หัวหน้านักฆ่าโบกมือส่งสัญญาณอีกครั้ง ก่อนที่มันจะค่อยๆแง้มประตูเล็กน้อย มันมองเห็นร่างของคนที่กำลังนอนห่มผ้า และดูเหมือนว่าร่างนั้นจะกำลังหลับสนิท
ดวงตาภายใต้หน้ากากผ้าของหัวหน้านักฆ่าส่องประกาย มันเปิดประตูอย่างช้าๆ และย่ำฝีเท้าที่เงียบเชียบตรงไปที่เตียงด้วยมีดสั้นในมือ
เมื่อร่างของมันอยู่ห่างจากเตียงเพียงแค่สามช่วงตัว นักฆ่าก็ยกมีดขึ้นมา มันแทงตรงไปยังตำแหน่งศีรษะของร่างที่อยู่ใต้ผ้าห่มทันทีโดยไม่จำเป็นต้องทบทวน!
ฉึก!
ทันใดนั้นมีดสั้นของมันก็ทะลุผ้าห่มไป แต่กลับพบว่าไม่มีเลือดไหลออกมาอย่างที่คิดไว้
สีหน้าของหัวหน้านักฆ่าเปลี่ยนไป แต่ก่อนที่มันจะได้เคลื่อนไหว กลับมีเงาสีดำราวกับภูตพรายปรากฏขึ้นด้านหลัง เผยให้เห็นมือสีขาวที่ปิดปากของมันไว้ไม่ให้ส่งเสียง “รู้ไหมว่าการรบกวนเวลาพักผ่อนของผู้อื่นเป็นการกระทำที่เสียมารยาท?”
ไม่ทันที่นักฆ่าจะได้ตอบโต้ กลับมีแสงสีเงินส่องประกายแทงเข้าที่ลำคอในตำแหน่งของเส้นเลือดใหญ่! ทำให้เลือดของมันพุ่งกระฉูดออกมาราวกับน้ำพุ!
จากนั้นเงาสีดำจับหัวของนักฆ่าและบิดมันอย่างแรงราวกับบิดผ้า ร่างของนักฆ่าก็ทรุดลงกับพื้นท่ามกลางกองเลือดเจิ่งนอง
นักฆ่าที่ถูกส่งมาเพื่อสังหารจางหลิน กลับถูกสังหารลงโดยที่ไม่มีแม้แต่เสียงกรีดร้องสักแอะ!
จางหลินจับร่างของนักฆ่าวางไว้กับพื้นอย่างเงียบเชียบ เขาแนบหลังชิดกับฝาผนังและมองออกไปผ่านประตูที่ถูกแง้มออก ก่อนจะพบว่ามีร่างสีดำที่กำลังหลบซ่อนอยู่อีกจำนวนหนึ่ง
นักฆ่าที่เหลือคงกำลังรอการส่งสัญญาณจากหัวหน้านักฆ่าอยู่เป็นแน่
ครั้นเห็นดังนั้นมุมปากของจางหลินก็โค้งขึ้น เขารีบถอดหน้ากากและเสื้อคลุมที่เปียกโชกด้วยเลือดของนักฆ่าออกมาสวมทับ พร้อมกับขยับร่างไร้วิญญาณของนักฆ่าไว้ในตู้ไม้ภายในห้อง
เขาก้มลงหยิบมีดสั้นดำด้านจากพื้นขึ้นมาเหน็บไว้ข้างเอว และเดินออกจากห้องพลางส่งสัญญาณมือให้แก่นักฆ่าที่รออยู่ด้านนอก
นักฆ่านับสิบชีวิตก็พยักหน้าเบาๆเมื่อเห็นว่าหัวหน้านักฆ่ากำลังส่งสัญญาณถอย
พวกมันค่อยๆเคลื่อนตัวราวกับเงาออกจากคฤหาสน์เจ้าเมือง โดยมีจางหลินเดินตามหลังกลุ่มของนักฆ่าเหล่านั้นด้วยรอยยิ้มแสยะภายใต้หน้ากากสีดำ…
.
.
.
กลุ่มของนักฆ่าที่เปรียบได้ดั่งเพชฌฆาตในยามราตรี ค่อยๆออกมาจากคฤหาสน์เจ้าเมืองและตรงไปยังโรงเตี๊ยมหลังหนึ่งที่ดูเหมือนจะเป็นที่กบดาน
เมื่อมาถึงโรงเตี๊ยมร้าง นักฆ่าร่างกำยำก็เป็นคนแรกที่ถอดหน้ากากออก เผยให้เห็นใบหน้าที่ดุร้ายดุจพยัคฆ์ มันหยิบไหสุราขึ้นมากระดกอย่างสดชื่น “ภารกิจนี้พวกเราแค่ต้องระวังหลังเท่านั้น ไม่มีอะไรให้น่าตื่นเต้นเลยสักนิด”
นักฆ่าที่เหลือก็ถอดหน้ากากออกมา ก่อนที่ชายผู้หนึ่งที่มีใบหน้าซีดเซียวจะยิ้มออกมาและหัวเราะอย่างช่วยไม่ได้ “เป้าหมายในครั้งนี้เป็นเพียงขยะไร้ประโยชน์ เพียงแต่การที่เป้าหมายพักอาศัยอยู่ในคฤหาสน์เจ้าเมืองก็เป็นงานที่ยากเล็กน้อย โชคยังดีที่พวกเราเลือกลงมือในเวลาที่นักพรตเต๋าหยุนได้กลับไปยังสำนักจักรพรรดิดาราแล้ว ทำให้ไม่มีผู้ใดสัมผัสถึงรัศมีของพวกเราได้”
ชายเครายาวเฟื้อยอีกหนึ่งคนยกจอกสุราขึ้นมากระดกและเห็นด้วย “ภารกิจในครานี้เป็นหัวหน้าที่ลงมือเองทั้งหมด น่าเสียดายที่พวกเราเป็นได้เพียงแค่ผู้สังเกตการณ์เท่านั้น”
เมื่อมีการพูดถึงหัวหน้า ชายที่มีใบหน้าแห้งตอบมองไปรอบๆและถามถึง “แล้วหัวหน้าอยู่ที่ไหน? เขายังมาไม่ถึงจุดนัดพบอีกหรือ?”
ทันทีที่นักฆ่าผู้นี้พูดจบ จู่ๆเสียงเปิดประตูก็ดังขึ้น เผยให้เห็นร่างที่เพรียวบางของชายที่สวมหน้ากากไหมสีดำค่อยๆก้าวเข้ามา ตามมาด้วยกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งอยู่ในชั้นบรรยากาศ
นักฆ่าทั้งหมดที่เห็นดังนั้นก็วางทุกอย่าง และลุกขึ้นประสานมือโค้งคำนับอย่างสุภาพ “หัวหน้า”
แต่ทว่าในเวลาที่หัวของทุกคนก้มลงและมองไม่เห็นอะไรนอกเสียจากเท้าของตน ทันใดนั้นก็มีเสียง “เชร้ง!” ดังขึ้น
ฉัวะ!
หัวของเหล่านักฆ่าที่กำลังก้มหน้าถูกตัดขาดอย่างไร้ความปรานี!
เลือดสีแดงฉานไหลกระฉูดออกมา! ทำให้สภาพแวดล้อมในโรงเตี๊ยมร้างกลายเป็นโรงฆ่าสัตว์ไปในพริบตา!
หัวของนักฆ่าทั้งเก้าร่วงหล่นออกจากบ่าราวกับแตงโม! โลหิตสีแดงฉานไหลย้อมพื้นเป็นบ่อเจิ่งนอง พร้อมกับร่างของนักฆ่าเก้าคนที่ทรุดตัวลง ตายตกโดยไม่มีแม้แต่เสียงกรีดร้อง!
แต่ทว่ายังมีหนึ่งคนที่รอดชีวิต นั่นคือนักฆ่าที่มีใบหน้าผอมแห้ง เมื่อมันเงยหน้าขึ้นมาและพบว่าสหายของมันถูกตัดหัวอย่างไร้ความปรานีและทรุดลงกับพื้นอย่างน่าสยดสยอง มันก็กรีดร้องออกมาด้วยความตื่นตระหนก “หะ-หัวหน้า! ท่านทำอะไรลงไป!?”
ร่างที่สวมหน้ากากไหมค่อยๆถอดหน้ากากออกมา เผยให้เห็นใบหน้าของชายหนุ่มที่กำลังเผยรอยยิ้มเย็นยะเยือก “ใบหน้าของข้าเหมือนกับหัวหน้าของพวกเจ้าหรือไม่?”
นักฆ่าที่มีใบหน้าซูบซีดอุทานเสียงดังราวกับว่ามันได้เห็นผีในเวลากลางวันแสกๆ “จะ-จางหลิน!”
มันจดจำได้ในทันทีว่าชายตรงหน้าคือเป้าหมายที่พวกมันต้องสังหารในค่ำคืนนี้!
ไม่เพียงแต่เป้าหมายจะไม่ถูกฆ่าเท่านั้น แต่เป้าหมายยังมายืนอยู่ตรงหน้าของมันอีกต่างหาก!
จางหลินที่ยืนอยู่ตรงข้ามเพียงแค่ยิ้มมุมปาก “เอาล่ะ มาดูกันว่าเจ้าจะให้ข้อมูลที่ข้าต้องการได้มากแค่ไหน”
ด้วยเสียง “หว่อง!” วงแหวนวิญญาณยุทธ์สองวงปรากฏขึ้นล้อมรอบ โดยมีดวงดาราทั้งเก้าส่องสว่าง รัศมีพลังปราณของจางหลินเข้าครอบงำโรงเตี๊ยมทั้งหลังไว้ในทันที!
นักฆ่าที่มีใบหน้าผอมแห้งค่อยๆหน้าถอดสี “ขะ-ขอบเขตขัดเกลา 9 ดาว! เจ้าไม่ใช่คนไร้พลังยุทธ์หรอกหรือ!?”
พรึ่บ!
โดยไม่มีแม้แต่การเสวนา พริบตานั้นร่างของจางหลินก็หายไปราวกับภูตผี มีดสั้นในมือของเขาแทงตรงไปอย่างแม่นยำ!
แต่นักฆ่าผู้นี้ก็มีประสบการณ์มากพอ มันหลบการแทงของจางหลินได้อย่างหวุดหวิด แต่แขนของมันก็มีรอยถากลึกจนเลือดไหลซิบๆ
เมื่อเห็นท่าไม่ดีนักฆ่าพยายามระงับความเจ็บปวดไว้ และรีบหันหลังหมายจะหลบหนี
แต่เมื่อมันหันมาอีกทีก็พบว่าจางหลินมาดักรอเบื้องหน้าโดยที่มันไม่รู้ตัวเลย
จางหลินโยนมีดสั้นเล่นก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงสบายๆ แต่สีหน้าแววตาของเขากลับเย็นยะเยือกอย่างหาที่เปรียบมิได้ “ยอมแพ้เสียเถิด หากเจ้ายอมบอกว่าเจ้ากำลังทำงานให้ใคร ข้าสาบานว่าจะไม่ให้เจ้าต้องทนทุกข์ทรมาน”
นักฆ่ากัดฟันกรอดด้วยความไม่เต็มใจ แต่ก่อนที่จางหลินจะได้เคลื่อนไหว มันก็ตัดสินใจกัดกรามแน่นจนเกิดเสียง “ป๊อก!”
จู่ๆ ใบหน้าของนักฆ่าค่อยๆกลายเป็นสีเขียวและแปรเปลี่ยนเป็นสีม่วง ก่อนที่ร่างของมันจะทรุดลงและสิ้นลมหายใจไปในทันที
จางหลินที่เห็นฉากนี้ก็อดไม่ได้ที่จะผงะไปครู่หนึ่ง “มีการฝังยาพิษเพื่อฆ่าตัวตายในสถานการณ์ที่ถูกจับได้ด้วยงั้นรึ?”
เขาคิดไม่ถึงเลยว่าองค์กรนักฆ่าจะมีความเด็ดเดี่ยวและเด็ดขาดถึงเพียงนี้
นั่นทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจที่มิอาจสืบสาวไปถึงเบื้องหลังของผู้บงการได้
จากนั้นเขาก็ค้นตัวนักฆ่าทั้งหมด ก่อนจะพบเข้ากับเม็ดยาจำนวนมากและเหรียญเงินที่ติดตัวเพียงเล็กน้อย แต่ไม่มีอะไรที่บ่งชี้หรือระบุตัวตนของพวกมันได้เลย
จางหลินมองไปยังร่างไร้วิญญาณของกลุ่มนักฆ่า ก่อนจะมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยเสียงพึมพำ “ดูเหมือนว่าแม้แต่คฤหาสน์เจ้าเมือง ก็อาจจะไม่ปลอดภัยสำหรับข้าต่อไป”
เขารู้อย่างแน่ชัดแล้วว่าเป้าหมายของการสังหารไม่ใช่แค่ตระกูลจางเท่านั้น แม้แต่เขาที่เป็นผู้รอดชีวิตคนเดียวในเหตุการณ์ฆ่าล้างตระกูลก็ยังถูกหมายหัวโดยเหล่านักฆ่าพวกนี้
นั่นทำให้เขารับรู้ว่าหากเขายังคงอยู่ที่นี่ต่อไป เป็นไปได้มากกว่าเจ้าเมืองมู่อาจจะถูกดึงเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วย
จางหลินหยิบหยกซวนหยวนที่ติดตัวขึ้นมาพลางถอนหายใจ “ถึงเวลาแล้วที่ข้าต้องจากไป”
ในเมื่อมีการส่งนักฆ่ามาสังหารตนไม่เว้นแม้แต่พื้นที่ที่ปลอดภัยที่สุดอย่างคฤหาสน์เจ้าเมือง นั่นหมายความว่าอีกไม่นานอาจจะมีนักฆ่ากลุ่มอื่นที่ปรากฏตัวขึ้นตามคำสั่งของใครบางคน และเขาก็จะไม่ปลอดภัยอีกต่อไป
ดังนั้นภายในค่ำคืนนี้เขาต้องไปในสถานที่ที่ต้องการจะไปให้เร็วที่สุด และรีบออกเดินทางในเช้าของวันรุ่งขึ้น เพื่อเป็นการป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับตนเองและเจ้าเมืองมู่