ตอนที่ 32 หนทาง
เหล่าทหารม้าที่พุ่งเข้าไปหาข้าศึกผู้มาแต่เพียงผู้เดียวก็เห็นมันผู้นั้นจับปลายด้ามทวนด้วยมือทั้งสองข้าง ทวนยาวหนึ่งจั้งของมันก็ยื่นเหยียดยาวไปด้านข้างทำให้ภาพร่างของมันดูใหญ่มหึมายิ่งขึ้นกว่าเดิม
ดวงตาของทหารม้าเหล่านั้นก็เบิกโพลงด้วยความหวาดกลัว เพราะไม่เคยเห็นใครถือทวนศึกบนหลังม้าด้วยท่วงท่าเช่นนี้มาก่อน ทวนศึกยาวแค่ใช้สองมือจับจุดสมดุลของทวนแล้วกรายทวนไปมาบนหลังม้ามันก็ต้องฝึกอยู่นานกว่าจะทำได้
แต่นี่มันเป็นผู้ใดที่จับทวนที่ปลายสุดของด้ามแบบนั้น! จริงสิ...เมื่อครู่นี้มันยังถือทวนมือเดียวที่เสียบร่างทหารถึงสองร่างห้อยที่ปลายคมทวนได้ตั้งหลายอึดใจบนหลังม้า แต่นี่มันเหยียดปลายปลายทวนไปสุดแขนด้วยสองมือ.....ก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรสำหรับคนที่มีพละกำลังมหาศาลเยี่ยงมันจะทำได้
ภาพที่เห็นชายร่างยักษ์ควบม้าเข้ามา เห็นมันเงื้อลำทวนเหยียดไปข้างหลัง...เกิดขึ้นเพียงแค่พริบตาเดียวเท่านั้น แต่ในความคิดของเหล่าทหารม้าที่กำลังเผชิญหน้ากับอสูรในร่างคนก็ตั้งคำถามได้หลายคำในหนึ่งพริบตา
เพราะเป็นห้วงความคิดที่สมองกำลังทำงานอย่างเต็มที่ ด้วยว่ากำลังเผชิญหน้ากับความตายที่กำลังจะเข้ามาหา
และคนเหล่านั้นก็เห็นอสูรร่างยักษ์บนม้าขาวนั้นเหวี่ยงปลายคมทวนเข้ามาใส่ตนเองอย่างสุดแรงเกิด
ทั้งคอม้าศึก ทั้งครึ่งบนของร่างทหารม้าอีกห้านายก็ปลิดปลิวกลายเป็นเศษเนื้อทันที โดยที่พวกเขายังไม่ทันจะเข้าใกล้ผางเยว่เลยด้วยซ้ำ
เหวี่ยงทวนสุดแรงเกิดบนหลังม้าไปคราหนึ่ง ก็สลับเหวี่ยงกลับมาอีกด้าน และหัวม้าหัวมนุษย์ก็กระเด็นหลุดออกจากร่างเพิ่มขึ้นอีกหลายชีวิต
ทัพทหารม้าที่ดาหน้าเข้ามาหาผางเยว่ก็แตกในทันที ใครที่รักตัวกลัวตายก็รีบชักม้าหนี ม้าชนกันเองล้มลงไปทับกันตายเพิ่มก็มี ใครหักหนีไม่ทันก็ยื่นคอตนเองเข้ามาเป็นเหยื่อทวนของผางเยว่เป็นรายต่อไป
เทาเป่ยบัดนี้ได้เห็นเพลงทวนของผางเยว่ชัดเต็มสองตา ถึงเขาไม่ใช่ชายชาตินักรบแต่เทาเป่ยก็รู้ว่าฝีมือทวนบนหลังม้าของผางเยว่บรรลุถึงระดับจอมยุทธในแผ่นดิน มิผิดจากที่คนเขาร่ำลือกันที่ได้เห็นเพลงทวนของมันในไคฟงเลย
“ให้พลหอกที่อยู่ด้านหน้ากลับตัวเคลื่อนทัพล้อมมันเดี๋ยวนี้” เทาเป่ยตะโกนสั่ง
พลเดินเท้าที่ถือหอกยาวหากยืนเรียงแถวหน้ากระดานซ้อนกันห้าชั้น เทาเป่ยมั่นใจว่าม้าขาวของมันไม่สามารถกระโดดข้ามกำแพงหอกแล้วเข้าไปสังหารมันได้เป็นแน่ เขาคิดเอาเองว่ากระบวนทัพของทหารม้าที่เขาวางไว้เป็นปีกซ้ายปีกขวาจะบีบให้ผางเยว่จนมุม แล้วจะจับเป็นหรือจับตายมันในสนามรบได้
บัณฑิตผู้นี้ถนัดในการเล่นหมากรุก เบี้ยม้าเมื่อโดนม้าสองตัวขนาบเจอกับเบี้ยที่รอดักอยู่ข้างหน้าก็ย่อมต้องจนมุม ทว่าในการรบจริงนั้น ม้าจริงไม่ได้เดินตามกฏเกณฑ์เหมือนในกระดานหมากรุก และเบี้ยม้าที่ผางเยว่เป็นนั้น นับว่าเป็นม้าที่แข็งแกร่งเกินกว่าหมากทุกตัวในสนามรบแห่งนี้ด้วยซ้ำ
ภาพที่เขาเห็นก็คือ ม้าขาวของผางเยว่ที่กระโจนเข้าไปนั้น ทำให้กองทัพม้าทั้งปีกขวาแตกจนไม่เป็นขบวน และหมากรุกฆาตที่เขาวางเอาไว้ตอนนี้ก็กำลังจะมีจุดอ่อน นั่นก็คือหนทางที่อยู่เบื้องหลังพลเดินเท้านั่นก็คือทางออกไปสู่เส้นทางไปยังเสฉวน
ตอนนี้ที่ด่านแต่ละแห่งนั้นเทาเป่ยได้สั่งให้ปิดด่านมิพอ ยังวางทั้งขวาก ทั้งรั้วไม้ขวางไว้หลายชั้นนัก มันมีฝีมือเก่งกล้าแล้วอย่างไร มันจะผ่านทะลุด่านเข้าไปถึงเสฉวนได้หรือ!
ธงสัญญาณโบกสะบัดตามคำสั่งของผู้ถือตราตั้งแม่ทัพผู้ได้รับอาญาสิทธิ์จากองค์ฮ่องเต้ ริ้วขบวนของพลหอกก็เดินเท้าประชิดเข้ามา ในขณะที่หมู่ทหารพลหอกที่ทำหน้าที่ปิดเส้นทางไปสู่เสฉวนนั้นก็ถูกสั่งให้ยืนตรึงกำลังไว้ สายตาของพวกเขาก็เห็นฝีมือทวนของผู้กบฏฟาดฟันใส่ทหารม้าที่แตกฮืออยู่ข้างหน้าอย่างชัดเจน
ทหารม้าแต่ไหนแต่ไรมักถือว่ามีเกียรติกว่าพลเดินเท้า คนเหล่านี้ถือว่าตนเองเป็นนักรบแท้กว่าชาวบ้านที่ถูกเกณฑ์มาเป็นทหารปลายแถวมาอย่างพวกเขามากนัก ทหารที่อยู่ลำดับล่างสุดอย่างพวกพลหอกได้แต่มองเหล่าทหารม้าว่าเป็นผู้มีฝีมือองอาจกว่า
แต่ตอนนี้ เขากำลังเห็นทหารม้าเหล่านั้นตายดุจใบไม้ร่วงด้วยคมทวนของชายผู้ขี่ม้าขาวแต่เพียงผู้เดียว แม้นกระทั่งคอม้าที่ใหญ่และหนาก็สะบั้นหลุดราวกับหยวกกล้วย บางคนร่างกายขาดครึ่ง บางคนกะโหลกศีรษะแหว่งหายไปหนึ่งซีก
ภาพอันสยดสยองกำลังเกิดขึ้นต่อหน้าพวกเขา แต่คำสั่งยังให้ตรึงกำลังไว้มั่นอยู่เช่นเดิม
ไม่มีใครคาดคิด ชายเพียงผู้เดียวตีฝ่ากระบวนทหารม้าแต่เพียงผู้เดียว มันผู้นั้นไปที่ไหน ชีวิตของคนก็ดับสูญที่นั่นและในที่สุดเจ้าม้าขาวตัวนั้นก็ควบไปถึงด้านข้างของพลหอกที่ยืนตั้งแถวเอาไว้อยู่
ริ้วขบวนพลหอกซ้อนกันห้าชั้น แม้นด้านหน้าจะแข็งแกร่งดุจหินผา เป็นอาวุธนี่เป็นที่ครั้นคร้ามของเหล่าทหารจู่โจม ทว่าตำแหน่งด้านข้างของกระบวนทัพนั้นกลับอ่อนแอดั่งเต้าหู้ไม่มีผิด
พลหอกยาวยืนเรียงแถวอัดกันแน่หนา คนด้านหน้าสุดยื่นหอกยาวยื่นไปข้างหน้า ชั้นที่สองชันหอกเป็นแนวทแยง ชั้นที่สามถือหอกชันเรียงรายตามกันไป หากคนข้างหน้าดับดิ้นผู้ที่อยู่ข้างหลังก็เลื่อนไปอยู่ข้างหน้าแทน ส่วนคนทางด้านหลังก็คอยซ้อนเป็นแนวหลังเตรียมพร้อม กระบวนพลหอกเดินเท้าไม่ว่าสมัยไหนแคว้นใด ก็ล้วนเป็นกระบวนเช่นนี้ทั้งสิ้น
ยิ่งกระบวนทัพถือหอกยาวเท่าใดก็ยิ่งแข็งแกร่งยากต่อกรขึ้นเท่านั้น ยิ่งกอปรด้วยพลทหารยืนซ้อนกันแน่นหนาเท่าใดก็ยิ่งยากแก่การตีแตก และยิ่งเคลื่อนไหวได้ลำบากขึ้นเท่านั้น
ดุจเม็ดเบี้ยในกระดานหมากรุกไม่มีผิด เดินไปข้างหน้าได้อย่างเดียว จะหันเบี่ยงปลายแหลมของหอกไปทางด้านข้างนั้นก็นับว่ายากกว่ายาก
ทหารม้าปีกขวาถูกตีแตก ผางเยว่ชักไปอี้ให้กระโจนเข้าด้านข้างของทัพพลหอก แล้วคมทวนของผางเยว่ก็กรายไปผลาญชีวิตของทหารเหล่านั้นทันที
ทุกคนเกรงกลัวอาญาศึกก็จริงแต่มัจจุราชมาอยู่ข้างหน้า ใครจะโง่เง่ารอให้มันมาปลิดชีวิตเล่า? เหล่าทหารพลหอกที่ยืนขวางทางเข้าสู่เสฉวนก็พากันทิ้งหอกศึกแล้วหนีเอาตัวรอดทันที เสียงอื้ออึงทั้งร้องด้วยความเจ็บปวดเพราะพิษบาดแผล ทั้งเหยียบกันตาย ทั้งร้องด้วยความหวาดกลัวก็ดังโหยหวนไปทั่วสนามรบ
แต่เทาเป่ยกลับยิ้มด้วยความยินดี หากพวกมันทะลวงไปเส้นทางนั้นก็จะติดกับที่เขาวางเอาไว้เป็นแน่ ทางข้างหน้าตอนนี้เขาวางทั้งท่อนซุงทั้งก้อนหินมากมายเรียกว่าเป็นทางตันด้วยซ้ำไป
ไป๋อี้ตะบึงทะลวงเข้าไป ผางเยว่สะบัดทวนอย่างสุดชีวิต แหวกทางเข้าไปจนได้ในที่สุด แล้วไป๋อี้ก็วิ่งไปข้างหน้าอย่างสุดฝีเท้า ในขณะที่เทาเป่ยก็คุมทหารตามเข้าไปอย่างกระชั้นชิดด้วยความยินดี
เหลืออีกไม่กี่ลี้ก็เป็นประตูด่านเสฉวนแล้ว หนทางด้านข้างเป็นเนินเขาสูงชันนัก เป็นสถานที่ที่เหมาะแก่การถูกปิดล้อมเป็นอย่างยิ่ง
“ที่นั่นแหละ! ข้างศาลเจ้านั่น!” เสวียนฮวาตะโกนเมื่อเห็นหลังคาสีคร่ำคร่าของศาลเจ้าน้อยที่อยู่ริมทาง
ผางเยว่ชักม้าให้ไป๋อี้กระโจนขึ้นทางน้อยที่อยู่หลังศาลเจ้าในทันใด หญิงสาวยิ้มอย่างลิงโลด จากนี้ไปจะเป็นเส้นทางลับที่นางจะเข้าสู่เสฉวนได้โดยไม่ต้องผ่านด่านหลักที่อยู่ข้างหน้า ซึ่งนางมั่นใจว่ามันจะเป็นกับดักที่เขาเตรียมเอาไว้ที่จะจัดการกับพวกนางอย่างแน่นอน
มันเป็นทางเล็กนัก แค่สำหรับคนเดินไปทีละคนเท่านั้น ม้าทั่วไปไม่สามารถผ่านทางนี้ได้แน่นอน มีเพียงแค่คนไม่กี่คนที่รู้เส้นทางนี้ แม้นกระทั่งชาวบ้านหาของป่ายังไม่รู้จักเส้นทางอ้อมแห่งนี้เลย
เสวียนฮวายินดีอย่างเหลือจะกล่าว ขอเพียงมาถึงที่แห่งนี้ก็นับว่าหนีพ้นเงื้อมมือเจ้าฮ่องเต้โฉดนั่นแล้ว ทางเข้าเสฉวนมีหลายเส้นทาง แต่นางมั่นใจว่าล้วนถูกปิดตายเพื่อดักจับนางหมดสิ้นทุกทาง ทว่าเส้นทางนี้แหละที่มีทางอ้อมอันเร้นลับที่ไม่มีใครล่วงรู้
ไป๋อี้กระโดดขึ้นไปตามทางน้อย เส้นทางนี้พี่ชายนางเคยจูงลาผ่านแล้วมาเล่าให้นางฟัง บอกว่าหากจะลอบโจมตีเสฉวนด้วยทางนี้เหมาะสมนัก ทางข้างหน้านี้อย่างแน่นอน...ไม่ผิดแน่
หยวินหนานแม้นจะยังอีกไกล แต่หากพ้นเส้นทางนี้ได้นางก็ไม่ต้องห่วงอะไรอีกแล้ว นางจะมีชีวิตรอดต่อไป
แต่ทันทีที่ไป๋อี้เลี้ยวเข้าไปตามทางน้อยบนไหล่เขา ทั้งชายหนุ่มและหญิงสาวก็ถึงกับหน้าซีดเผือก ทางข้างหน้าถูกอุดด้วยก้อนศิลาทั้งน้อยใหญ่มากมายนัก มันกองสุมจนไป๋อี้ไม่มีทางไปสู่ข้างหน้าอีกแล้ว
หนทางสู่หยวินหนานปิดตายสิ้นแล้วทุกทาง!