บทที่ 15 ความแค้นฝังหุ่น (รีไรต์)
เขามองเสิ่นชิงเดินจากไป จากนั้นก็เอนกายพิงกระจกรถเช่นเดิม
แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่ง ริมฝีปากหยักเผยรอยยิ้มยียวนออกมา
เสิ่นชิงกลับมาถึงบ้านพัก ล้างหน้า แล้วเริ่มไลฟ์ โดยเปลี่ยนชื่อห้องเป็ “ห้องอ่านหนังสือเตรียมสอบ”
การหมกตัวอ่านหนังสือเพียงลำพังทำให้เธอไม่รู้เื่รู้ราว วันนี้เธออยากจะแลกเปลี่ยนประสบการณ์การสอบกับชาวเน็ต
เสิ่นชิงเปิดไมค์แล้วพูดว่า “ในห้องไลฟ์มีใครสอบผ่านแล้วบ้างไหม? ขอคำแนะนำหน่อย ฉันจะเก็บไปเป็ความรู้”
ทันทีที่เสิ่นชิงพูดจบ ก็มีข้อความจากผู้ชมปรากฏขึ้นมาทันที
ช่องแชต : สถาบันเรียนเสริมจื่อเวยนิวคอนเซปต์ สมัครเรียนหลักสูตรปริญญาตรี 985 เรียนแบบเต็มเวลา!
ช่องแชต : สถาบันซีกวา ประสบการณ์การสอนสามสิบปี มีระบบหลักสูตรที่สมบูรณ์ นักเรียนที่เรียนด้วยตัวเองสามารถทักแชตหาฉันได้!
ช่องแชต : สถาบันเตรียมสอบเซี่ยงไฮ้และฉงชิ่ง คอร์สติวเข้ม รับประกันการสอบผ่าน มีจำนวนจำกัด รีบสมัครด่วน!
“โอ้โห ไลฟ์ของฉันโดนสถาบันกวดวิชาถล่มคอมเมนต์ซะแล้ว” เสิ่นชิงบ่น
ตอนนี้ไลฟ์ของเธอมีคนดูเยอะมาก พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์หลายเ้าเลยถือโอกาสมาโฆษณาสินค้ากันเต็มไปหมด ข้อความติดต่อขอร่วมงานในกล่องข้อความ แทบจะล้นออกมาอยู่แล้ว
แต่เสิ่นชิงไม่แม้แต่จะชายตามอง เธอยิ้มเรียบ แล้วบล็อกบัญชีที่เข้ามาโฆษณา ก่อนจะหันไปบอกกับผู้ชมในไลฟ์ว่า
“ทุกคนอย่าไปหลงเชื่อเด็ดขาด สถาบันพวกนี้มันหลอกลวงทั้งนั้น ปริญญาตรีภาคปกติจะได้มาก็ต่อเมื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัยหรือสอบตรงจากวิทยาลัยขึ้นปริญญาตรีเท่านั้น การสมัครโดยไม่ต้องสอบ ไม่มีทางเป็ไปได้...”
ยังพูดไม่ทันจบ ไลฟ์ของเสิ่นชิงก็ถูกตัดไปดื้อ ๆ
เธอเงยหน้าขึ้นอย่างงุนงง ก่อนจะสบเข้ากับดวงตาคู่หนึ่งที่มองมาอย่างเ้าเล่ห์
“วิ้ว~”
ลู่เย่ผิวปากลากเสียงยาว ในมือเขากำสายอินเทอร์เน็ตเส้นหนึ่งเอาไว้ ใบหน้ากวนประสาทสุด ๆ
“ลู่เย่! นายตัดสายเน็ตบ้านฉันเหรอ?”
ในที่สุด ั์ตาอันสงบนิ่งของเสิ่นชิง ก็กลับเต็มไปด้วยระลอกคลื่นแห่งโทสะ
ลู่เย่ทำท่าทางปิดหูคล้ายไม่แย่แส “เสียงดังอะไร ใครใช้ให้เธอมาออกอากาศแบบนี้ ต่อไปนี้ฉันจะให้พูดอะไรก็ค่อยพูด เข้าใจไหม?”
เสิ่นชิงหรี่ตามอง “ทำไมต้องทำตามที่นายบอก?”
ลู่เย่หยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ พร้อมยิ้มเยาะ “ก็เพราะฉันเป็ทั้งโปรดิวเซอร์และนายทุนของรายการนี้ไง”
โปรดิวเซอร์คือผู้มีอำนาจสูงสุดในกองถ่าย ทั้งผู้กำกับ นักแสดง และทีมงานล้วนต้องทำตามคำสั่งของโปรดิวเซอร์
ส่วนนายทุนก็คือเ้าของเงิน มีสิทธิ์มีเสียงมากที่สุดในรายการ
สรุปง่าย ๆ ตอนนี้ลู่เย่คือขาใหญ่ของรายการนี้
เสิ่นชิงเข้าใจแล้ว ที่แท้คนที่อยู่เื้ัรายการนี้ก็คือลู่เย่นี่เอง
หญิงสาวหัวเราะเสียงเย็น “ลู่เย่ นี่นายคงว่างมากสินะ ถึงกับลงทุนทำรายการเพื่อมาทำให้ฉันขายหน้าแบบนี้น่ะ?”
ลู่เย่กอดอก พยักหน้า “ใช่ เข้าใจแล้วก็ดี ดังนั้นเธอต้องทำตามที่ฉันบอกเท่านั้น”
พูดจบ ลู่เย่ก็โยนบทที่เขียนแผนการไลฟ์เต็มไปหมดให้เสิ่นชิง
เช้า 6:30 น. - 10:30 น. ตักมูล รดน้ำผัก เก็บฝ้าย
เที่ยง 11:30 น. - 12:30 น. ให้อาหารหมู กวาดขี้หมู ซักผ้า
บ่าย 2:30 น. - 6:30 น. ตัดฟืน ทำอาหาร ปลูกข้าว
เย็น 7:30 น. - 10:30 น. เลี้ยงแกะ กำจัดวัชพืช เก็บเกี่ยวข้าวสาลี
เสิ่นชิงเงยหน้าขึ้นมอง “คุณชายลู่ ตามเนื้อหาการออกอากาศสดนี้ ฉันต้องทำงาน 14 ชั่วโมงต่อวัน คุณละเมิดกฎหมายแรงงาน ฉันสามารถฟ้องคุณได้นะ
อีกอย่างฤดูกาลนี้จะมีฝ้ายให้เก็บได้ยังไง ที่นี่มันูเาทางใต้ ปลูกข้าวสาลีไม่ได้อยู่แล้ว
ที่สำคัญ สมัยนี้แล้ว ใครเขาขึ้นเขาตัดฟืนกัน ทุกวันนี้ชนบทเขาก็ใช้เตาแก๊ส เตาแม่เหล็กไฟฟ้าทำอาหารกันหมดแล้ว!”
พูดจบ เสิ่นชิงก็เสริมอีกว่า “แต่ก็นะ อย่างน้อยนายก็ยังรู้ว่างานเกษตรมีอะไรบ้าง ดูท่าคุณชายลู่จะตั้งใจศึกษาข้อมมูลมาอย่างดีเลยนะ”
คำพูดของเสิ่นชิงทั้งแดกดันและเหน็บแนม จงใจเสียดสีลู่เย่ที่ใช้ชีวิตหรูหราสุขสบาย ไม่รู้เื่อะไรเลย
ลู่เย่ถึงกับพูดไม่ออก เขาคว้าตารางงานกลับมาทันที “หยิบ... หยิบผิด นี่ไม่ใช่ตารางไลฟ์ของเธอ”
สักพัก ลู่เย่ก็เอาตารางอีกอันมาวางแปะไว้ตรงหน้าเสิ่นชิง
เสิ่นชิงเหลือบมอง ตารางนี้มีสองหน้ากระดาษใหญ่ ๆ เขียนไว้เต็มไปหมด
6:30 น. - 7:30 น. พรวนดิน ใส่ปุ๋ย
8:30 น. - 9:30 น. ตักมูลสัตว์ รดน้ำผัก
10:30 น. - 11:30 น. ทำอาหาร ให้อาหารหมู
21:30 น. - 22:30 น. กวาดคอกหมู
23:00 น. - 00:30 น. แบกน้ำ ซักผ้า
โอ้โห ลู่เย่แบ่งเวลาทำงานออกเป็่ ๆ เธอต้องไลฟ์ทุก ๆ ชั่วโมง
การทำงานแบบนี้ แม้เวลาทำงานจะไม่เกินแปดชั่วโมง แต่เธอก็ต้องพร้อมทำงานตลอด 24 ชั่วโมง
ไม่มีเวลาเป็ของตัวเอง ไม่มีเวลาพักผ่อน อย่าหวังว่าจะมีเวลาอ่านหนังสือหรือทำข้อสอบเลย
มองปฏิทินบนผนัง นับถอยหลังอีก 7 วันก็จะถึงวันสอบ เสิ่นชิงกำหมัดแน่น
“ว่าไง คุณทนายเสิ่น ตารางของฉันไม่ละเมิดกฎหมายแรงงานใช่ไหม?” ลู่เย่กางมือออก สีหน้ากวนประสาทขั้นสุด
เสิ่นชิงเม้มปากแน่น แอบหยิบอิฐแดงที่ซ่อนอยู่ใต้กระถางต้นไม้ออกมาเงียบ ๆ
ลู่เย่ยังคงทำท่าทางยโสโอหัง
เสิ่นชิงชั่งน้ำหนักก้อนอิฐในมือ ซ่อนไว้ด้านหลัง พลางส่งยิ้มให้ลู่เย่ “คุณชายลู่ แผนไลฟ์ของคุณยอดเยี่ยมมาก แต่ฉันมีแผนที่ดีกว่านี้อีก คุณอยากฟังไหม”
ข้างนอกหน้าต่าง จางเหว่ยแอบมองเหตุการณ์ทั้งหมด
เขามองเสิ่นชิงและลู่เย่ที่กำลังเผชิญหน้ากันด้วยสีหน้าเคร่งเครียด พลางเกาหัวด้วยความงุนงง
นี่มันเื่อะไรกัน? สองคนนี้เคยมีเื่บาดหมางอะไรกันอย่างนั้นเหรอ?
ลู่เย่ไม่รู้สึกถึงอันตราย เขานั่งลงบนเก้าอี้ พร้อมไขว้หางอย่างสบายใจ “ว่ามาสิ”
เสิ่นชิงเผยรอยยิ้ม เดินไปอยู่ข้างหลังลู่เย่ ยกอิฐบล็อกในมือขึ้น ก่อนจะฟาดลงบนหัวของเขาอย่างแรง
จางเหว่ยที่อยู่ข้างหน้าต่างเห็นดังนั้น ก็ร้องลั่นด้วยความใ “พี่สาว! ใจเย็น ๆ นะพี่!”
ลู่เย่ได้ยินเสียงจึงรีบหันกลับไปมอง ก็เห็นอิฐบล็อกกำลังพุ่งมาหาตัวเอง
หลบไม่ทันแล้ว!
รูม่านตาของลู่เย่เบิกกว้าง ใบหน้าหยิ่งผยองฉายตื่นตระหนก
เขาพยายามยกมือขึ้นป้องโดยสัญชาตญาณ
ทว่าอิฐบล็อกในมือเสิ่นชิงกลับเฉียดศีรษะของเขาไป ฟาดลงบนตะปูที่ยื่นออกมาจากที่เท้าแขนเก้าอี้แทน
“ปัก! ปัก! ปัก!”
เสิ่นชิงตอกตะปูด้วยสีหน้าไร้ซึ่งความรู้สึก ทุบลงไปอย่างแรง ทีละครั้ง
แม้จะเห็นว่าหญิงสาวตรงหน้าทุบตะปู ทว่าเขากลับรู้สึกว่าเสิ่นชิงกำลังมองว่าตะปูตัวนั้นคือหัวของเขา!
ส่วนจางเหว่ย พอเห็นว่าเสิ่นชิงไม่เอาอิฐในมือฟาดลงไป หัวใจที่ลอยอยู่ก็กลับเข้าที่ เขารีบดึงเสิ่นชิงไปข้าง ๆ แล้วพูดว่า “พี่สาว เขาเป็ทั้งโปรดิวเซอร์และนักลงทุนรายการเรานะ ถ้าพี่ซัดเ้าพ่อเงินทุนล้มไป ใครจะจ่ายเงินให้พวกเราล่ะ?”
เสิ่นชิงตบบ่าจางเหว่ยอย่างใจเย็น “ไม่ต้องห่วง ฉันแค่ขู่เขาเล่น ๆ”
คนแบบนี้ จะให้ไปต่อยตีด้วยคงไม่ได้
ถ้าเธอต้องโดนลงโทษเพราะเื่ทะเลาะวิวาท มันอาจจะส่งผลต่อการตรวจสอบประวัติ และทำให้เธอเสียโอกาสในการสมัครงานราชการได้ คิดแล้วก็ตลกดี
ถ้าอยากจะกำจัดคนน่ารำคาญแบบนี้ ยังมีวิธีเยอะแยะไป