ตอนที่สี่สิบห้า ชิงเทียน(ฟากฟ้า)
“แผ่นดินนี้คือแผ่นดินของผู้ผกล้าเป็นของผู้กล้ามีปัญญา ไม่ใช่ของคนขี้ขลาดอ่อนแอหากเจ้าอยากจะเป็นผู้สืบทอดที่แท้จริงเจ้าต้องแย่งสมบัติและอาณาจักรของข้ามาด้วยตนเอง”
ท่านบรรพบุรุษของผมท่าทางจะลืมไปว่าในโลกปัจจุบันกองทัพของมองโกลไม่น่าจะรบกับมหาอำนาจต่างๆไหวแล้ว
ใจคอจะให้ผมอ้างว่าตนเองมีสายเลือดเจงกิสข่านเพื่อครองอำนาจในปัจจุบันนี่นะ?เสียสติไปแล้วมั้ง?
ผมไม่ได้อยู่ในโลกอิเซไคหูแมวนะโลกนี้มันเต็มไปด้วยประชาชนอเมริกันที่รักเสรีภาพ ที่หากมีซอมบี้ระบาดแบบในหนังเราจะค้นพบปืนและกระสุนไม่จำกัดราวกับกดสูตรโกง
“ข้ออ้างทั้งนั้น แขนขาเจ้าไม่มีโซ่ตรวนมีเหตุผลอะไรที่เจ้าจะไม่ทำหรือทำไม่ได้”
นัยน์ตาที่คมกล้าราวกับทิ่มแทงเข้ามาในใจของผม
ผมนึกถึงคำพูดเกี่ยวกับ Primarch ที่ว่าพวกนี้ไม่เคยคิดที่จะปรับปรุงตนเองให้เข้ากับโลกเพราะพวกเขาไม่เคยเจอสถานการณ์ที่โลกไม่ยอมปรับตัวเข้ากับเขามาก่อน
และมุกตลกที่นักเขียนเขียนเล่นๆพอมันกลายเป็นความจริงที่ว่าผมเป็นเชื้อสายของเจงกิสข่านแล้วมันชักดูตึงเครียดอะไรชอบกล
มันควรจะเป็นมุกล้อเลียนให้คนได้ขำกันลูกหลานของเจงกิสข่านเป็นแค่เนิร์ดตัวตลกเท่านั้น หัวเราะขำกันสิ..
แต่มันซีเรียสมากในโลกที่เรื่องเหนือธรรมชาติมีจริงและกับคนคนหนึ่งที่สั่นคลอนทั้งโลกได้มาจ้องตาคุณอยู่อย่างนี้
“มนุษยชาติต้องรวมตัวกัน เจ้าก็เห็นแล้วว่าผลลัพธ์ของการไม่รวมตัวกันคืออะไรไปทำหน้าที่ของเจ้าซะ ลูกหลานของข้า เส้นทางของลูกผู้ชายต้องแบกรับความลำบากและภาระหน้าที่อันยิ่งใหญ่ได้ ไหล่บ่าต้องแข็งแกร่งดั่งขุนเขา”
ท่านข่านพูดอะไรที่ตรงกันข้ามกับแนวคิดอิเซไคต่างโลกที่ต้องการชีวิตสโลไลฟ์ออกมาแบบไม่เกรงใจใคร
แผลจากการโดนงูขาวกัดหิมะกัดและมนุษย์หิมะเยติตบตอนปีนขึ้นมาบนเขาค่อยๆหายไป
ผมรู้ดีว่านี่คือมุกว่า
“นี่คือโลกของสภาพจิตใจ จิตใจของเจ้าที่อยากรักษาให้หายหรืออยากอบอุ่นพลังน้อยกว่าความอยากหนาวของขุนเขา”ผมเลยใช้สติปัญญาอันล้ำลึกของเลโอนาร์ดจินตนาการถึงการสร้างเซลล์ขึ้นมาใหม่ละเอียดถึงระดับอะตอม
ละเอียดจนโลกแห่งความฝันและมายาสั่นสะเทือนที่ต้องรับความคิดที่เหนือคนของเลโอนาร์ด
ย่า
แผลของผมค่อยๆหายน้ำแข็งที่เกาะตามร่างกายก็ค่อยๆละลาย
ท่านข่านส่งเสียงในลำคออกมาคำหนึ่งเขาไม่ปล่อยโอกาสให้ผมมีการเล่นมุกตลกเลยแม้แต่น้อยเพราะจริงจังตลอด
“อย่าเข้าใจผิด ข้าก็หาความสำราญทานเหล้าเคล้านารีเช่นเดียวกับผู้คน แต่นี่คือการคัดเลือดชิงเทียนผู้นำของเผ่าเราคนต่อไป เจ้าไม่ควรคิดหรือว่าข้าควรจะจริงจังกับมัน เล่นก็คือเล่นจริงจังก็คือจริงจัง แบ่งเวลาให้ดีลูกหลานของข้า”
ท่านข่านตบบ่าผมแต่คราวนี้ผมทนไว้ได้ไม่ทรุดลงไป
“ต่อไปนี้เจ้าก็แค่เอาชนะเทงกรีให้ได้”
ทันใดนั้นรอบข้างภูเขา ม่านหมอก สายลมก็สั่นสะเทือน
“เทงกรีคือภูเขาที่ผมปีนขึ้นมา?”
วาบ ดวงตาสีเหลืองของภูเขาลืมตาขึ้นผมยืนอยู่ประมาณตรงคอของเทงกรี
“คือภูเขาคือแม่น้ำคือท้องฟ้าคือม่านหมอกคือสายลม เปิดดูใต้ก้อนหินเจ้าจะพบเทงกรีอยู่แหงนมองขึ้นฟ้าเจ้าจะพบเทงกรีอยู่ที่นั่น...”
และคราวนี้ท่านข่านก็เสียงราวกับมีคนนับไม่ถ้วนพูดซ้อนขึ้นมา
“...และมีอยู่ในตัวข้าและตัวเจ้าเช่นกัน”
เสียงหลายเสียงสะท้อนไปจนมนุษย์ธรรมดารู้สึกไร้เรี่ยวแรงเมื่อสัมผัสได้ถึงความยิ่งใหญ่ของฟ้าดิน
“รอดชีวิตให้ได้ลูกหลานของข้าเทงกรีเกลียดคนอ่อนแอ”
มือขนาดยักษ์ได้เคลื่อนมาทางผม
“เอาชนะให้ได้ เจ้าก็จะกลายเป็นชิงเทียนที่แท้จริง”
..