เกิดใหม่อีกครา ข้าจะเป็นราชันผู้อัญเชิญสัตว์อสูร

    ตอนที่ 43 มัน…คือไข่

    เมืองต้าหลี่ยามสาย แสงแดดส่องลอดม่านเมฆลงมาบนถนนสายหลักที่ทอดยาวสู่ใจกลางเมือง เสียงผู้คนจอแจดังก้องทั่วบริเวณ ขบวนรถลาก สัตว์อสูรรับจ้าง และกลุ่มผู้ฝึกตนจากหลายนิกายสัญจรขวักไขว่ไปมา — ที่นี่คือย่าน “จตุรทิศ” ตลาดแผงลอยซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีของวิเศษหมุนเวียนมากที่สุดในแถบนี้

     

    หลี่หยางเดินทอดสายตาไปตามสองข้างทาง มีแผงลอยเรียงรายนับร้อย บางร้านปูผ้าเก่าๆ วางของกระจัดกระจาย บ้างตั้งตู้กระจกใส่ของประหลาดที่ถูกโฆษณาว่าเป็น “ของวิเศษตกยุค” หรือ “เศษอาวุธจากยุคจักรพรรดิวิญญาณ”

     

    “เจ้านี่ดูนี่สิ! หินวิญญาณดวงใจมังกร! เอาไปเพียงสิบหินปราณระดับกลางเท่านั้น!”

    “ตำราวิชาฝึกจิตจากสำนักลับ! เหลือแค่เล่มเดียวแล้วนะ!”

     

    เสียงตะโกนเรียกลูกค้าดังเซ็งแซ่ หลี่หยางเพียงยิ้มบางๆ เขาเคยอ่านตำราเก่าๆ ที่ปู่เขาให้ บวกกับพลังแฝง “จิตหยั่งรู้” ทำให้สามารถสัมผัสพลังวิญญาณที่ซ่อนอยู่ในวัตถุบางชิ้นได้

     

    เขาเดินผ่านแผงหนึ่ง เห็นคนขายกำลังยื่นของกล่องเล็กๆ ให้ชายวัยกลางคน “นี่คือแก่นอสูรของจอมอสูรหมื่นพิษ! รับรองว่าแค่ถือไว้พลังพิษเจ้าก็เพิ่มขึ้นเท่าตัว!”

     

    แต่หลี่หยางเพียงกวาดตามองปราดเดียวก็รู้ทันที — “แก่นอสรพิษปีกเขียวที่ถูกห่อหุ้มด้วยวัตถุบางอย่าง ทำให้พลังคลุมเคลือ”

     

    เขาเดินต่อผ่านอีกหลายแผง บ้างมีอาคมพรางตา บ้างแฝงพลังแปลกประหลาด หลี่หยางต้องคอยกระตุ้นพลังจิตหยั่งรู้เป็นระยะเพื่อไม่ให้หลงกล

     

    “สถานที่แห่งนี้ ไม่ต่างจากสนามทดสอบขนาดย่อมเลย” เขาคิดในใจ

     

    กระทั่ง… แผงหนึ่งดึงดูดความสนใจเขาได้ทันที — ไม่ใช่เพราะเสียงตะโกน หรือของที่ตั้งอยู่ แต่เพราะกล่องไม้ดำด้านที่วางอยู่เงียบๆ ท่ามกลางของธรรมดาทั่วไป ภายในนั้นมีพลังบางอย่างสั่นไหวเบาบางราวกับเสียงกระซิบ

     

    หลี่หยางชะงัก เท้าหยุดลงชั่วครู่ ดวงตาหลุบลงต่ำ

     

    “กลิ่นอายนี้…”

     

    เขาก้าวเข้าไปใกล้… พร้อมยื่นมือไปแตะกล่องนั้นอย่างระวัง

    ชายชราที่เป็นคนขายหาวหนึ่งคำก่อนจะลืมตาขึ้นอย่างเกียจคร้าน เขาจ้องมองหลี่หยาง แล้วหัวเราะแผ่วเบา

     

    “หึ เด็กหนุ่มเจ้าก็มีตาดีนี่ ถึงสัมผัสได้ว่าของนี่ไม่ธรรมดา” เขาเคาะเบาๆ บนกล่องไม้ก่อนจะเปิดฝาออก เผยให้เห็นก้อนหินสีขาวเหลือบด้วยริ้วสีม่วงบางเบา ด้านในมีลวดลายเส้นสายเก่าแก่จางๆ ไหลวนอยู่ภายในราวกับมันมีชีวิต

     

    “ข้าเรียกมันว่า หินอุกาบาตจันทร์ดับ… ของเก่าที่ข้าได้มาจากชายแดนป่าต้องห้ามด้านทิศตะวันตกเมื่อสามสิบปีก่อนนู้น มันมีน้ำหนักเบากว่าปกติ แต่ดูดซับพลังจิตวิญญาณได้ในระดับที่แปลกประหลาด เหล่าผู้ฝึกวิชาลวงตา หรือมีสัตว์อสูรที่ใช้เงา มักจะแย่งกัน”

     

    หลี่หยางขมวดคิ้ว หลี่หยางปล่อยจิตหยั่งรู้แทรกซึมเข้าไปในหินอย่างระมัดระวัง ในตอนแรก มันเหมือนเพียงก้อนหินแปลกประหลาด แต่วินาทีต่อมา เขากลับสัมผัสถึง จังหวะการเต้นของบางสิ่ง — ช้า เบา แต่มั่นคง

     

    “นี่ไม่ใช่แค่หิน… มันคือไข่… ไข่อสูร…!”

     

    คลื่นพลังอันเย็นยะเยือกประหลาดแผ่แสงบางเบาภายใน โครงสร้างด้านในนั้นชัดเจนขึ้นเมื่อหลี่หยางใช้พลังจิตหยั่งรู้ลึกขึ้น — เศษเงาของเกล็ดยาวเรียว คดเคี้ยวเหมือนมังกร แต่แผ่ความเย็นและไอสว่างของธาตุน้ำแข็งผสมหยก… เป็นสิ่งที่แม้แต่ตำราของตระกูลก็แทบไม่มีบันทึกไว้

     

    “ไข่อสูรสายเลือดมังกร…… นี่มันของล้ำค่าเหนือกว่าระดับนักรบทั่วไปไปมาก…”

     

    แม้ในใจจะเต้นระรัว แต่หลี่หยางยังรักษาท่าทีสงบไว้ เขาหลุบตาลงเล็กน้อยแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

     

    “ของสิ่งนี้ ข้าเห็นว่ามัันน่าจะมีประโยชน์กับอสูรของข้าอยู่บ้าง… ท่านลุงขายเท่าไหร่?”

     

    ชายชราเหลือบมองหลี่หยางด้วยแววตาฉายแววประหลาดใจบางเบา ก่อนจะหัวเราะเบาๆ

    “เด็กน้อย เจ้ากล้าถาม แสดงว่าสายตาเจ้าดีใช้ได้อยู่… หินนี้ล้ำค่ามากสำหรับอสูรเงา มันหายากมาก ปกติแล้วข้าขายอยู่ที่ 30หินปราณระดับสูง เอาแบบนี้ก็แล้วกัน”

     

    เขายกนิ้วขึ้นชูสองนิ้วอย่างเชื่องช้า

     

    “ข้าขายให้เจ้าแค่ยี่สิบหินปราณระดับสูง”

     

    หลี่หยางลอบคิด “ราคานี้สำหรับไข่อสูรมังกรแท้ ๆ ถือว่าต่ำจนน่าเหลือเชื่อ… เขาไม่รู้คุณค่าที่แท้จริงเลย!”

     

    หลี่หยางขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้ยินราคายี่สิบหินปราณระดับสูง เขาจงใจสูดลมหายใจเข้าลึก แสร้งทำหน้าเหนื่อยใจ แล้วกล่าวด้วยเสียงเรียบ

     

    “ท่านลุง ของแบบนี้ใครจะกล้าซื้อในราคาขนาดนั้นกัน?  ข้าว่า สิบห้าหินปราณก็พอแล้วกระมัง”

     

    ชายชราหยุดหัวเราะทันที สีหน้าเริ่มหรี่ตาลงอย่างเฉียบคม

     

    “สิบห้า? เจ้าเด็กนี่ คิดว่าข้าเลี้ยงดูของลับๆ มาครึ่งชีวิตเพื่อขายถูกๆ หรืออย่างไร?”

     

    หลี่หยางเห็นจังหวะ จึงกล่าวต่อ “งั้นข้าขอลา หากโชคดีค่อยว่ากันใหม่”

     

    เขาหันหลังเตรียมจะเดินจากไปอย่างไม่แยแส พร้อมปล่อยใจเล็กน้อยแสร้งทำเป็นไม่สนใจของชิ้นนั้นอีก

     

    …ไม่กี่ก้าวต่อมา เสียงชายชราก็ดังขึ้นจากข้างหลังอย่างขุ่นเคือง

     

    “สิบแปดหินปราณระดับสูง! เจ้าเด็กดื้อ!”

     

    หลี่หยางหยุดฝีเท้า แอบยิ้มที่มุมปาก… เขาหันกลับมาพร้อมใบหน้าสงบนิ่ง

     

    “ตกลง… สิบแปดก็สิบแปด”

     

    ชายชราพ่นลมทางจมูกอีกครั้งอย่างไม่สบอารมณ์ แล้วยื่นกล่องไม้พร้อมหินหนักปริศนาให้ทันที

     

    “หวังว่าเจ้าจะไม่มาสาปแช่งข้าทีหลัง”

    ชายชราบ่นเบาๆ “ดี เอาไปแล้วอย่ากลับมาโทษข้าทีหลังหากมันแค่หินจริง ๆ ล่ะ”

     

    ชายชราแค่นหัวเราะเบา ๆ พลางยัดของที่เหลือใส่กระสอบอย่างรวดเร็ว ดวงตาเป็นประกายด้วยความสะใจ

     

    “ฮึ ๆ ๆ… เด็กนั่นยังอ่อนนัก… หินนั่นแม้จะดูแปลกตา แต่ก็เป็นแค่วัตถุดิบระดับกลาง ๆ เอาไว้ใช้เพิ่มพลังธาตุได้นิดหน่อย ราคาไม่ควรเกินห้าหินปราณระดับสูงด้วยซ้ำ…”

     

    เขาเหลือบมองไปรอบตัว แล้วลดเสียงลงจนแทบเป็นกระซิบ

     

    “ถ้าเด็กนั่นรู้ราคาจริง คงกลับมาเล่นงานข้าแน่… ดีที่มันยังอ่อนหัด แถมรีบตัดสินใจเกินไป ฮ่าฮ่า…”

     

    พูดจบก็รีบแบกของหนีหายไปตามตรอกแคบ ๆ อย่างรวดเร็ว

     

    ตัดกลับไปยังหลี่หยาง — เขาเดินต่ออีกไม่กี่ก้าว ก็ยิ้มบาง ไม่พูดอะไร เก็บ “หิน” ใส่ถุงมิติ ก่อนเดินลึกเข้าไปในตลาด… รู้แน่ว่าวันนี้เป็นวันที่เขาได้สมบัติล้ำค่าที่สุดอีกชิ้นในชีวิตมาแล้ว

    หลี่หยางเดินผ่านตรอกแคบแห่งหนึ่งในย่านการค้า ท่ามกลางเสียงเจรจาซื้อขายจอแจ เขาก็ได้ยินเสียงโต้เถียงดังขึ้นจากอีกมุมหนึ่ง

     

    “เจ้าพูดว่าอย่างไรนะ เด็กน้อย!? ของพวกข้าเป็นของแท้ทุกชิ้น!”

    “โกหก! นี่มันแค่เศษหินธรรมดาที่มีพลังน้ำแข็งนิดหน่อย ไม่ใช่ ‘แก่นผลึกน้ำแข็ง’ อย่างที่เจ้าบอก!”

     

    เสียงของเด็กหญิงคนหนึ่งดังขึ้นอย่างเดือดดาล ก่อนจะถูกกลบด้วยเสียงหัวเราะของชายฉกรรจ์สองสามคนที่ล้อมเธอไว้ หญิงสาวดูอายุประมาณสิบหกสิบเจ็ด ปี ใบหน้าสะสวยแม้จะเต็มไปด้วยความไม่พอใจ นัยน์ตาสีฟ้าอ่อนฉายแววอัจฉริยะ เธอมีอาภรณ์สีฟ้าขาวและกระบี่สั้นเหน็บอยู่ข้างเอว ดูแล้วไม่น่าใช่เด็กหญิงธรรมดา

     

    หลี่หยางขมวดคิ้ว ก้าวเข้าไปข้างหน้าแล้วกล่าวเสียงราบเรียบแต่แฝงแรงกดดัน

     

    “พวกชายฉกรรจ์มากมาย มารุมรังแกเด็กหญิงคนเดียว… มันดูน่าเกลียดไปหน่อยกระมัง?”

     

    กลุ่มชายฉกรรจ์ชะงักหันมาเห็นชายหนุ่มชุดดำ ท่าทีสงบแต่แววตาคมราวกระบี่ พลังวิญญาณที่ซ่อนอยู่แผ่กระจายบางเบาแต่ชัดเจนในหมู่ผู้ฝึกตน

     

    หลี่หยางหันไปถามหญิงสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนลง

     

    “เกิดอะไรขึ้น?”

     

    เด็กหญิงหันมองเขา สีหน้าแปลกใจแต่ไม่ยอมอ่อนข้อง่าย ๆ

     

    “ข้าซื้อ ‘แก่นผลึกน้ำแข็ง’ จากพวกเขา แต่พอกลับไปตรวจสอบ มันกลับเป็นแค่ก้อนหินธรรมดา พอกลับมาทวง พวกเขาก็จะไล่ข้าไปเสียแล้ว!”

     

    หลี่หยางพยักหน้าช้า ๆ แล้วหันไปมองพ่อค้าอย่างเย็นชา

    “ไหน ส่งมาให้ข้าดูหน่อย” หลี่หยางยื่นมือออกไป เด็กหญิงลังเลครู่หนึ่ง แต่ก็ยื่นก้อนผลึกน้ำแข็งให้

     

    เขาหยิบมันขึ้นมา ตรวจสอบด้วยตาทั่วไปก่อน จากนั้นก็แผ่พลังจิตหยั่งรู้ออกมา

     

    ก้อนผลึกดูเหมือน “แก่นผลึกน้ำแข็ง” จริง แต่เมื่อสัมผัสด้วยพลังวิญญาณ เขาก็พบว่าโครงสร้างภายในกลับไม่แน่นหนา พลังธาตุน้ำแข็งเบาบางและไม่เสถียร

     

    “…เป็นแก่นน้ำแข็งจริง แต่คุณภาพต่ำมาก ระดับแค่ ‘เศษผลึก’ ใช้ฝึกพลังได้บ้างแต่ไม่คุ้มราคา” เขาหันมาถามด้วยเสียงเย็นลงเล็กน้อย “เจ้าซื้อมันมาเท่าไหร่?”

     

    เด็กหญิงกัดริมฝีปากแน่น ก่อนตอบเสียงไม่พอใจ “สามสิบ… หินปราณระดับสูง”

     

    หลี่หยางหรี่ตาลงทันที ก่อนหันไปจ้องคนขาย

     

    “สามสิบหินปราณ? ของแบบนี้ในตลาดคุณภาพยังไม่ถึงห้าหินปราณระดับกลางด้วยซ้ำ… เจ้าคิดจะโกงคนหรือไง?”

     

    คนขายหน้าเสีย แต่ยังพยายามแถ

     

    “บะ–บางทีคุณภาพอาจแปรเปลี่ยนระหว่างทาง…”

     

    หลี่หยางหัวเราะเย็น “หากเจ้ายืนยันอย่างนั้น งั้นเราควรไปแจ้งที่จุดตรวจของสำนักควบคุมการค้าในเมือง ให้ตรวจสอบดูว่าใครพูดจริง”

     

    สีหน้าคนขายซีดเผือดทันที

     

    “มะ…ไม่ต้อง! ข้าคืนเงินให้ก็ได้!”

     

     

     


     

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่อีกครา ข้าจะเป็นราชันผู้อัญเชิญสัตว์อสูร ที่คุณอ่าน