เดินวิถีเซียน (Water Qi immortal)

    35 วิถีแห่งเซียนที่แท้จริง


    ....ภายใต้แสงจันทร์ที่ส่องผ่านยอดไม้ หลินเซียนนั่งขัดสมาธิใต้ต้นไม้เซียนอีกครั้ง คราวนี้มิใช่ด้วยความกังวลหรือฝืนใจ หากเต็มไปด้วยความสงบนิ่ง คล้ายทะเลไร้คลื่น ส่วนเจ้าแนด้าน้อยยมันยังคงนอนเฝ้านายของมันอยู่ข้างๆด้วยความห่วงใย

    หลินเซียนหลับตาเบา ๆ ลมหายใจยาวและมั่นคง ปราณที่เคยสับสนปั่นป่วนกลับค่อย ๆ หลอมรวมเป็นสายเดียว ลื่นไหลดุจสายน้ำใสไหลไปตามเส้นลมปราณทุกเส้นทาง

    หัวใจเต้นช้าลง…แต่ละจังหวะประสานกับการไหลเวียนของพลังภายใน

    ใจและปราณ…มิได้แยกจากกันอีกต่อไป

    ในห้วงจิต เขามองเห็นภาพตนเองนั่งอยู่กลางมหาสมุทรที่ไร้ขอบเขต ดวงดาวนับล้านส่องประกายบนฟากฟ้า ปราณรอบกายแปรเปลี่ยนเป็นละอองแสงนับหมื่น ราวกับจักรวาลทั้งมวลกำลังหมุนวนรอบตัวเขา

    ดวงแกนปราณในร่างเริ่มสั่นสะท้าน เปล่งประกายวูบวาบราวดาวเกิดใหม่ แสงสีทองและสีเงินปะปนกันเป็นเส้นสายไหลเข้าสู่แกนปราณทีละน้อย

    “นี่คือ…การก่อกำเนิดดวงแกนแท้หรือไม่…” เสียงในใจเขาแผ่วเบา

    แต่แล้ว แรงกดดันมหาศาลก็ถาโถมเข้ามา เส้นลมปราณบิดตัวอย่างรุนแรง ปราณก่อเป็นคลื่นโหมกระหน่ำราวมหาพายุ

    หลินเซียนกัดฟันแน่น ร่างสั่นสะท้านโลหิตไหลซึมจากริมฝีปาก แต่เขายังคงไม่ปล่อยมือจากสมาธิ

    หากปล่อยตอนนี้ ดวงแกนปราณจะแตกสลายเป็นผง!

    เสียงในใจดังขึ้นอีกครั้ง “เจ้าจะทนได้นานแค่ไหนกัน…เจ้าจะล้มเหลวอีกเหมือนทุกครั้งหรือไม่?”

    แต่หลินเซียนสงบนิ่งราวกับไม่สนใจอันตรายนั้น

    “ครั้งนี้ไม่เหมือนเดิม ใจข้าสงบแล้ว ปราณของข้าก็สงบแล้ว ต่อให้สวรรค์จะกดทับ ข้าก็จักหลอมรวมมัน!”

    ประกายแสงภายในแกนปราณปะทุขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ไม่ได้แตกสลาย หากแต่รวมตัวแน่นขึ้นทีละเล็กทีละน้อย ดุจการกำเนิดดาวดวงใหม่

    ในห้วงจิต ทะเลไร้ขอบเขตพลันสงบนิ่ง คลื่นใหญ่สลายหายไป เหลือเพียงความเงียบสงัด ราวทั้งจักรวาลหยุดหายใจเพื่อเฝ้าดู

    ดวงแกนปราณค่อย ๆ เปลี่ยนสีจากหม่นมัวเป็นใสกระจ่าง ราวผลึกคริสตัล เมื่อมองเข้าไปลึก ๆ คล้ายจะเห็นดวงดาวหมุนเวียนอยู่ภายใน

    แต่แล้ว....

    เสียงกัมปนาทดังขึ้นเหนือท้องฟ้าจริง เส้นฟ้าแหวกออกเป็นรอยแสงสีม่วง ฟ้าแลบเปรี้ยงลงมากลางป่า ต้นไม้รอบกายแตกหักสะบั้นเป็นชิ้น ๆ

    นี่คือ “เทียนกังเจี๋ย” การทดสอบของสวรรค์!

    สายฟ้าสวรรค์โดยปกติแล้วขั้นแกนปราณจะไม่มี เพราะเซียนต่างๆ "โกง" ด้วยการใช้สมุนไพรและสมบัติวิเศษช่วยให้บรรลุ

    หากแต่หลินเซียนเขาบรรลุด้วยการตรัสรู้วิถีเต๋าด้วยใจของตนเองล้วนๆ นั่นทำให้สวรรค์ส่งสายฟ้าลงมาเพื่อเป็นบททดสอบที่แท้จริง

    หากหลินเซียนผ่านได้และบรรลุ แม้เซียนระดับขั้นเดียวกันก็สู้เขาไม่ได้ เพราะพลังเขาได้รับมาจากสวรรค์โดยตรง


    ....หลินเซียนลืมตาขึ้นในทันที แววตาเปล่งประกาย ร่างเขาถูกห่อหุ้มด้วยสายฟ้านับสิบเส้น ราวกับกำลังจะถูกเผาเป็นเถ้าธุลี

    แต่ในดวงตาของเขากลับไม่มีความหวาดกลัว มีเพียงความแน่วแน่

    “หากใจและปราณเป็นหนึ่งเดียวแล้ว ต่อให้สวรรค์ก็ไม่อาจทำลายข้าได้"

    "มาเลย! ข้าพร้อมรับบททดสอบแล้ว!”

    สายฟ้าสวรรค์แผดร้องกึกก้อง ฟาดลงมาบนร่างหลินเซียนดุจอสนีบาตสังหารแห่งฟ้า
    ประกายสีเงินฟ้าสาดแสงเจิดจ้า จนพื้นดินแตกสะเทือนสั่นไหวราวกับโลกทั้งใบกำลังคร่ำครวญ
    ทุกคราที่ฟาดกระแทก เลือดเนื้อของเขาแตกสลาย แต่เจตจำนงยังแน่วแน่ไม่สั่นคลอน
    เปลวอัสนีแล่นวนสับสน ซัดซ้ำร่างกายจนเผาไหม้เป็นเถ้าถ่าน แล้วชุบฟื้นด้วยความเจ็บปวด

    ทุกครั้งที่สายฟ้าฟาดลงมา ความเจ็บปวดปานร่างถูกฉีกทำลายเป็นพันชิ้น
    แต่ในดวงตาของหลินเซียนยังคงส่องประกาย ไม่เคยสั่นไหวแม้เพียงชั่วลมหายใจ
    เขากัดฟันแน่น รับความทรมานราวนรกชำระ โดยไม่ยอมก้มหัวให้สวรรค์
    ในห้วงลึกของมโนจิต เขาเริ่มเห็นประกายแสงแห่งการตื่นรู้ คล้ายวิถีใหม่กำลังจะบังเกิด
    เจ็บปวดคือพันธะ แต่ความศรัทธาและเจตจำนงคือปีกที่จะนำพาเขาเหินสู่ความเป็นเซียน


    ....ต้นไม้เซียนลุกไหม้ เจ้าเสี่ยวหมิงถอยห่างออกจากบริเวณนั้นแต่มันก็ยังยืนมองนายของมันไม่กระพริบตา

    เสียงระเบิดกัมปนาทของสวรรค์ก้องไปทั่วผืนฟ้า คล้ายจะประกาศว่านี่คือบททดสอบแห่งเซียนที่แท้จริง
    แม้นภายิ่งใหญ่ไร้ที่สิ้นสุด ยังต้องสยบต่อพลังอันศักดิ์สิทธิ์แห่งสายฟ้าสวรรค์
    แสงอัสนีสาดกระจายดุจห่าดาวร่วง เผาทุกสิ่งรอบกายให้เหลือเพียงความว่างเปล่า

    หลินเซียนนั่งนิ่งไม่ขยับ ปล่อยให้ฟ้าผ่ากระแทกลงมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เสียงกัมปนาทสะท้านไปทั้งขุนเขา แต่ทุกครั้งที่สายฟ้าพุ่งลงมา ละอองปราณในกายกลับซึมซับมันเข้าไป กลั่นแปรเป็นพลังบริสุทธิ์หล่อเลี้ยงแกนปราณ

    ทีละน้อย…ทีละน้อย…

    ดวงแกนปราณในร่างเริ่มเปล่งประกายเจิดจ้ากว่าที่เคย ใจและปราณรวมกันจนไม่อาจแยกออกได้อีก

    เมื่อสิ้นสุดสายฟ้าฟาด ในที่สุดแกนปราณแปรเปลี่ยนเป็น “ดวงแกนแท้” อย่างสมบูรณ์ ละอองแสงทองกระจายออกจากร่างหลินเซียน ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า คล้ายฝนดาวตกนับพันดวงที่พร่างพรูลงมา

    ทั่วทั้งป่าสงัดเงียบ แม้แต่เสียงแมลงยังหยุดขับขาน ราวธรรมชาติทั้งหมดหยุดหายใจ เพื่อสดับการกำเนิดใหม่ของเขา

    หลินเซียนลืมตาอีกครั้ง ดวงตาส่องประกายคล้ายดวงดาวในรัตติกาล รัศมีรอบกายสงบ แต่แฝงไว้ด้วยแรงกดดันมหาศาลที่ทำให้ต้นไม้รอบด้านโค้งก้มราวคารวะ

    เขากล่าวเสียงเบาแต่กังวาน

    “จิตไร้ขอบเขต…บัดนี้ ข้าได้ย่างเข้าสู่ดวงแกนแท้แล้ว”


    หลินเซียนไม่ใช่แค่บรรลุแกนปราณขั้นปลาย แต่เขาบรรลุข้ามไปถึงขั้นปลายสูงสุด! (ครึ่งก้าวหยวนอิง)


    คล้ายกับเรื่องเดินวิถีเซียน (Water Qi immortal) ที่คุณอ่าน