ดวงตามัจจุราช

    ตอนที่ 42 บ่อนกิเลนไฟ

    “นายไม่ต้องยุ่งกับเรื่องนี้ มันอันตรายเกินไป ฉันรู้มาว่า นายพลพร้อมพงษ์พ่อหมอสันทัด จัดฉากอยู่เบื้องหลังการตายของ ผอ.วิชัยแต่ถึงตอนนี้ยังหาหลักฐานไม่ได้”

    “ พี่เองก็รู้แต่พี่จำลุงเข้ม คนขับรถของ ผอ.วิชัยได้ไหมครับ”

    อัสนีพยักหน้า คนที่ตายในวันนั้นกลับไม่มีชื่อของลุงเข้ม แล้วเขาหายไปไหนกัน

    “ ใช่แล้ว  ลุงเข้มหายไปไหน นายรู้อะไรบ้าง”

    “ผมเคยรักษานิ้วล็อคให้กับเขา รู้ว่าเขาเป็นชาวลัวะ มีสัญชาติไทยและสัญชาติเชียงฟ้าไม่แน่ว่าเขาอาจหนีกลับไปบ้านเกิดก็ได้”

    อัสนีนึกขึ้นมาได้ว่าคนเผ่าลัวะเป็นชนกลุ่มน้อยที่อยู่ในเขตแดนของประเทศเชียงฟ้า เอาไว้ว่างๆคงต้องโทรไปหา เจ้าหญิงเมธิกา ให้ช่วยสืบหา ลุงเข้มให้หน่อย

    อัสนีทานข้าวเสร็จแล้วก็ออกจากร้านไป ส่วนหมอรงค์ ก็ไม่ได้ว่าอะไร เขาตอนนี้ก็กำลังพูดคุยกับเรมี่อย่างถูกคอ

    “ภารกิจช่วยเหลือมูมู่เพราะเธอเสียสละตัวเองเพื่อช่วยเจ้าของดวงตามัจจุราช

    รางวัลภารกิจได้คัมภีร์สยบวิญญาณระดับกลาง”

    “คัมภีร์สยบวิญญารระดับกลาง?”  แม้นไม่มีรางวัล เขาก็ต้องไปช่วยมูมู่อยู่แล้ว

    อัสนีตอนนี้มายืนอยู่หลังคาคอนโดที่อยู่ตรงข้ามกับคอนโดแกรนด์ไดมอนด์สวิสเขามองด้วยดวงตามัจจุราช ก็พบเห็นห้องเลขที่ 704 เห็นมูมู่ อยู่ในห้องแต่เพียงผู้เดียว อัสนีสวมหน้ากากมัจจุราชแล้วพุ่งเหินฟ้า บินเข้าไปที่ระเบียงห้อง 704 ทันที

    อัสนีเคาะกระจกเป็นการทักทายแต่มูมู่นั้น ถึงกับตกใจรีบถอยหนี แล้วหันไปคว้ามีดปอกผลไม้เพื่อป้องกันตัว

    อัสนีมองภาพของมูมู่ด้วยความเวทนาสภาพของมูมู่สวมเสื้อผ้าคลุมบางเบามองทะลุไปจนถึงเนื้อหนังมังสาที่ขาวหยกของเธอ แต่ตอนนี้มีแต่รอยฟกช้ำไปทั่วร่างกาย นมทั้งสองข้างมีรอยฟันกัดเป็นรอยแผล ดวงตาของเธอบวมปิด ไป 1 ข้างริมฝีปากยังมีบวมเป่ง คล้ายถูกชกอย่างไร้ความปราณี จมูกที่ทำมา ก็บิดเบี้ยวอัสนีมองไปเห็นอวัยวะเพศของมูมู่ที่มีรอยฉีกขาด แสดงว่า ถูกข่มขืนอย่างทารุณผมของเธอถูกตัดเป็นหย่อมๆ อีกทั้งที่ข้อเท้าของเธอ 1 ข้างถูกล่ามโซ่เอาไว้อย่างแน่นหนา แทบไม่เหลือสภาพสาวงามแห่งบาร์ซิซูกะเลยแม้แต่น้อย

    อัสนีเปิดประตูระเบียงเข้าไป

    “ อย่าเข้ามานะฉันไม่ยอมพวกแกอีกแล้ว” มูมู่ทีแรกนึกว่าจะใช้มีดป้องกันตัวเองแต่ตอนนี้เธอกลับเอามาจ่อที่คอหอยของเธอเอง เธอคิดจะฆ่าตัวตายแล้ว

    “ ไม่ต้องกลัวหมออัสนีส่งผมมา”

    พอมูมู่ได้ยินคำว่าหมออัสนีเธอถึงกับทิ้งมีด ทรุดตัวลงไปกับพื้น ร้องไห้โฮออกมาอย่างไม่อาย อัสนีเลยต้องเข้าไปโอบกอดเธอเอาไว้แล้วจัดการปลดล็อคโซ่ตรวนที่เท้าของเธอ

    “ พี่หมอส่งคุณมาช่วยฉันจริง?”

    “ อืม เจ็บมากไหม”อัสนีตอนนี้ ค่อยใช้มือลูบผมของมู่มู่ให้เข้าทรง เพื่อเปิดดูใบหน้าของเธออย่างชัดๆเพื่อจะได้หาวิธีรักษาเบื้องต้นก่อน

    “ ไม่เจ็บแล้วฉันไม่มีความรู้สึกอะไรอีกแล้ว” มูมู่เอ่ยอย่างคนหมดสิ้นแล้วทุกสิ่ง

    “  ไม่ต้องห่วง ผมจะช่วยรักษาคุณเอง”

    อัสนีนำยารักษาภายในและภายนอกออกมาพร้อมกันแล้วใช้สองมือทาบไปที่หน้าอกของมู่มู่ ยาเม็ดรักษาภายในและ ภายนอก ก็เริ่มทำงานดวงตาที่บวมปิดไป 1 ข้างก็ค่อยๆ ยุบลง อาการบอบช้ำที่ดวงตาก็ค่อยๆ จางหายไปจมูกที่บิดเบี้ยว ก็ถูกอัสนีจับจนเข้าที่  ปากที่บวมเจ่อ ก็ค่อยๆ ยุบลงไปอย่างช้าๆจนกลับมาเป็นปกติ หน้าอกทั้งสองข้างที่ถูกกัดเป็นรอยฟัน บาดแผลก็ค่อยๆเริ่มแห้งสนิท รอยบอบช้ำทั่วร่างกาย ก็ค่อยๆ ฟื้นฟูกลับมาราวกับคนปกติ

    ส่วนบาดแผลที่ถูกข่มขืนก็ค่อยๆ คลายความเจ็บปวด บาดแผลฉีกขาดก็ค่อยๆสมานกลับมาเป็นดั่งเดิม

    “ ใส่เสื้อผ้าซะแล้วรีบออกไปจากที่นี่”

    “ พี่เป็นใครทำไมเก่งขนาดนี้ เอ๊ะ พี่คือ หน้ากากมัจจุราชใช่ไหม ฉันเคยเห็นพี่ในติ๊กต๊อก”

    “ นี่คือบัตรเงินสดสามล้านบาท ไปจากกรุงเทพซะ  อย่าเพิ่งกลับมาในช่วงนี้รอให้เรื่องสงบก่อน แล้วค่อยกลับมา”

    “ พี่หน้ากากมัจจุราชพี่ช่วยฉันทำไม”

    “หมออัสนีสั่งให้ผมมาช่วย” อัสนีเอ่ยจบ มูมู่ก็ดึงเขาเข้ามากอดแล้วจูบเขาอย่างรวดเร็ว อัสนีไม่ทันตั้งตัวได้แต่โอนอ่อนผ่อนตามเธอไป ไม่อยากให้เธอคิดว่า เขารังเกียจเธอ จนมูมู่ถอนจูบออกมา

    “พี่หมอโกหกไม่เนียนเลยนะคะ”

    “ พูดเรื่องอะไร”

    “ พี่คือ หมออัสนีอย่ามาหลอกมูมู่ให้ยากเลย รสชาติจูบของพี่หมอหวานกลมกล่อมมีเอกลักษณ์ไม่มีใครเหมือนปิดบังมูมู่ไม่ได้หรอก”

    “ เหรอ”อัสนียิ้มแล้วส่ายหัว มูมู่เลยถือวิสาสะ ดึงหน้ากากที่เขาสวมใส่ออกมา พบว่าเขาคือชายหน้าบาก ไม่ใช่หน้าของหมออัสนีแม้แต่น้อย มูมู่ถึงกับตกใจผงะถอยหลังออกมาแต่แล้วก็ค่อยๆ เข้ามาใกล้ แล้วลูบคลำใบหน้าของเขา

    “ พี่หมอใส่หน้ากากแบบในหนังมาใช่ไหม”

    “ เหมือนไหมล่ะ”

    “ นี่มัน ของจริงเหรออ้าว... แล้วพี่เป็นใครกันแน่เนี่ย”

    อัสนีสวมหน้ากากมัจจุราชแล้วบอกว่า

    “ไม่ต้องสนใจไปจากที่นี่ซะ”

    “ ไม่มีประโยชน์  ฉันหนีไอ้บ้านั่นไม่พ้นหรอกตระกูลกิเลนทองมีอิทธิพลคับฟ้า ฉันมันแค่ผู้หญิงคนเดียว จะเป็นจะตายก็ช่างมันเถอะฉันไม่อยากให้พี่หมอต้องมารับเคราะห์เพราะฉัน”

    “ ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นพรุ่งนี้เช้าจะไม่มีชื่อ คุณชายสามนที กิเลนทอง ปรากฏบนโลกใบนี้อีก”

    มูมู่ถึงกับตกใจไม่คิดว่าหน้ากากมัจจุราชจะพูดคำนี้ออกมา

    “ พี่ พี่จะทำได้ไง?”

    “คุณคงได้ยินเรื่องของผมมาจากสื่อ คงจะรู้ใช่ไหม ว่าผมเป็นคนอย่างไร”

    มู่มู่ดูจากสื่อรู้ว่าหน้ากากมัจจุราชสังหารโหดผู้ก่อการร้าย ที่งานประมูล ตายไปนับร้อยๆ ด้วยตัวคนเดียวหากเขาคิดสังหาร ใครสักคน ก็คงจะไม่ใช่เรื่องยาก

    “แต่ว่าตระกูลกิเลนทอง ก็ไม่ใช่จัดการง่ายๆนะพี่”

    “ วันนี้แค่จัดการกับนายนทีนั่นคนเดียว ยังไม่ได้คิดล้างตระกูลมันสักหน่อย ว่าแต่รู้ไหมว่ามันอยู่ที่ไหนตอนนี้”

    “คนชั่วอย่างมันจะอยู่ที่ไหนได้ นอกจากบ่อนกิเลนไฟ ของตระกูลมัน”

    อัสนีพยักหน้าเขาเคยได้ยินมาบ้างแล้ว ว่าบ่อนกิเลนไฟ นั้นอยู่ที่ชุมชนป่าปูน คนที่จะเข้าไปได้ต้องเป็นคนที่เป็นสมาชิก หรือคนที่เคยรู้จัก ไม่เช่นนั้น ไม่มีทางเข้าไปได้

    อัสนีกำลังจะไปแต่มูมู่ก็เข้ามาจับแขนของเขาเอาไว้

    “ขออย่างหนึ่งได้ไหม”

    “ อะไร?”

    “ อย่าฆ่ามัน”

    “ หือ ทำไมล่ะมันโหดร้ายกับคุณขนาดนี้ ยังอภัยให้มันอีก”

    “ เปล่าฉันอยากให้ตัดไอ้จ้อนของมันทิ้ง ตัดแขนของมันออกทั้งสองข้างให้มันมีชีวิตอยู่ก็เหมือนตายดีกว่า ให้มันตายอย่างสบายและอีกคนมันชื่อหัวซาช่วยฆ่ามันทิ้งด้วย”

    อัสนีได้ฟังก็อึ้งไปไม่คิดว่า มูมู่ที่หน้าหวานขนาดนี้ จะมีด้านมืดเหมือนกัน

    “ ช่างเถอะหากทำไม่ได้ก็ไม่ต้อง ฉันก็แค่แค้นมันเท่านั้นพี่ชายหากไม่รังเกียจร่างกายของมูมู่ ให้มูมู่รับใช้พี่ชายเป็นการตอบแทนที่ช่วยแก้แค้นให้”

    มุมู่ถอดเสื้อผ้าออกเปลือยกายอันขาวโพลนแล้วเข้ามาจูบอัสนีอีกครั้ง แต่ว่าอัสนีทำได้แค่จูบกลับไปอย่างช้าๆ แล้วค่อยๆดันร่างของมูมู่ออกไป

    “ ผมต้องออกไปปฏิบัติภารกิจหากไม่รู้จักสงบจิตใจ เกรงว่า คืนนี้ ไม่อาจบรรลุภารกิจแน่”

    มูมู่ได้แต่หยุดการกระทำไม่อยากให้เขาได้รับอันตราย

    อัสนีพุ่งตัวออกจากตึกชั้นที่7 บินหายไปในความมืด

    “นี่เขาเป็นนกหรือไงเนี่ย?”

    มูมู่มองตามไปอย่างไม่เชื่อสายตาแต่แล้วก็มีรอยยิ้มที่มุมปากของเธอ

    “ พี่หมออัสนีคงไม่รู้ว่า มูมู่นั้นมีประสาทรับรสน้ำลายของบุรุษได้ดีขนาดไหนต่อให้พี่เปลี่ยนโฉมหน้ามายังไงพี่ก็ยังคงเป็นหมออัสนีที่มีรสชาติอุมามิเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน”

    ณ ชุมชมป่าปูน

    มีชายวัยกลางคนใส่เสื้อยืดสีขาวเดินออกมาจากประตูเล็กๆซึ่งมีชายหนุ่มสองคนยืนเฝ้าประตูมาด้วยความรู้สึกที่โคตรเซ็งเพราะวันนี้เขาเสียพนันหมดไปถึงห้าแสนบาทซึ่งเป็นเงินที่เขาเพิ่งขายบ้านไปในวันนี้

    “ เฮียตงโอกาสหน้ามาใหม่นะครับ บ่อนกิเลนไฟยินดีต้อนรับ” คนเฝ้าสองคนหัวเราะออกมาเพราะรู้ว่า อาตง เสียพนันจนหมดตัว

    เฮียตงเดินมาที่ร้านก๋วยเตี๋ยวที่อยู่ห่างจากทางเข้าบ่อนประมาณสองกิโลก็เดินเข้าไปที่กระป๋องเก็บเงิน แล้วก็พยายามนำเงินออกมาแต่เจ้าของร้านบะหมี่กลับโวยวายออกมา

    “ เฮียตง ทำอะไรนี่มันเงินของฉันนะ”

    “ แล้วนี่มันร้านใครนี่มันร้านกูนะเว้ย”

    “ก็เราตกลงกันแล้วนี่ เฮียเอาบ้านไป ฉันเอาร้านบะหมี่ แล้วจะมาเอาอะไรกับฉันอีก”

    “ เอามาน่าเฮียยืมก็ได้ เอาไปต่อทุนอีกสักครั้ง รับรอง คืนนี้ต้องได้คืนมาแน่ๆ”

    “ ไม่เงินนี่ฉันต้องเก็บเอาไว้ค่าเทอมของลูกๆ ยังไม่พอเลย”

    “ วะอีนี่พูดไม่ฟังเลยหรือไง หรือมึงอยากเจ็บตัว”

    อาตงเดินปรี่เข้าไปพร้อมกับเงื้อมมือ เพื่อที่จะตบเถ้าแก่เนี๊ย แต่ทันใดนั้นเอง ก็มีเด็กชายกับ เด็กหญิงวัยห้าหกปี ก็วิ่งเข้ามากอดขา เฮียตงเอาไว้

    “ อย่านะป๊าอย่าทำม๊า” เด็กสองคนร้องไห้โฮออกมา แต่มีหรือที่ผีพนันอย่างอาตงจะสนใจมันผลักเด็กสองคนกระเด็นไป เถ้าแก่เนี้ยโผเข้ามาประคองลูกสาวลูกชายก็ถูกเฮียตงเตะเสยเข้าปลายคาง ลงไปนอนเลือดกลบปากกับพื้น แล้วอาตงก็หยิบเงินในกล่องเก็บเงินไปทั้งหมดแล้วเดินหายไป ไม่สนว่าลูกเมียจะเป็นอย่างไร

    อัสนีที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามเขากำลังฝึกฝนวิชาคัมภีร์สยบวิญญาณระดับกลาง ทำให้เขานอกจากควบคุมจิตใจคนแล้วเขายังสามารถใช้พลังจิตควบคุมการเคลื่อนไหววัตถุที่มีขนาดไม่เกิน 1 คิวบิทเมตรได้ตามใจปราถนานอกจากนี้ยังมีอีก 1 วิชาในคัมภีร์สยบวิญญาณระดับกลาง นั่นคือการเขียนยันต์ต้องสาป ซึ่งมีเอาไว้เพื่อคอยควบคุมไม่ให้ผู้ใดกล้าหักหลัง ทรยศหากไม่ทำตาม หัวใจจะถูกกัดเซาะด้วยคำสาปตายอย่างทรมาน

    “ ไม่เลว วิชานี้ทั้งสองนี้จะทำให้เรากลายเป็นเทพได้เลยนะเนี่ย”

    อัสนีลืมตามาก็พบเห็นเหตุการณ์ที่เฮียตงทำร้ายลูกเมียก็รีบเดินเข้ามาเพื่อรักษาแม่ของเด็กทั้งสอง ที่ถูกเตะจนกรามค้างเลือดออกเต็มปากไปหมด

    อัสนีขยับกรามให้เข้าที่แล้วให้ยาเม็ดรักษาภายนอกไป 1 เม็ด เถ้าแก่เนี้ยจึงค่อยๆ กลับมาเป็นปกติรีบเอ่ยขอบคุณอัสนี แล้วสามคนแม่ลูกก็กอดกันแน่น ร้องไห้โฮออกมา

    อัสนีลุกขึ้นเดินตามอาตงไปในทันทีแต่พอตามทัน ก็พบศพของ อาตงสภาพนอนกับพื้น กางเกงถูกถอดอัสนีมองอย่างละเอียดก็พบว่า อาตงถูกแทงเข้าทางด้านหลังด้วยของมีคมทะลุปอดตายคาที่ ขณะเข้าไปในซอยเปลี่ยวข้างทางเพื่อที่จะฉี่

    “ เวรกรรมตามทันจริงๆ”อัสนีใช้มือวางไปที่หัวของ อาตงเพื่อตรวจสอบวิญญาณและความจำของเขา จนในที่สุดก็รู้ว่า มีเด็กติดยา เข้ามาขอเงินเพื่อไปซื้อยาเสพ อาตงก็ผีพนันเข้าสิงไม่ยอมให้ง่ายๆ ตบหน้าของเด็กติดยาจนหัวทิ่ม มันเลยแค้นใจชักมีดเดินตามอาตงฉวยจังหวะอาตงกำลังฉี่ในซอยเปลี่ยว จึงแทงเขาจากทางด้านหลังแล้วแย่งเงินที่เอาจากเมียมาไปจนหมด

    จากนั้นก็มีชายคนหนึ่งรูปร่างเหมือนกับอาตงเดินออกมาจากซอย และเดินไปทางประตูบ่อนกิเลนไฟ แววตาของอาตงเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว........

    คล้ายกับเรื่องดวงตามัจจุราช ที่คุณอ่าน