“ คุณบอกได้ไหมว่าเรากำลังจะไปที่ไหน แล้วเมืองที่เราต้องการเดินทางไปคือเมืองอะไร ”
ในระหว่างเดินตามหลังกลุ่มของไอริสไปเรื่อยๆ วินจึงเป็นฝ่ายเปิดปากถาม โดยที่ทุกคนเดินลงมาจากรถบัส ข้าวของจำนวนมากถูกยกหามโดยให้ประชาชนช่วยเหลือกัน อาหาร เครื่องใช้จำเป็นต่างๆ เพียงแต่ว่ามีรถคันหนึ่งยังคงถูกขับตามมาเรื่อยๆ นั่นคือรถที่บรรทุกเครื่องปลดปล่อยสัญญาณรบกวนซอมบี้ มันเป็นหนึ่งในตัวช่วยให้พวกเขาตั้งหลักปักฐานได้มั่นคง
“ สถานที่ที่เรากำลังจะเดินทางไปคือเหมืองเก่า มันถูกสั่งปิดเมื่อ 5 ปีที่แล้วเพราะรัฐบาลเล็งเห็นถึงความผิดปกติ เราใช้ที่นั่นในการหลบซ่อนตัวจากซอมบี้ ส่วนสถานที่ที่เราวางแผนว่าจะเดินทางไปคือเมือง Z ”
หลายคนที่มาพร้อมกับวินรู้เรื่องเมือง Z ภายในเมืองแห่งนั้นมีสภาพไม่ต่างจากเมือง X สิ่งที่แตกต่างคงเป็นระยะเวลาที่ได้เผชิญหน้ากับซอมบี้
“ คุณส่งคนไปดูลาดเลาเมือง Z แล้วอย่างนั้นเหรอถึงตัดสินใจไปที่นั่น ”
“ ไอ้หนุ่ม ” ชายมีรอยแผลบนใบหน้าเป็นฝ่ายตอบคำถามแทน หลังจากไอริสดึงผ้าคลุมหน้าเรียบร้อยแล้ว ไม่ต้องการตอบคำถามกับใครอีก
“ เราไม่รู้ว่าเมืองอื่นเป็นยังไงหรอกนะ เครื่องบินทุกลำถูกจัดการทั้งหมด เครื่องบินลำเล็ก เครื่องบินส่วนตัว หรือเฮลิคอปเตอร์ล้วนแล้วถูกทำลายในตอนที่ขึ้นบิน เราจึงไม่รู้ว่าเมืองข้างๆเป็นยังไงบ้าง การที่เราต้องการหลบไปที่นั่นก็เพราะคิดว่าเมือง X อาจจะเป็นศูนย์กลางของการแพร่เชื้อ อย่างน้อยถ้าเราหนีห่างจากศูนย์กลางอาจจะตั้งแนวป้องกันแล้วโต้กลับมันได้ ”
“ แล้วพวกคุณจะโต้กลับมันด้วยวิธีไหน ”
“ ด้วยอาวุธที่ทำจากร่างกายซอมบี้ ”
“ ถ้าอย่างนั้นผมขอพูดเกี่ยวกับเมือง Z ที่เราจะเดินทางไปก่อนก็แล้วกัน ผมได้ให้คนของผมเดินทางไปสำรวจที่นั่นเพื่อขอความช่วยเหลือ บังเอิญว่าเมือง Z เผชิญหน้ากับซอมบี้เหมือนกันกับเรา แม้จะช้ากว่าเราไปราว 3 - 4 วันก็ตาม แต่จากเหตุการณ์หลายอย่างที่เกิดขึ้นกับเมือง Z เช่นเหตุการณ์วิวัฒนาการหมู่ ตอนนี้เมือง Z คงมีระดับ 6 ปรากฎตัวขึ้นมาแล้ว มันไม่น่าจะปลอดภัยสำหรับเรา ”
กลุ่มคนทั้ง 10 ที่กำลังเดินอยู่ด้านหน้าหยุดเท้าหลังจากได้รับข่าวที่น่าสนใจ การเดินทางออกจากเมือง X เพื่อไปยังเมือง Z จะต้องใช้วิธีที่พิเศษอย่างแน่นอน หากไม่ใช่เครื่องบินจะต้องเป็นการติดต่อไร้สายข้ามเมือง
“ ไอ้หนุ่ม พวกแกเดินทางไปเมือง Z ได้ยังไง ”
“ เมื่อวันที่ 11 เราได้เดินทางไปเมือง Z ด้วยการใช้มอเตอร์ไซค์ คนของผมไปถึงที่นั่นแล้วถ่ายรูปกลับมา ก่อนเดินทางกลับเขาพบว่าที่นั่นเผชิญหน้ากับการวิวัฒนาการหมู่ของซอมบี้ ซึ่งมันตรงกับเวลาที่เราก็เผชิญหน้ากับการวิวัฒนาการหมู่ของซอมบี้เช่นกัน ”
“ เขาคนนั้นเป็นใคร วิวัฒนาการหมู่ไปแล้วกี่ครั้ง ” ชายใบหน้ามีรอยข่วนถามด้วยความคาดหวัง หากพวกเขามีผู้แข็งแกร่งทำภารกิจที่กำลังจะเริ่มในเร็วๆนี้พร้อมกัน โอกาสในการรอดชีวิตจะสูงมาก
วินมองไปด้านหลัง โยฮันกับแอลลี่คลุมตัวเองด้วยหนังสัตว์สีดำ หลังจากเห็นว่าโยฮันเปิดใบหน้าให้เห็น เขาจึงรู้ว่าตนเองตอบคำถามนี้ได้ เพียงแต่เขาจะไม่พูดถึงการวิวัฒนาการ
“ ผมบอกไม่ได้ แต่เขารับมือกับซอมบี้ระดับ 6 ได้ ”
ดวงตาของไอริสเบิกกว้าง แม้จะปกปิดเอาไว้ใต้ผ้าคลุมแล้วก็ตาม โยฮันกลับมองเห็นดวงตานั้นกำลังสั่นกระเพื่อมราวกับเจอสิ่งที่ทำให้เธอคาดหวัง เพียงแต่เขากลับไม่ได้คุยกัน เนื่องจากเดินมาถึงเหมืองร้างที่กลุ่มคนตรงหน้าใช้หลบซ่อนตัว
“ เราพักอยู่กันที่นี่แหละ เข้าไปกันเถอะ ส่วนรถให้จอดอยู่ข้างนอก ”
รถบรรทุกคันเดียวที่พยายามวิ่งตามหลังโดยให้นักสู้พยายามช่วยกันยกหามในบางครั้งที่ติดหินจอดนิ่งอยู่หน้าทางเข้าตึกร้าง หน้าต่างทุกบานไร้กระจกขวางกั้น ประตูทางเข้ามีเพียงการนำต้นไม้ขนาดใหญ่นำมาปิดทับเอาไว้เพียงเท่านั้น
หลังจากที่วินเดินตามเข้าไปด้านใน เขาก็พบว่าภายในตึกมีพื้นที่กว้างขวาง ถึงแม้จะไม่ได้มีหลายสิบชั้น มันกลับถูกแบ่งโซนเอาไว้เป็นอย่างดี โซนที่เขาเดินเข้ามาเต็มไปด้วยอาวุธมากมายวางเรียงราย สามารถหยิบจับไปใช้งานได้ทันทีเมื่อต้องการออกจากตึก
“ เราพักกันที่ชั้น 2 ให้คนที่เป็นแค่พลเรือนขึ้นไปก่อน ส่วนนักสู้อยู่ที่นี่ก่อนเรามีหลายเรื่องที่ต้องคุยกัน ”
วินบอกให้ผู้คนเดินทางขึ้นสู่ชั้น 2 เขายังไม่รู้ว่าอีกฝ่ายมีพลเรือนมากน้อยแค่ไหน นอกจากนั้นเขายังไม่รู้ถึงกองกำลังของอีกฝ่ายที่สามารถต่อสู้ได้
ในขณะที่กำลังรอให้พลเรือนเดินทางขึ้นสู่ชั้น 2 ประตูทางเข้าตึกก็เริ่มมีคนสวมชุดลายพรางเดินเข้ามาเรื่อยๆ บนหลังของทุกคนมีอาวุธสะพายเอาไว้ บางคนถือดาบที่สร้างมาจากชิ้นส่วนสัตว์ประหลาด บางคนถือขวาน ที่น่าสนใจคือธนูบนหลังของคนที่สวมชุดทหารหลายสิบคน นับว่าเป็นเรื่องยากที่สามารถง้างสายธนูทำจากเอ็นของสัตว์ประหลาดได้ ผู้ที่เป็นทหารเหล่านี้กลับมีความสามารถในการทำเช่นนั้น ต่างจากกลุ่มของวินและกลุ่มอื่นๆที่เดินทางมารวมกัน พวกเขาใช้หน้าไม้ติดมอเตอร์เพื่อช่วยดึงสายหน้าไม้จนยิงได้
“ เอาล่ะ ดูเหมือนว่าจะไม่มีกลุ่มอื่นเดินทางมาแล้ว ฉันขอเข้าเรื่องเลยก็แล้วกัน ยิ่งเราอยู่ภายในเมือง X นาน โอกาสที่เราจะถูกเจอตัวก็ยิ่งสูงขึ้น เรายังไม่รู้ว่าซอมบี้เคลื่อนไหวด้วยเหตุปัจจัยใดบ้าง นอกจากอาหารและพลังงานแล้ว มีสิ่งอื่นใดที่ทำให้ซอมบี้ไล่ตาม ”
ชายใบหน้ามีรอยแผลเป็นคนพูดกับนักสู้ที่เดินทางมาจากสถานีวิจัยดาราศาสตร์ เพื่อให้ทุกคนได้พักผ่อนเขาจึงบอกให้ทำตัวตามสบาย จะนั่งพักหรือว่าจะทิ้งตัวลงไปนอนบนพื้นก็ได้ ขอเพียงแค่เหลือหูไว้ฟังสิ่งที่เขาต้องการพูด
“ เราคอยดักรอผู้รอดชีวิตที่ต้องการเดินทางไปกองทัพหลายวันแล้ว แต่ก็มีน้อยกลุ่มมาก ผู้รอดชีวิตทางฝั่งเราจึงมีเพียงห้าร้อยกว่าคนเท่านั้นเป็นนักสู้ร้อยกว่าคน ทางฝั่งนายเป็นยังไงบ้างไอ้หนู ”
“ อย่างที่เห็นเลยเรามีคนที่รอดชีวิตพันกว่าคน ส่วนนักสู้มีราวห้าร้อยคน ”
วินไม่ใช้ตัวเลขที่แน่นอน เนื่องจากว่านักสู้สามารถตายได้ทุกเมื่อ เขาจึงอยากให้อีกฝ่ายคิดแผนอื่นที่ไม่จำเป็นต้องใช้จำนวนที่แน่ชัด รู้แค่ว่าทางฝั่งของเขามีคนที่ต่อสู้ได้ห้าร้อยคนเพียงเท่านั้น
“ รวมแล้วก็น่าจะเกือบเจ็ดร้อยคนได้ นับว่าเยอะขึ้น เอาล่ะขอถามได้ไหมว่าส่วนมากวิวัฒนาการกันกี่ครั้งแล้ว ”
วินหันมองรอบข้าง คนที่เดินทางมารวมกันที่สถานีวิจัยมีทั้งหมด 3 กลุ่ม ได้แก่กลุ่มของก๊อตที่หนีเต่ายักษ์โดยขอความช่วยเหลือจากใครก็ได้ ทางฝั่งสถานีวิจัยจึงเข้าไปช่วยเหลือ กลุ่มที่สองคือกลุ่มที่ใช้ชื่อว่า A และสุดท้ายกลุ่มของบาส หลังจากที่ทุกคนพยักหน้าให้วินเล่าทุกอย่างเพราะได้สำรวจนักสู้ของแต่ละกลุ่มทั้งหมด วินจึงหันกลับไปหาชายมีรอยแผลบนใบหน้า
“ ส่วนมากวิวัฒนาการกัน 2 ครั้ง แต่มีราว 40 คนวิวัฒนาการครั้งที่ 3 กันแล้ว ”
“ ถ้าอย่างนั้นก็หมายความว่ารับมือกับระดับ 3 และ 4 ดาวได้ง่ายๆ แต่ขอถามหน่อย คนที่เดินทางไปเมือง Z มีกี่คน ”
“ แค่คนเดียวเท่านั้น ”
“ ตอนนี้เขาวิวัฒนาการครั้งที่ 4 แล้วใช่ไหม ”
“ ผมไม่สามารถบอกได้มาก เขาขอปกปิดข้อมูลส่วนนี้เอาไว้ ผมจึงบอกได้แค่ว่าเขารับมือกับซอมบี้ระดับ 6 ได้”
“ โอเค แบบนั้นก็ได้ เราไม่อยากละลาบละล้วงมากไปกว่านี้เหมือนกัน ” ไม่มีการพูดถึงแอลลี่ เธอกลายเป็นสิ่งที่วินแตะต้องไม่ได้ หากโยฮันอยู่ใกล้เขา จากการตกลงกันจะมีเพียงแค่โยฮันที่สั่งการแอลลี่ได้ ดังนั้นเธอจึงต้องทำตัวลึกลับอาศัยอยู่ภายในกลุ่มคอยตามหลังพี่ชายต่อไป โดยที่วินนำเธอออกมาพูดไม่ได้เพราะอาจจะทำให้เธอกลายเป็นตัวหมากในแผน
“ นักสู้ทางฝั่งเราวิวัฒนาการครั้งที่ 3 กันหมดแล้ว ระดับพลังของกลุ่มจึงอยู่ที่ 4 ดาว ส่วนคนที่วิวัฒนาการครั้งที่ 4 มี 5 คนด้วยกัน ”
บนใบหน้าของวินปรากฎความตื่นตะลึง เนื่องจากว่าการวิวัฒนาการครั้งที่ 4 เป็นเรื่องยากมาก นอกจากนั้นการจะทำให้นักสู้วิวัฒนาการครั้งที่ 3 นับร้อยก็เป็นเรื่องยากเช่นเดียวกัน ทางฝั่งของเขาได้พลังของโยฮันช่วยเหลือจึงสามารถวิวัฒนาการได้ อีกฝ่ายกลับพึ่งตนเอง อย่างไรก็ตามเขากลับสงสัยเกี่ยวกับวิธีการที่ใช้ในการวิวัฒนาการยกกลุ่ม
“ พวกคุณสามารถบอกเราได้ไหมว่าทำยังไงถึงวิวัฒนาการได้เร็วแบบนี้ ”
“ เราก็แค่ฆ่าซอมบี้ที่ยังอยู่ภายในไข่ของมัน ห่างออกจากที่นี่ไปไม่กี่กิโลเมตรมีรังซอมบี้อยู่ เราได้แอบไปที่นั่นแล้วขโมยไข่ของมันออกมาฆ่าเรื่อยๆ ”
วินพยักหน้าให้กับคำตอบของอีกฝ่าย เมื่อเห็นว่าชายมีรอยแผลยกมือราวกับต้องการให้ทุกคนหยุดถาม ทุกคนภายในชั้น 1 จึงเลือกที่จะเงียบ
“ เอาล่ะ น่าจะรู้หลายอย่างพอแล้ว ฉันขอคุยเรื่องที่จะทำเลยก็แล้วกัน เราต้องการเดินทางไปเมือง Z แต่จากที่ได้ข้อมูลมาเมื่อครู่จากพวกนาย หมายความว่าเมือง Z ก็ต้องมีระดับ 6 ถึงอย่างนั้นเราก็ต้องเดินทางไปที่นี่ก่อน ไม่แน่กองทัพของเมือง Z อาจจะต้านทานซอมบี้ได้ เพราะงั้นเราจะตั้งจุดหมายไปที่เมือง Z เหมือนเดิม เอาล่ะมาฟังสิ่งที่เราต้องการทำ ”
ความเงียบปกคลุมห้อง โยฮันที่ได้กวาดตามองดูรอบๆหันไปให้ความสนใจกับชายใบหน้ามีรอยแผล
“ ห่างออกไปราว 9 กิโลเมตรมีสถานีรถไฟตั้งอยู่ เราสำรวจแล้วว่าภายในนั้นมีรถไฟจอดนิ่งอยู่หลายคัน เราต้องการใช้สิ่งนั้นเดินทางข้ามเมือง นอกจากจะบรรทุกได้เยอะแล้ว ยังง่ายที่เราจะป้องกันระหว่างทาง อีกฝ่ายมันยังวิ่งได้เร็วมากๆเมื่อเทียบกับรถที่วิ่งบนถนน ต่อให้จะมีสิ่งกีดขวาง หากนั่นไม่ใช่รถบรรทุกเราสามารถพุ่งชนไปต่อได้เลย เพียงแต่ว่ามีบางอย่างทำให้เราไม่สามารถขึ้นรถไฟได้ ”
“ รถไฟพังอย่างนั้นเหรอ ” บาสเป็นฝ่ายสอบถาม
“เปล่า รถไฟไม่ได้พัง หัวรถจักรยังอยู่ในสภาพดี เพียงแต่ว่าภายในสถานีมีซอมบี้ระดับ 5 เฝ้าอยู่ถึง 3 ตัว ต่อให้เราจะมีผู้วิวัฒนาการครั้งที่ 4 มากถึง 5 คนก็ยังไม่สามารถรับมือกับมันได้ ” โยฮันเป็นฝ่ายขมวดคิ้ว จากสิ่งที่พูด เขาพบจุดผิดสังเกตอยู่ 1 อย่าง หากต้องการรถไฟ เพียงแค่นักสู้ระดับ 5 จำนวน 5 คนก็สามารถเปิดทางเพื่อพาทุกคนขึ้นรถไฟแล้วหลบหนีจากซอมบี้ระดับ 5 ได้ ต่อให้จะมีการปะทะกันเกิดขึ้นก็ตาม ความสามารถในการป้องกันยังถือว่ามีอยู่ เขาจึงคิดว่ามันจะต้องมีสิ่งที่น่ากลัวมากกว่านั้นเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ซึ่งก็เป็นไปตามที่เขาคิด
“ มีระดับ 6 ขวางอยู่อีก 1 ตัวเราจึงยังไม่มั่นใจว่าจะชิงรถไฟแล้วหลบหนีไปได้ ”
บนใบหน้าของทุกคนเกิดความตื่นตระหนก เนื่องจากว่าพึ่งหนีจากซอมบี้ระดับ 6 พ้น ทุกคนจึงเห็นความน่ากลัวของพวกมัน วินจึงเป็นฝ่ายถาม เขาอยากรู้สาเหตุมากกว่านี้ หากการชิงรถไฟมีความเสี่ยงสูง เหตุใดถึงไม่ใช้รถพาทุกคนเดินทาง ด้วยกำลังของทหารที่เหลือรอด คงไม่ยากที่จะทำเช่นนั้น
“ ผมขอถามได้ไหม ทำไมไม่ใช้รถ ในเมื่อมีระดับ 6 เฝ้าสถานีรถไฟ ”
“ นั่นก็เพราะว่าเราเจอซอมบี้ระดับ 6 อยู่ระหว่างทางมุ่งหน้าไปยังเมือง Z เช่นกัน เราจึงเลือกใช้รถไฟจะเป็นเรื่องที่ดีกว่าเพราะซอมบี้ภายในสถานีไม่สามารถใช้ความเร็ววิ่งตามรถไฟได้ ”
โยฮันไม่ได้แสดงความคิดเห็น ต่อให้เขาจะเดินทางไปเมือง Z มาแล้วก็ตาม ซอมบี้ระดับ 6 ที่ขวางทางกลับไม่มี เขาจึงคิดว่าตัวที่เป็นระดับ 6 มันอาจจะวิวัฒนาการหลังจากที่เขากลับมาแล้ว.