เช้าวันต่อมา
“พวกเธอพร้อมจะเดินทางรึยัง?”
“ครับ พวกเราพร้อมเดินทางแล้ว”
“งั้น ขอให้พวกเธอโชคดี จำไว้ว่าพวกองค์กรมืดนั้นเ้าเลห์ อย่าประมาทพวกมันเด็ดขาด”
“ครับ พวกเราจะจำไว้”
1 สัปดาห์ต่อมา
“หนุ่มน้อย ต่อจากนี้พวกเธอจะต้องไปกันเองแล้ว เส้นทางต่อจากนี้อันตรายมาก ขอให้พวกเธอจงโชคดี” คนขับรถได้บอกลา ก่อนจะยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งใหกับทั้งสอง
“มันคือแผนที่บอกรายละเอียดเกี่ยวกับที่ตั้งของพวกมัน”
“ขอบคุณมากครับ”
“ฉันสงสัยว่าแผนที่ที่ซับซ้อนขนาดนี้มันถูกวาดได้ยังไง?”
“ด้วยความยิ่งใหญ่ของสมาคมกิลด์โลก มันไม่ใช่เื่ยากที่จะหาข้อมูลเกี่ยวกับพวกมัน”
“ถ้าสมาคมกิลด์โลก ยิ่งใหญ่ถึงขนาดนั้นทำไมยังปล่อยให้คนพวกนี้ทำร้ายชาวบ้านตาดำๆอีก ทำไมไม่ทำลายพวกมันให้หายไปซะเลย”
“ทำแบบนั้นไม่ได้หรอกนะ สาเหตุนั้นฉันไม่สามารถบอกพวกเธอได้ เอาเป็ว่าเมื่อพวกเธอโตขึ้น พวกเธอจะเข้าใจมันได้เอง”
หลังจากคนขับรถได้จากไปไกลมากแล้ว…
“หึ พวกผู้ใหญ่ชอบทำอะไรให้ยุ่งยากอยู่เรื่อย เมื่อฉันโตขึ้นเชื่อเถอะฉันจะเตะก้นพวกมัน คอยดูเถอะ”
“เปาเปา นายควรจะรักษาก้นตัวเองไว้ให้ดีก่อนเถอะ เพราะต่อจากนี้พวกเราจะต้องนอนกลางดินกินกลางทราย”
“ฉันไม่ชอบสถานการณ์แบบนี้เลย แต่ว่าเพื่อช่วยป้าเพ็ญฉันไม่ยอมแพ้หรอกนะ”
“งั้นก็ดีแล้ว พวกเราก็เดินหน้าตามเส้นทางที่แผนที่ได้ระบุเอาไว้ก่อนเถอะ”
“เสี่ยวซือ นายออกผจญภัยครั้งแรก ไม่กลัวบ้างหรอ?”
“ฉันต้องกลัวอะไรหล่ะ ไม่ว่ามอนสเตอร์แบบไหนฉันจะซัดมันให้ปลิวไปเลย อีกอย่างฉันยังมีนายสุดยอดนักผจญภัยผู้เก่งกาจอยู่ข้างๆ ฉันต้องกลัวอะไรหล่ะ”
“ฉันว่านายกำลังล้อฉันอยู่”
“ฉันชมนายตังหากหล่ะ ไปกันเถอะ ก่อนค่ำพวกเราต้องหาที่พักให้ได้ จะได้มีแรงมากๆไว้จัดการกับพวกองค์กรมืดพวกนั้น”
“ข้างหน้าคือหมู่บ้านของกอบลิน เอายังไงดี”
“เราไม่ควรเสียแรงไปกับพวกมัน เราจะหลีกเลี่ยงการต่อสู้กับพวกมอนสเตอร์ไปก่อน”
"ฉันได้ยินเสียงน้ำใกล้ๆนี้ เราไปตกปลามากินกันเถอะ"
“ไม่ได้เด็ดขาด ตอนนี้เราจะต้องระมัดระวังให้มากขึ้น พวกออร์คฟ้านั้นมีััทางร่างกายที่ดีมากๆ ที่สำคัญพวกมันจะชอบสร้างที่อาศัยตามแหล่งน้ำต่างๆ”
ออร์คเป็จำพวกที่แปลกกว่ากอบลิน ปกติแล้วไม่ว่าพวกกอบลินจะสีอะไรพวกมันก็จะอยู่รวมกันเป็กลุ่มใหญ่ และมีอาร์คกอบลินเป็หัวหน้าคอยสั่ง
แต่กับพวกออร์คนั้นต่างออกไป พวกมันจะแยกกันอยู่ราวกับว่าไม่ใช่พวกเดียวกัน พวกออร์คมีทั้งหมดสามสี สีฟ้า สีแดง สีดำ ออร์คสีฟ้ามีความสามารถด้านความเร็วเสียส่วนใหญ่ พวกมันไม่ค่อยเก่งการต่อสู้เท่าไหร่นัก
ออร์คสีแดงมีคววามสามารถเด่นด้านการใช้พลังเวทย์เพลิงและเวทย์ลาวาซึ่งหาได้ยากมากในหมู่ออร์คแดงด้วยกันเอง
โดยปกติพวกมันจะเลือกออร์คผู้ใช้เวทย์ลาวาเป็ผู้นำ
ออร์คสีดำนั้นมีจุดเด่นด้านร่างกายที่ถึกทน ในหมู่ออร์คสามเผ่า ออร์คสีดำชอบการต่อสู้มากที่สุด พวกมันชอบใช้กำลังตัดสินเื่ต่างๆ ออร์คผู้ใดที่แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มก็จะได้ขึ้นมาเป็ผู้นำ และหากมีใครสามารถชนะผู้นำได้ ออร์คตนนั้นก็สามารถแย่งตำแหน่งผู้นำได้เสมอ
“ดังนั้นวิธีรับมือกับพวกมันจึงแตกต่างกันออกไป สินะ!”
“ถูกต้องแล้ว เมื่อนายกลับไป นายต้องเรียนรู้เื่พวกนี้ให้มากๆ”
“ฉันเห็นถึงความสำคัญของมันขึ้นมาเลย บอกตามตรงเลยนะ ฉันคิดว่าความรู้พวกนี้ไม่สำคัญกับฉันเท่าไหร่ แต่ตอนนี้ฉันต้องเปลี่ยนความคิดซะใหม่แล้ว”
“ถ้านายคิดได้แบบนั้นก็ดีแล้ว เรายังต้องเดินหน้าหาที่พักที่ปลอดภัยต่อไป"
“อื่ม ไปกันเถอะ”
“ใกล้ค่ำเต็มที พวกเราต้องพักผ่อนที่นี่กันแล้ว นายไปหากิ่งไม้แห้งมา ส่วนฉันจะเริ่มทำที่พัก”
“ได้เลย”
20 นาทีต่อมา
“ไม่เลวเลยสำหรับการมานอนในป่าแบบนี้เป็ครั้งแรก มันเป็ประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมมาก”
“นายจุดไฟกองใหญ่ขนาดนี้ไม่กลัวพวกมอนสเตอร์มันรู้เข้าหรอ?”
“การจุดไฟกองใหญ่ จะทำให้พวกมอนสเตอร์คิดว่ามีพวกมันพักอาศัยอยู่ใกล้ๆ พวกมันจะไม่เข้ามารบกวนพวกเรา แต่ว่าจะชะล่าใจไม่ได้ เราสองคน หนึ่งพักผ่อนหนึ่งเฝ้ายาม ฉันจะเข้าไปพักก่อน เมื่อถึงเวลาตีสอง นายค่อยพักผ่อนต่อจากฉัน”
“ได้ ไวใจได้เลย ฉันจะฉีกใครก็ตามที่เข้ามารบกวนการพักผ่อนของนาย”
“ขอบใจ”
2 ชั่วโมงผ่านไป…
ตุ้ม ต้าม ก๊าซ(คำราม)
“เกิดอะไรขึ้น ฉันเพิ่งจะได้นอนไม่นานเอง เปาเปาหายไปไหนแล้ว"
“เสี่ยวซือ ฉันถูกพวกออร์คแดงลอบโจมตี ตอนนี้ฉันาเ็ที่ขาเล็กน้อย รีบมาช่วยฉันเร็วเข้า”
“ออร์คแดง พวกแกบังอาจมาลอบทำร้ายเพื่อนฉันงั้นหรือ เอานี่ไปกินซะเถอะพวกแก”
“หมัดเขี้ยงขวาน”
ตุ้่ม… โอ๊กกกก
“เสี่ยวซือ นายมาทันเวลาพอดี พวกออร์คแดงจู่ๆมันก็โจมตีทีเผลอ ตอนที่ฉันกำลังชิ้งฉ่อง พวกมันน่าตายซะจริงๆ"
“ไม่ได้มีแค่ออร์คแดงหรอกนะ ดูเหมือนว่าเราสองคนจะถูกพวกออร์คทั้งสามเผ่าเล่นงานเข้าให้แล้ว”
“เอ๋ อะไรนะ? ออร์คสามเผ่าพวกมันไม่ถูกกันไม่ใช่หรอ”
“ฉันก็ไม่แน่ใจหรอกว่ามันเกิดอะไรขึ้น ที่พวกออร์คแดงโจมตีนายเมื่อตะกี้ ก็แค่หยั่งเชิงเท่านั้น ฉันใไปหน่อยที่เห็นนายาเ็เลยเผลอฆ่ามันไปตัวนึงแล้ว พวกมันกำลังโกรธเลยหล่ะ”
“แล้วพวกเราจะเอายังไงต่อดี พวกมันมีเยอะมากเลยนะ”
“ใช่พวกมันมีเยอะมากเลย ทางเดียวที่พวกเราจะรอดก็คือหนีไป แม้ว่าพวกออร์คฟ้ามีความเร็วมากกว่าเราสองคน แต่ว่าพวกมันไม่ถนัดการโจมตีมากนัก เราน่าจะหนีพวกมันได้”
“ตามฉันมา เร็วเข้า”
“ได้”
ฟิว ฟิว สวบ สวบ…
“แย่แล้ว พวกออร์คฟ้าตามเรามาทันแล้ว พวกออร์คแดงก็ร่ายเวทย์เพลิงใส่พวกเรารัวๆแบบนี้ พวกเราจะรอดไหมเนี่ย ฉันยังไม่อยากตาย”
“ฮ่าฮ่า ฉันว่ามันน่าตื่นเต้นออกจะตายไป ฉันไม่เคยถูกไล่ล่ามาก่อน มันก็ไม่ได้รู้สึกแย่ขนาดนั้น”
“เสี่ยวซือ นายยังเป็คนอยู่ไหมเนี่ย นายไม่กลัวบ้างหรือไง?”
“นายเห็นฉันเป็สัตว์ประหลาดหรือไงถึงได้ถามแบบนั้นออกมา”
“ไหนนายว่าจะโชว์ทีเด็ดให้ฉันดูไม่ใช่หรอ?”
“สถานการณ์ตอนนี้มันแย่เอามากๆ ไว้สบโอกาสที่ดีกว่านี้ฉันจะโชว์ให้นายได้เห็นอย่างแน่นอน”
“งั้นหรอ! เอาหล่ะ ฉันว่าที่นี่เหมาะสมแล้วนะสำหรับสังเวียนแรกของเรา”
“ห๊ะ! นายบ้าไปแล้วรึไง”
“ใจเย็นๆ นายไม่สังเกตุรึไงว่าพวกออร์คแดงพยายามยิงเวทย์เพลิงเพื่อเบี่ยงเบนเส้นทางหนีของเรา”
“หมายความว่าไง ฉันไม่เข้าใจ”
“ฉันคิดว่าออร์คพวกนี้ถูกบางอย่างคอยบงการอยู่ ปกติออร์คสามเผ่าไม่สุงสิงกันอยู่แล้ว แม้ที่อาศัยของพวกมันจะไม่ไกลกันมากก็ตาม นั่นหมายความว่าใครบางคนที่บงการออร์คพวกนี้อยู่ไม่้าให้เราเข้าใกล้บางสิ่งบางอย่าง”
“ถ้านายยังจำแผนที่ที่คนขับรถมอบให้เราได้ นายน่าจะเข้าใจได้ทุกอย่างแล้วนะ”
“แบบนี้นี่เอง แล้วจะเอายังไงต่อดี เราสองคนจะสู่กับพวกมันทั้งหมดเลยงั้นหรอ”
“ไม่หรอก จริงๆแล้วจัดการออร์คพวกนี้มันไม่ยากเลย ฉันแค่้าดูว่าคนที่บงการพวกออร์คเหล่านี้จะโผล่หัวออกมาเมื่อไหร่ก็เท่านั้น”
“เสี่ยวซือ นายเหมือนกับนักผจญภัยชั้นยอดเลย นายเป็เทพนักล่ามาเกิดใหม่รึไง?”
“ฮ่าฮ่า พูดเป็เล่น ถ้าเทพนักล่าสามารถกลับมาเกิดใหม่ได้ นายคงได้เห็นเทพนักล่าหลายหมื่นคนที่เกิดใหม่เดินชนกันเลยหล่ะ”
“นั่นสินะ ฉันก็อยากเป็เทพนักล่าเหมือนกัน”
“งั้นหรอ! งั้นฉันจะให้นายได้โชว์ความเทพหน่อยก็แล้วกัน ส่วนฉันจะไปจัดการกับเ้าตัวเหม็นที่เอาแต่หลบก็แล้วกันนะ”
“เอ๋ ถึงฉันอยากจะเป็แต่ไม่ใช่ตอนนี้นะ เฮ่อ…ไม่ทันซะแล้ว"
“หึ พวกออร์คเน่าเอ๋ย ในเมื่อพวกแกอยากถูกฉันคนนี้จัดการ ฉันจะไม่เกรงใจแล้วนะ"
ย่าาาา…. (เวทย์แปลงอสูร ซาลาแมนเดอร์)
ตัดมาอีกทางหนึ่ง…
“ไงสหาย…ฉันคิดว่าฉันจำนายได้นะ โดม”
……………