ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    บทที่ 52 เอ็นทรานซ์รอบแรก


                หุ้นสินค้าโภคภัณฑ์ หรือที่เรียกกันว่า หุ้นคอมโมดิตี้ มักจะเป็นกับดักสำหรับนักลงทุนหน้าใหม่หรือนักลงทุนเน้นคุณค่า


                เหตุเพราะกำไรของธุรกิจมีความผันผวนไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับความต้องการของตลาด เมื่อเวลาสินค้าโภคภัณฑ์ราคาขึ้นสูงก็จะทำให้ในปีนั้นบริษัทได้กำไรมากกว่าปกติ

                เมื่อได้กำไรมากก็ย่อมทำให้ตัวเลขงบการเงินต่างๆ ดูดี ดึงดูดนักลงทุนที่มาเห็นตัวเลขรายได้กำไร อยากซื้อลงทุนไปด้วย


                 ตัวอย่างเช่น ปั๊มน้ำมันร้อยหุ้น ปกติได้กำไรปีละ 10 บาท มีค่าพีอี (p/e) 10 ปีต่อมาอยู่ ๆ ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นเท่าตัว ทำให้กำไรเพิ่มเป็น 20 บาทจากสต็อกน้ำมันที่ต้นทุนถูก ทำให้มีค่าพีอี (p/e) เหลือ 5


                 เมื่อหุ้นมีกำไรดีขึ้นมาก และมีพีอี เพียงแค่ 5 (กำไร 5 ปีคืนทุน) ย่อมดึงดูดนักลงทุนหน้าใหม่ที่สนใจหุ้นที่กำไรเติบโตดี หรือ นักลงทุนเน้นคุณค่าก็จะสนใจว่าเป็นหุ้นพีอีต่ำ


                 ซึ่ง กำไรที่เพิ่มขึ้นมานั้นเกิดจากวัฏจักรช่วงพีคของหุ้นหรือก็คือเป็นช่วงที่กำไรเกิดเพิ่มขึ้นสูงกว่าปกติเท่านั้น ต่อมาถ้ากำไรของปั๊มน้ำมันกลับมาที่ 10 บาทเหมือนเดิม ย่อมทำให้ราคาหุ้นที่ขึ้นไปสูงจากตอนกำไร 20 บาท ราคาตกกลับลงมา และทำให้นักลงทุนขาดทุน


                  แต่อย่างไรก็ตามหุ้นโภคภัณฑ์ก็ถือเป็นหุ้นที่ให้ผลตอบแทนสูงมาก ถ้าเดาทางราคาสินค้าโภคภัณฑ์ออก เพราะกำไรของหุ้นกลุ่มนี้จะมีการสวิงขึ้นลงสูง และนั่นก็ทำให้ราคาหุ้นปรับขึ้นลงสูงด้วยเช่นกัน


    ดังนั้นโดยปกติหุ้นโภคภัณฑ์จึงมักเป็นสนามของนักเก็งกำไรมาตะลุมบอนกัน ส่วนนักลงทุนเน้นคุณค่าถ้าไม่แน่จริงมักจะพากันหลีกเลี่ยงหุ้นกลุ่มนี้



    ----------------------------


                อาทิตย์ต่อมาก็ถึงวันที่นักเรียนชั้นมอหกทั่วประเทศจะต้องลงสนามสอบเอ็นทรานซ์ในรอบแรก

                สำหรับการสอบ นักเรียนโรงเรียนของณรัชต์ดูจะสบายกันมาก เพราะโรงเรียนพวกเขาเป็นสนามสอบในการสอบเอ็นทรานซ์ ทำให้นักเรียนโรงเรียนเขาไม่ค่อยกดดัน หรือเกร็งในการมาสอบกันเท่าไหร่


                เมื่อเริ่มสอบแต่ละวิชาแล้วณรัชต์ก็มึนกับข้อสอบไม่น้อย เพราะเขาไม่ค่อยได้อ่านหนังสือหรือทบทวนการเรียนเท่าไหร่

                ก็นะ ช่วงชีวิตที่แล้วก็เรียนมาตั้งเยอะแล้ว ย้อนกลับมาใหม่ยังต้องกลับมาเรียนอีกรอบ มันก็มีขี้เกียจกันบ้างล่ะนะ


                สอบพวกวิชาสายคำนวณเขาก็ทำได้พอถู ๆ ไถ ๆ ไม่รู้จะสู้คะแนนในช่วงชีวิตที่แล้วได้หรือเปล่า

                ในช่วงชีวิตที่แล้วของเขานั้น เพราะลงเรียนพิเศษติวเพื่อสอบเตรียมทหารอยู่ตั้งสองปี ทำให้พื้นฐานวิชาสายวิทย์เขาดีพอสมควร เลยได้อานิสงส์ส่งผลมาถึงตอนสอบเอ็นทรานซ์ในตอนนั้นด้วย


                 ส่วนตอนนี้ นั่นมันผ่านมาหลายปี นานมากแล้วนะ ใครจะไปจำได้กัน...



                 พักเที่ยงกลุ่มณรัชต์เดินเข้าโรงอาหารซื้อข้าวราดแกงเสร็จก็ต้องถือจานข้าวออกมากินข้างนอก เพราะในโรงอาหารล้วนเต็มไปด้วยนักเรียนโรงเรียนต่าง ๆ ที่มาสอบในวันนี้

                 ขนาดโต๊ะเก้าอี้รอบโรงอาหารยังแน่น ณรัชย์กับเพื่อนสนิทจึงจำเป็นต้องไปนั่งเบียดกับเพื่อนร่วมห้องที่โต๊ะข้างโรงอาหารที่ยังพอจะมีที่นั่งว่างอยู่บ้าง


                 "ทำข้อสอบได้ไหมหัวหน้า" ณรัชต์หันไปทักทายเพื่อนร่วมโต๊ะและร่วมห้องด้วย


                 "ทำไม่ค่อยได้" หัวหน้าห้องตอบกลับ


                 "ไม่ค่อยได้เต็ม ใช่ไหม" เต้ที่นั่งเยี้องไปแซว


                 "หัวหน้าคิดจะเอ็นท์ฯ คณะไหน"วิทย์ถามขึ้นมาบ้าง กลุ่มเขาติดปากเรียกหัวหน้ากันหมดตามณรัชต์


                 "พาณิชยศาสตร์ฯ "ณรัชต์เผลอตอบแทนหัวหน้าห้องของเขา


                 หัวหน้าห้องที่กำลังตักข้าวเข้าปาก หันขวับมามองหน้าณรัชต์แล้วออกปากถาม


                  "รู้ได้ไง " สาวแว่นทำหน้าสงสัย


                  "เดาเอาน่ะ หัวหน้าชอบคำนวณแต่ไม่ชอบชีวะฯ คงไม่อยากเป็นหมอหรือเภสัชฯ งั้นก็ต้องเลือกคณะที่คะแนนสูงสมศักดิ์ศรีหน่อย" ณรัชต์แถ


                  "คณะอะไรอ่ะ ไม่เคยได้ยิน เหมือนคณะบัญชีไหม" เต้ถามด้วยความสงสัย


                   "คล้าย ๆ แต่คณะนี้เขามีอยู่แค่ที่จุฬาฯ กับ ธรรมศาสตร์ สองมหา'ลัย" วิทย์ช่วยอธิบาย


                    "โห งั้นคะแนนสอบเข้าก็สูงสิ" เต้กล่าว


                    "นั่นล่ะถึงเหมาะสมกับหัวหน้าห้องเรา อนาคตผู้สอบบัญชีมือหนึ่ง" เขากล่าวคล้ายแซวเล่น


                   หัวหน้าห้องมองค้อนณรัชต์ก่อนก้มหน้ากินข้าวมื้อกลางวันต่อ


                    อบคาบบ่ายค่อยยังชั่วหน่อยสำหรับณรัชต์ เพราะเป็นวิชาภาษาอังกฤษเขาจึงทำข้อสอบได้อย่างลื่นไหล ส่วนวิชาภาษาไทยกับสังคมมันก็เป็นข้อกากบาทล่ะนะ ยังไงเขาก็มีโอกาสได้กาเดาบ้าง ไม่เหมือนกับวิชาคำนวณช่วงเช้าที่มีข้อสอบอัตนัยด้วย


                    หลังสอบเสร็จกลุ่มณรัชต์ก็แวะเข้าร้านอินเทอร์เน็ต 'เพื่อผ่อนคลาย' ตามที่เต้กล่าวอ้าง

                    เต้กับวิทย์ก็เล่นเกมไป ส่วนณรัชต์อ่านข่าวต่าง ๆ เกี่ยวกับหุ้นบริษัทน้ำมันของเขาไป


                    เพราะหุ้นบริษัทน้ำมันแห่งชาติเป็นหุ้นชื่อดัง และเป็นหุ้นขนาดใหญ่ของตลาด จึงมีบทวิเคราะห์ต่าง ๆ เกี่ยวกับหุ้นและตัวธุรกิจให้ได้อ่านมากมาย

                    ณรัชต์อดยิ้มไม่ได้เมื่อได้อ่านบทวิเคราะห์หุ้นบริษัทน้ำมันที่ราคาเพิ่มสูงขึ้น ว่าเป็นการเก็งกำไรของนักลงทุนต่างชาติที่มองว่าในช่วงฤดูร้อน กับ ฤดูใบไม้ร่วงคนอเมริกันจะชอบขับรถออกท่องเที่ยว ทำให้มีการใช้น้ำมันมากกว่าช่วงอื่น ซึ่งมักจะทำให้ราคาน้ำมันโลกปรับตัวขึ้นในช่วงนี้ด้วย จึงมองว่าคงเป็นการเก็งกำไรเรื่องซีซันแนลเอฟเฟคของเงินลงทุนต่างชาติธรรมดา



                   วันสอบต่อมาณรัชต์มีสอบสองวิชาที่นักเรียนเอ็นทรานซ์มักจะลงกันแทบทุกคนนอกจากวิชาหลัก คือวิชาวัดแววความเป็นครู กับ พื้นฐานวิศวะ ซึ่งณรัชต์ทำข้อสอบได้อย่างสบาย ๆ ทั้งสองวิชา


                   พักเที่ยงหลังทานข้าวเสร็จณรัชต์กับวิทย์นั่งคุยกันถึงข้อสอบที่เพิ่งสอบเสร็จไปในช่วงเช้า

                   เต้เดินกลับมาที่โต๊ะหลังจากหายไปเข้าห้องน้ำมา


                  "เป็นนกหรือไงวะ ลำไส้สั้นจัง กินปุ๊บออกปั๊บ"วิทย์จิกกัดเพื่อนสนิท


                  "สงสัยจะผักดองในข้าวขาหมูตะกี้ว่ะ"เต้ตั้งข้อสงสัย


                   "เออ ตะกี้ในห้องน้ำ ขนาดวันสอบเอ็นท์ฯ ยังมีคนขายยาเลยว่ะ" เต้พูดถึงเรื่องยาเสพติดที่กำลังระบาดหนักจนมีขายกระทั่งในโรงเรียนช่วงนี้


                   "ก็มันราคาถูกนี่นะ แต่อีกเดี๋ยวทางการก็คงปราบปรามแล้วละมั้งระบาดหนักขนาดนี้" เขาคิดถึงราคาของยาบ้าตอนนี้ที่มีราคาถูกลงมาก และอีกไม่นานประเทศเขาก็จะเริ่มมีการปราบปรามยาเสพติดด้วยมาตรการเด็ดขาดและรุนแรงอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน


                    "แล้วไปไหนกันต่อดีวะ สอบเสร็จหมดแล้ววันนี้"


                    "วันนี่จะกลับบ้านเลยว่ะ ที่บ้านอยากรู้ว่าทำข้อสอบได้ไหมล่ะมั้ง" วิทย์ตอบเสียงเบื่อๆ


                    "งั้นแยกย้าย ไปเตะบอลสนามแถวบ้านดีกว่า"เต้พูดขึ้น

                    แล้วกลุ่มพวกเขาก็แยกย้ายกันไปตามอัธยาศัย



                    ผ่านมาสองสัปดาห์กว่าแล้วหลังจากวันที่ณรัชต์ซื้อหุ้นบริษัทน้ำมัน


                    การขึ้นของหุ้นขนาดใหญ่เวลาต่างชาติซื้อจะไม่เหมือนการขึ้นของหุ้นที่นักลงทุนทั่วไปซื้อ อย่างหุ้นกลุ่มเดินเรือที่ณรัชต์เคยซื้อ ราคาของหุ้นเวลาขึ้นจะปรับตัวขึ้นรุนแรงและรวดเร็วมาก


                    ส่วนหุ้นที่นักลงทุนต่างชาติซื้อนั้นราคาหุ้นจะไม่ได้ขึ้นรวดเดียวพรวดพราด แต่นักลงทุนต่างชาติจะซื้อหุ้นสลับขายหุ้นไปเรื่อย ๆ เช่น เมื่อซื้อหุ้นจนราคาปรับขึ้นเกิน 25 เปอร์เซ็นต์ ก็จะเอาหุ้นบางส่วนที่ซื้อไว้ ขายหุ้นออกมากดราคาให้หุ้นลงมาซัก 5 - 10 เปอร์เซ็นต์ แล้วค่อยซื้อหุ้นเพิ่มขึ้นไปอีกจนราคาขยับไปได้สักพักก็ขายหุ้นกดลงมา ซื้อ ๆ ขาย ๆ ไปเรื่อย ๆ แต่ราคาก็จะค่อย ๆ ขยับขึ้นไปเรื่อย ๆ


                    ฝรั่งก็ไม่โง่นี่เนอะ ถ้าตั้งหน้าตั้งตาซื้ออย่างเดียว ชาวบ้านก็รู้กันหมดพากันแห่มาซื้อตาม หรือคนมีหุ้นก็ไม่อยากขายให้ รอขายที่ราคาสูง ๆ กันพอดี

                    ดังนั้นราคาหุ้นก็จะขึ้น ๆ สลับย่อลงเป็นพัก ๆ ไปเรื่อย ๆ


                   ตอนนี้ณรัชต์จึงได้แต่นั่งมองหุ้นบริษัทน้ำมันของเขา ที่ราคาหุ้นค่อยๆ ขยับขึ้น

                   เขานั่งทบทวนความจำในช่วงชีวิตที่แล้วเกี่ยวกับหุ้นตัวนี้ เขาพอจะจำช่วงราคาสูงสุดที่หุ้นจะขึ้นรอบนี้ได้คร่าว ๆ เท่านั้น

                   แต่แค่นั้นก็เหลือเฟือแล้ว



                   นอกจากเป้าหมายการทำเงินในตลาดหุ้นแล้ว ณรัชต์ก็มีสิ่งติดค้างในใจในช่วงชีวิตที่แล้วอยู่บ้าง เขาจึงอยากจะมีเงินให้มากกว่านี้ เพื่อเป้าหมายที่คิดจะทำหลังจบมอหก

                   ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเมื่อถึงตอนนั้นจำนวนเงินในบัญชีหุ้นของเขาจะถึงระดับที่ตั้งใจไว้หรือเปล่า



    ------------------------------

    Name : ณรัชต์

    Asset : เงินสดในบัญชีหุ้น 48,400 บาท + : เงินในบัญชีหุ้น 7,200

             : ตึกแถว 2 ห้อง ราคาปัจจุบัน 850,000 บาท

             : เงินสดในบัญชีธนาคาร 100,000 บาท

             - หุ้นบริษัทน้ำมันแห่งชาติ จำนวน 76,000 หุ้น จากราคา 82 บาท ราคาปัจจุบัน 102 บาท


    มูลค่าสินทรัพย์รวม : 48,400 + 850,000 + 100,000 + 7,200 + 7,752,000

              = จาก 7,237,600 บาท ปัจจุบัน 8,757,600 บาท


    คล้ายกับเรื่องย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค ) ที่คุณอ่าน