“ฉันจัดเสร็จแล้วค่ะ”เธอหันมายิ้มให้กับเขาที่กำลังนั่งเหม่อมองออกไปยังนอกหน้าต่าง ร่างเล็กรีบเดินไปหยุดยืนอยู่ข้างๆพร้อมกับโน้มตัวเข้าไปใกล้ๆ ก่อนจะมองดูยังนอกหน้าต่างด้วยความสงสัย
“คุณมองอะไรอยู่คะ”
เขาที่ได้ยินเธอเอ่ยถามจึงรีบหันควับมาหาเธอและเกือบจะหอมแก้มเธอเข้าให้อย่างไม่ทันตั้งตัวเมื่อใบหน้าเล็กๆน่ารักนั่นดันมาจ่ออยู่ใกล้ๆ กับใบหน้าของเขาซะอย่างนั้น
“นี่เธอ”
เธอหันไปมองหน้าเขาด้วยความสงสัย
“อะไรเหรอคะ”
“ทำไมต้องเอาหน้ามาใกล้ฉันขนาดนั้นด้วย”
เธอรีบผละตัวออกพร้อมกับมองหน้าเขา
“ก็ฉันแค่อยากรู้ว่าคุณกำลังมองดูอะไรอยู่นี่นา”
“มันเื่ของฉันเธอจะมาอยากรู้ทำไมกัน”เขาตอบเธอด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยก่อนจะพิจารณาดูเสื้อผ้าที่เธอสวมใส่อยู่
“แล้วนั่นทำไมเสื้อผ้าของเธอถึงได้ดูเก่าซอมซ่ออย่างนั้นล่ะนี่เป็เสื้อผ้าที่ดีที่สุดแล้วเหรอคุณหนูตระกูลเติ้งเขาแต่งตัวอย่างนั้นหรือยังไงกัน”
เธอก้มมองเสื้อผ้าที่สวมใส่อยู่ก่อนจะฝืนยิ้มเล็กๆ อย่างะเืใจ
“ค่ะ เดิมทีฉันก็เหมือนคุณหนูและผู้หญิงทั่วๆไปที่ชอบแต่งตัวสวยงามและสวมใส่เสื้อผ้าใหม่ๆ ราคาแพงๆ เหมือนกับคนอื่นๆ นั่นแหละคะแต่พอครอบครัวของฉันล้มละลายจนสิ้นเนื้อประดาตัวในครั้งนั้นฉันถึงได้เข้าใจว่าเสื้อผ้าราคาแพงๆเ่าั้ไม่ได้ทำให้ฉันมีชีวิตที่ดีขึ้นฉันเลยเลิกใฝ่หาของใช้ที่ไร้ความจำเป็อีกอย่างเสื้อผ้าที่ฉันสวมใส่ก็ไม่ได้เก่าจนน่าเกลียดขนาดนั้นซักหน่อยสู้เอาเงินที่ต้องซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่มาเก็บไว้ใช้กับสิ่งที่จำเป็จะดีกว่าค่ะ”
เขาส่ายหน้าเบาๆ ด้วยความเอ็นดูในความเจียมเนื้อเจียมตัวของเธอ
“ไม่ได้เธอเป็ภรรยาของฉันแล้วต่อไปเธอจะแต่งตัวซอมซ่อแบบนี้ได้ยังไงกันพรุ่งนี้ฉันจะพาเธอไปซื้อเสื้อผ้ารวมทั้งข้าวของเครื่องใช้ใหม่ทั้งหมด”
“ทำไมต้องซื้อด้วยคะเสื้อผ้าของฉันก็ไม่ได้เก่าขนาดนั้นซักหน่อยยังพอใส่ได้อีกตั้งนาน”
“สะใภ้ตระกูลไป๋หากปล่อยให้แต่งตัวซอมซ่อมีหวังชาวบ้านต้องติฉินนินทาแน่เธอไม่ต้องพูดมากทำตามที่ฉันบอกก็พอ”
เธอขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ
“สิ้นเปลืองเปล่าๆ ค่ะ”
“เงินของฉันไม่ใช่เงินของเธอซะเมื่อไหร่จะมาบ่นทำไมกัน”
เธอชักสีหน้าใส่เขาเบาๆ เมื่อถูกเขาตำหนิ
“จะมัวยืนทำหน้าบึ้งอย่างนั้นอีกนานมั๊ย”
“ทำไมคะ”
“นี่ เธอยังจะให้ฉันบอกอีกอย่างนั้นเหรอเธอดูฉันสิขาพิการแบบนี้จะเดินขึ้นเตียงยังไงไหวมาช่วยพยุงฉันไปที่เตียงสิ”เขาพูดพร้อมชักสีหน้าใส่เธอ
เธอที่ก็เพิ่งจะเข้าใจว่าต้องทำอะไรจึงได้รีบเดินไปยังเข็นรถของไป๋หลี่จวินพร้อมกับเข็นรถเข็นของเขามาใกล้ๆเตียงนอนเพื่อจะได้ช่วยพยุงเขาขึ้นเตียงได้อย่างง่ายๆ
เธอยืนพิจารณาไป๋หลี่จวินอยู่ครู่เพื่อประเมินว่าตัวเองจะสามารถพยุงเขาไหวหรือไม่
“อ้าว นี่เธอทำอะไรอยู่ทำไมไม่รีบพาฉันขึ้นเตียงอีกล่ะ”เขาหันกลับมาถามเธอด้วยความสงสัย
เธอที่แน่ใจแล้วว่าพอจะพยุงเขาขึ้นเตียงได้จึงรีบก้มลงไปพยุงตัวเขาเพื่อจะพาขึ้นเตียงแต่เพราะตัวเธอเล็กและเรี่ยวแรงที่มีก็เพียงน้อยนิดอีกทั้งไป๋หลี่จวินยังแกล้งเธอด้วยการทิ้งตัวทำให้น้ำหนักทั้งหมดของเขาตกไปอยู่ที่เธอทั้งหมดครั้นเมื่อเธอพยุงเขาขึ้นร่างเล็กก็เซถลาล้มลงไปบนเตียงอย่างไม่ทันตั้งตัวโดยมีคนร่างใหญ่ล้มทับคร่อมอยู่บนตัวของเธอด้วยสายตาของทั้งสองต่างจับจ้องมองกันด้วยความใเขารีบผละตัวออกจากเธออย่างเสียอาการ
“เธอทำบ้าอะไรของเธอ”เขาหันมาต่อว่าเธอแม้ความจริงแล้วเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันเกิดจากแผนการที่เขาหวังจะแกล้งเธอั้แ่แรก
เธอรีบลุกขึ้นพร้อมกับจ้องหน้าเขาอย่างไม่พอใจ
“ยังจะมาต่อว่าฉันอีกฉันตัวแค่นี้ทำไมคุณยังทิ้งน้ำหนักตัวของคุณมาที่ฉันอีกคะ”
“อ้าวก็ฉันพิการเดินไม่ได้จะให้ทำยังไงได้”
“คุณแค่เดินไม่ได้แต่ท่อนบนของคุณก็ยังปกติทำไม่ไม่ช่วยฉันหน่อยละคะทิ้งน้ำหนักมาทั้งตัวอย่างนั้นฉันจะพยุงไหวได้ยังไงกัน เอ๊ะหรือนี่เป็แผนที่คุณอยากใกล้ชิดกับฉันคะ”
เขาที่หน้าแดงระเรื่อขึ้นเมื่อกำลังจะถูกเธอจับผิดได้
“แผนบ้าบออะไรของเธอ” เขารีบเฉไฉอย่างไม่สนใจ
เธอเผยยิ้มเบาๆ ราวกับอยากแกล้งเขา
“แล้วทำไมต้องหน้าแดงด้วยคะ” เธอแสร้งแกล้งถามขึ้น
เขาหันมาจ้องหน้าเธออย่างท้าทายก่อนจะโน้มตัวเข้ามาใกล้ๆ
“แล้วถ้าเป็แผนของฉันแล้วเธอจะทำไม”
เธอจ้องมองใบหน้าของเขาแม้จะเห็นเพียงเสี้ยวแต่กลับมีเสน่ห์จนเธอเผลอหัวใจเต้นแรงขึ้นอย่างบังคับไม่ได้ใบหน้าสวยรีบหันหน้าหลบสายตาคู่นั้นของเขาในทันที
“ก็ไม่ทำไมคะ” เธอพูดพร้อมกับรีบลุกออกจากเตียงในทันที
“แล้วนั่นเธอจะไปไหน”
“เอ่อฉันแค่รู้สึกไม่ชินกับการนอนบนเตียงร่วมกับคนอื่นนะคะงั้นคืนนี้ฉันขอนอนที่พื้นนะคะ”เธอพูดพร้อมกับรีบเดินไปหยิบฟูกนอนสำรองเพื่อจะมาปูนอนที่พื้น
“ไม่ได้ ผัวเมียจะนอนแยกเตียงกันได้ยังไงหรือเธอรังเกียจฉันงั้นเหรอ” น้ำเสียงแข็งเอ่ยขึ้น
เธอที่ก็ไม่ได้คิดอย่างนั้นและก็ไม่อยากให้เขาเข้าใจผิดจึงทำได้เพียงเก็บฟูกนอนไว้ที่เดิมก่อนจะเดินกลับไปที่เตียงนอนใหญ่นั่นในทันที
ไป๋หลี่จวินเมื่อเห็นเติ้งถิงถิงเดินกลับมาที่เตียงเรียวปากสวยก็ค่อยๆเผยยิ้มออกมาอย่างพอใจ