เหนือฟ้า ราชันตลาดหุ้น

    ตอนที่ 17 จิ้งจอกตลาดหุ้น



    ผมนั่งอยู่บนรถเบนซ์คันหรูของคุณวรเดชไปงานเลี้ยงที่โรงแรมซิลเวอเนียโรงแรมหรูอันดับต้นๆ ของประเทศ ผมอดถามคุณวรเดชไม่ได้
    “ทำไมถึงให้ผมมาด้วยล่ะครับ”
    “เพราะเธอเป็นคนทำงานนี้ได้สำเร็จตั้งแต่ขั้นเจรจา เธอสมควรรู้เรื่องที่เกิดขึ้น ที่สำคัญถ้าเธออยากโตต่อต้องเรียนรู้มากกว่านี้”
    ผมได้แต่มองดูคุณวรเดช ใบหน้าที่หล่อเหลาของแกตอนนี้มีบารมีอย่างบอกไม่ถูก
    “แล้วคนทรยศเป็นใครครับ?”
    “จะได้เจอในไม่ช้า” คุณวรเดชบอก

    โรงแรมซิลเวอเนียอยู่ที่ย่านสีลมเป็นโรงแรมใหม่ที่กว้างใหญ่ อยู่ในทำเลทองสุดหรู ธุรกิจโรงแรมตอนนี้ค่อนข้างแย่เพราะเศรษฐกิจโลกที่เป็นพิษ ทำให้ยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง แต่จากการศึกษาของผมนี่เป็นโอกาสในการซื้อหุ้นลงโรงแรมที่กำลังมีราคาถูก หากเราเลือกหุ้นโรงแรมที่แข็งแกร่ง เมื่อเศรษฐกิจขาลงจบกลับมาเป็นขาขึ้น หุ้นโรงแรม หุ้นกลุ่มท่องเที่ยว หุ้นสนามบิน พวกนี้มักจะขึ้นกันอย่างน้อยเป็นเท่าตัวเลย
    รถของคุณวรเดชขับเข้าไปที่โรงแรมสุดหรู ตัวโรงแรมซิลเวอเนียทาสีครีม ผนังสีขาวและโคมระย้าสีทอง มีพรมสีแดงปูเป็นทางยาวตลอดทางเดินทั้งโรงแรม คุณวรเดชให้คนขับรถรอที่ลานจอดรถให้เงินสองร้อยไปหาอะไรกิน ส่วนผมกับคุณวรเดชขึ้นไปที่ชั้นยี่สิบหกของโรงแรมซึ่งเป็นชั้นจัดงานเลี้ยง
    ภายในงานเลี้ยงมีโต๊ะกลมหลายสิบโต๊ะ มีเหล่าคุณหญิง คุณนาย เจ้าสัวทั้งหลายนั่งกินข้าวหรือยืนพูดคุยกันอยู่เต็ม
    งานเลี้ยงที่ว่าคืองานเลี้ยงเปิดสาขาใหม่ในต่างจังหวัดของโรงแรมซิลเวอเนีย ผู้บริหารโรงแรมเป็นชายอายุเกือบหกสิบปีใส่แว่น เขากำลังยืนอยู่บนเวทีพูดถึงแนวโน้มการขยายสาขาของโรงแรมในอนาคต
    ผมเห็นเจ้าสัวภิวัฒน์กำลังนั่งกินข้าวกับสุภาพสตรีอายุราวสี่สิบกว่า ตัดผมสั้น สวมชุดสีชมพู ท่าทางสง่างาม หรือเจ้าสัวภิวัฒน์จะเปลี่ยนคู่นอนใหม่?

    วันนั้นผมเล่าเรื่องปั่นหุ้น IE ให้คุณภิวัฒน์ฟัง หรือคุณภิวัฒน์คือไอ้โม่งคนนั้น?

    คุณวรเดชเดินเข้าไปกลางงานเลี้ยงของโรงแรมที่มีแขกนับร้อย หลายคนจิบไวน์ ดื่มเบียร์ บ้างทานน้ำผลไม้ ยืนคุยกันอย่างสนุกสนาน แขกเหรื่อหลายคนพอจะจำคุณวรเดชที่มีชื่อเสียงได้ก็ทักทาย คุณวรเดชก็ทักทายกลับ ส่วนผมก็พยายามผงกหัวสวัสดีเพื่อทำความรู้จักบรรดาเศรษฐี นักธุรกิจเหล่านี้ไว้
    ขณะที่คุณวรเดชกำลังคุยกับแขกก็ได้ยินเสียงหัวเราะเฮฮาดังลั่น ผมเลยหันไปมอง

    คุณธีรโรจน์ !

    คุณธีรโรจน์ยืนคุยกับนักธุรกิจฝรั่งกลุ่มหนึ่ง คุณวรเดชเห็นก็เดินไปหา ผมรีบเดินตามทันที
    คุณวรเดชยืนจ้องคุณธีรโรจน์ด้วยแววตาไม่เป็นมิตร แต่คุณธีรโรจน์มือหนึ่งยืนถือแก้วไวน์ก็ยิ้มตอบ
    “ว่าไงวรเดช”
    “สวัสดีครับคุณไมเคิล”
    ผมใจหายวาบ คุณธีรโรจน์คือไมเคิล ที่ทุบหุ้น IE ลงมาเหรอเนี่ย?
    คุณวรเดชกับคุณธีรโรจน์ร่วมมือกันจะปั่นหุ้น IE นี่ กำไรก็จะแบ่งกันอยู่แล้ว แล้วทำไมถึงหักหลังล่ะ…
    ผมยอมรับว่าตามไม่ทันคนในตลาดหุ้นพวกนี้
    คุณธีรโรจน์จากสีหน้ายิ้มเป็นราบเรียบพูดกับคุณวรเดชว่า
    “เธอว่าอะไร?”
    “ผมกำลังพูดถึงฝรั่งชื่อไมเคิลที่ทุบหุ้น IE ลงมาจากสองบาทเหลือเพียงบาทสามสิบกว่าสตางค์”
    “แล้วเกี่ยวอะไรกับฉัน?” ธีรโรจน์ถาม
    “ผมให้คนของผมตรวจสอบแล้ว ตอนที่ผมกำลังซื้อหุ้น IE ช่วงราคา 0.96 บาท ไม่มีคนซื้อหุ้นตัวนี้แข่งกับผม เพราะถ้ามีคนซื้อหุ้นแข่งกับผม ราคามันต้องขึ้นแน่นอน แต่ตอนนั้นราคาหุ้นไม่ขึ้นเลย ผมจึงเชื่อว่าไม่มีคนแอบซื้อหุ้นแข่งกับผมแน่”
    ธีรโรจน์ถามด้วยน้ำเสียงไม่เป็นมิตร “แล้วที่เธอเล่ามาเกี่ยวอะไรกับฉัน?”
    คุณวรเดชตอบเสียงเรียบ “คุณธีรโรจน์ คุณไม่ได้ซื้อหุ้นแข่งกับผม แต่เพราะคุณเป็นเจ้าของบริษัท IE อยู่แล้ว มีหุ้นอยู่ในมือนับพันล้านหุ้น คุณใช้วิธีโอนหุ้นของคุณร้อยล้านหุ้นไปให้คนชื่อไมเคิล ซึ่งคนชื่อไมเคิลก็ไม่ใช่ใครที่ไหน คือคุณเอง!!”
    “คุณไปเปิดบัญชีที่สิงคโปร์ใช้ชื่อว่าไมเคิล แล้วโอนหุ้นตัวเองไปให้ตัวเอง การโอนหุ้นไม่ใช่การซื้อขาย เลยทำให้หุ้น IE ไม่ขึ้นไม่ลงตอนที่ผมกำลังเก็บหุ้น”
    “พอผมปั่นหุ้นคุณขึ้นไป คุณก็ใช้โอกาสที่ราคาหุ้นคุณกำลังขึ้นดี เทขายหุ้นตัวเองลงมา ถือเป็นการระบายของในมือไปในตัว”
    คุณธีรโรจน์คำราม “เธออย่ามากล่าวหาฉันนะ”
    คุณวรเดชบอกต่อว่า “เรื่องนี้ตรวจสอบที่ตลาดหลักทรัพย์ได้ไม่ยาก คุณเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ถือหุ้นเกิน 5% เวลาโอนหุ้นหรือซื้อขายหุ้นบริษัทตัวเองต้องรายงานตลาดหลักทรัพย์อยู่แล้ว”

    คุณวรเดชจ้องตาธีรโรจน์พูดต่อ “ถ้าผมเดาไม่ผิด พอคุณขายหุ้น IE ที่ราคาสูงๆ เมื่อมันตกลงมามากๆ คุณก็จะกลับไปซื้อใหม่เพื่อรักษาสัดส่วนการถือหุ้นบริษัทให้เท่าเดิม แต่คุณได้กำไรติดมือไปด้วย”
    คุณธีรโรจน์ยกยิ้มมุมปาก “ฉลาดมาก เรื่องแบบนี้ยังเดาออก แต่จะทำอะไรฉันล่ะ แจ้งตำรวจมาจับฉันเหรอ เธอจะได้ประจานตัวเองไปด้วยว่าเธออยู่เบื้องหลังปั่นหุ้น IE”
    “ไม่ครับ ผมแค่มาบอกคุณธีรโรจน์ว่า คุณเป็นคนเก่งสมเป็นจิ้งจอกในตลาดหุ้น”
    คุณธีรโรจน์หัวเราะเสียงดังจนคนหันมามอง เขาชี้หน้าคุณวรเดชและผม
    “พวกเธอมันก็แค่เด็กรุ่นหลังของฉันเท่านั้น คนหนึ่งแค่ตั้งบริษัทได้ตั้งแต่อายุยังน้อยก็ทำเป็นเหิมเกริม อีกคนก็ทำเป็นพูดจาโน้มน้าวเก่งนึกว่าตัวเองแน่ ในสายตาฉันพวกเธอไม่ต่างจากเด็กที่หัดเดิน จำไว้ ใครคิดมาแตะต้องหุ้นบริษัทของฉัน มันต้องได้รับผลตอบแทน”
    ผมพูดขึ้นบ้าง “จริงๆ คุณก็จะได้ส่วนแบ่งจากพวกเราอยู่แล้ว ทำไมต้องทำแบบนี้”
    “ช่วยพวกเธอปั่นหุ้นฉันได้ส่วนแบ่งแค่กี่เปอเซนต์ แต่ถ้าฉันเทขายหุ้นตัวเองตอนราคาสูงๆ ลงมา เงินก็เข้ากระเป๋าฉันเต็มๆ” คุณธีรโรจน์บอก
    คำพูดของคุณธีรโรจน์เหมือนน้ำมันที่ราดลงในกองไฟ มันทำให้ผมโกรธมาก แต่คุณวรเดชส่ายหน้าๆ ช้า
    “ผมจะทำให้คุณรู้เองว่าใครคือเด็กรุ่นหลัง”
    ผมไม่เคยเห็นแววตาของคุณวรเดชโหดเหี้ยมขนาดนี้มาก่อน แววตานี้หากคนทั้งงานเลี้ยงเห็นต้องตกใจราวถูกสะกดแน่

    ขณะที่สองนักธุรกิจกำลังจ้องตา ก็มีคนเดินมา
    คุณภิวัฒน์เจ้าสัวแสนล้านกับผู้หญิงเสื้อชมพูที่อายุราวสี่สิบปลายๆ
    คุณภิวัฒน์พูดขึ้น
    “อ้าวมากันได้ยังไงล่ะเนี่ย”
    คุณวรเดชทักทายคุณภิวัฒน์ ผมเองก็เช่นกัน ก็คนนี้เป็นเจ้าสัวแสนล้านกุมเส้นกิจการที่เป็นเลือดเศรษฐกิจของประเทศ เราต้องเกรงใจเป็นพิเศษ
    “ผมมาคุยธุรกิจนิดหน่อยครับ” คุณวรเดชบอก
    คุณภิวัฒน์พยักหน้า “แล้วเรื่องหุ้น IE ที่กำลังตกนี่ เกิดอะไรขึ้น”
    คุณธีรโรจน์พูดขึ้นอย่างยิ้มเยาะ “มันขึ้นมาเยอะพวกเราก็ขายทำกำไรกัน ตี้ วันหลังมาร่วมเล่นด้วยสิกำไรเยอะพอดูเลยนะ”
    คุณภิวัฒน์พยักหน้า “น่าสนใจ”
    พูดหญิงเสื้อชมพูพลันพูดขึ้น “วันนี้มางานเลี้ยง เราอย่าคุยเรื่องงานกันเลย คุณคือวรเดชใช่ไหม? ฉันเห็นเธอทางหน้าหนังสือพิมพ์บ่อยๆ เป็นดาวดวงใหม่ของวงการธุรกิจ”
    คุณวรเดชรีบรับคำ “คุณลิซ่า ไม่ขนาดนั้นครับพวกสื่อยกย่องเกินไป”
    ผู้หญิงเสื้อชมพูหันมามองผม “เธอคือพล็อตสินะ คุณภิวัฒน์เล่าให้ฉันฟังแล้วว่าเธอเป็นหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรง เก่งนี่ มาชวนสามีฉันเล่นหุ้นด้วย”
    ผมงงเลย ไม่นึกว่าภรรยาคุณภิวัฒน์จะรู้จักผม ผมรีบทักทายเธอ คุณลิซ่าบอกว่า
    “เอาล่ะ คนหนุ่มสองคนมาถึงที่นี่ก็อย่าให้เสียโอกาส รีบไปทำความรู้จักนักธุรกิจให้เยอะเข้าไว้ จะได้มีเส้นสายเพิ่มเป็นประโยชน์ทางธุรกิจ”
    ผมรีบชวนเลย “ถ้าเป็นไปได้ผมอยากได้คนเก่งอย่างคุณลิซ่ามาร่วมลงทุนกับบริษัทเราด้วยครับ”
    “ไม่หรอก ฉันไม่ถนัดด้านเก็งกำไรหุ้น แต่ถ้าจะเล่นจริงๆ ฉันชอบซื้อหุ้นที่มีกิจการมั่นคงหวังผลเติบโตในระยะยาว แม้เศรษฐกิจไม่ดีก็กระเทือนไม่มาก เช่นหุ้นโรงพยาบาล หุ้นโรงไฟฟ้า พวกนี้ไม่ว่าเศรษฐกิจดีไม่ดี คนก็ต้องเข้าโรงพยาบาล คนก็ต้องใช้ไฟฟ้า แต่ตอนนี้เรามางานเลี้ยง พักเรื่องงานไว้เถอะจ๊ะ วรเดชนักธุรกิจต่างชาติพวกนั้นสนใจจะมาลงทุนในตลาดหุ้นประเทศไทย ลองไปชวนคุยดูสิ”
    คุณวรเดชรับคำ ผมอดมองดูคุณลิซ่าคนนี้อย่างสนใจไม่ได้
    ผมรู้สึกว่าคุณลิซ่าคนนี้ไม่ธรรมดา ปากบอกไม่เก่งหุ้นแต่เล่าเรื่องหุ้นได้ฉาดฉาน และเหมือนเธอกำลังรู้ว่าคุณวรเดชกับคุณธีรโรจน์มีเรื่องกันก็เลยไล่พวกเราให้แยกออกจากกัน
    คุณวรเดชเดินไปคุยกับนักธุรกิจฝรั่งตามคำแนะนำของคุณลิซ่า ระหว่างเดินไปด้วยกันคุณวรเดชบอกผมว่า
    “ฉันคิดวิธีจัดการไอ้จิ้งจอกเฒ่าธีรโรจน์ได้แล้ว!!”
    จบตอนที่ 17

    คุณวรเดชคิดแผนอะไรได้ โปรดติดตาม แผนแก้เผ็ดต้องหนุ่มไฟแรงคนนี้ต้องไม่ธรรมดา!!