ตอนที่ 42: เจรจาบนเรือสำราญ
ลมทะเลเค็มพัดกระโชกแรงในยามค่ำคืนพัดพาเอาเสียงคลื่นกระทบฝั่งดังซัดโถมอยู่รอบบริเวณท่าเรือฝั่งตะวันออกของมหานครปักกิ่ง ท้องฟ้าเบื้องบนมืดมิดไร้แสงดาว มีเพียงดวงไฟดวงเล็กๆ จากท่าเทียบเรือที่ส่องสะท้อนกับผืนน้ำสีดำสนิท เบื้องหน้าของผมคือเรือสำราญ VIP ขนาดใหญ่ชื่อ "มังกรสวรรค์" ที่ประดับไฟนีออนสลัวสีทองและสีน้ำเงินเข้มสะท้อนความหรูหราอลังการประหนึ่งพระราชวังลอยน้ำของชนชั้นสูงที่มีเพียงมหาเศรษฐีระดับพันล้านหรือผู้นำสมาคมใต้ดินเท่านั้นที่จะมีสิทธิ์ก้าวขึ้นไป
ผมก้าวเดินทอดน่องอย่างสบายใจไปตามทางเดินสะพานไม้เชื่อมเรือ สองมือซุกอยู่ในกระเป๋ากางเกงสแล็กสีดำ ร่างกายที่สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวเรียบหรูดูเรียบง่ายแต่แผ่ซ่านบารมีกดดันสะกดใจจนกลุ่มบอดี้การ์ดสวมแว่นดำติดอาวุธนับสิบคนที่ยืนคุมเชิงอยู่ข้างบันไดขึ้นเรือสำราญพากันยืนตรงและแอบชำเลืองมองผมด้วยสายตาระแวดระวังเกรงใจ
"ยินดีต้อนรับคุณเย่เฉินครับ... คุณเลขาจางเสวี่ยฉีกำลังรอคุณอยู่ที่ห้องรับรองพิเศษชั้นสามครับ" หัวหน้าบอดี้การ์ดวัยกลางคนที่มีแผลเป็นยาวบนใบหน้าโค้งคำนับให้ผมอย่างสุภาพแต่มีแววตาระวังตัวระคนกดดันข่มขู่
ผมเพียงแค่พยักหน้ารับเบาๆ เดินฝ่าแนวบอดี้การ์ดก้าวขึ้นสู่เรือสำราญอย่างไม่แยแส ภายในเรือสำราญหรูหราตกแต่งสไตล์ยุโรปคลาสสิกขอบทอง ผนังประดับประดาด้วยภาพเขียนสีน้ำมันราคาแพงพรมขนสัตว์หนานุ่มสีแดงสดปูลาดตลอดทางเดินชั้นสามจนถึงหน้าประตูห้องรับรองบานคู่ขนาดใหญ่แกะสลักลวดลายมังกรทอง
ทันทีที่บอดี้การ์ดผลักบานประตูเปิดกว้างออก สายตาของผมก็ปะทะเข้ากับร่างบางระหงของหญิงสาวคนหนึ่งที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังสีทองขรึมตัวใหญ่กลางห้องโถงกว้าง
เธอคือ "จางเสวี่ยฉี" เลขานุการส่วนตัวของท่านประธานสมาคมการค้าใต้ดินมังกรสวรรค์ตามที่ได้โทรศัพท์มาหาผม
เยว่เยว่ หรือดาราสาวจ้าวอวี่ถิงที่ว่าสวยระดับชาติแล้ว แต่ผู้หญิงตรงหน้าบัดนี้กลับมีความสวยงามเฉียบขาดและมีเสน่ห์ดึงดูดใจที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง เธอสวมชุดสูททำงานเข้ารูปสีน้ำเงินเข้มตัดเย็บประณีตเรียบหรู กางเกงขายาวรับกับรองเท้าส้นสูงสีดำขลับที่ทำให้เรียวขาของเธอดูยาวระหงน่าดึงดูดใจ เนินอกอวบอิ่มภายใต้เสื้อเชิ้ตตัวในตึงแน่นขยายใหญ่จนแทบระเบิดกระดุม ใบหน้าสวยคมดุไร้ที่ติระดับนางแบบระดับสากล นัยน์ตาคมกริบเย็นเฉียบดุจน้ำแข็งสลักจ้องตรงมาทางผมด้วยแววตาหยิ่งผยองทระนงตนประหนึ่งราชินีผู้คุมกฎเหนือผืนดินปักกิ่ง
[ระบบ: ตรวจพบเป้าหมายคุณภาพสูงอันดับที่ 7!]
[ระบบ: ระบุเป้าหมาย - จางเสวี่ยฉี (เลขานุการส่วนตัวประธานสมาคมการค้ามังกรสวรรค์ อายุ 26 ปี ระดับความงาม 9.5/10)]
[ระบบ: ตรวจพบความผิดปกติของโครงสร้างชีพจร - ชีพจรราคะเย็นเฉียบ (Cold-Yin Pulse) ปะทุหลบเร้นอยู่ภายในส่วนลึกของมดลูกและชีพจรหัวใจ มีความเสี่ยงต่อการแข็งตัวปะทุเฉียบพลันภายในเวลาอันสั้น โฮสต์ต้องเตรียมฝังเข็มทองและInfuseกระแสน้ำหยางร้อนแรงเพื่อถอนพิษรักถาวรโดยด่วนที่สุด...]
"ยินดีที่ได้พบค่ะคุณเย่เฉิน... เชิญนั่งลงคุยกันอย่างเป็นทางการเถอะค่ะ" จางเสวี่ยฉีพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบและแฝงไปด้วยความเย็นชาเย่อหยิ่ง สองมือประสานกันบนตักแววตามองสะกดผมอย่างพยายามถือไพ่เหนือกว่า
ผมคลี่ยิ้มเยาะบางๆ เดินไปนั่งลงบนโซฟาฝั่งตรงข้ามเธออย่างไม่รีบร้อน สองตาประสานสบตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีดำเย็นเฉียบของเธอโดยไม่มีความเกรงกลัวแม้แต่น้อย บารมีสะกดสัจธรรมแผ่ออกจากผิวกายของผมจนอากาศภายในห้องรับรองขนาดใหญ่เริ่มเย็นตึงและหนักอึ้งขึ้นกะทันหันจนคนรอบตัวรู้สึกหายใจลำบากกระสับกระส่าย
"คุณเลขาจางส่งคนไปคุยกับตระกูลเซียวและท้าทายผมมาที่นี่เพื่อเจรจาธุรกิจ... หรือแค่ต้องการสแกนดูฝีมือของคนส่งอาหารคนนี้กันแน่ครับ?" ผมถามเอ่ยถามสะกดยิ้มสะใจ
จางเสวี่ยฉีเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาคมกริบเปล่งประกายสีหน้าเหยียดหยันจางๆ "ในตลาดมืดปักกิ่ง ความแข็งแกร่งคือทุกสิ่งทุกอย่างค่ะคุณเย่เฉิน... การที่คุณถล่มแก๊งมังกรทมิฬระดับล่างนั่นมันอาจจะดูน่าทึ่งสำหรับคนธรรมดา แต่สำหรับสมาคมการค้ามังกรสวรรค์เรา มันก็แค่เรื่องตลกเรื่องหนึ่ง... หลี่กัง! เข้ามาทดสอบฝีมือคุณเย่เฉินหน่อยสิ"
สิ้นคำสั่งของเลขาคนสวย บานประตูด้านข้างพลันเปิดออก ร่างของชายฉกรรจ์ร่างยักษ์สูงเกือบสองเมตรกล้ามเนื้อเป็นมัดๆ ปูดโปนดุจหมีป่าก้าวเดินเข้ามาด้วยจิตสังหารอันเข้มข้น ลมปราณหนาแน่นแผ่ซ่านรอบผิวกายของมัน มันคือ "หลี่กัง" ยอดฝีมือสายป้องกันและโจมตีอันดับหนึ่งของสมาคมการค้า
"ขอคำชี้แนะด้วยครับคุณเย่เฉิน!" หลี่กังตวาดเสียงดังคำรามพลางพุ่งตัวเข้าหาผมประดุจรถถังพุ่งชน หมัดขวาขนาดใหญ่ยักษ์อัดแน่นไปด้วยพลังทำลายล้างลมปราณปะทะตรงมาที่ศีรษะของผมรวดเร็วรุนแรงจนอากาศโดยรอบบิดเบี้ยวส่งเสียงหวีดแหลม
จางเสวี่ยฉีนั่งไขว่ห้างถือถ้วยชาขึ้นจิบช้าๆ คลี่ยิ้มมุมปากอย่างผู้คุมเกมรอบคอบ เธอคาดหวังจะเห็นร่างของผมลอยกระเด็นพ่ายแพ้กระดูกหักจากหมัดของหลี่กัง
ทว่าผมกลับไม่ได้ผุดลุกขึ้นหลบเลี่ยงหรือแสดงท่าทีตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ผมยังคงนั่งพิงพนักโซฟาอย่างผ่อนคลาย เพียงแค่ยกฝ่ามือซ้ายขึ้นมารับหมัดเหล็กหนาหนักของหลี่กังอย่างแผ่วเบาด้วยทักษะ "พลังกายศิลาเหล็กกล้า" (Stone-Steel Body)
"เปรี้ยง!!!..."
เสียงปะทะของเนื้อและพลังปราณดังสนั่นก้องห้องรับรองจนโคมไฟระย้าด้านบนสั่นไหวอย่างรุนแรง ฝุ่นควันฟุ้งกระจาย ทว่าฝ่ามือซ้ายของผมกลับรับหมัดยักษ์ของหลี่กังเอาไว้ได้อย่างแน่นหนามั่นคงโดยที่ตัวของผมขยับไม่เลื่อนเลยแม้แต่มิลลิเมตรเดียว! หมัดเหล็กที่พกพลังทำลายล้างนับพันปอนด์พลันสลายสูญสิ้นไปต่อหน้าฝ่ามือของผมประดุจคลื่นกระทบหน้าผาศิลาแกร่ง
"เป็น... เป็นไปได้ยังไงวะ! ร่างกายของแกแข็งแกร่งขนาดนี้ได้ยังไง!" หลี่กังตาค้างเหงื่อกาฬไหลพรากหน้าถอดสี พยายามจะชักหมัดกลับคืนทว่าฝ่ามือของผมบีบรัดกำปั้นของมันแน่นดุจคีมเหล็กกล้าสวรรค์บีบกด
"ฝีมือแค่นี้ยังไม่พอให้ผมลุกขึ้นยืนหรอกครับ... ไสหัวไปซะ" ผมเอ่ยคำตัดสินราบเรียบ
ผมออกแรงบีบปลายนิ้วเบาๆ เสียงกระดูกมือของหลี่กังหักบดแตกละเอียดดังสนั่น "กร๊อบ!!!..." มันร้องกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัสแสนทรมาน ก่อนที่ผมจะสะบัดฝ่ามือผลักร่างยักษ์สองร้อยกิโลกรัมของมันให้ลอยละลิ่วกระเด็นทะลุกำแพงห้องรับรองพังพินาศร่วงหล่นลงบันไดไปนอนสลบคาที่ปางตายสิ้นท่าการต่อสู้ในกระบวนท่าเดียว
จางเสวี่ยฉีถึงกับสะดุ้งสุดตัวผุดลุกขึ้นนั่ง แววตาน้ำแข็งคมดุของเธอสั่นเครือตื่นตะลึงสุดขีดจนแก้วชาในมือแทบจะร่วงหล่น การปะทะเพียงพริบตาเดียวแสดงให้เห็นว่าพลังกายของผมก้าวข้ามระดับยอดฝีมือธรรมดาจนถึงขีดระดับปีศาจเทวะ
แต่ด้วยระดับเลขาคนสนิทผู้ผ่านสงครามธุรกิจใต้ดินมานาน เธอรีบสะกดใจให้กลับมาเย็นชาดั่งเดิมและพูดจาบีบคั้นด้วยไพ่ตายทางเศรษฐกิจ: "ฝีมือยอดเยี่ยมมากค่ะคุณเย่เฉิน... แต่ในยุคปัจจุบัน กำลังกายสู้กระสุนหรือกำลังเงินไม่ได้หรอกค่ะ สมาคมมังกรสวรรค์เรากุมเส้นทางการค้าและใบอนุญาตขนส่งสินค้าทางเรือทั้งหมดของปักกิ่ง หากพวกเราสั่งระงับและตัดช่องทางธุรกิจของตระกูลเซียวและตระกูลจ้าว... เพียงเวลาสามวัน ตระกูลพวกนั้นจะตกอยู่ในสภาวะขาดเงินทุนหมุนเวียนล้มละลายพังครืนอยู่ดี คุณปกป้องพวกเธอไม่ได้ตลอดหรอกค่ะ..."
"หึ... คิดจะใช้ธุรกิจและเส้นทางการเงินมากดข่มผมงั้นเหรอครับคุณเลขาจาง?" ผมแสยะยิ้มบางๆ สายตาสีทองกะพริบสั่งการระบบเลเวล 4 ในทันที
"ระบบ... เปิดการใช้งาน 'จำลองแผนภาพธุรกิจเทวะ' สแกนข้อมูลการเงินสมาคมการค้ามังกรสวรรค์ทั้งหมด" ผมสั่งการผ่านจิตใต้สำนึก
[ระบบ: เริ่มต้นดาวน์โหลดโครงสร้างบัญชี ข้อมูลผู้ถือหุ้น และเส้นทางการเงินสมาคม...]
[ระบบ: วิเคราะห์ผลเสร็จสิ้น - สมาคมการค้ามังกรสวรรค์แอบมีการจัดตั้งบริษัทนอมินีฟอกเงินที่หมู่เกาะเคย์แมนมูลค่าแปดพันล้านหยวน, มีการหลบเลี่ยงภาษีนำเข้าเรือสำราญหรูเจ็ดหมื่นล้าน, และตระกูลจางต้นสังกัดของโฮสต์กำลังแอบประสบภาวะหนี้เสียสะสมภายในกว่าสามพันล้านหยวนในตลาดมืด ซึ่งคุณเลขาจางกำลังแอบโยกย้ายเงินกองทุนฉุกเฉินสมาคมมาหมุนช่วยตระกูลตัวเอกอย่างผิดกฎหมาย...]
ผมเลิกคิ้วมองไปที่ใบหน้าสวยงามคมเฉียบของจางเสวี่ยฉีที่จ้องมองผมอยู่ พลางเอ่ยเฉลยข้อมูลลับสะเทือนแผ่นดินขึ้นมาน้ำเสียงเรียบเย็นชวนขนลุก: "บริษัทฟอกเงินสามแห่งที่เกาะเคย์แมน... การเลี่ยงภาษีนำเข้าเรือสำราญเจ็ดหมื่นล้านหยวน... และเงินสามพันล้านหยวนที่คุณแอบหมุนจากสมาคมไปโปะบัญชีหนี้เสียของตระกูลจางของคุณอย่างลับๆ... หากข้อมูลบัญชีและหลักฐานการโยกเงินชิ้นนี้ถูกกดส่งไปให้ท่านประธานใหญ่สมาคมมังกรสวรรค์และกรมสอบสวนคดีพิเศษ... ชะตาชีวิตของคุณเลขาจางคนสวยระดับประเทศคนนี้ จะจบลงยังไงดีครับ?"
"แก!... แกเป็นใครกันแน่?! รู้เรื่องพวกนี้ได้ยังไงวะ!" จางเสวี่ยฉีหน้าถอดซีดขาวเผือดอย่างไร้สีเลือด ตัวสั่นสะท้านสะอึกสะอื้น แววตาน้ำแข็งที่เคยเย็นชากลับเต็มไปด้วยความหวาดผวาสะพรึงกลัวอย่างรุนแรงที่สุดต่อความสามารถลี้ลับของผม ความลับสุดยอดที่มีเพียงเธอและตระกูลรู้กลับถูกผมพูดแฉออกมาหน้าตาเฉยในเวลาไม่กี่วินาที
"ผมคือคนที่ถือไพ่เหนือกว่าในกระดานสวาทนี้ครับคุณเลขาจาง" ผมตอบพลางคลี่ยิ้มกว้างอย่างสะใจ
จางเสวี่ยฉีกัดริมฝีปากอิ่มของตัวเองแน่นจนเกือบเลือดซิบ เธอตระหนักดีว่าบัดนี้อำนาจต่อรองทั้งหมดของเธอถูกผมบดขยี้พังครืนลงต่อหน้าแล้ว เธอสูดหายใจลึกรวบรวมสติที่สั่นคลอนพยายามรักษามารยาทสุดท้าย: "คุณ... คุณต้องการอะไรกันแน่? เข้ามาคุยรายละเอียดข้อตกลงเรื่องนี้ในห้องทำงานส่วนตัวของดิฉันด้านในเถอะค่ะ..."
เธอก้าวเดินนำผมเข้าไปในห้องชุดVIP ชั้นในที่เป็นพื้นที่ทำงานส่วนตัวที่เงียบสงบและปิดกลอนบานประตูลงล็อกหนาแน่นหนาหลายชั้น ทว่าทันทีที่เสียงประตูล็อกดัง "แกร๊ก..." ร่างบางระหงของจางเสวี่ยฉีในชุดสูทสีน้ำเงินเข้มกลับทรุดฮวบร่วงหล่นลงไปกองบนพื้นพรมแดงขนสัตว์อย่างรุนแรงเกร็งแน่น
"อึก... ฮึก... ร้อน... เย็น..." หญิงสาวตัวสั่นสะท้านเป็นนกปีกหัก ผิวกายขาวละมุนเนียนละเอียดของเธอเริ่มเกิดเกล็ดน้ำแข็งบางๆ เกาะทั่วผิวกายและริมฝีปากมนสั่นสะท้านฟันกระทบกันเสียงดังระรัว ดวงตาคู่สวยเหลือกปรือขาดสติควบคุม พิษเย็นร้ายชีพจรราคะเย็นเฉียบ (Cold-Yin Pulse) ในกายสาวของเธอได้ปะทุเฉียบพลันอย่างรุนแรงที่สุดในเวลานี้และกำลังจะแช่แข็งระเบิดเส้นเลือดหัวใจของเธอให้ตายลงในไม่กี่นาที!