ตอนที่ 7 วันแรกของการเข้าค่ายกับแคมป์ไฟ
เื่ าาปีศาจกลับมาจากต่างโลก
รถบัสของโรงเรียนได้มาถึงตีนเขาอันห่างไกล อาจจะเรียกว่าชนบทเลยก็ได้
ที่นี่ไม่ได้มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากนัก แต่ถ้าขึ้นเขาไปอีกหน่อยก็จะพบกับรีสอร์ตและวัด
ที่อยู่้าของูเา ที่นั่นจะเป็ที่พักของเหล่านักเรียนและอาจารย์
จิน่าในฐานะนักปราบปีศาจ เธอััได้ถึงอะไรบางอย่างที่อยู่้าเขา
“ความรู้สึกแปลกนี่มันอะไรกัน แต่ก็รู้สึกดี ไม่มีจิตมุ่งร้ายอะไร”
นักปราบปีศาจสาวคิดในขณะััได้ถึงอะไรบางอย่าง
แต่ในขณะที่คิด ตัวเธอนั้นได้ยินนิ่งจนแม็กม่าเดินมาสะกิดให้รู้สึกตัว
“เป็อะไรหรือเปล่าคุณจิน่า” แม็กม่าเดินเข้ามาหาจิน่าที่ยืนนิ่งอยู่
จิน่าสะดุ้งเล็กน้อยที่อยู่ๆ ก็โดนสะกิดโดยไม่ได้ทันตั้งตัว ทำให้แม็กม่าเองก็ใที่จิน่าสะดุ้งใส่
“มีอะไรเหรอ แม็กม่า” จิน่าถามกลับ
“ผมเห็นคุณจิน่ายืนนิ่งไปเลย เป็อะไรหรือเปล่าครับ” แม็กม่า
“ไม่เป็อะไรหรอก รีบตามคนอื่นๆ ไปเถอะ” จิน่า ทั้งสองช้ามากแล้วคนอื่นเดินขึ้นเขาไปหมดแล้ว
ทั้งสองรีบวิ่งตามกลุ่มนักเรียนไปจนทันก่อนที่จะถึงรีสอร์ตบนเขา ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงจนได้
รถบัสออกจากหน้าโรงเรียนั้แ่เช้าและตอนนี้ก็เที่ยงวันแล้ว ถึงเวลากินข้าวเที่ยงของนักเรียน
แต่เหมือนว่าจะไม่ง่ายนัก ที่นี่ไม่มีร้านอาหารแถมทางรีสอร์ตเองก็ไม่ได้มีคนมาพอที่จะทำอาหาร
ให้นักเรียนทุนคน โชคยังดีที่มีวัตถุดิบมากพอให้ทำอาหาร พวกนักเรียนจึงต้องทำอาหารกินกันเอง
“คุณจิน่าทำอาหารเป็ด้วยเหรอ” แม็กม่าถามจิน่าที่กำลังเตรียมทำอาหาร
“ไม่เป็หรอก แค่เป็ลูกมือช่วยคนอื่นเท่านั้นแหละ” จิน่า
เหมือนว่าพวกผู้หญิงส่วนใหญ่จะทำอาหารเป็ ผู้ชายบางส่วนก็พอจะทำได้
แต่ก็โดนพวกผู้หญิงไล่ให้ไปนั่งรอเพราะไม่มั่นใจในฝีมือของพวกผู้ชาย
“พวกนายไปนั่งรอเลยไป” กลุ่มผู้หญิงไล่กลุ่มผู้ชายออกไปจากครัว
พวกผู้ชายก็ต้องเดินออกไปแต่โดยดี พวกนักเรียนคิดว่า่บ่ายคงจะได้พักแต่ก็คิดผิดไป
ตอนที่กำลังกินข้าวเที่ยวกันอยู่ อาจารย์ก็ยังเดินมาบอกว่ามีเรียนใน่บ่ายอยู่
ให้ไปเรียนที่ห้องรับรองของทางรีสอร์ต นักเรียนก็บ่นเสียงแข็งแต่ก็เปลี่ยนใจอาจารย์ไม่ได้
“ให้ตายสิ ต้องมานั่งเรียนอีกแล้ว” กลุ่มนักเรียนชายดูไม่อยากเรียนสักเท่าไร
“เฮ้พวกนาย ฉันไปเจอของดีเข้าแล้ว” เพื่อนในกลุ่มผู้ชายคนหนึ่งพึ่งเดินมาจากอีกทาง
“อะไรวะ” พวกผู้ชายถามเป็เสียงเดียวกัน คนที่พึ่งเดินมาเปิดรูปให้ดู
เป็รูปทางเข้าบ่อน้ำร้อน เหมือนว่าฝั่งหญิงและชายจะอยู่ใกล้ๆ กัน
“แล้วเวลาแช่น้ำละ กี่โมง” เหมือนว่ากลุ่มผู้ชายจะเข้าใจกันเป็อย่างดี
“ประมาณ6โมงเย็น เตรียมตัวให้พร้อมเลยพวก” คนที่พึ่งมาได้รู้เวลาจากที่พนักงานคุยกัน
แต่ตอนนี้พวกนักเรียนต้องไปเรียนหนังสือที่ห้องรับรองกันก่อน
“ให้ตายสิ หนักกว่าตอนเรียนที่โรงเรียนอีกนะเนี่ย” พวกผู้ชายบ่นเื่เรียนวันนี้
พวกนักเรียนได้เรียนหนังสือในวันนี้ก็บ่นเป็เสียงเดียวกันทั้งกลุ่มชายและหญิง
เหมือนว่าแม็กม่าจะเข้ากับกลุ่มเพื่อนผู้ชายได้ดีขึ้น แม้ยังจะไม่สนิทกับใครมากก็ตาม
ทางจิน่าเองก็เริ่มสนิทกับอีฟพอสมควร ทั้งสองเริ่มไปไหนมาไหนด้วยกันมากขึ้น
ตอนนี้ก็ถึงตอนเย็นแล้ว กลุ่มผู้ชายกำลังรอเวลานี้อยู่เลย แต่เมื่อไปถึงก็ต้องเสียใจ
บ่อน้ำร้อนของฝั่งผู้หญิงไม่มีใครอยู่เลย
“อะไรวะเนี่ยไหนบอกว่าแช่น้ำเวลานี้พร้อมกันไง” กลุ่มผู้ชาย
“นี่ไงฉันก็ถ่ายรูปให้ดูแล้ว ฉันก็ไม่รู้แล้วเหมือนกัน” คนที่รู้เวลาก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
พวกเขาทำได้แค่แช่น้ำจนพอใจหลังจากขึ้นจากน้ำก็กำลังพากันออกมาด้านนอก
ก็พบกลุ่มผู้หญิงกำลังจะเข้าไปแช่น้ำที่บ่อน้ำฝั่งผู้หญิง
“คิดว่าพวกเราไม่หรือไงว่าพวกนายจะแอบดูพวกเราตอนแช่น้ำนะ”
พวกผู้หญิงรู้ทันแผนของกลุ่มผู้ชายหมดแล้ว
“ใครเอาข่าวไปบอกว่าเนี่ย มีเกลือเป็หนอนสินะ” กลุ่มผู้ชายคิดแบบเดียวกัน
“ฉันคงบอกไม่ได้สินะ ว่าฉันเป็คนบอกพวกผู้หญิงเอง”
แม็กม่าคิดว่าบอกว่าเป็เขาเองที่เอาเื่นี้ไปบอกกลุ่มผู้หญิง
ย้อนกลับไปก่อนหน้านั้น หลังจากรู้แผนของกลุ่มผู้ชาย แม็กม่าก็แอบเอาเื่นี้ไปกับจิน่า
อาจารย์ให้นักเรียนนั่งที่เดิมเหมือนตอนอยู่ที่โรงเรียน ซึ่งแม็กม่านั่งข้างจิน่าอยู่แล้ว
จึงมีโอกาสที่จะบอกเื่ให้กับจิน่า เมื่อรู้เื่จิน่าจึงเอาเื่นี้ไปบอกกลุ่มผู้หญิง
ทำให้พวกผู้หญิงรู้ตัวและไม่ได้ลงไปแช่น้ำพร้อมกลุ่มผู้ชาย
อาจารย์แยกห้องนอนแบ่งเป็โซนชายและหญิง แต่เหมือนว่าพวกผู้ชายจะยังไม่นอนกัน
ตอนนี้พวกเขานั่งไล่ไพ่กันอยู่ พวกเราไพ่ “อีแก่กินน้ำ”
“ใครแพ้ต้องบอกเื่ผู้หญิงที่ตัวเองแอบชอบอยู่” คนในวงไพ่พูดขึ้น
“เวรละ ฉันต้องไม่แพ้สินะ” แม็กม่าคิดในใจ
กลุ่มผู้ชายนั่งเล่นกันอยู่จนดึกเล่นกันผ่านไปหลายรอบ แม็กม่าก็ผ่านมาได้ด้วยดี
แต่รอบสุดท้ายก่อนจะนอน แม็กม่ากำลังอยู่ในสถานการณ์ลำบากอย่างมาก
ไพ่ในมือตอนนี้มีเยอะกว่าคนอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด เขาต้องแพ้แน่ๆ แต่แม็กม่ายังไม่อยากจะแพ้
เขาหยุดเวลาเพื่อสลับไพ่ที่เพื่อนคนหนึ่งจะหยิบไปจากมือ ให้เป็ไพ่ที่อีกใบที่เพื่อนไม่้า
แม็กม่าผ่านมันมาได้แม้ว่าจะโกงไปสักหน่อย ในค่ำคืนเดียวกันจิน่าได้ลุกจากเตียง
ตอนนี้ฝั่งของผู้หญิงได้นอนหลับกันไปหมดแล้ว แต่จิน่าลุกขึ้นและเดินไปออกไปจากรีสอร์ต
เธอออกมาได้โดยไม่มีใครเห็น เธอเดินตรงไปยังวัดที่อยู่ใกล้ๆ กับรีสอร์ต
ภายในวัดมีหญิงชราคนหนึ่งกำลังนั่งทำสมาธิอยู่หน้าของเซ่นไหว้ด้านในตัววัด
มีของกินที่มาถวาย มีคัมภีร์โบราณ รูปปั้นแปลกประหลาดตั้งอยู่และรูปหนึ่งใบที่แขวนไว้
จิน่าเดินตรงเข้ามาในตัววัด เปิดประตูบานหนึ่ง หญิงชรานั่งอยู่ด้านใน
“ข้ากำลังรอเ้าอยู่เลย ยัยหนู เข้ามานั่งด้านในก่อน” หญิงชราพูดกับจิน่าและเชิญเข้าด้านใน
จิน่าได้เดินเข้าไปนั่งด้านหลังของหญิงชราก่อนที่เธอจะหันมา จิน่าได้หยิบของที่เตรียมมา
เธอส่งมันให้หญิงชรา หญิงชราเดินมันอ่านอยู่สักพัก
“เข้าใจแล้ว เป็คนที่รีบร้อนจังเลยนะยัยหนู” หญิงชราพูดกับจิน่า พร้อมเดินออกไป
บอกให้จิน่ารออยู่ที่นี่ สักพักเธอก็เดินกลับมาพร้อมของบางอย่าง
“เอามันไปอ่านก่อน ถ้าทำใจพร้อมแล้วค่อยกลับมา” หญิงชราพูดพร้อมส่งสิ่งนั้นให้จิน่า
จอน่ารับมันและเดินกลับมาที่ห้องนอนของฝั่งผู้หญิง
ทางด้านแม็กม่าลืมตาตื่นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองอยู่ในที่แปลกๆ แต่ก็รู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด
เพดาด้าก็ดูคุ้นตา มีเสียงหนึ่งดังขึ้น เสียงของผู้หญิงที่อยู่บนตัวเขา
“สวัสดีค่ะนายท่าน จะให้ทำต่อจากเมื่อคืนเลยไหมเ้าค่ะ” หญิงสาวที่อยู่บนตัวเขาพูดขึ้น
เธอไม่ใช้มนุษย์แต่มีหน้าตาสะสวย มีเขาเล็กอยู่บนหัว เธอเป็ซัคคิวบัสแม็กม่าจำเขานั้นได้
แต่แม็กม่ายังสงสัยอยู่ว่าตัวเองมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ซัคคิวบัสที่ไม่ได้คำตอบก็โน้มตัวลงหา
ัันั้นเหมือนจึงมาก เธอไม่ใส่เสื้อผ้าอยู่และตัวแม็กม่าเองก็ด้วย
ซัคคิวบัสเลียต้นคอของแม็กม่า และถามคำถามกับนายท่านของเธอ
“เป็อะไรหรือเปล่าคะ ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า จะให้ฉันทำในร่างนี้”
ซัคคิวบัสพูดพร้อมกำลังจะเปลี่ยนร่างเป็บางคน
(ซัคคิวบัสในต่างโลกสำหรับเื่นี้สามารถแปลงเป็คนที่ผู้ชาย้าได้)
“หรือว่าร่างนี้ดีค่ะ” ซัคคิวบัสเปลี่ยนเป็จิน่า ทั้งรูปร่าง หน้าผม แม้แต่เสียงก็ยังเหมือน
ทำให้แม็กม่าสะดุ้งตื่นอีกครั้ง เขาก็พบตัวเองอยู่ในห้องพักรวมของฝั่งผู้ชาย
“ฝันบ้าอะไรวะเนี่ย ถึงขึ้นเก็บเอามาฝันเลยหรือไง” แม็กม่าบ่นกับตัวเอง
ตอนนี้ยังไม่สว่างมากนัก แต่ก็กำลังจะเช้าแล้ว แม็กม่าลุกขึ้นและลงไปด้านล่าง
เขาลงมาหาอะไรตื่นในตอนเช้า มีนักเรียนบางคนและอาจารย์ลงมาก่อนแล้ว
“นายเองก็ตื่นเร็วนะเนี่ย” อีฟทักแม็กม่า เธอนั่งอยู่กับจิน่า
เมื่อเห็นหน้าจิน่าแม็กม่าก็นึกถึงตอนที่กำลังฝันอยู่เมื่อตะกี้
ทำให้เขาสำลักน้ำที่ดื่มอยู่และรีบเดินออกจากตรงนั้น
“อะไรของเขาเนี่ย” จิน่าสงสัยว่าแม็กม่าเป็อะไร จึงชวนอีฟเดินไปดู
ทั้งสองเดินมาหาแม็กม่าที่กำลังอยู่ในห้องครัว
“ไม่สบายหรือเปล่าไปห้องพยาบาลไหม” จิน่าเดิมมากับอีฟพร้อมถามอาการของแม็กม่า
“ไม่ผมไม่ได้เป็อะไร ผมไปอาบน้ำก่อนดีกว่า” แม็กม่ายังไม่พร้อมเจอหน้าจิน่าตอนนี้
ถ้าเห็นหน้าจิน่าคงได้นึกถึงภาพในตอนนั้นอีก เขา้าเวลาลืมมันไปสักพัก
แม็กม่ารีบเดินออกไปจากตรงนั้นปล่อยให้ทั้งสองอยู่ในความงุนงง
“เธอไปทำอะไรให้เขาไม่ชอบหรือเปล่า” อีฟถามจิน่า
“ไม่ได้ทำอะไรเลยนะ ครั้งสุดท้ายที่เจอก็ยังดีๆ อยู่” จิน่าตอบไปตามความจริง
ตอนเรียนเมื่อวานก็ยังคุยกันอยู่ดีๆ
“ฉันเดาว่า เขาต้องฝันเื่ลามกเกี่ยวกับเธอแน่นอน” อีฟ
“ว่าไงนะ จะบ้าเหรอ ไม่ใช่อย่างนั้นหรอก” จิน่าตอบปฏิเสธแทนแม็กม่า
“เป็อย่างที่ฉันคิดจริงๆ ด้วย” อีฟพูดพร้อมเดินออกไป
เหมือนอีฟจะพอเกาได้ว่าทั้งสองรู้สึกยัง
“อะไรเธอคิดว่าอะไร” จิน่าหน้าแดงและเดินตามออกไป
เมื่อแดดยามเช้ามาถึงนักเรียนพากันอาบน้ำและกินข้าวเข้า
พวกเขาจะได้ไปเที่ยวน้ำตกที่อยู่ด้านในูเา ที่นั่นไม่ค่อยมีใครเข้ามาเที่ยว
เนื่องจากอยู่ห่างไกลและไม่ค่อยมีใครรู้จัก ทำให้ธรรมชาติที่นั่นดูสวยงามอย่างมาก
อาจารย์เดินนำพวกนักเรียนมาจนถึงน้ำตกแต่เป็้าของน้ำตก
“น้ำด้านล่างค่อนข้างลึก โดดจากตรงนี้ก็ไม่เป็อะไรหรอก ถ้าใครโดดลงไปก็ไม่ต้องแบกของ
ใครที่ไม่โดดก็ต้องแบกของลงไป แม้แต่อาจารย์ท่านอื่นก็ด้วย”
อาจารย์ที่เป็หัวหน้านำเที่ยวพูดขึ้น พร้อมออกวิ่งและะโลงไป
นักเรียนก็ใและวิ่งไปดูว่าอาจารย์เป็ยังไงบ้าง เสียงตกกระทบดังขึ้น
พร้อมเสียงะโของอาจารย์ว่า “ไม่เป็อะไร!” เขาบอกให้รีบโดดตามลงมา
ตรง้าน้ำตกมีข้าวของสำหรับตั้งเต็นท์อยู่และรวมถึงอาหารด้วย
ถ้าไม่โดดก็ต้องแบกมันลงไป หลายคนแม้แต่ผู้ชายก็ยังไม่กล้า แต่แม็กม่ารู้สึกสนใจไม่น้อย
เขาเดินไปดูความสูงของน้ำตก ประมาณ35เมตร มันไม่ได้สูงมาก แม็กม่าไม่ได้กลัวเลยแม้แต่น้อย
เขาตั้งหลักและวิ่งออกไปเป็คนแรก เพื่อนผู้ชายในกลุ่มก็โดดตามลงไปด้วย
ผู้หญิงไม่มีใครกล้าโดดลงไปจึงต้องยกของลงด้านล่าง แต่ผู้ชายไม่น้อยที่ไม่กล้าโดดลงไป
แต่เมื่อคนที่แบกของลงมาถึง คนที่โดดน้ำก็นั่งตัวสั่นอยู่หน้ากองไฟที่ถูกจุดโดยอาจารย์
เนื่องจากน้ำเกิดจากการละลายของน้ำแข็งบนูเาในหน้าร้อน น้ำจึงเย็นจัด
แม้แต่อาจารย์ที่โดดลงมาก็นั่งตัวสั่นอยู่หน้ากองไฟ
“ทำอะไรไม่คิดเลย ไม่ได้อ่านป้ายเตือนหรือไง” กลุ่มผู้หญิงสมน้ำหน้าพวกที่โดดลงมา
ป้ายเตือนเื่น้ำที่เย็นจัดใน่เช้า ถ้าจะเล่นต้องเล่นตอนเที่ยงที่แดดแรงจะทำให้น้ำอุ่นขึ้น
พวกนักเรียนช่วยกันตั้งเต็นท์และจัดที่ทำอาหารกลางวันกันจนเสร็จ
เมื่อถึงเวลาเที่ยงก็เริ่มทำอาหาร พวกผู้ชายไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก เอาแต่เล่นน้ำกันตามภาษาผู้ชาย
พวกผู้หญิงก็ช่วยกันทำอาหารกันเอง เมื่อทำเสร็จแล้วพวกผู้หญิงก็ยังไม่เรียกให้ผู้ชายมากิน
“ถ้าเรียกมาตอนนี้พวกผู้ชายได้กินหมดแน่ พวกเรากินกันก่อนดีกว่า” ผู้หญิงในกลุ่มพูด
ซึ่งทั้งกลุ่มก็เห็นด้วย ไม่มีผู้ขายคนไหนมาช่วยก็กินที่หลังแล้วกัน
เมื่อพวกเธอกินกันจะอิ่มแล้วก็ค่อยเรียกผู้ชายขึ้นมากินข้าวเที่ยว
“แบบนี้ก็ไม่เวรนะ ถึงจะน้อยไปหน่อยก็เถอะ” กลุ่มผู้ชายพูด
“นั้นสิ กินข้าวไปด้วยดูพวกผู้หญิงเล่นน้ำไปด้วย”
พวกผู้ชายนั่งกินข้าวพร้อมดูพวกผู้หญิงที่กินข้าวเสร็จแล้วลงไปเล่นน้ำ
พวกเขาเล่นน้ำกันถึงจน่บ่ายแก่ๆ พวกผู้ชายจึงไปเล่นกันในป่า อาจารย์ก็สั่งให้หาไม้ใหญ่ๆ
มาทำแคมป์ไฟสำหรับตอนกลางคืนด้วย พวกผู้ชายก็หยิบอุปกรณ์ที่เตรียมมาไปติดมือด้วย
พวกเดินเล่นพร้อมหาไม้ใหญ่ๆ ไปทำแคมป์ไฟ
“เอาใหญ่ๆ ไปเลยดีไหม” เพื่อนคนหนึ่งหยุดอยู่ตรงต้นไม้ที่ยืนต้นตาย เขาเสนอให้เอามันไป
“ฉันว่ามันดูแปลกๆ วะ จะเอาไปด้วยจริงเหรอ” เพื่อนอีกคนรู้สึกไม่ดีเกี่ยวกับมัน
“แค่ต้นไม้ยืนต้นตาย ไม่มีอะไรหรอกน่า” กลุ่มผู้ขายก็บอกว่าไม่เป็อะไร จึงตัดมันและเอาไปด้วย
พวกช่วยกันลากมาที่ตรงจุดที่ตั้งเต็นท์เอาไว้ ตอนนี้เริ่มเย็นแล้ว พวกผู้ชายช่วยกันผ่าต้นไม้
และเอาไปวางเรียงกันให้เป็แคมป์ไฟ เมื่อเริ่มมืดพวกนักเรียนก็จุดแคมป์ไฟขึ้น
ในขณะเดียวกันสายลมแปลกก็พัดผ่านไปอย่างประหลาดมีแค่สามคนที่รู้สึกตัวว่าต้องมีเื่
“กลิ่นปีศาจ มาจากทางที่เราไปตัดต้นไม้ หรือว่าจะมีเื่จริงๆ” แม็กม่าที่รู้สึกตัวก็รู้ทันที
“สายลมของลางร้าย มีกลิ่นปีศาจออกมาด้วย แต่น่าจะยังไม่มาตอนนี้” อีฟก็รู้ตัวเช่นกัน
“เดียว ต้นไม้ที่พวกผู้ชายไปตัดมันดูคุ้นๆ นะ” จิน่าเห็นต้นไม้ที่พวกผู้ชายตัดมาอยู่แป๊บเดียว
แต่ก็นึกได้ทันทีว่าต้นไม้นั้นแปลกจึงเดินไปถามพวกผู้ชาย
“พวกนายตัดต้นไม้ตายซากมาใช่ไหม” จิน่าถามกลุ่มผู้ชายที่จุดไฟใส่แคมป์ไฟ
“ใช่ทำไมเหรอ” กลุ่มผู้ชายสงสัยแต่จิน่าก็บอกว่าไม่มีอะไร จิน่าเดินไปหาอีฟซึ่งเธอก็รออยู่แล้ว
“ไม่ต้องรีบหรอก น่าจะตอนดึกๆ อาจจะหลังเที่ยงคืนไปแล้วถึงจะมีเื่”
อีฟรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
“จะเอาไงจะให้คนอื่นอยู่ที่นี่เหรอ อยู่เราจะไปหยุดมันตรงนั้นเลย” จิน่า
“คงต้องจนเริ่มเต้นรอบกองไฟ พวกเราค่อยแอบไปปิดประตูเชื่อมเอาก็ได้”
อีฟเสนอแผนให้จิน่า ซึ่งจิน่าก็ตอบตกลง แต่ที่พวกเธอไม่รู้แม็กม่าได้เดินไปตรงนั้นแล้ว
เขาเดินกลับไปยังจุดที่ตัดต้นไม้ตายซากต้นนั้น
“ออกมาเ้าปีศาจ” แม็กม่าพูดท่ามกลางความว่างเปล่า แต่มีเสียงตอบกลับมา
“เ้าเป็หนึ่งในคนที่ตัดต้นไม้ที่ผนึกเรา ตอนนี้เรากำลังอารมณ์ดีที่มีคนมาปล่อย
ถ้ายังไม่อยากตายก็รีบไส่หัวไปซะ” เสียงจากความว่างเปล่าตอบกลับ
ทำให้แม็กม่าโมโหที่โดนข่มขู่ เขาใช้พลังครอบมือตัวเองและล้วงเข้าไปในอากาศ
กระชากบางอย่างออกมา ปีศาจตัวหนึ่งได้ถูกดึงออกมาจากอากาศใกล้ๆ ต้นไม้ตายซาก
“แกเป็ใครกันแน่ ดึงเราออกจากผนึกชั้นที่สองได้ยังไง แถมยังผนึกกลิ่นปีศาจด้วย”
ปีศาจตัวนั้นเริ่มสงสัย คนตรงหน้าก็เหมือนคนธรรมดาทั่วไปแต่ดึงมันออกจากผนึกได้
“ฉันเป็นายเหนือหัวของเหล่าปีศาจ” ชายตรงหน้าปีศาจตอบกลับ
เ้าปีศาจที่ได้ยินก็ไม่พอใจอย่างมาก ไม่มีใครจะมาอยู่เหนือหัวมันได้
“โอหังยิ่งนัก ที่มาบอกว่าเป็นายเหนือหัวของเรา” มันง้างมือพร้อมจะฟาดใส่ชายตรงหน้า
แต่มันก็ต้องหยุดทันที เมื่อแม็กม่าปล่อยกลิ่นอายปีศาจของตัวเอง
กลิ่นอายปีศาจสามารถวัดพลังของปีศาจตัวนั้นได้ แม้กลิ่นอายปีศาจของแม็กม่าจะกระจาย
ไปได้ไม่ไกลแต่ทำให้ปีศาจตัวนั้นรู้เลยว่าไม่มีทางเทียบกับชายตรงหน้าได้
ถ้าไม่ใช้สกิลลบกลิ่นอายปีศาจ กลิ่นอายปีศาจของแม็กม่าคงกระจายไปทั่วโลกแล้ว
ปีศาจตัวนั้นก็คุกเข่าขอชีวิตทันที ชายตรงหน้าสามารถฆ่ามันได้แค่เพียงดีดนิ้วเท่านั้น
มันรู้ได้เมื่อัักับกลิ่นอายปีศาจของแม็กม่า
“กลับไปอยู่ที่ของแกซะ ถ้าคืนนี้แกออกมาฉันจะฆ่าแก เข้าใจนะ” แม็กม่า
เขาไม่อยากให้งานในคืนนี้ล้มเพราะปีศาจตัวนี้ จึงมาจัดการกับมันก่อน
ขณะเดินกลับแคมป์แม็กม่าตัดสินใจว่าจะขอจิน่าเต้นรอบกองไฟ