผืนไหนหรืออาคารพาณิชย์ใดไม่ก่อผลงอกเงย ท่านทรงขายทิ้งแล้วลงทุนใหม่ในการค้าที่มีกำไร หรือหากทรงเล็งเห็นศักยภาพจะปรับปรุงเช่นพัฒนาเป็ตลาด รุ่งเรืองแล้วเก็บค่าเช่าได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย กับข้าวขนมหวานทรงเรียกมาชิมก่อนโดยกำชับว่าห้ามปรุงดีกว่าที่ทำขายจริง ทรงให้ตาณโพยมช่วยชิมเพื่อติชมด้วย ส่งคนหมั่นติดตามตลอดจนเสด็จไปตรวจตลาดด้วยพระองค์เองโดยไม่ประกาศล่วงหน้า คุณหญิงตาณโพยมยังเคยตามเสด็จ พูดแบบชาวบ้านว่าท่านกินเดินติดดินได้แต่ไม่ลงครัวแน่ๆ
ท่านย่าของคุณชายทั้งสามยิ่งไม่ต้องพูดถึง หม่อมเ้าประกายมาสทรงกลดเป็หนึ่งในสาวงามแห่งยุค ทรงงดเสวยของหวานทุกชนิดโดยสิ้นเชิงั้แ่พระชันษา20 ปี เกือบหกสิบปีแล้วที่ไม่เสวยขนมนมเนย แพรพรรณอาภรณ์สวยงามประณีตและพระวรกายหอมกรุ่นกลิ่นน้ำหอมชั้นดีทุกเวลา ตลอดชีวิตท่านมิทรงงาน ทรัพย์สินของพระสวามีส่วนใหญ่ตกทอดสู่พระโอรส เมื่อหม่อมเ้าธไทธำรงสิ้นชีพิตักษัยและหม่อมสิริสรรพถึงแก่อนิจกรรมในเวลาต่อมา ท่านหญิงทรงได้เป็ผู้ดูแลมรดก ทว่างานจัดการสินทรัพย์และผู้เช่าก็ตกสู่พระองค์ด้วย ยุ่งยากขัดพระสำราญ
ท่านหญิงต่างจากพระองค์หญิงแต่ทรงชาญฉลาดในอีกแบบ ที่ดินกับอสังหาริมทรัพย์ทรงขายคืนให้พระองค์หญิงซึ่งทรงซื้อต่อโดยไม่ขัดข้อง ได้เป็เงินก้อนกองไว้ซื้อประดามีบำรุงสุขส่วนพระองค์ ฉลองพระบาทสั่งตัดตามแฟชั่นล่าสุดจากมิลาน จนมีนำเข้าในไทยจากยุโรปก็ทรงเป็ลูกค้าเหนียวแน่น ลูกไม้จากฝรั่งเศสตัดเย็บฉลองพระองค์โดยช่างฝีมือเยี่ยมไม่เกี่ยงราคา ไม่มีอันใดหนักพระทัยนอกจากใส่ออกงานไหนจึงเด่นสุด สมบัติส่วนที่ขายไปไม่ช้าก็เร็วต้องกลับมาตกเป็ของสายโลหิตโดยตรงของพระองค์อยู่ดี อีกทั้งนับแต่ท่านพ่อของเหล่าคุณชายสิ้นไป องค์ย่าน้อยไม่ทรงเกี่ยงและเต็มที่ในทุกเื่ของทั้งสามจนสำเร็จการศึกษา
ในเมื่อท่านหญิงทรงตัดภาระรับผิดชอบทุกประการ เท่ากับทรงยอมยกสิทธิและอำนาจแก่พระองค์หญิงแลกกับชีวิตสวยหรูจับจ่ายไม่อั้นแก่องค์เอง แม้จะทรงศักดิ์เป็พี่สะใภ้ หากการใด ๆ จะต่อต้านพระดำริของพระองค์หญิงโดยเฉพาะเกี่ยวกับธภูมิ-ธพุฒิ-ธเจต จะทรงเลี่ยงไม่ขบเหลี่ยมตรง ๆ แต่กระทำอย่างมิดชิดแเี เช่นดังที่ทรงกีดกันคุณหญิงของวิมุขมาศมาโดยตลอด
เนื่องจากทรงเป็สตรีไม่แตะพริกแตะกระเทียมทั้งคู่ ม.ร.ว.สิริสรรพชื่นชอบทำอาหารจึงเป็ผู้สืบทอดตำรับวังอักขระกานต์ ตาณโพยมสมัครใจฝากตัวเป็ศิษย์เรียนการครัวกับท่านั้แ่เล็กจนรุ่นสาว ช่อเกดภรรยาของนายแพทย์ หม่อมราชวงศ์ธภูมิ และคุณตุลยากรภรรยาของหม่อมราชวงศ์ธพุฒิ ไม่มีโอกาสด้วยว่าคุณหญิงจากไปเสียก่อน เครื่องคาวหวานไม่ว่าจะสายพระองค์หญิงเสมอเสาวภาคย์หรือสิรมารคมงคล ผู้เหมารับวิชาไว้หมดคือหม่อมราชวงศ์ตาณโพยมเพียงผู้เดียว
ฉะนั้นก็แปลกอีกนั่นแหละ เพราะว่าตามจริงหากจะเรียนหรือลิ้มรสต้นตำรับวังอักขระกานต์กับวิมุขมาศ ไม่ใช่ไปที่วังแต่ต้องที่บ้านจังหวัดธนบุรีของนายชนิดตั้งหิรัญกุล พ่อค้าข้าวสารเชื้อจีนสามีของคุณหญิงตาณโพยมจึงจะถูก
แล้วเรามาทำอะไรที่นี่...
รัมภาเพียงพิศถามตัวเองขณะลุกไปเพ่งพินิจพระรูปวาดพระองค์หญิงสิรมารคมงคล ทรงฉลองพระองค์ยาวสีขาวผ่อง ผ่อง คือชื่อพระรูปนี้ วาดโดยจิตรกรนาม ตาบ ทีปะแสง
ภาพเหมือนของสตรีวิมุขมาศในชุดขาวโดยจิตรกรท่านนี้ มี 4 ภาพ 4 โทนขาว ชื่อชุดว่า ผ่อง กะบัง สังข์ งาช้าง
ผ่อง พระองค์หญิงสิรมารคมงคล
กะบัง พระองค์หญิงฉันท์ฉินจำรัสหล้า
สังข์ ท่านหญิงนวลนฤดี
งาช้าง คุณทานเทพิน
ผ่อง งามสง่าอยู่เบื้องหน้าผู้เป็ทายาท สาเหตุจากรถยนต์รุ่นล่าสุดซึ่งตกถึงโชว์รูมยั่วพระทัยหม่อมเ้าสลักพันธ์เหลือเกิน จึงทรงนึกขึ้นได้ว่าภาพเขียนที่เดินผ่านไปผ่านมาในวังมีมูลค่าไม่ต่างจากสมบัติอื่นเพียงหาที่ขายให้ถูก เวลานั้น ตาบ ทีปะแสง อยู่แถวหน้าของวงการศิลปะแล้ว ผ่อง เป็งานยุคต้น ๆ ในวัยหนุ่ม โดยมิต้องบากหน้าไปขายกับพ่อค้าที่ไหนหรือลงทุนติดต่อองค์กรประมูลให้ลำบาก ท่านชายเพียงทรงเกริ่นกับพระองค์หญิงกนิษฐ์นภเกตน์ว่าจะเกิดประโยชน์กว่าหากปล่อยภาพออกไปให้สาธารณชนได้ชื่นชมงานศิลป์ฝีมือจิตรกรของชาติ และในเมื่อเงินไม่ใช่ปัญหาสำหรับพระองค์หญิง ท่านชายจึงได้ดั่งพระประสงค์อย่างแเีโดยง่ายและใช้เวลาน้อยที่สุด หากท่านพ่อทรงเก่งค้าเช่นเก่งขายแบบนี้...คงดี
สังข์ ถูกนำออกประมูลเมื่อสามสี่ปีก่อน ท่านพ่อทรง้าเงินไปลงหุ้นส่วนธุรกิจโรงภาพยนตร์ ประจวบกับ่นั้นมีข่าวดังในแวดวงศิลป์ ตาบ ทีปะแสง ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติจากสถาบันศิลปะต่างประเทศ ผลงานภาพเขียนในตลาดค้างานศิลปะพุ่งสูงขึ้นอีก ท่านชายสลักพันธ์อาจยินดีปรีดาเสียยิ่งกว่าตัวศิลปินเอง ทรงคาดว่า สังข์ ต้องได้ราคาสูงกว่าขายผู้ใดโดยตรงและทรงเก็งไม่ผิด พระองค์หญิงกนิษฐ์นภเกตน์ทรงส่งตัวแทนร่วมประมูล แต่ไม่สามารถสู้ราคาผู้ไม่ประสงค์ออกนามซึ่งใช้ตัวแทนประมูลเช่นกัน เป็ที่ฮือฮาพอสมควรว่าผู้ใดกันเฉือนชนะพวกอักขระกานต์ได้
งาช้าง เป็ภาพเดียวยังคงอยู่วังวิมุขมาศ พี่น้ำหอมเคยจะแอบขาย ดีที่เธอเจอและขัดขวางทัน ท่านพ่อทรงช่วยกำราบว่าจะขายรูปแม่กินต้องให้พ่อตายก่อน แต่ก็ว่าไม่ได้ ท่านพ่อทรงต้องประสงค์สิ่งใดขึ้นมาอีก ภาพแม่ก็ไม่แน่ว่าจะเป็ที่ละเว้น เธอจึงนำมาไว้ห้องนอน ในบ้านตัวเองแท้ ๆ ไปไหนมาไหนต้องใส่กุญแจห้องแ่า พิลึกก็ต้องทำ
ภาพวาดทั้งสามก่อนกระจัดกระจาย ั้แ่จำความได้เธอเห็นอยู่คู่วิมุขมาศ ยกเว้นพระรูปวาดพระองค์หญิงฉันท์ฉินจำรัสหล้า เรียกได้ว่าสาบสูญไม่มีใครรู้ว่าอยู่แห่งหนไหน จะหายสิ้นพังภินท์หรือเป็เช่นใดหนอ กะบัง อยากเห็นสักครั้งในชีวิตจัง แต่ไร้ร่องรอยจะตามหาอย่างไร เธอเป่าลมออกปากฟู่ หลายเื่จริงชีวิตเ้า...กล้วยเอ๊ย
ถึงเวลาองค์ย่าน้อยเสวยเครื่องกลางวันพร้อมคุณชายหมอกกับเธอ คุณหญิงเพียงพิศหมุนตัวปับกระโปรงแดงเืนกบานสะบัดพึ่บ ต้องอัญเชิญองค์สลิลทิชลงละ
“เ้าแม่สลิลทิชจงลง องค์แม่สลิลทิชจงประทับ !”