ตอนที่ 16 มีคนเห็น (1)
เว่ยเยียนหรานจดจ่ออยู่กับการสำรวจศพ จนไม่ได้สังเกตว่าเจ้าหน้าที่ชันสูตรหลินจ้องมองนางซึ่งกำลังพูดอยู่อย่างตกตะลึงแกมประหลาดใจ
เว่ยเยียนหรานหมุนตัวหันไปกล่าวกับเจียงอวิ่นจือว่า“ท่านอ๋องลองสอบถามพ่อบ้านเว่ยดูเถิด เขากล้ารัดคอฆ่าหม่อมฉัน คิดว่าเขาเองก็คงมีเหตุผลที่ทำร้ายมารดาของหม่อมฉันเช่นเดียวกัน!”
“คุณหนูใหญ่ท่านจะปรักปรำผู้อื่นเช่นนี้ไม่ได้นะขอรับ!”เว่ยเซิ่งได้ยินดังนั้นก็คุกเข่าลงกับพื้นเสียงดัง ‘ตุบ’ พลางมองไปที่เว่ยเยียนหรานพร้อมตะโกนออกมาเสียงดัง
“ปรักปรำหรือ”เว่ยเยียนหรานเดินมายังเบื้องหน้าของเว่ยเซิ่ง “เจ้ากล้าทำไม่กล้ารับอย่างนั้นหรือ”
เว่ยเซิ่งได้ยินดังนั้นก็ถลึงตามองเว่ยเยียนหรานอย่างกระวนกระวายเขารู้สึกเสียใจจริงๆ ที่ตนไม่รอบคอบ หากรู้แต่แรกว่าเรื่องจะมาถึงขั้นนี้ ตอนนั้นน่าจะลงแรงให้มากกว่านี้เสียก็ดี
เขามองไปที่เซียวถิงหลานทว่านางกลับส่ายหน้าให้เขา ตอนนี้ยังคงไร้หลักฐานเว่ยเยียนหรานพูดโดยไร้ข้อพิสูจน์ พวกเขาจึงได้แต่ยืนกรานไม่ยอมรับเท่านั้น
เว่ยเซิ่งกัดฟันเงยหน้าขึ้นพลางกล่าวด้วยความหวาดระแวงว่า “ท่านอ๋อง ข้าน้อยถูกปรักปรำฮูหยินปฏิบัติต่อข้ารับใช้เช่นพวกเราเป็นอย่างดีมาตลอด ข้าน้อยจะเลอะเลือนได้อย่างไรข้าน้อยไม่เคยกระทำเรื่องบ้าๆ เช่นนี้มาก่อน!”
เว่ยเยียนหรานแค่นเสียงขึ้นจมูกอย่างเย็นชา“เว่ยเซิ่ง สวรรค์มีตา คิดว่าเรื่องที่เจ้ากระทำไม่มีข้อผิดพลาดหรือ เจ้ารู้หรือไม่ว่ามีคนเห็นเหตุการณ์ตอนที่เจ้ากำลังรัดคอข้าอยู่!”
เว่ยเซิ่งหรี่ตาลงเป็นไปไม่ได้ นังเด็กสารเลวนี่กำลังหลอกตน เขามั่นใจว่าตอนนั้นเหล่าแม่ชีในอารามฉืออวิ๋นต่างทำกิจภาคค่ำรอบข้างไม่มีใครแม้แต่คนเดียว มิเช่นนั้นเขาคงไม่กล้าเข้าไปรัดคอเว่ยเยียนหรานให้ตายก่อนแล้วสร้างภาพว่านางแขวนคอฆ่าตัวตายหรอก
เว่ยเยียนหรานเห็นท่าทีที่ต่อให้ต้องตายก็ไม่ยอมรับของเว่ยเซิ่งก็แค่นเสียงขึ้นจมูกออกมาไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตาจริงๆ
“ซือไท่!” เว่ยเยียนหรานมองไปยังเจ้าอารามฉืออวิ๋นที่อยู่ด้านนอกแล้วกล่าวว่า“ผู้ที่ออกบวชต้องถือศีลห้า ข้อหนึ่งไม่ฆ่าสัตว์ ข้อสองไม่ลักทรัพย์ข้อสามไม่ประพฤติผิดในกาม ข้อสี่ไม่พูดปด ข้อห้าไม่ดื่มสุรา ไม่ทราบว่าข้ากล่าวได้ถูกต้องหรือไม่!”
ฉืออันซือไท่ไม่ทราบว่าที่เว่ยเยียนหรานกล่าวมานั้นหมายความว่าอย่างไรนางมองไปที่เว่ยเยียนหรานแล้วประนมมือทั้งสองข้างทำความเคารพ “แม่นางกล่าวถูกต้องแล้ว!”
“เช่นนั้นการไม่พูดปดหมายความอย่างไร” เว่ยเยียนหรานจ้องไปที่ฉืออันแล้วถามขึ้น
ฉืออันมองเว่ยเยียนหรานแล้วกล่าวว่า“การไม่พูดปดคือหนึ่งในข้อห้ามทั้งห้าประการ หากผู้ใดสร้างเรื่องเท็จ ปกปิดความจริงหลอกลวงผู้คน ไม่ปฏิบัติตามคำพูด ตายไปต้องตกนรก หากมีชีวิตอยู่จะถูกผู้คนรังเกียจเสื่อมเสียชื่อเสียง เหล่านี้เรียกว่าผิดศีล”
“หากภายในอารามมีผู้เห็นเหตุการณ์ฆาตกรรมแต่ไม่ยอมพูดเห็นความอยุติธรรมแต่ไม่บอกกล่าว เช่นนี้ถือว่าผิดศีลหนึ่งในห้าประการด้วยหรือไม่”
“เป็นเช่นนั้น!”
“ซือไท่นับตั้งแต่ท่านแม่ของข้าพักอาศัยในอารามฉืออวิ๋นมา นางปฏิบัติต่อพวกท่านอย่างไร พวกท่านน่าจะรู้ดีที่สุดนางเป็นคนมีจิตใจเมตตาและอ่อนโยน ทั้งยังบริจาคเงินช่วยอารามฉืออวิ๋นไม่น้อย แต่ท่านดูสิบัดนี้นางต้องมานอนตัวเย็นเฉียบอยู่ตรงนั้น ทั้งที่ในบรรดาพวกท่านมีผู้เห็นเหตุการณ์อยู่เหตุใดถึงไม่กล่าวออกมา”
ฉืออันมองเจียงอวิ่นจือที่นั่งอยู่แวบหนึ่งแล้วหันกลับมามองเว่ยเยียนหราน ตั้งแต่ท่านหญิงอิ๋นจูตายที่นี่ นางก็รู้ทันทีว่าอารามฉืออวิ๋นต้องมีส่วนพัวพันอย่างเลี่ยงไม่ได้ยิ่งเว่ยเยียนหรานมีท่าทีบีบคั้นเช่นนี้ ไม่ว่าอย่างไรพวกนางก็ไม่สามารถทำตัวราวกับเป็นคนนอกต่อให้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่การเห็นสองชีวิตต้องจบสิ้นไปกับตา พวกนางจะข่มจิตใจให้สงบได้หรือ
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/c296c31b0765291b1e1f03a511502655