“กรุณาอยู่ไกลจากประตูเอาไว้นะครับ ผมจะพังเข้าไปล่ะ”
“รบกวนด้วยค่ะ ให้ฉันออกไปที”
โซอี้กล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนแรงเมื่อมีคนบอกว่าจะพาเธอออกไป หลังจากที่เธอติดอยู่ในห้องพักของตัวเองถึงหนึ่งวันเต็มๆ
เช่นเดียวกับเดย์ซี่และเอริก้า ทั้งสองคนถูกขังอยู่ในห้องของตัวเองเช่นกัน โดยเวทเขตแดนระดับต่ำสุดของธาตุแสง แน่นอนว่าถึงแม้จะเป็นเวทเขตแดนระดับต่ำสุด แต่กลับมีพลังงานอะไรบางอย่าง ที่ทำให้จอมเวทระดับอาจารย์ทั้งโรงเรียนก็ยังไม่สามารถทำลายมันได้
แม้จะใช้มหาเวทผ่ามิติ อันเป็นมหาเวทพิธีกรรมที่สามารถทำลายเขตแดนได้ทุกชนิด แต่ทว่าทันทีที่เวทเขตแดนถูกทำลาย มันก็ฟื้นฟูตัวเองอย่างรวดเร็ว ราวกับว่าไม่เคยได้รับความเสียหายมาก่อน
จนสุดท้ายทุกคนจึงลงความเห็นกันว่าผู้ร่ายเวทเขตแดนอาจเป็นตัวตนที่เหนือมนุษย์ อาจเป็นการกลั่นแกล้งของหายนะสีดำหรือมอนสเตอร์ชั้นสูงก็เป็นได้ เช่นเดียวกับที่ห้องพักและข้าวของเครื่องใช้ของโรซ่าถูกทำลายจนไม่เหลือชิ้นดี
ทางสมาคมจอมเวท จึงได้ร้องขอไปยังศาสนจักรให้เรียกผู้กล้าอาม่อนมาช่วยทำลายเขตแดนนี้ พลังลมปราณของผู้กล้าอาม่อนเท่านั้น ที่จะสามารถทำลายมันได้
นี่จึงเป็นครั้งแรกที่ผู้คนทั่วไปได้มีโอกาสพบผู้กล้าอาม่อน หลายคนต่างแปลกใจที่ผู้กล้าคนนี้มีผิวเหลืองแบบคนในทวีปหมิง ซ้ำหน้าตายังคล้ายกับคนของจักรวรรดิต้าหลงหรือกรุงไมสาเสียได้
และในตอนนี้ ผู้กล่าอาม่อน หรืออมร อัครวิไลในชุดนักเรียน ก็กล่าวตะโกนบอกคนในห้องว่าให้อยู่ไกลจากประตูเอาไว้ เพราะเขาเตรียมจะทำลายมันในไม่ช้า
อมรสูดลมหายใจลึก ก่อนจะตั้งท่าพร้อมออกหมัด หมัดขวาข้างถนัดของเขาถูกรวมพลังไว้ที่เอว เขาบิดเอวไปทางขวาเพื่อเสริมแรงให้กับหมัด ก่อนจะปล่อยหมัดขวาออกไปในรูปแบบหมัดตรงพร้อมกับบิดเอวกลับคืนสภาพเดิม
มานาในอากาศถูกดูดเข้าหมัดของอมรจำนวนมาก จนทั่วบริเวณขาดพลังงานเวทไปชั่วขณะ หลังจากหมัดของอมรปะทะกับประตู พลังมานาจากพลังหมัดของอมรก็แทรกแทรงและเข้าทำลายเวทเขตแดนทันที จนเวทเขตแดนร้าวไปหมด...
แต่แล้วกลับเกิดสิ่งที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น เวทเขตแดนในห้องของโซอี้เรืองแสงสว่างจ้า ก่อนที่มันจะซ่อมตัวเองทันที มันซ่อมแซมตัวเองได้เพราะแลนซ์ใส่เวทรักษาผสมในเขตแดนด้วย
“บ้าน่า หมัดที่ใช้ปราบหายนะสีดำระดับต่ำในครั้งเดียว ทำลายเขตแดนนี้ไม่ได้”
อมรกล่าวด้วยความตกใจ เขาจึงตั้งท่าใหม่เพื่อเตรียมออกลูกเตะ ก่อนจะรวมพลังมานาไปที่เท้าขวา แล้วหมุนตัวหันหลังถีบประตูอย่างแรง โดยท่าถีบของเขาในภาษาศิลปะการต่อสู้ เรียกว่าแบ็ค คิก (Back Kick)
ลูกถีบนั้นมีพลังทำลายมากกว่าหมัด เวทเขตแดนจึงถูกทำลายได้ในทันที โซอี้ที่กำลังตื่นกลัวรีบลุกขึ้นจากพื้น แล้ววิ่งออกมาพลางร้องไห้ไม่หยุด
อมรทำท่าจะกอดอีกฝ่าย เพราะเขาเข้าใจว่าฝ่ายหญิงจะซบเขา แต่เปล่าเลย โซอี้เลือกวิ่งไปหาองครัชทายาทอาเธอร์ที่อยู่ด้านหลังอมร ก่อนจะซบอกของเขาพลางร่ำไห้ไม่หยุด
“ไอ้พวกฝรั่งเอ้ย เหยียดคนเอเชียนี่หว่า จะโลกไหนก็เหมือนกัน” อมรคิดในใจด้วยความเสียดาย ก่อนจะรีบปั้นหน้ายิ้มทันที เมื่อรัชทายาทมองมาทางเขา
“ขอบคุณท่านมาก ผู้กล้าอาม่อน ที่อุตส่าห์ช่วยคนของข้า”
“หามิได้พะยะค่ะ ฝ่าบาท” อมรกล่าวพลางก้มหัว “ยังเหลืออีกสองห้องใช่หรือไม่ เดี๋ยวกระหม่อมจะรีบไปจัดการทันที”
“หลังจากจัดการปัญหานี้แล้ว ข้ามีเรื่องจะปรึกษาท่านด้วยนะ” อาเธอร์กล่าวพลางทำท่าครุ่นคิด “ข้าว่าข้ารู้ตัวการคนร่ายเวทเขตแดนนี้ บางทีอาจเป็นคนเดียวกับที่ทำร้ายข้า ข้ามีเรื่องกับมันนิดหน่อย มันเลยมาแก้แค้น”
“คิดว่าคงไม่ใช่หรอก” อมรกล่าวปัด “ข้าไม่รู้หรอกนะว่าเขาเป็นใคร แต่ถ้าคนที่มีเรื่องกับท่านเป็นคนๆเดียวกันกับที่ร่ายเวทเขตแดนนี้ ข้าบอกได้เลย ว่าพลังของเขาอาจจะเท่ากับหายนะสีดำระดับกลางเชียวล่ะ เรียกว่าเขาจะเอาชีวิตท่านก็ทำได้อย่างง่ายดายเลย”
อาเธอร์กลืนน้ำลายคำโตทันที เมื่อได้ยินเช่นนั้น ไม่มีทางที่มนุษย์ทั่วไปจะมีพลังเท่ากับหายนะสีดำระดับกลาง เขาจึงตัดสินใจเงียบ เพราะไม่งั้นอมรอาจหาว่าจะใช้งานเขาเพื่อการแก้แค้นส่วนตัว
“ไอ้บ้านั่นมีพลังทัดเทียมกับหายนะสีดำหรือ...ไม่สิ เราอาจคิดไปเองก็ได้ ว่าครั้งนี้เป็นฝีมือมัน”
หลังจากนั้นอมรก็ช่วยทุกคนที่โดนเวทเขตแดนเล่นงานได้จนครบทุกคน ทั้งสามคนนั้นต่างขอบคุณอมรกันยกใหญ่ เดย์ซี่ถึงขั้นถามว่าอมรมีคนรักหรือยัง แน่นอนว่าอมรปฏิเสธเธอไป
………………….
“เรื่องใหญ่เลยนะคะ เมื่อวานน่ะ ผู้กล้าอาม่อนมาที่โรงเรียนเราด้วย”
โดโรธีกล่าวขณะอ่านหนังสือพิมพ์ให้ทุกคนฟัง ตอนนี้เธอและเพื่อนๆในกลุ่มคนอื่นๆกำลังนั่งที่ซุ้มทรงเจ็ดเหลี่ยมตัวเดิม ที่อยู่บริเวณสวนหย่อมหน้าโรงเรียนเหมือนเมื่อตอนที่มาสอบข้อเขียน
“มันเกิดอะไรขึ้นกันล่ะ” แลนซ์กล่าวพลางอมยิ้ม “เมื่อวานฉันและแอนนามัวแต่จัดห้องพักใหม่ เลยไม่ทราบเลย”
“ก็นักเรียนห้องบีสามคน ห้องเก่าของแลนซ์นั่นแหละค่ะ” โดโรธีกล่าว “จู่ๆก็ถูกเขตแดนปริศนากักตัวเอาไว้ทั้งวัน จนพวกนั้นหวาดกลัวห้องพักไปเลยล่ะ”
“ดูเหมือนพวกนั้นจะเคยแกล้งพวกนายด้วยนี่” ริชาร์ดกล่าว “สมน้ำหน้าพวกมันแล้วล่ะ”
“มาอยู่ห้องดีกับพวกผมก็ดีแล้วล่ะครับ” ลอตโต้กล่าว “ห้องนี้ไม่มีชนชั้นสูงเลย ส่วนใหญ่เป็นสามัญชนกันหมด ทุกคนล้วนเรียบง่ายและไม่มีปัญหา”
“แต่มีข้อเสียอย่างดิ” ริชาร์ดกล่าวอย่างเบื่อๆ “อาจารย์ประจำชั้นกล่าวว่าให้พวกเราเรียนรู้ด้วยตัวเองตามตำรา ไม่มีอาจารย์คนไหนคิดจะมาเข้าสอนหรือชี้แนะเราเลยล่ะ พวกเขาทำแค่แจกงานหนึ่งชิ้นในหนึ่งวัน แค่นั้นเอง”
“อย่างงั้นหรือ” แลนซ์กล่าว “และแบบนี้ห้องดีจะเอาอะไรไปเทียบกับคนอื่นล่ะ คะแนนรวมของทุกคน หรือแม้กระทั่งการส่งชื่อเข้าร่วมกิจกรรมโรงเรียนก็คงเทียบใครไม่ได้”
“ห้องดีไม่เคยมีโอกาสนั้นค่ะ” โดโรธีกล่าว “ฉันถามพวกรุ่นพี่มาแล้ว งานแข่งขันระหว่างโรงเรียนชั้นนำ หรืองานกีฬาสีกับโรงเรียนทั่วประเทศ มีเพียงห้องเอและบีเท่านั้นที่สามารถส่งรายชื่อได้ ส่วนห้องซีจะได้ร่วมแค่บางกิจกรรมเท่านั้น หรือไม่ก็ถูกส่งรายชื่อเป็นตัวสำรอง”
“แย่เหมือนกันนะ” ริชาร์ดกล่าว “การได้ลงแข่งขันหรือทำกิจกรรมน่ะ มันส่งผลต่อหน้าที่การงานในอนาคตเลย เพราะพวกนักรบเวท หรือเจ้าหน้าที่รัฐในสายตำรวจและทหาร มักจะเลือกพวกนี้ก่อนน่ะสิ”
“ทุกๆคน” แลนซ์กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ในเมื่อไม่มีใครคิดจะสอนหรือปั้นนักเรียนห้องซีและดี ทำไมเราไม่ทำมันซะล่ะ”
“ท่านอาจารย์จะสอนให้ทุกคนเองเลยหรือครับ” ริชาร์ดกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “ถ้าเอาจริงนี่พวกห้องบีกับเอคงเสียวสันหลังแน่ๆ”
“เออ เอาจริงสิ” แลนซ์กล่าว “ฉันจะทำให้ห้องบ๊วยสามารถแข่งขันกับห้องชั้นนำได้เลยล่ะ แบบนี้จะได้ตอกหน้าไอ้พวกห้องเอกับห้องบีด้วย”
“ได้เวลาเข้าเรียนแล้วค่ะ” โดโรธีกล่าว “พวกเราเข้าเรียนกันเถอะ เดี๋ยวจะสายเอานะ”
“ยังไงก็ได้แหละ” ริชาร์ดกล่าว “ห้องดีของเราไม่เคยมีอาจารย์เข้าเลยตลอดสี่วันที่ผ่านมา ถึงจะเอ้อระเหยยังไงก็ไม่โดนทำโทษ”
“แต่ของฉันอาจารย์ดุมาก” โดโรธีกล่าวพลางอมยิ้ม “ไปล่ะ วันนี้ต้องได้ท่องตารางเวทอีกแน่ๆเลย”
ริชาร์ด แลนซ์ แอนนา และลอตโต้ต่างโบกมือลาโดโรธีที่ไปเรียน ในขณะที่พวกเขานั่งคุยกันต่อ
“ทั้งสองคนมีกลุ่มเพื่อนที่สนิทในห้องดีหรือยัง” แลนซ์เอ่ยถาม “ฉันกะว่าจะเริ่มหาคนสนใจฝึกสอนเดี๋ยวนี้เลย”
“บอกตามตรงว่ายังเลยครับ” ริชาร์ดกล่าว “ในห้องดีน่ะแทบไม่มีใครนั่งในห้องแล้ว พวกเขากระจายไปทั่วตามใจชอบ เพราะว่าในตอนเช้าอาจารย์จะมาแจกกระดาษสั่งงานในห้อง ถ้าใครทำเสร็จให้เอาไปส่งตอนเย็นหรือวันถัดไปก็ได้น่ะ ขอแค่ส่งงาน นอกนั้นจะทำอะไรก็ตามใจ”
“ถ้างั้นคงต้องรีบแล้ว” แลนซ์กล่าว “พวกอาจารย์ขุนนางจงใจทำให้ประชากรห้องดีไร้ค่าและความสามารถ หากฉันไม่รีบแก้ไข เกรงว่าจะไม่ทันการ”
“ฉันจะช่วยด้วยค่ะ” แอนนากล่าว “เรื่องฝึกสอนฉันเองก็ทำได้ไม่แพ้คุณนะ”
“งั้นให้ผมไปตามคนของห้องดีไหมครับ” ลอตโต้กล่าว “ผมพอรู้ว่าพวกเขาไปไหน มีสามคนชอบไปเล่นประลองฝีมือที่ลานกว้างหลังอาคารพละ”
“ฝากด้วย” แลนซ์กล่าว “บอกพวกเขาว่าถ้าเจ็บใจที่พวกห้องเอและบีมีอาจารย์สอน มีอนาคตสดใสคอยรองรับอยู่ ก็ขอให้มารวมตัวกันที่ห้องเรียนของพวกเรา พวกเราจะทำการปฏิวัติห้องบ๊วย”
ลอตโต้พยักหน้ารับคำสั่งแลนซ์ ก่อนที่เขาจะรีบไปทันที แลนซ์ ริชาร์ด และแอนนาเองก็เตรียมไปรอที่ห้องเช่นกัน
ผ่านไปยี่สิบนาที ลอตโต้นั้นไม่ทำให้แลนซ์ผิดหวัง เขาเดินแทบจะรอบโรงเรียนเพื่อหานักเรียนห้องดีที่กระจัดกระจาย จนรวบรวมได้ถึงสิบคน
“จริงหรือ ที่นายว่าจะทำให้เราเอาชนะพวกห้องเอได้” หญิงสาวท่าทางแก่นแก้ว ที่มีผมและดวงตาสีส้มเข้มกล่าว
“เราจะมีความสามารถไม่แพ้พวกห้องเอ และไม่ต้องง้ออาจารย์สอน จริงหรือเปล่า” ผู้กล่าวคือชายหนุ่มผมดำยาวรากไทร ตาสีฟ้าดูเย็นชาท่าทางเอาเรื่อง ดูเหมือนเขาจะเป็นพวกมีฝีมือพอตัว
หลังจากนั้นนักเรียนที่เหลือก็ถามในลักษณะคล้ายกัน ดูเหมือนสิ่งที่แลนซ์กล่าวฝากลอตโต้ จะทำให้พวกเขาตีความได้ว่าจะทำให้เก่งกว่าห้องเอ
“อาจไม่ถึงขั้นไร้เทียมทาน” แลนซ์กล่าว “แต่ฉันรับรองว่าพวกนายทุกคนจะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ดังนี้ คือร่ายมหาเวทขั้นหนึ่งได้ หรือไม่ก็โคจรประสานเวทได้ถึงหกจุด หรือไม่ก็ใช้เวทเขตแดนได้จนคล่องตัว”
“เห กล้าการันตีขนาดนี้ คงต้องขอลองแล้วล่ะ” หญิงสาวแก่นแก้วผมและดวงตาสีส้มกล่าว “ขอแนะนำตัว ฉันชื่อว่าลิซ่านะ ฉันชอบเวทประะเภทร่าย ถ้าได้ฝึกจนถึงมหาเวทคงจะดีไม่น้อย”
“ส่วนฉันหยางจง” ชายหนุ่มผมดำตาฟ้าที่ท่าทางนักเลงกล่าว “เป็นลูกครึ่งน่ะ ฝากตัวด้วย ฉันชอบการโคจรประสานเวท”
“งั้นวันนี้เราจะเริ่มจากเบสิคง่ายๆก่อน เตรียมตัวไปที่สวนหย่อมหน้าโรงเรียนกันเถอะ” แลนซ์กล่าวพลางอมยิ้ม แต่ทว่าริชาร์ดกลับทำท่าขยาดเพราะรู้ถึงการฝึกของแลนซ์ดี
“และพวกนายจะรู้ว่าการฝึกนรกแตกมันเป็นยังไง” ริชาร์ดกล่าวพลางยิ้มแห้งๆ “ขอให้โชคดีนะพวกแกเอ๋ย”