Chat เปลี่ยนโลก

    บทที่ 120

    เช้าวันเดียวกันนั้นเอง นทีอาบน้ำตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้น เขาส่งข้อความไปให้กับเฟิร์นเลขาส่วนตัวคนใหม่ของเขาเอาไว้แล้วเมื่อคืนก่อนนอนว่าจะเดินทางในเวลา 7 โมงเช้า และให้คุณต้นพ่อของเฟิร์นเตรียมตัวออกเดินทางไปด้วยกัน เพื่อดูสถานที่ที่เขากำลังจะซื้ออีกด้วย นทีไม่รีบร้อนอะไรมากนัก แต่ก็แอบเพลียอยู่นิดหน่อย ถึงยังไงร่างกายนี้ก็ยังเป็นมนุษย์อยู่วันยังค่ำ เรื่องหุ้นของเขาก็คอยเช็กมันอยู่เสมอๆ กำไรต่อเดือนที่ถอนยอดออกมาก็ราวๆ 25 ล้านบาทได้แล้ว เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขาอีกต่อไป เขาจึงตัดสินใจที่จะลงทุนไปกับหุ้นกำไรปันผลของบริษัทที่น่าเชื่อถือเอาอีกทาง ต่อเดือนก็ซื้อสัก 10 ล้านก็น่าจะทำให้ผลกำไรงอกเงยมาเป็นดอกเห็ดอยู่แล้ว เรื่องนี้เป็นเรื่องของอนาคตดังนั้นเขาจึงหยุดคิด และเดินไปยังร้านกาแฟหน้าปากซอย เพื่อที่จะรอสองลูกน้องมารับเดินทางไปอำเภอพร้าว “..น้องที ไม่ได้มาร้านพี่ซะนานเลยนะ เอาเหมือนเดิมซินะ รอสักครู่นะ เดี๋ยวพี่เอาไปเสิร์ฟให้..” พี่สาวเจ้าของร้าน พี่แกชื่อว่าแจง พี่แจงแต่งงานกับพี่วิทย์เมื่อสี่เดือนก่อนเห็นจะได้ จากนั้นพวกแกทั้งสองคนก็ลงทุนทำพื้นที่หน้าบ้านให้เป็นร้านกาแฟที่มันก็ไม่เล็กเท่าไร มันพอๆกับร้านชื่อดังที่อยู่ตามปั้มเลยก็ว่าได้ นับว่าลงทุนได้ดี เพราะแถวนี้นอกจากจะมีหอพักเยอะแล้ว ยังมีโซนตึกธุรกิจอยู่อีกหลายบริษัทที่มาเช่า ทำให้กำไรค่อนข้างเป็นที่น่าพอใจ นทีเองก็อยากจะเปิดแข่งเหมือนกัน แต่ก็เกรงใจ“ครับเหมือนเดิมครับ โต๊ะเดิมนะครับ..” นทีกล่าวแบบยิ้มก่อนจะเดินไปยังที่นั่งประจำ ตอนนี้มันยังเช้าอยู่ลูกค้าในเวลา 06.30 น. อย่างนี้มันก็มีเพียงแค่เขาเท่านั้น ไม่นานพี่แจงก็เดินเอากาแฟมาเสิร์ฟให้กับนที และเธอก็พูดขึ้นมาทักกับเสื้อผ้าของนทีที่จะเพิ่งเห็น“..เปลี่ยนไปหรือเปล่าเราเนี้ย เดี๋ยวนี้แต่งตัวดี แถมยังเป็นแบรนด์เนมอีกต่างหาก นัดสาวเดทเอาไว้แน่นอนเลยเจ้าหนุ่มไฟแรง..” แจงอดที่จะแซวนทีไม่ได้ อย่างที่เธอได้เห็นไป นทีนั้นเปลี่ยนไปจริงๆ ตั้งแต่หัวจรดจนเท้าเลย แถมยังมีน้ำหอมกลิ่นราคาแพงอีก ด้วยวัยอย่างนี้ก็มีแค่เดทเท่านั้นแหละ “ฮ่าๆ ผมเปลี่ยนไปมากขนาดนั้นเลยเหรอครับ ..แต่พี่แจงเดาผิดนะครับ วันนี้ผมจะเดินทางไปอำเภอพร้าวน่ะครับ ผมคิดว่าจะเริ่มธุรกิจของตัวเองที่นั่นน่ะครับ..” นทีกล่าวในเชิงสนิทสนมกับพี่แจง พวกเขาไม่ได้เคยคิดในทางชู้สาวกันเลยสักครั้ง แต่ที่เห็นสนิทๆกันอย่างนี้มันอาจจะเป็นเพราะว่าวันที่พี่แจงกับพี่วิทย์เปิดร้านวันแรก ลูกค้าคนแรกของพวกพี่แกก็เป็นเขาคนนี้แหละ “..โอ้โห เดี๋ยวนี้หัดทำธุรกิจของตัวเองแล้วเหรอเนี้ย ผ่านมาแป๊บเดียวเองนะ เด็กที่เอาแต่อ่านหนังสือเมื่อก่อนหายไปไหนแล้ว.. ว่าแต่แกจะทำธุรกิจประเภทไหนกันล่ะ ปรึกษาพี่ได้..” แจงกล่าว“..ก็เป็นประเภทที่ดิน อสังหา อะไรพวกนั้นน่ะครับ .. ผมว่าจะเปิดเป็นรีสอร์ทสวนดอกไม้ ทำร้านอาหาร ถ้าเป็นไปได้ก็จะทำร้านกาแฟด้วยเลย ถึงตอนนั้นต้องมาขอขโมยสูตรของพี่แจงเสียแล้ว..ฮ่าๆ” นทีกล่าวไปตามตรง และนั่นมันก็ยิ่งทำให้แจงเริ่มสงสัยมาขึ้น“แกไปรวยมาจากไหนเนี้ยตาที เมื่อก่อนยังขอติดค่ามาม่าอยู่เลย ตอนนี้กำลังจะกลายเป็นเจ้าสัวน้อยแล้วเนี้ย..” พี่แจงกล่าวออกมาอย่างตกใจกับสิ่งที่น้องชายคนนี้ได้เปลี่ยนแปลงไป นทีที่ได้ยินก็ยิ้มรับอย่างเป็นกันเอง ก่อนจะเริ่มอธิบายด้วยสกิลที่ชื่อตอแหล“ช่วงนั้นแหละครับ ผมเอาเงินไปลงทุนกับหุ้นเลยไม่ค่อยจะมีตังค์กินข้าว ตอนนี้มันดีขึ้น การเงินเลยไม่มีปัญหาเท่าไรครับ ว่าแต่พี่เถอะช่วงนี้เป็นอย่างไรบ้าง..” นทีกล่าวถาม“ก็เรื่อยๆแหละนะ แต่ก็แอบลำบากไม่น้อยเลย พี่วิทย์สามีที่เพิ่งจะถูกฟ้องมา ดันซุ่มซ่ามทำที่บริษัทเสียหาย ราคารวมเป็น 2 ล้านบาทเชียวล่ะ ตอนแรกว่าจะให้ลาออกอยู่แล้ว แต่กลับต้องทำงานใช้หนี้ไปอีกกว่า 10 ปี พี่ก็แอบๆเซ็งนิดหน่อย คงต้องประกาศหาคนมาช่วยงานเสียแล้ว..”พี่แจงกล่าวออกมาด้วยความกังวล บริษัทที่สามีทำนั้นเป็นบริษัทขนส่ง จากที่สามีเล่าให้ฟังดูเหมือนว่ารถจะมีปัญหาเลยเสียการควบคุม สินค้าภายในโกดังเลยเสียหายไปเกือบทั้งหมด ทั้งๆที่เธอบอกให้ลาออกตั้งแต่เดือนที่แล้ว และมาช่วยงานเธอที่ร้านก็ยังไม่ยอมออกมา แล้วมาจบที่จะต้องทำงานชดเชยไปอีก 10 ปี ร้านกาแฟของเธอถึงจะขายดีเป็นเทน้ำเทท่า แต่มันก็แค่พอจะอยู่ได้เท่านั้น กำไรวันละ 2-3 พัน อย่างน้อยๆต้องเก็บเงินอีกสองปีถึงจะชดใช้ตรงนี้หมด“อย่างนั้นเหรอครับ .. พี่แจงอยากให้ผมช่วยไหมล่ะครับ ผมก็พอช่วยได้อยู่นะ..” นทีที่ได้ยินก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ ร้านกาแฟนี้มันก็ไม่ได้แย่อะไร ถ้าเขาจะขอเซ้งต่อ แต่ถ้าทำอย่างนั้นมันจะเป็นการชุบมือเปิบ และอาจจะมองหน้ากันไม่ติด อีกอย่างเขาก็ไม่มีเวลาที่จะมาทำร้านของตัวเองอยู่ดี“ช่วย ... แกจะช่วยพี่ยังไงล่ะ เงินมันก็ไม่ใช่น้อยๆเลยนะ..” แจงกล่าวพร้อมกับทำหน้าสงสัย“มันก็คล้ายๆกับหุ้นแหละครับพี่ ผมจะซื้อหุ้นของร้านพี่ 15 เปอร์เซ็นต์ในราคา 2 ล้านบาท มันก็เหมือนเป็นเจ้าของร่วมอะไรประมาณนี้แหละครับ แต่ผมมีข้อแม้อีกอย่างนะ ผมอยากให้พี่รับพนักงานพาร์ทไทม์เอาไว้คนหนึ่ง เธอน่าจะมาทำงานได้ในช่วงวันจันทร์หน้า เป็นยังไงครับข้อเสนอน่าสนใจไหมครับ..”นทีกล่าวข้อเสนอของตัวเองกับพี่แจงไป แน่นอนว่ามันทำให้เธอขมวดคิ้วขึ้นมาในทันที จากที่เคยสงสัยในตอนแรก ตอนนี้กลับยิ่งสงสัยหนักเข้าไปอีก เธอไม่เข้าใจเหตุผลที่นทีทำอย่างนี้เลย ร้านเธอก็ไม่ได้ดังอะไรมากมายนัก ขายได้ตามมีตามเกิด ราคานี้มันควรที่จะซื้อต่อได้เลย แต่เขากลับเลือกที่จะเอาเปอร์เซ็นต์จากร้านของเธอ และมันเพียงแค่ 15 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น “มันก็น่าสนใจอยู่หรอก แต่พี่ขอถามแกหน่อย ทำไมแกไม่หาที่เปิดร้านใหม่ไปเลยล่ะ เงินก็ไม่ใช่น้อยๆ หาที่เปิดดีๆหน้ามหาวิทยาลัยก็โอเคเลยนะ .. ถึงไม่รู้ว่าแกมีเงินมากขนาดไหน แต่ก็หัดลงทุนให้คุ้มค่าหน่อยจะดีกว่าไหม..” พี่แจงที่ถามอย่างนั้น มันเหมือนเป็นการบ่นเรื่องการใช้เงินของนทีมากกว่า นทีที่ได้ยินอย่างนั้นก็แอบๆขำ มีที่ไหนมาด่าคนที่กำลังมายื่นเงินให้ถึงที่“..ลงทุนกับคนรู้จักมันก็คุ้มค่าอยู่นะครับ อีกอย่างผมก็ไม่ได้สนใจเรื่องกาแฟหรือเรื่องขนมสักเท่าไร และผมก็อยากให้น้องที่จะมาทำงานกับพี่มีรายได้เสริมพิเศษ ผมเอ็นดูเหมือนน้องสาวเลยล่ะครับ ถ้าได้คนเก่งๆ และใจดีอย่างพี่มาดูแล สอนงาน สอนการใช้ชีวิตให้กับเธอก็คงจะดีไม่น้อยเลยล่ะครับ.. เอาง่ายๆ ผมไว้ใจพี่แจงกับพี่วิทย์ครับ..” นทีกล่าวออกมาอย่างนั้นมันก็เล่นเอาแจงถึงกับไปไม่เป็นเลยทีเดียว “เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ พี่ว่าพี่ต้องขอเวลาคิด แล้วก็ปรึกษากับพี่วิทย์ดูก่อน ส่วนเรื่องน้องสาวแกพี่ยินดีจะรับเข้าทำงานอยู่แล้ว.. วันจันทร์แกก็พามาเลยก็แล้วกัน..” พี่แจงถอนหายใจครั้งหนึ่งก่อนจะพูดออกมา จริงๆเธอก็เป็นคนหนึ่งที่แพ้คำชม ผลมันก็เลยออกมาอย่างที่เห็น ตอนแรกเธอต้องการคนที่เป็นงานเลย แต่คำชมบวกกับคำที่บอกว่าไว้ใจ เธอก็ตัดสินใจรับในทันที“ได้ครับพี่ .. จริงซิครับ ถ้าพี่ขายหุ้นส่วนให้กับผมล่ะก็ ผลกำไรที่ได้มา 15 เปอร์เซ็นต์เอาไปหักค่าจ้างของน้องสาวผมก่อนนะครับ แล้วค่อยแบ่งโอนมา.. อ้ะ!! เลขาผมมาพอดี ..คุณเฟิร์นนี่คือเจ้าของร้านกาแฟ ผมทำการติดต่อซื้อขายหุ้นกับพี่เขาเอาไว้ รายละเอียดเดี๋ยวผมบอกอีกที ช่วยเอาเบอร์โทรศัพท์ให้พี่เขาด้วย เผื่อเขาสนใจข้อตกลงของผม” นทีพูดกับพี่แจงได้นิดเดียว เฟิร์นเลขาของเขาก็เข้ามาพอดี จึงถือโอกาสแนะนำตัวเธอไปเลย“ได้ค่ะคุณนที.. สวัสดีค่ะคุณแจง อย่างที่ทราบฉันชื่อเฟิร์น และตอนนี้ก็เป็นเลขาของคุณนที หากข้อเสนอเป็นที่น่าพอใจหรือต้องการเปลี่ยนแปลงตรงไหน สามารถติดต่อกับฉันได้ในเวลาทำการของทุกวันนะคะ..” เฟิร์นกล่าวพร้อมกับจดเบอร์โทรเอาไว้ให้กับแจง“เดี๋ยวนี้มีเลขงเลขากับเขาด้วย.. แกนี่ไม่เบาเลยนะ.. ว่าแต่คุณเฟิร์นไม่รับเครื่องดื่มสักหน่อยเหรอคะ กาแฟของเราดีมากเลยนะคะ..” พี่แจงเอ่ยแซวกับนทีก่อนจะหันมาขายของกับเฟิร์นต่อ ทุกอย่างตอนนี้เป็นเงินเป็นทองทั้งนั้น ขายได้ก็ต้องรีบขาย“..หันไปขายของเฉยเลย ฮ่าๆ คุณเฟิร์นสั่งได้เลยครับ สั่งเผื่อคุณต้นด้วยนะครับ ถึงยังไงผมก็เซ็นที่ร้านอยู่ดี..ฮ่าๆๆ” นทีกล่าวพร้อมกับหัวเราะอย่างขี้เล่น