ทันใดที่อี้เฉินสืบฝีเท้าลงมา เหยียบพื้นเบื้องล่าง บริเวณภายในงานชุมนุม ก็เต็มไปด้วยบรรยากาศ ที่แปลกๆ ในทันใด
พวกเขาต่างก็ไม่คาดคิดว่า อี้เฉินในยามนี้ เขาจะไปอยู่ในขั้นเทพสวรรค์ ระดับ ปลายแล้ว แม้แต่ขั้นเซียนสวรรค์ อี้เฉินก็สามารถจัดการได้ ใครเล่าในสถานที่แห่งนี้ จะไม่ตื่นตกใจ
คนดินแดนจักรพรรดิ อย่างคุณชายจ้าวอี้เทียน บุตรสวรรค์ หนิงชวน พวกเขาทั้งสอง ต่างก็ปรายตาไปมองอี้เฉิน ด้วยสายตาคมกล้า ไม่คิดจะมีคนดินแดนเทพ ไปยืนเทียบชั้นกับเหล่าอัจฉริยะ สำนักนิกายใหญ่ ของดินแดนจักรพรรดิเบื้องสูงได้ ราวกับพวกเขาในยามนี้เห็นอี้เฉิน เป็นอัจฉริยะที่อยู่ผิดที่ผิดทางก็มิปาน
ฉับพลันน้ำเสียงหนึ่ง กล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่แข็งกร้าว พร้อมกับฝ่ามือที่ตบโต๊ะ ออกมาอย่างแรง ปัง! “อี้เฉินเจ้าช่างสามหาวนัก กล้าหักหน้าคนตระกูล วัง ของพวกเรา เจ้าไม่กลัวข้าไปฟ้องท่านพ่อของข้าหรือ อย่าคิดว่าจักรพรรดิชรา อี้เทียนหรง จะปกป้องเจ้าได้นะ”
ก่อนคุณชายวังจิน จะกล่าวพูดขึ้นมาอีกครา “ทว่าข้าเองก็ไม่คิดเช่นกันว่า เวลา5ปีผ่านไป เจ้าจะยังไม่ตายตก เกรงว่าข้าจะประเมินเจ้าต่ำไปสินะอี้เฉิน ไม่คิดเจ้าจะหนีหัวซุกหัวซุน เอาตัวรอดเก่งเช่นนี้”
อี้เฉินครั้นได้ยิน เขาแค่นเสียงทุ้มต่ำ ตอบกลับออกมาทันใด “คุณชายวังจิน ท่านอย่าเอาแต่ พูดจาถากถางข้าอยู่เลย ข้าว่าท่านควรกลับไปยังแดนเสวียน ก่อนจะไม่ดีกว่าหรือ”
ชายหนุ่มหน้าบึ้งตึงขึ้นมาโดยพลัน “เจ้า! เจ้า! ช่างโอหังนัก” ทว่าเขาก็แปลกใจเช่นกัน เหตุใดอี้เฉินกล่าวพูดถึงเรื่องแดนเสวียน ที่อยู่ของตระกูล วังขึ้นมา
“เจ้าหมายความว่าอย่างไรอี้เฉิน”คุณชายวังจินไม่ลังเล ที่จะไต่ถามอี้เฉินออกไป
“ข้าพึ่งกลับมาจากแดน เสวียน แต่หากข้าเป็นเจ้า ข้าจะกลับไปตระกูล วัง อย่างเร่งด่วน” ครั้นคำพูดนั้นดังขึ้นมา มันก็ส่งให้ ห่างคิ้วของ คุณชายวังจิน กระตุกน้อยๆ “หรือว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับ ตระกูลวังข้า”
ผู้คนรอบด้านต่างก็ได้ยินคำพูดนั้น ของอี้เฉินอย่างชัดแจ๋ว ต่างก็พากันพูดคุยซุบซิบ ออกมาเสียงดังระเบ็งเซ็งแซ่ ว่ายามนี้มันเกิดเรื่องอะไรกันแน่
ครั้นพวกเขาเห็น คุณชายวังจิน หยิบแผ่นป้ายตระกูล วัง ขึ้นมาถือ เขาก็รีบบึ่งจากไปในทันที ทว่าสายตาที่แค้นเคือง ยังคงจับจ้องมาที่อี้เฉินอย่างไม่วางตา ก่อนที่เขาจะสืบฝีเท้า ผ่าแยกมิติออกไป ยิ่งส่งให้ผู้คนอึ้งงัน ราวกับโดนค้อนปอนด์ทุบเข้าที่หัวอย่างจัง
อี้เฉินเอ่ยเสียงเนิบช้า ออกไปหาผู้คนโดยรอบในทันใด “ทุกท่านงานชุมนุมจบลงแล้ว เชิญทุกท่าน แยกย้าย”
ทันใดที่อี้เฉินเอ่ยพูด ผู้คนไม่น้อยถึงกับส่ายหัว ออกมาให้ตัวเขา บางคนถึงกับโห่ร้องออกมา ทว่าอี้เฉินไม่ได้ใส่ใจพวกเขาเหล่านั้น ก่อนจะปรายตา สืบฝีเท้าไปหากลุ่มมิตรสหายของเขา
ทันใดที่ เยว่ เยว่สัตว์วิเศษเข้ามากอดกายอี้เฉิน ดวงตากลมโต มีน้ำใส่ออกมาน้อยๆ กล่าวพูดออกมาในทันใด “ข้าว่าแล้ว เจ้าจะต้องไม่ตายตก”
อี้เฉินลูบหัวนางในทันใด ก่อนส่งรอยยิ้มออกไปให้ ซีเผิง ซีเยว่ ที่สืบฝีเท้ามารับเขา “พวกท่านสองคนสบายดีนะ”
ชายหนุ่มพยักหน้าให้อี้เฉิน “อืมๆ ข้าสบายดี”
ซีเยว่ นางเข้ามาจับแขนอี้เฉินไว้แน่น “เจ้ากลับมาแล้วจริงๆ หรืออี้เฉิน ข้าไม่คิดว่าข้าจะได้เห็นเจ้าอีกครา หลังจากผ่านเวลาไป5ปี”
อี้เฉินยกยิ้มให้คนที่เข้ามาทักทายตัวเขา ไม่ว่าจะเป็น มารพุทธ ทงอี้ ราชัน10ทิศจ้าวเฟิง จิ้งจอกน้อยหงส์เหมิง หลี่หยวน หรือแม้กระทั่งเพื่อนเก่าของเขา อย่างแม่นางกงหนาน โม่กวาง แม่นางหริ่นหลัน คุณชายซีเอ๋อร์ หรือแม้กระทั่ง มู่เฉินยังเข้ามาทักทายตัวของอี้เฉินไม่ขาด จนรอบด้านเต็ม ไปด้วยเสียงหัวเราะ พูดคุยดังออกมาก้อง
แม้แต่กลุ่มคน ที่ไม่ยินดีที่เห็นใบหน้าอี้เฉิน อีกคราอย่าง พวกสองราชวงศ์ใหญ่ ยังส่งองค์ชายอู๋เหล่ย องค์หญิงซือหลิน เข้ามาพูดคุย แสดงความยินดีกับอี้เฉิน
ทว่าสิ่งที่หลายๆ คน ไม่คาดคิดก็คงจะเป็น คุณชายจ้าวอี้เทียน แห่งตระกูล เซียน ที่สืบฝีเท้าเข้ามาพูดคุย ทักทายอี้เฉิน ด้วยความเป็นกันเอง ส่งให้ผู้คนไม่น้อยที่ยัง ไม่จากไปไหน ต่างก็ปรายตามองพวกเขา เป็นสายตาเดียว
ครั้นอี้เฉินเห็น คุณชายจ้าวอี้เทียน มาพร้อมเรือนผมสีฟ้า ปลิวไสว สืบฝีเท้า เข้ามาทักทาย เขาเองก็ไม่ได้มีท่าที เย่อหยิ่งโอหัง แต่อย่างใด
“ไม่ได้เจอกันนานอี้เฉิน เหมือนว่าเจ้าจะรุดหน้าไปอีกแล้วสินะ” คุณชายจ้าวอี้เทียนเอ่ยถาม พร้อมกับคลี่ยิ้มบางออกมาให้อี้เฉิน
“อืมๆ คุณชายจ้าวอี้เทียน ข้ามีเรื่องอยากจะถามเจ้ามาตลอด เจ้าพอจะให้คำตอบ ข้าได้หรือไม่”
“คงจะเป็นเรื่องสังเวยเลือด ภายในดินแดนเบื้องล่าง สินะอี้เฉิน ข้าไม่รู้จะแก้ตัวอย่างไรดี ทว่าข้าจะบอกเจ้าว่า เป็นคนบางกลุ่มของตระกูลเซียน เจ้าจะเชื่อหรือไม่” หลายคนได้ยิน ต่างก็สูดลมหายใจเข้าไปลึก บรรยากาศยิ่งดูน่าอึดอัด เมื่อทั้งสองประจันหน้ากันเฉกเช่นนี้
ก่อนซีเยว่ นางจะตัดฉากบรรยากาศ ที่อึมครึมออกไป อย่างไรพวกเขาก็เคยเป็น มิตรสหายที่ต่อสู้ร่วมกันมาก่อน “พวกเจ้าหลีกทาง เจ้าด้วยจ้าวอี้เทียน ถอยออกไปเสีย” ก่อนภาพเบื้องหน้าอี้เฉิน จะแหวกออกเป็นทาง พร้อมกับร่างสตรีทั้งสอง ที่ดวงตากลมโตทอแสงประกาย จ้องมองมาที่อี้เฉินอย่างไม่วางตา
ครั้นเมื่อทั้ง3สบสายตากัน ก็ราวกับพวกเขา ตกไปอยู่ในภวังค์อยู่ชั่วขณะ อี้เฉินสืบฝีเท้าคิดจะไปลูบใบหน้า งามของสตรีทั้งสอง ให้หายคิดถึง
จู่ๆ เสียง“ชิ”ก็กล่าวเล็ดลอดออกมาตามไรฟัน ของเยว่ชิงเซียน ก่อนนางส่งหมัดเรียวเล็กอัดกระแทก หน้าอกอี้เฉิน “ปัง!”
“เจ้า! เจ้า! เยว่ชิงเซียน” อี้เฉินกระแอมไอ ออกมาน้อยๆ จับฝ่ามือ เรียวเล็กของนางไว้แน่น
ก่อนเสียง เพี้ยะ!! จะดังออกมาก้องจากฝ่ามือหญิงสาว “เจ้าก็เอากับเขาด้วยหรือ หลินเฟย” ก่อนอี้เฉินจะจับฝ่ามือ ของนางอีกคนไว้จนแน่น รับรู้ถึงความอบอุ่นขึ้นมาในทันใด
เสียงกระแอมไอออกมาน้อยๆ กล่าวเตือนอี้เฉิน เมื่อเห็นชายหนุ่ม ดึงร่างสตรีทั้งสองมาไว้ในอ้อมแขน ส่งให้ใบหน้าเยว่ชิงเซียน กับหลินเฟย แดงน้อยขึ้นมาด้วยความเขินอาย “แถวนี้มีผู้คนอยู่กันไม่น้อยนะอี้เฉิน”
อี้เฉินรับรู้สายตาของผู้คน เขาปล่อยสตรีทั้งสอง ออกจากอ้อมแขนในทันใด “พวกเจ้าสบายดีนะ หลินเฟย เยว่ชิงเซียน”
หลินเฟยนางเอ่ยเสียงต่ำในทันที “5ปีนะอี้เฉิน เจ้าปล่อยให้พวกเรารอเจ้าตั้ง5ปี เจ้ามีคำพูดแค่นี้เองหรือ”
เยว่ชิงเซียน ริมฝีปากแดงน้อยเม้มริมฝีปากไว้แน่น “งานชุมนุมจบลงแล้วก็จริง แต่ข้าจะเปิดศึกความวุ่นวาย กับเจ้าอีกคราอี้เฉิน หากวันนี้หน้าเจ้าไม่บวมตุ่ย ไม่ต้องมาเรียกข้าว่าสตรีศักดิ์สิทธิ์”
ในฉับพลันที่อี้เฉินเห็นริ้ว แสงผีเสื้อ ใบหน้าของเขา ก็ร้อนฉ่าขึ้นมาในทันใด จากหมัดของเยว่ชิงเซียน ก่อนพวกเขาจะกอดรัดฟัดเหวี่ยง ขึ้นไปบนท้องฟ้า แม้จะเป็นการต่อสู้ ทว่าดูอย่างไรพวกเขา ก็เหมือนมังกรเกี้ยวพาหงส์คู่ งดงาม ไปหลายสิบหลายร้อยกระบวนท่า ราวกับการเต้นระบำ ไปกับสายลมที่ปลิวไสว
แล้วยิ่งเห็นหลินเฟย เข้าไปผสมโรง ส่งวิชาตัดเส้นเอ็น ขัดขวางการเคลื่อนไหวของอี้เฉิน พร้อมกับการโจมตีที่ดุเดือด เข้าโรมรัน ประหนึ่งว่าไม่ใช่การหยอกล้อ มันก็ทำให้หลายๆ คน ต่างก็กลืนน้ำลาย ลงคอไปอึกใหญ่ เมื่อได้ยินเสียงหมัด แหวกอากาศดังออกมาก้อง
ส่งเข้าใส่เบ้าตาของอี้เฉินเข้าอย่างจัง ปัง!! พร้อมกับร่างอี้เฉินที่ถอยร่น ตาข้างหนึ่งของอี้เฉินปิดลง เขียวคล้ำขึ้นมาทันใด จนอี้เฉินต้องกล่าวเตือนพวกนาง “พวกเจ้าเลิก เล่นเช่นนี้ได้แล้วกระมัง!”
ผู้คนรอบด้านต่างก็หมดคำจะพูด เมื่อเห็นความเดือดดาล ของสตรีทั้งสองส่งหมัดประเคนให้ชายหนุ่ม ก่อนพวกนางจะหยุดลงมือพร้อมประกายตาที่วาวโรจน์ เมื่อสมใจปรารถนา ของพวกนางแล้วในยามนี้
ทว่าหลายๆ คนก็ไม่คาดคิดเพียง ครู่เดียว บาดแผลที่อี้เฉินได้รับจากสตรีทั้งสอง จะจางหายไปทั้งหมด จากการขับเคลื่อนปราณพลังรักษาบาดแผล รับรู้ได้เลยว่า กายาของอี้เฉินไปอยู่ในขั้นกายเนื้อ อมตะแล้ว

“เจ้า! เจ้า! กายเนื้อของเจ้า ไปอยู่ในขั้นกายเนื้อ อมตะแล้วเช่นนั้นหรือ”
อี้เฉินขำแห้งๆ เอ่ยตอบออกมาเสียงเนิบช้า “อืมๆ แต่ข้าขอเตือน เยว่ชิงเซียนหลินเฟย พวกเจ้าเลิกลงมือเสียไม่เช่นนั้นแล้ว “ก่อนอี้เฉินจะยิ้มกรุ้มกริ่มออกมา กวาดสายตาไปที่สตรีทั้งสอง
สองสาวรับรู้ถึงความไม่ปลอดภัย ด้านกายาของพวกนางในทันใด ครั้นกลอกตาไปมองอี้เฉิน พวกนางแค่นเสียงแข็งออกมาในทันใด “ไอ้เด็กกะล่อน วันนี้พวกข้า สั่งสอนเจ้าแค่นี้แล้วกัน”