ูเาหลังหมู่บ้านสกุลจาง เมฆหมอกยามเช้า ป่าเขาเขียวชอุ่ม
“ย๊าก" "ตูม”
เช้าวันนี้หลังจากที่จางเฉินตรวจสอบรอบๆ แล้วพบว่าพวกตระกูลตงฟางไปหมดแล้วก็กลับมาฝึกตามปกติ จางเฉินเริ่มฝึกหมัดอัคคีพิโรธ ท่าเท่าท่องเมฆา และออกกำลังตามปกติ หลังจากนั้นก็เข้าไปมิติเพื่อดูแล ขยายพันธุ์ไม้ และสมุนไพร
“ต้องทำชั้นวางตำรา”
จางเฉินใช้ไม้ไผ่และไม้มะพร้าวที่ยังเหลืออยู่ สร้างเป็ชั้นวางตำราแล้วจัดเรียงตำราออกเป็หมวดหมู่ไว้ในบ้าน จากนั้นก็เริ่มศึกษาตำรา
“มนุษย์ประกอบด้วยธาตุต่างๆ ไฟเอื้อต่อการเพิ่มพลังโจมตี น้ำช่วยเื่การรักษา ดินช่วยเพิ่มการป้องกัน ไม้ช่วยเพิ่มการเจริญเติบโตของพลังปราณและพลังิญญา ทองช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งของกระดูกและร่างกายภายใน จุดชีพจรพื้นฐานของมนุษย์อยู่ขมับ หน้าหู คอ ข้อศอก ข้อมือ ขาหนีบ ข้อเท้า ข้อเข่า เป็เส้นทางของหลอดเืแดงในร่างกาย จุดชีพจรลมปราณมี 54 จุด แต่การเปิดจุดลมปราณนั้นจะเป็ด้วยความสามารถส่วนตัวของแต่ละคน แต่ละจุดก็สามารถช่วยฝังเข็มแก้ไขโรคต่างๆมีจุดฝังเข็มย่อยอีก 54 จุดเป็ 108 จุด ในขั้นต้นการเปิดจุดชีพจรในตำแหน่งพื้นฐานก็คือสามารถทะลุผ่านหลอมรวมลมปราณได้แล้ว....”
นอกจากศึกษาตำราแพทย์ต่างๆ จางเฉินก็คัดลอกตำราทั้ง 4 ออกมา 3 ชุด ตำราเปล่าของเขาหมดแล้วและเขายังไม่มีดาบ จางเฉินจึงต้องเข้าเมือง ออกจากมิติจึงกลับบ้านก่อน
“พ่อ แม่ จางหลิง นี่ตำราฝึกลมปราณ ตำราฝึกหมัดของหมู่บ้าน ข้าได้ทำการแก้ไขแล้วก็เขียนประสบการณ์การฝึก่การกลั่นร่างกายไว้แล้ว ข้าอยากให้พ่อแม่ฝึก เพราะมันช่วยเื่สุขภาพและอายุขัย” จางเฉินเดินไปที่โต๊ะอาหารกลางวันแล้วส่งตำราคนละสองเล่ม
“ลมปราณสกุลจาง? ” จางหลิงอ่านหน้าปกคัมภีร์ลมปราณ
มันคือลมปราณไร้ลักษณ์ แต่จางเฉินวางแผนให้ฝึกกันแต่ในตระกูล จึงสร้างแบรนด์เป็ชื่อเฉพาะเพื่อให้กลุ่มคนฝึกรู้สึกหวงแหนและมีความเป็เ้าของ ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้มีข้อสงสัยเกี่ยวกับวิธีการได้มาของวิธีฝึกลมปราณของคนในหมู่บ้าน ถ้าสืบไปอาจเกิดปัญหาตามมา
“ใช่แล้วน้องสาว ช่วยพี่ตรวจดูพ่อ แม่ฝึกกันตลอดนะ ครอบครัวเราจะได้อายุยืนยาว จางหลิงรวบรวมเพื่อรุ่นเดียวกันทั้งหมด คัดลอกคัมภีร์แล้วฝึกด้วยกัน พ่อรวบรวมคนในหมู่บ้านพาฝึกนะ ข้าไม่อยากให้มีใครมารังแกสกุลจางเราอีก ที่สำคัญบอกทุกคนด้วยมันเป็เฉพาะสกุลจาง ห้ามเผยแผ่ออกนอกตระกูล คนของสกุลจางเท่านั้น”
“อืม ดี เ้าได้คัมภีร์ลมปราณจากแหวนมิติสินะ” จางหลงเดา
“ขอรับ แล้วมันไม่มีชื่อ” จางเฉินตามน้ำ ไร้ลักษณ์คือไร้ชื่อแบบนี้กะได้เหมือนกันไม่ถือว่าโกหก ฮา ฮา
หลังจากทานข้าวแล้วจางเฉินก็แต่งตัว สวมหมวกฟาง ทำหน้ามอมแมมแล้วเข้าเมือง จางเฉินขายแกนสัตว์อสูรไปครึ่งหนึ่งได้เหรียญทองมา 150 เหรียญ ซื้อหม้อปรุงยา กระบี่ระดับกลาง
“ช่างตีเหล็กเมืองนี้ ทำได้แค่ระดับกลางสินะ”
เดินตลาดอยู่พักหนึ่ง ซื้อตำราเปล่าไว้สำหรับบันทึกข้อมูลต่าง ๆ แบบเหมาทั้งร้าน
“เฉินป๋าเซียน! ” จางเฉินพบอาจารย์เก่าของเขา เขาพยายามใช้หมวกปิดบังหน้าตา แล้วหลบไปกับฝูงชน เขายังไม่พร้อมกับการเผชิญหน้าและกลัวปัญหากับหมู่บ้าน
“ถ้า้าแก้แค้น ข้าต้องแข็งแกร่ง และคิดแผนให้แยบยลไม่มีปัญหาต่อเนื่อง”
เมืองเว่ยหยาง มีสองตระกูลที่ถือได้ว่าเป็ผู้ปกครองอยู่คือตระกูลเฉินและตระกูลหยาง แต่ก็เป็เพียงตระกูลสาขา ตระกูลใหญ่เหล่านี้ทำการค้าขายในเมืองต่างๆ และวางสาขาของตระกูลกันอยู่หลายเมือง ถ้าแก้แค้นปัญหาของจางเฉินไม่ใช่เื่เล็ก
หลังจากที่ศึกษาตำราแพทย์ยิ่งทำให้จางเฉินรู้สึกโกรธ ยาที่อาจารย์เขาให้กินคือยาทะลวงตันเถียน มันจะช่วยสร้างตันเถียนปลอมๆ ขึ้นมา สามารถดูดซับพลังปราณได้ แต่ไม่สามารถกักเก็บพลังลมปราณในตัวเองได้นาน ในระดับก่อเกิดจะต้องสร้างน้ำวนในตันเถียนเพื่อให้เกิดลมปราณ สะสมลมปราณทะลวงชีพจรเพื่อเข้าสู่ระดับหลอมรวม แต่การใช้ยาแบบนี้ทำให้เกิดพลังแบบดึงมาใช้แล้วทิ้ง ไม่มีการกักเก็บเพื่อทะลวงด่านต่อไป ทำให้เขาเสียเวลาถึง 4 ปี และที่สำคัญยังส่งคนมาฆ่าเขาด้วย
“ฝากไว้ก่อนเถอะ”
จางเฉินหลบหนีออกจากเมืองแล้วเดินทางกลับบ้าน
ในบ้านจางเฉินมีผู้คนมากมาย คนในหมู่บ้านกำลังพากันคัดลอกคัมภีร์ ห้องหนึ่งเป็ของจางหลิงและเพื่อนๆ ในวัยเดียวกัน อีกห้องหนึ่งพ่อกับแม่กำลังพูดคุยกันและคัดลอกคัมภีร์ เสียงดังจอแจเหมือนตลาดสด
“เราไม่มีตำราเปล่าแล้ว” คนในหมู่บ้านคนหนึ่งบ่น
จางเฉินเดินเข้าห้องเอาตำราที่ซื้อมาครึ่งหนึ่งออกจากมิติแล้วห่อผ้าไปส่งให้พ่อแม่เขา
“โอ้ เ้าช่างเป็ลูกที่ดี และรู้ใจพ่อแม่ยิ่งนัก” จางหลงยิ้ม
“ขอให้ทุกคนฝึกแล้วสุขภาพ แข็งแรง อายุยืน” จางเฉินพูดเสียงดังไปที่กลุ่มคน
นี่คือการโฆษณาชวนเชื่อเพื่อให้เกิดการฝึกอย่างขยันขันแข็ง แน่นอนมันได้ผล ชาวบ้านส่วนใหญ่กำหมัดแน่น อยากเร่งรีบจดบันทึกแล้วไปฝึก