Fallen paradise

    #53 อาณาจักรภูลิอัน

    “ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า” เสียงหัวเราะของเรกิสดังขึ้น เธอหัวเราะจนไหล่โยกคลอน เอได้แต่ทำเป็นไม่สนใจแล้วพูดต่อไป

    “ก็นั้นแหละหลังจากนั้นผมก็ลากทหารเรนเจอร์คนนั้นออกมาจากซากตึกอย่างทุลักทุเลพอออกมาได้พวกเราทั้งสองก็ต้องฝ่าดงกระสุนกลับไปยังแนวหลังอีกดีที่ได้พันเอกโคลเนลที่เอาหุ่นไนท์เข้ามาป้องกันพวกเราไว้ไม่งั้นพวกเราคงไม่รอดกันทั้งคู่”

    “ฮ่าๆ เอนี้มันโชคดีจริงๆ นี้รึปล่าวที่เขาว่าโชคของมือใหม่”

    “ใช่ผมก็ว่าผมโชคดีมากๆเลยนะ แต่ว่านะเรกิสจะจ่ายจริงๆใช่ไหม” เมื่อเห็นเอพูดแบบนั้นเรกิสก็มองไปยังอาหารที่พวกเขากิน

    “แน่นอนอยู่แล้ว แค่ 5 ทองเอง ว่าแต่เอยังไม่มีอุปกรณ์ติดต่อใช่ไหม อืมงั้นใช้นี้แล้วกัน” เรกิสยื่นแผ่นวงกลมขนาดที่รองแก้วน้ำปกติ เมื่อรับมาเขาก็พลิกดูอย่างอยากรู้

    “นี้คือตัวสื่อสารลองให้เจ้าตัวเล็กดูสิ” เมื่อได้ยินแบบนั้นเอก็มอบให้เคียร่าเมื่อเคียร่ารับไปจากเอแผ่นวงกลมก็หายไปจากนั้นก็มีหัวข้อการสื่อสารขึ้นมาทันทีทั้งยังมีช่องทางที่เป็นเหมือนเวปไซต์ต่างๆอีกด้วย

    “สะดวกดีจัง”เออุทานออกมา ก่อนที่จะมีการแจ้งเตือน

    -ดิ่ง!!! ท่านได้รับคำของเป็นเพื่อนจากเรกิสสวยที่สุด-

    “เอาละเรียบร้อย เอมีอะไรจะถามอีกไหม”

    “มี มี คือผมสงสัยทำไมกองยานของศัตรูถึงไม่เคลื่อนที่หนีจากแนวรบในตอนที่ราชาริชาร์ดยิงพลังแยกฟ้าได้นะ”

    “อ่อ!! มันเป็นความลับทางการทหารนะแต่ว่าจะเล่าให้ฟังนิดนึงละกัน ตอนนั้นกองยานของพวกมันถูกตรึงไว้ด้วยอุปกรณ์บางอย่าง เราบอกได้แค่นี้นะ”

    “เออ! ผมมีความสงสัยที่คาใจอยู่”

    “ว่ามาเลย”

    “มอนเตอร์อยู่ที่ไหนทำไมผมไม่เห็นมันกลับอีกอย่างก็คือทำไมสกิลของผมถึงไม่เลื่อนระดับซะที” เรกิสมองมายังเอและแสดงออกทางสีหน้าแบบเรื่องง่ายแค่นี้ทำไมไม่รู้ก่อนที่เธอจะตอบ

    “ง่ายมากเอ แต่ก่อนที่จะตอบเรื่องมอนเตอร์เราต้องเท้าความจากหนังสือ เวทย์มนต์พื้นฐาน บทพิเศษ หน้าที่ X15 นักปราชญ์ได้กล่าวไว้ว่าเอกภพได้ก่อขึ้นโดยพลังงานก่อกำเนิดและพลังงานก่อกำเนิดก็คือทุกสรรพสิ่งไม่มีการแบ่งแยกตั้งแต่เริ่มต้นแม้เราจะมองไม่เห็นแต่พลังงานก่อกำเนิดจะมีอยู่เสมอ เข้าใจไหม”

    “ไม่อะ เอาง่ายๆและรวบรัดสิ”

    “ง่ายๆก็คือมอนเตอร์จะเกิดจากความหนาแน่นของพลังงานก่อกำเนิดและเจตจำนงของสิ่งมีชีวิตหรือเจตจำนงของบางอย่าง  ”

    “อ่อ! แต่เอะ! ถ้าอย่างนั้นทำไมมอนเตอร์ถึงไม่เกิดไปทั่วละ”

    “นั้นเป็นความลับของชาติเลยนะแต่เอาเถอะเราจะบอกนิดหน่อย ก็แค่ทำให้มันเจือจางลงไงแค่นั้นแหละ”

    “แล้วสถานที่ที่ไปเก็บเลเวลละมันอยู่ที่ไหน” เมื่อฟังแบบนั้นเรกิสก็ส่งบางอย่างให้เอ เมื่อเอเปิดขึ้นมาเขาก็พบกับแผนที่ที่มีการกำกับระดับความอันตรายเรียงจาก f d c b a s ss sss 

    “สถานที่นี้ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้มีเมืองป้อมปราการคอยดูแลห้าจุด ถ้าเอจะไปเราแนะนำให้เอไปที่นี้” ขณะที่พูดเรกิสก็ชี้ไปที่เมืองตรงกลาง

    “เมืองคาลันเทีย เมืองป้อมปรากาศที่ใหญ่ที่สุดของพื้นที่ฝึกทหาร”

    “มอนเตอร์เป็นอันเข้าใจแล้วนะมาต่อเรื่องสกิลกัน อันนี้ก็ง่ายและตรงตัว เอต้องเข้าไปเรียนและฝึกเอง อย่างเช่นลูกไฟใช่ไหม เอต้องเข้าเรียนที่มหาลัยของอาณาจักรนะ ถ้าเกิดว่าเอไม่เทพแบบอ่านหนังสือแล้วเข้าใจชัดเจนแจ่มแจ้งเอง ในโลกนี้ไม่มีหรอกพวกที่อยู่ๆก็เก่งเลยนั้นมันพวกไก่ชัดๆ และความเข้าใจกับการทำได้จริงมันต่างกันมากเลยนะ อย่างเช่นเอเรียนรู้ลูกไฟทะลุปุโปร่งในทางวิชาการแต่เอจะไม่สามารถทำให้เวทย์เป็นแบบที่เอศึกษามาได้ของอย่างนี้มันต้องใช้ทั้งความเข้าใจ ฝีมือ และเวลา” เอพงกหัวเพื่อสือว่าเข้าใจ

    “เอควรไปดูมหาลัยของอาณาจักรนะ มันมีคลาสสำหรับนักเรียนนอกเวลาอยู่นะ”

    “โอเค อีกคำถามนึง คำถามสุดท้าย แล้วเรกิสไปอยู่ที่ไหนหรอ”

    “ความลับจ๊ะ!!!” เรกิสตอบพลางขยิบตาให้กับเขา หลังจากนั้นทั้งสองก็ออกจากกิลนักพจนภัยเอตัดสินใจจะกลับไปบ้านเช่าเขาจึงบอกลาเรกิสแต่เรกิสกลับบอกว่าจะตามเอไปด้วย

    ก็อก ก็อก ก็อก

    “เอเลน่า มาริน่า เอกลับมาแล้ว” พอสิ้นเสียงเอก็ได้ยินเสียงที่ดังมาจากห้องครัวและไม่นานเขาก็ได้ยินเสียงของกลอนที่ถูกปลดล็อคแล้วประตูก็เปิดออก ทำให้เอมองเอเลน่าที่ยิ้มให้เอก่อนที่เธอจะมองไปเห็นเรกิสที่อยู่ด้านหลังเอเมื่อเอเลน่าเห็นเรกิสรอยยิ้มของเธอก็หยุดลงแล้วเธอก็ปิดประตูเสียงดัง

    ปัง!!!!!

    “เฮ้ย!!! เอเลน่ากลับมาก่อน เปิดประตูให้ผมก่อน  เอเลน่าาาาาาาา”