อัจฉริยะพลิกโลก

    ตอนที่ 50 เค้าลางแห่งหายนะ

    ช่วงบ่าย ณ พระบรมหาราชวัง พราวุส รันโดซา นายกรัฐมนตรีประเทศไซแอน กำลังเดินวนไปมาอยู่หน้าห้องทรงงานด้วยสีหน้าเคร่งเครียดและร้อนรน

    'นี่มัน 2 ชั่วโมงแล้วนะ ไอ้กษัตริย์วิปริตบ้ากามเอ๊ย นัดตูมาเองแท้ๆ' พราวุสสบถในใจอย่างเดือดดาล เมื่อสองชั่วโมงก่อนกษัตริย์เนโรเรียกตัวเขาเข้าวังด่วน แต่พอมาถึงกลับต้องมารออยู่หน้าห้องเป็นเวลานานสองนาน ด้วยประสบการณ์อันเลวร้ายที่สั่งสมมานานหลายปี ทำให้นายกฯอ้วนไม่กล้าแม้แต่จะเคาะประตู 

    เขารู้ดีว่ากิจธุระเดียวของเนโรในห้องนี้คือ "กิจกาม"  และพระองค์ก็จะเดือดดาลอย่างมากหากผู้ใดกล้ารบกวนช่วงเวลาหรรษา โดยเนื้อแท้ พราวุสเกลียดกษัตริย์พระองค์นี้มากที่สุด หากมีคะแนนเต็ม 10 เขาก็คงให้ 100  ที่ผ่านมานายกอ้วนโดนเหยียดหยามและลงโทษสารพัด ถึงเป็นเพียง ‘สุนัข’ ในสายตาเนโร แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีหัวใจเสียหน่อย

    หลายนาทีผ่านไป มืออวบอ้วนยกขึ้นลงอยู่หลายรอบ ตัดสินใจไม่ได้เสียทีว่าจะเคาะประตูดีหรือไม่ หากเคาะก็อาจทำให้กษัตริย์บ้ากามไม่พอใจ แต่ถ้าไม่เคาะก็อาจซวยเพราะขัดรับสั่งที่ให้มาพบด่วน

    แอ๊ด! ขณะที่กำลังลังเล เสียงบานประตูห้องทรงงานก็เปิดออกอย่างฉับพลัน

    "พอดีเลย จะได้ไม่ต้องไปตาม พระองค์เรียกแกเข้าพบ เข้าไปเร็วๆไอ้สุนัข ช้ามากแล้ว" มหาดเล็กรักษาพระองค์กล่าวด้วยน้ำเสียงดูถูกดูแคลน ถึงแม้จะเป็นเพียงข้ารับใช้เหมือนกัน แต่ก็ถือว่ามีฐานะสูงกว่า เนื่องจากใกล้ชิดยุคลบาทมากกว่า ในระบอบศักดินาอันล้าหลัง ชนชั้นวรรณะเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องรักษาไว้ เพื่อให้ผู้ที่อยู่สูงกว่าสามารถคงอำนาจไว้ได้

    "ขอบคุณครับ" พราวุสตอบกลับด้วยรอยยิ้มประจบ แม้ในใจจะโกรธจนแทบคลั่ง แต่ก็ไม่กล้าเถียงกลับแม้สักคำ นายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นประมุขฝ่ายบริหารของประเทศ กลับมีสถานะต่ำกว่ามหาดเล็กซึ่งเป็นเพียงข้ารับใช้ของบุคคลผู้เดียว ช่างน่าสมเพช ประเทศไซแอน หากยังไม่เปลี่ยนแปลง ในอนาคต…ก็คงทำได้แค่รอให้มันล่มสลายไป

    "อ๊ะ!" พราวุสอุทานด้วยความตกใจ เพราะเมื่อเข้ามาในห้อง เขากลับพบว่ามันเต็มไปด้วยข้าราชการระดับสูง ขัดกับภาพกามวิปริตที่จินตนาการไว้โดยสิ้นเชิง

    กษัตริย์เนโรที่ 13 นั่งประจำอยู่ตรงหัวโต๊ะในตำแหน่งประธาน ข้างพระองค์ด้านขวาคือชายร่างผอมบาง ผมดำสั้นเกรียนไถขาวสามด้าน ดวงตาลึกโหลราวกับอดนอนมาหลายวัน จมูกงองุ้มคล้ายจะงอยปากนก ผิวซีดเซียวราวกับไม่เคยต้องแสงแดด ทุกองค์ประกอบล้วนทำให้เขาดูเย็นชาและเจ้าเล่ห์

    เขาคือ นาเรโร เธเร่ ญาติห่างๆ ของกษัตริย์เนโรที่ 13 มารดาของเขาเป็นน้องสาวของกษัตริย์พระองค์ก่อน ส่วนบิดาเป็นเพียงนายทหารคนสนิท ทำให้สายเลือดของเขามีเชื้อสามัญชนเจือปน ด้วยเหตุนี้ นาเรโรจึงหมดสิทธิ์สืบราชบัลลังก์ 

    ในวัยเยาว์ เขาได้รับมอบหมายให้ติดตามรับใช้เนโรอย่างใกล้ชิด ต้องรองรับอารมณ์ขึ้นลงขององค์ชายวิปริตแทบทุกวัน นาเรโรไม่เคยปริปากบ่นแม้แต่ครั้งเดียว ความอดทนนี้เองที่ทำให้กษัตริย์เนโรไว้เนื้อเชื่อใจไม่น้อย ต่อมาเมื่อเนโรได้ขึ้นครองราชย์ พระองค์จึงแต่งตั้งญาติสนิทผู้นี้เป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โดยมีฉากหลังคือรับคำสั่งตรงจากพระองค์เท่านั้น ด้วยเหตุนี้ อำนาจของฝ่ายตำรวจจึงถูกราชวงศ์เธเร่กุมไว้อย่างเหนียวแน่น

    ด้วยอุปนิสัยเยือกเย็นและเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม กษัตริย์เนโรจึงมักปรึกษาเรื่องสำคัญกับน้องชายห่าง ๆ ผู้นี้อยู่เสมอ และครั้งนี้ก็เช่นกัน แม้พระองค์จะไม่ใช่คนฉลาดนัก แต่ก็ยังมีสติพอจะรู้ว่าเหตุการณ์หน้าสถาบันนิวอีร่าเป็นเรื่องใหญ่มาก ยังไม่นับเรื่องขัดแย้งกับไอโนว่าที่ถาโถมตามมาอีก ส่งผลให้หลายวันมานี้พระองค์บรรทมไม่หลับ เรื่องกามกิจก็ฝ่อลงไปด้วย จนต้องพึ่งยาช่วยให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง

    "รีบนั่งลงซะ ไอ้สุนัข!" กษัตริย์เนโรตวาดใส่พราวุสที่ยังยืนอึ้งไม่ขยับ

    "ไอ้ฟีเรสนั่นต้องทำให้ทางเซเซียร์ไม่พอใจแน่นอน และมันจะลากพวกเราซวยตามไปด้วย พวกแกคิดจะแก้ยังไง?" กษัตริย์เนโรตรัสพลางเหลือบพระเนตรมองสมาชิกในห้องประชุม นอกจากนาเรโรแล้ว ทุกคนต่างก้มหน้าหลบสายตาพระองค์ พยายามทำตัวให้เงียบที่สุด 

    "กราบทูลฝ่าพระบาท เมื่อกระหม่อมได้พิเคราะห์จากเหตุการณ์ดูแล้ว เห็นชัดว่าฟีเรสคนนั้นแสดงความเป็นศัตรูกับราชวงศ์เธเร่อย่างเปิดเผย”

    “แต่เนื่องจากฝ่ายนั้นมีโดมินิคหนุนหลัง การจัดการจึงทำได้ไม่ง่ายนัก ทว่าถึงกระนั้น…อย่าลืมว่าสุดท้ายแล้ว ฟีเรสนั่นก็ยังอยู่ในแผ่นดินของพระองค์” นาเรโรกล่าวพร้อมด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น จากนั้นเขาก็ปรึกษากับกษัตริย์เนโรอยู่เนิ่นนาน จนดูราวกับว่าผู้เข้าร่วมประชุมที่เหลือเป็นเพียงไม้ประดับห้อง

    “เอาล่ะ! ฉันไม่ได้ให้พวกแกมาฟังเฉย ๆ หรอกนะ เอานี่ไป แล้วทำตามซะ ถ้าพลาดขึ้นมาคงรู้กันดีนะว่าจะเกิดอะไร” นาเรโรกล่าว ก่อนยื่นกระดาษแผนการให้ข้าราชการระดับสูงในห้อง พร้อมกับปรายตามองแต่ละคน สายตานั่นทำให้หลายคนถึงกับอดตัวสั่นน้อยๆไม่ได้  เพราะต่างรู้กันดีว่านาเรโรก็โหดเหี้ยมอำมหิตพอ ๆ กับกษัตริย์ตรงหัวโต๊ะ ไม่แปลกใจเลยที่เขากับทรราชอย่างเนโรจะสนิทสนมกัน บางทีอาจเป็นเพราะมีความวิปริตบางอย่างที่คล้ายกันก็เป็นได้

    ‘เฮ้อ…เหนื่อยเหลือเกิน ทำไมต้องมารับใช้ไอ้เนโรโง่นั่นด้วย ทั้งที่เราต่างหากที่สมควรได้เป็นกษัตริย์’ หลังการประชุมจบลง นาเรโรคิดพร้อมกับถอนหายใจอย่างอ่อนล้า หากไม่ต้องมัวอธิบายเรื่องเดิมซ้ำไปซ้ำมากับกษัตริย์หัวทื่อ เรื่องทั้งหมดก็คงจบไปนานแล้ว ไม่ต้องมานั่งประชุมลากยาวจนมืดค่ำแบบนี้

    ‘อีกไม่นานหรอก…ฉันจะเอาคืนทั้งต้นทั้งดอก ไอ้สวะเนโร แกต้องไม่ตายดีแน่’ นาเรโรคิดพร้อมกับกำมือทั้งสองแน่นจนเล็บขึ้นสี

    --------------------------

    ภายใต้แสงไฟสีอำพันของพระราชวังอันโอ่อ่า พราวุสก้าวเดินด้วยความเร่งรีบ แม้ขาสั้นอ้วนของเขาจะขยับได้ไม่เร็วมากนัก แต่จิตใจกลับเต้นรัวเร็วราวกับกลองศึก เหลืออีกเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้นก็จะถึงเวลานัดพบแขกผู้ทรงเกียรติของไซแอน

    เมื่อประตูห้องรับแขกเปิดออก พราวุสก็ก้าวเท้าเข้าไปอย่างรวดเร็ว ชายในห้องนั้นคือชไนเดอร์ รองประธานาธิบดีแห่งประเทศเซเซียร์ ผมสีทองแซมขาวของเขาสะท้อนแสงจากโคมไฟ ดวงตาเย็นชายังคงจดจ้องสมาร์ทโฟนอยู่ ไม่ได้เหลือบมองชายร่างอ้วนแม้เพียงนิด บนใบหน้าของชายหนุ่มปรากฎถึงความไม่พอใจอย่างชัดเจน คอมเมนต์ด่าทอต่างๆ ในโลกออนไลน์ยังคงโจมตีเขาราวกับฝนกรดที่เทกระหน่ำมาตั้งแต่บ่าย จนถึงตอนนี้ก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลง

    “พักสบายดีไหมครับท่าน หากมีสิ่งใดขาดเหลือก็…” พราวุสเอ่ยอย่างระมัดระวังพร้อมกับค้อมตัวลงอีกครั้ง ซึ่งเป็นครั้งที่เท่าไรแล้วของวันก็ไม่อาจทราบได้

    “เข้าเรื่องเถอะ ถ้าไม่มีอะไรจะพูด ก็ให้คนที่มีอำนาจจริงๆ มาพบผม” คำพูดยังไม่ทันจบ ก็ถูกชไนเดอร์ตัดบทด้วยน้ำเสียงราบเรียบแฝงข่มขู่ พราวุสตัวแข็งทื่อไปชั่วขณะ ความเย็นวาบแล่นขึ้นมาตามสันหลัง 

    เขาเองก็ไม่ได้อยากจะมาเจอชายตรงหน้านักหรอก แต่เนื่องจากไม่มีใครออกหน้าทำภารกิจนี้ และคนที่โชคร้ายที่สุดก็คือเขา ผู้ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีแต่กลับมีอำนาจต่ำสุดในห้องประชุม การพูดคุยครั้งนี้ หากผิดพลาดแม้แต่นิดเดียว เขาต้องเป็นคนรับผิดชอบเองทั้งหมด


    "คะ...คือ...นี่ครับท่าน" พราวุสรีบฝืนมือที่สั่นไม่หยุด ยื่นเอกสารให้รองประธานาธิบดีเซเซียร์ ชไนเดอร์รับไปอ่านเงียบๆ ดวงตาของเขากวาดไปบนตัวอักษรช้าๆ ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย

    “แผนไม่เลวเลยนี่ แต่ไปบอกนายของคุณด้วยว่า ถ้าทำพลาดทางเราจะเพิ่มดอกเบี้ยหนี้ของไซแอนขึ้นอีก 15% และจะไม่มีการยืดเวลาชำระอีกต่อไป” น้ำเสียงและแววตาที่เย็นเยียบของเขาทำให้พราวุสขาสั่นพั่บๆ ไม่ต่างจากลูกสุนัขตัวเล็กที่ถูกต้อนจนมุม

    ในปัจจุบันไซแอนกำลังตกอยู่ในสถานการณ์อันเลวร้ายที่สุดจากการบริหารที่ผิดพลาด เมื่อรวมกับคอร์รัปชันที่ฝังรากลึกมานานหลายทศวรรษด้วยแล้ว รายได้ของประเทศจึงขาดดุลอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลจำต้องพึ่งพาเงินกู้จากต่างชาติมาโดยตลอด จนกระทั่งหนี้สินพุ่งทะลุเพดาน ส่งผลให้บรรดาประเทศเจ้าหนี้ทยอยปฏิเสธคำขอกู้ครั้งใหม่

    ทว่าท่ามกลางความสิ้นหวัง เซเซียร์ก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมข้อเสนอที่ดูเหมือนเป็นทางรอด เงินกู้ที่ไร้ขีดจำกัด! แน่นอนว่ามันไม่ใช่ความใจดีโดยไม่มีเงื่อนไข ตรงกันข้าม เงินกู้เหล่านั้นกลับแฝงไว้ด้วยเจตนาร้าย 

    หากไซแอนไม่สามารถจ่ายคืนได้ตามกำหนด ก็จะต้องแลกด้วยสัมปทานมหาศาล ทุกอย่างได้ถูกออกแบบให้เป็นไปตามแผนที่เซเซียร์วางเอาไว้ แผนที่จะยึดประเทศเล็กๆนี่เป็นของตน ข้อตกลงนี้จึงไม่ต่างจากการทำสัญญากับปีศาจ สิ่งที่ต้องเสียไปก็คือวิญญาณโง่บัดซบของตน ที่ต้องไปตกนรกแบบชั่วกัปชั่วกัลป์  สำหรับคนฉลาดที่มีสติปัญญาสักหน่อยก็จะไม่ร่วมด้วยอย่างเด็ดขาด ทว่ากษัตริย์เนโรกลับรีบงับข้อตกลงอย่างไม่ลังเล 

    พราวุสมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่านายของตนฉลาดแน่นอน แต่เป็นการฉลาดในการทำแต่เรื่องโง่เขลา ส่วนเรื่องที่ควรทำกลับไม่ทำ จนถึงตอนนี้ไซแอนก็ได้เสียสัมปทานให้แก่เซเซียร์ไปมากมายแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่พอจะชำระหนี้งวดถัดไปได้ นี่จึงเป็นสาเหตุว่าทำไมราชวงศ์เธเร่จึงต้องเอาอกเอาใจรองประธานาธิบดีผู้นี้

    “ว่าไง ไม่ได้ยินฉันพูดหรือ?” ชไนเดอร์พูดพร้อมกับจ้องไปยังพราวุสซึ่งแข้งขาอ่อนแรงจนแทบยืนไม่อยู่

    “ดะ ได้ยิน ไม่พลาดแน่นอนครับท่าน” นายกฯอ้วนเอ่ยเสียงสั่นเครือ เขาพยายามควบคุมตัวเองไม่ให้สั่นไปมากกว่านี้ 

    “ฝากไปบอกนายของคุณด้วยว่า ถ้าเกิดความวุ่นวายขึ้นก็ให้ทำรัฐประหารไปซะ เหมือนครั้งที่พึ่งผ่านมา ทางเซเซียร์จะรับรองรัฐบาลทหารให้เอง เอาล่ะ คุณไปได้แล้ว” 

    พราวุสรีบโค้งตัวลงเคารพ ก่อนจะก้าวออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ชไนเดอร์มองตามด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ 

    ‘จะเปิดการค้าเสรีแบบไม่จำกัดเพื่อขอโทษเรา? นาเรโรทำได้ไม่เลวเลยนี่’ ชไนเดอร์หัวเราะแผ่วเบา ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปตามเกมของเขา ไซแอนจะถูกกลืนโดยเซเซียร์เร็วขึ้น เพียงเพราะกษัตริย์โง่ๆ คนนั้น 

    ในสายตาคนนอก ดูเหมือนว่านาเรโรเป็นผู้เสนอแผนการค้าเสรีนี้ แต่ความจริงมันเป็นข้อตกลงลับระหว่างเขากับชไนเดอร์ที่ได้ตกลงร่วมกันไว้ก่อนแล้ว การค้าเสรีแบบไร้ขีดจำกัดจะเป็นตัวเร่งให้กระบวนการยึดไซแอนเร็วขึ้น

    ในโลกของเศรษฐกิจเสรี ประเทศที่มีกำลังผลิตน้อยกว่าย่อมเสียเปรียบ สินค้าจากประเทศมหาอำนาจจะล้นทะลักเข้ามา และทำลายอุตสาหกรรมภายในจนพังพินาศ และเมื่อถึงเวลานั้น…ไซแอนก็จะล้มละลายและถูกกลืนกิน

    ------------

    ในช่วงดึก หลังจากส่งชไนเดอร์ขึ้นเครื่องบินกลับ พราวุสก็เดินกลับมายังห้องทำงานด้วยความเหนื่อยล้า อย่างไรก็ตามเขายังพักไม่ได้ ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องจัดการให้เสร็จ

    "สั่งการไปยังกรมตำรวจทุกแห่ง สืบมาให้หมดว่าไอ้ฟีเรสนั่นมีธุรกิจอะไรบ้าง จากนั้นก็หาวิธียัดคดีมันซะ  อ้อ ให้พวกทหารปฏิบัติการด้านข่าวสาร ดิสเครดิตสินค้า ธุรกิจและตัวเจ้าของมันด้วย" พราวุสสั่งคนสนิทด้วยเสียงแหบๆ 

    "รับทราบครับท่าน" ลูกน้องรับคำ พลางยกหูโทรศัพท์ติดต่อกรมตำรวจและกองทัพทันที

    "ดูเหมือนต้องเริ่มมองหาประเทศโลกที่สามไว้บ้างแล้ว…" พราวุสพึมพำกับตัวเองเบาๆ ประเทศที่พัฒนาแล้วเขาลี้ภัยไปไม่ได้เพราะมีคดีมากมายรออยู่ แต่ถ้าเป็นดินแดนอันห่างไกล…บางทีอาจจะยังมีโอกาส ถึงแม้คุณภาพชีวิตอาจตกต่ำไปบ้าง แต่ก็ยังดีกว่าตายอยู่ในคุกลับของกษัตริย์ชั่ว 

    ขนาดนายกรัฐมนตรีของประเทศยังคิดจะหนี แล้วประชาชนจะเป็นเช่นไร? 

    ชาวไซแอนช่างน่าสงสารเหลือเกิน