ร้านเหล้า
วันนี้ปลายฟ้ามาร่วมฉลองวันคล้ายวันเกิดของเพื่อนในกลุ่มแต่เพื่อนคนอื่นๆ ไปต่อกันที่ผับซึ่งอยู่ติดกันกับร้านเหล้าแห่งนี้
“ไม่ไปต่อด้วยกันเหรอ”เพื่อนในกลุ่มของเธอเอ่ยถาม เมื่อกำลังจะลุกจากโต๊ะเดินออกไปด้วยกัน
“ไม่ดีกว่านั่งฟังเพลงสักพักก็จะกลับแล้ว” ปลายฟ้าตอบเพื่อนกลับไป เธออยากนั่งฟังเพลงสบายๆมากกว่าไปโยกย้ายเต้นตามจังหวะมันส์ๆ
จนเธอมีโอกาสได้พบกับผู้ชายคนหนึ่งที่สะดุดตาเธอบุคลิกที่ดูสะอาดและแพงของชายหนุ่มคนนั้น ทำให้เธอเกิดข้อคิดว่าคนเที่ยวกลางคืนไม่จำเป็ต้องเป็คนเกเรเสมอไป เพราะการออกท่องเที่ยวยามราตรีคงเป็เพียงการปลอดปล่อยอารมณ์ที่เหนื่อยล้ามาทั้งวันแล้วก็ได้เธอมองจ้องไปที่ชายหนุ่มคนนั้นอย่างไม่กะพริบตา
ชายหนุ่มผิวขาวออร่าจมูกโด่งคมเป็สัน รูปร่างสูงทะมัดทะแมงในชุดเสื้อเชิ๊ตสีขาวพับแขนขึ้นมาถึงข้อศอกคู่กับกางเกงสแลคและดูเหมือนว่าััของเขาจะแรงเมื่อเขาหันมองจ้องกลับที่เธอเพราะรู้ตัวว่าถูกเธอมองจ้องเขาอยู่
“สวัสดีครับ”เสียงสุภาพของเขากล่าวทักทายเธอเขาลุกจากเก้าอี้เดินตรงมาที่เธอพร้อมยกแก้วในมือขึ้นเพื่อทำความรู้จักกับเธอ
“เอ่อคะ ค่ะ” เสียงตะกุกตะกักเพราะใที่เขาเดินเข้ามาหาอย่างไม่ทันตั้งตัว
“ผมเห็นคุณกำลังมองผมอยู่”เสียงสุภาพอ่อนโยนนั้นถามกลับมาด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม
“เอ่อไม่ ไม่ใช่ ไม่ใช่มั้งคะ ฉันมองผ่านไปทางอื่น คุณน่าจะเข้าใจผิดยังไงก็ขอโทษด้วยนะคะ”
“อย่างนั้นเหรอครับอืม เอาเป็ว่าถ้าคุณไม่ได้ตั้งใจมองผมก็ไม่เป็ไร” ชายหนุ่มมองจ้องหน้าใบหน้าของเธอก่อนจะยิ้มมุมปากกรุ้มกริ่ม
“แต่ผมตั้งใจมองคุณ”สิ้นเสียงที่พูดอย่างกระชับนั้น
เพ้ง!เสียงแก้วหล่นกระแทกลงบนพื้นจนแตกดังขึ้น
“โอ๊ยซุ่มซ่าม” เสียงของเธอลุกลี้ลุกลนก้มมองลงที่พื้นและขยับขาเพื่อจะหลบเศษแก้วที่แตก แต่ก็เกิดเื่ขึ้น
ฉึก! “โอ๊ย”เสียงร้องอุทานด้วยความเจ็บและใดังขึ้นเมื่อเธอก้าวขาพลาดไปเหยีบบโดนเศษแก้วบนพื้น
“ระวังครับระวัง” เสียงของเขาบอกเธอพร้อมก้าวเท้าข้ามเศษแก้วมาเพื่อจับเธอให้ขยับถอยออกไปจังหวะนั้นพนักงานก็นำไม้กวาดและที่ตักมาจัดการกับเศษแก้วบนพื้น
“เดี๋ยวเราหลบไปนั่งข้างนอกร้านก่อนดีกว่า”ชายหนุ่มพยุงแขนของเธอให้เดินออกจากร้านมานั่งที่ม้านั่ง บริเวณด้านหน้าของร้าน
“นั่งก่อนนะครับ” เขาพยุงเธอให้นั่งลงที่ม้านั่ง
“รอผมตรงนี้ก่อนนะ”พูดจบเขาก็เดินไปร้านสะดวกซื้อฝั่งตรงข้ามกับร้านเหล้าและไม่นานเขาก็กลับมาพร้อมกับ
“เดี๋ยวผมทำแผลให้ก่อนนะ”เสียงที่นิ่มนวลสุภาพ พร้อมใบหน้าที่ยิ้มให้กับเธอ ย่อเข่าทั้งสองลงติดกับพื้นเพื่อทำแผลที่เท้าของเธออย่างอ่อนโยนมือของเขานิ่มและเบาจนเธอแทบไม่รู้สึกเจ็บแผลนั้นเลย
“ทำแผลได้มือเบามากเลยค่ะ”ปลายฟ้าพูดขึ้นมาระหว่างที่เขากำลังทำแผลให้เธอ
“เป็สิ่งที่ผมทำบ่อยมาก”
“หมายความว่ายังไงคะทำบ่อยมาก”
เขาไม่ตอบแต่กลับหัวเราะในลำคอใบหน้าของเขากำลังอมยิ้ม เขาส่ายหน้าเบาๆ
“เรียบร้อยทำแผลเรียบร้อยแล้ว” เขาลุกขึ้นยืนและบอกกับเธอ
“ขอบคุณนะคะขอบคุณจริงๆ ฉันซุ่มซ่ามมาก”
“ไม่เป็ไรครับแต่ที่พูดไปว่าผมตั้งใจมองคุณ ผมไม่ได้พูดเล่นนะ”
“เอ่อ”เสียงในลำคอดังออกมา ใบหน้าของเธอแก้มทั้งสองนั้นเริ่มจะเปลี่ยนสีไปโทนชมพูอ่อนๆ
“ที่ผมมองคุณเพราะว่าตอนนี้บนผมของคุณมีเส้นสปาเก็ตตี้ติดอยู่เต็มไปหมด” เขายิ้มและบอกเธอ
ปลายฟ้ารีบล้วงกระเป๋าหยิบกระจกออกมาส่องดู
“หื้อ!..”เธออุทานออกมาเสียงสองและทำหน้าหงิกแบบทั้งจะร้องไห้และหัวเราะในเวลาเดียวกัน
(คงเป็จังหวะนั้นแน่ๆ)เธอคิดในใจ เพราะมีเหตุการณ์หนึ่งคือเพื่อนในกลุ่มของเธอเดินถือจานสปาเก็ตตี้ข้ามไปมาให้กันระหว่างเพื่อนอีกคนคงทำจานเอียงหรือยังไงกันถึงมาเกาะติดที่เส้นผมของเธอได้
“ให้ผมช่วยเช็ดออกมั้ย”เขาถามอย่างสุภาพ มือของเขาก็ยื่นมาค่อยๆหยิบเส้นออกจากผมของเธอพร้อมในมือของเขามีผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กที่ใช้เช็ดผมให้เธออยู่ด้วย
“ขอบคุณอีกรอบค่ะฟ้าซุ่มซ่ามสุดๆเลยวันนี้”
“ยินดีที่ได้รู้จักนะครับคุณฟ้า” เขากล่าวทำความรู้จัก เมื่อเธอบอกชื่อตัวเองให้เขาได้ยิน
“ค่ะยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันนะคะ คุณ..”
“ผมชื่อ.”ไม่ทันได้พูดแนะนำตัวเองให้เธอได้รู้ เสียงโทรศัพท์มือถือของหญิงสาวก็ดังขึ้นมา
“ขออนุญาตนะคะ แม่โทรมา”เธอหยิบมือถือขึ้นมาดูสายโทรเข้า เอียงตัวหันกลับไปรับสายมือถือของแม่ที่โทรเข้ามาคุยได้ไม่นาน
“แม่โทรตามแล้วค่ะ ขอบคุณอีกครั้งนะคะฟ้าขอตัวกลับก่อนนะ”
หญิงสาวลุกขึ้นจากม้านั่งยิ้มให้ชายหนุ่มนิรนามที่ทำแผลให้เธอ ก่อนจะเดินไปที่รถยนต์ของตัวเองเพื่อขับรถกลับบ้านของเธอ
ขับรถออกมาได้ไม่นาน
(อ้าว เมื่อกี้ยังไม่รู้ชื่อเขาเลย)เธอพูดขึ้นมาคนเดียว เมื่อนึกขึ้นได้ แต่ก็คงไม่ย้อนรถกลับไปแน่นอนเพราะตอนนี้เป็เวลา 02.00 น. ดึกมากแล้ว
แถมพรุ่งนี้เธอยังคงต้องไปทำงานแต่เช้าอีกด้วย