ตอนที่4 พี่สาวฉันท้องกับผู้ชายคนอื่น
‘เกิดอะไรขึ้นกับเหยา? เหยามีชู้ั้แ่ตอนไหน?ทำไมฉันไม่เคยระแคะระคายมาก่อน?’
ธีรภาพครุ่นคิดด้วยความสงสัยกับพฤติกรรมของภรรยาอย่างไม่เข้าใจเขาไม่อยากเชื่อว่าภรรยาผู้แสนดีแสนซื่อจะกลายเป็หญิงสำส่อนและแอบมีชู้เช่นนี้
สุดท้ายธีรภาพตัดสินใจที่จะหย่าขาดจากณิชาถึงแม้ว่าเขาจะรักณิชามากแค่ไหนก็ตามทว่าเขาไม่สามารถแบกรับการถูกสวมเขาจากภรรยาตนได้โดยเขาไม่ได้ฉุกใจหรือคิดที่จะตรวจสอบหาความจริงด้วยซ้ำไปเขาเชื่อคำบอกเล่าจากแฟนสาวอีกคนมากกว่า
ณิชาสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดเธอแสดงความกล้าหาญออกมาเป็ครั้งแรกพลางตอบกลับสามีที่ยืนอยู่ข้างน้องสาวตนเองว่า
“ได้ค่ะพรุ่งนี้เราไปหย่ากันที่อำเภอ”
เธอคิดว่านี่คือทางออกที่ดีที่สุดสำหรับทุกฝ่ายเพราะเธอเหลือบมองเห็นสายตาของผู้ชนะจากน้องสาวจึงไม่้าเสียเวลายื้อแย่งผู้ชายที่ไม่ได้รักเธอแล้วทว่าเขาต่างหากที่นอกใจเธอั้แ่ก่อนแต่งงานฉะนั้นเธอจึงเลือกตัดขาดจากเขาดีกว่าทนทุกข์ต่อไป
..........
เช้าวันต่อมาณิชานั่งรถไปหย่าขาดจากสามีที่งานทะเบียนของอำเภอโดยตลอดระยะเวลาั้แ่ออกจากโรงพยาบาลจนกระทั่งหย่าขาดเรียบร้อยแล้วกลับมาถึงบ้านเธอเหมือนกับคนไร้ชีวิตจิตใจ เ้าหน้าที่อำเภอถามคำเธอตอบคำทำให้การหย่าร้างผ่านกระบวนการไปอย่างง่ายดายโดยไม่มีปัญหาเื่การจัดการทรัพย์สินของเธอและสามีแต่อย่างใด
“หากการจัดการทรัพย์สินไม่มีปัญหาแล้วให้พวกคุณทั้งสองลงนามในเอกสารการหย่าด้วยนะครับ”
เ้าหน้าที่อำเภอบอกกับคู่สามีภรรยาที่กำลังโด่งดังเป็ข่าวใหญ่ของประเทศด้วยความรู้สึกสงสัยใคร่รู้ทว่าเขาไม่กล้าที่จะสอบถามตรงไปตรงมาจึงเลือกทำหน้าที่ตนเองไปก่อนด้วยความรู้สึกไม่เป็กังวล
ขณะที่ณิชานั่งรถกลับเรือนหอธีรภาพเห็นว่าอดีตภรรยาเริ่มมีความรู้สึกรับรู้สิ่งแวดล้อมรอบตัวแล้วเขาพูดเสียงเข้มกับเธอว่า
“เห็นว่าคุณเคยทำหน้าที่ดูแลผมเป็อย่างดีผมจะมอบเครื่องเพชรวันแต่งงานให้เป็ที่ระลึกแล้วกัน คุณจะกลับไปอยู่บ้านหรือจะไปอยู่กับชายชู้ของคุณก็แล้วแต่นะ ผมคงไม่ได้มอบเงินให้คุณอีกเดี๋ยวคุณก็เอาไปปรนเปรอชายชู้ ผมไม่ใช่คนใจดีขนาดนั้น”
ณิชาเหลียวมองหน้าอดีตสามีด้วยดวงตาว่างเปล่าสมองเธอยังรู้สึกงุนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน ทำให้เธอไม่เข้าใจกับความหมายของเขาสื่อสารกับตน
ท่าทางนิ่งเฉยของอดีตภรรยายิ่งทำให้ธีรภาพส่งเสียงฮึดฮัดอย่างไม่พอใจเขารู้สึกเกลียดชังณิชาขึ้นมามากขึ้นอย่างไม่รู้ตัว
ระหว่างที่เธอกำลังเก็บข้าวของเครื่องใช้อยู่ในห้องนอนน้ำตาไหลอาบแก้มนวลขาวสองข้างโดยไม่รู้ตัว เธอรู้สึกหัวใจเ็ปจนกลายเป็ด้านชาพลางพึมพำกับตัวเองด้วยความรู้สึกหลากหลาย มีทั้งเศร้าเสียใจ งุนงงและผิดหวังในความรัก
“เป็ไปได้ยังไง?มันเกิดอะไรขึ้นกับฉันกันแน่? ฉันไม่ได้ท้องกับพี่แทนหรือ? แล้วคืนนั้นฉันนอนกับใครกันละ?ก็ในเมื่อตอนเช้าฉันอยู่ในห้องนอนคนเดียวนี่นา”
ณิชาปาดน้ำตาพร้อมกับถามตัวเองโดยที่ไม่มีคำตอบกลับมาเธอรู้สึกเหมือนถูกสายฟ้าฟาดเข้าใส่อย่างจังจนสมองเธอไม่สามารถประมวลผลหรือคิดวิเคราะห์เื่ราวทั้งหลายได้เธอรู้สึกสับสนงุนงงจนเหมือนกับไม่ใช่ตัวเอง
……….
เมื่อเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเสร็จเรียบร้อยเธอเดินลากกระเป๋าลงมาชั้นล่าง โดยมีคนรับใช้สองสามคนมาล่ำลาเธอด้วยความอาลัยเธอกล่าวลาทุกคนเหมือนคนใจลอยแล้วเดินไปขึ้นรถแท็กซี่ที่คนสวนช่วยเรียกเข้ามารอรับอย่างเห็นใจในโชคชะตาพลิกผันของเธอ
ส่วนอดีตสามีและน้องสาวของเธอนั้นหายเข้ากลีบเมฆไปโดยที่เธอไม่สนใจจะสอบถามกับคนรับใช้ในบ้านด้วยซ้ำไปว่าทั้งคู่หายไปไหนเธอคิดอย่างขมขื่นว่าทั้งสองคนก็คงหนีไปพ้นไปหาความสุขระหว่างกันเหมือนดังเช่นที่ผ่านมาซึ่งสามีมักมีข้ออ้างเื่งานแล้วกลับบ้านดึกดื่นหรือรุ่งเช้าซึ่งเธอล้วนคิดอย่างโลกสวยว่าสามีตั้งใจทำงานเพื่อสร้างครอบครัวกับตนเอง
อนิจจา!!!
ณิชามองโลกในแง่ดีเกินไปเธอช่างอ่อนต่อโลกอันแสนโหดร้ายนัก
ครั้นรถแท็กซี่จอดหน้าปากทางเข้าหมู่บ้านจัดสรรอันหรูหราเนื่องด้วยแท็กซี่ไม่สามารถเข้าไปในอาณาเขตภายในของหมู่บ้านมั่งคั่งได้ณิชาจึงลากกระเป๋าเสื้อผ้าเดินตามถนนทางเข้าหมู่บ้านมั่งคั่งเองโดยยามรักษาความปลอดภัยเป็คนใหม่ที่เธอไม่คุ้นตาเธอจึงเข้าใจโดยปริยายว่ายามทำตามกฎซึ่งเธอไม่ได้เรียกร้องกับยามให้รถแท็กซี่เข้าไปส่งที่
คฤหาสน์ตระกูลศรีวรรณรงค์แต่อย่างใด
ระหว่างที่เธอเดินลากกระเป๋าอยู่นั้นพลันมี่เวลาของห้วงความคิดแว่บหนึ่งที่ณิชา้าตายเพราะไม่อยากแบกรับความรู้สึกอับอายและเสียใจอีกต่อไปจึงตัดสินใจปล่อยมือจากกระเป๋าเดินทางพลางพึมพำกับตัวเองแล้วเดินตัดหน้ารถยนต์กะทันหัน
“ฉันจะอยู่ไปทำไมอยู่ไปก็อับอายผู้คน กลับไปก็คงถูกแม่สุด่าอีก พ่อก็ไม่สนใจฉันแล้ว ลาก่อนทุกคน...”
“เอี๊ยด!”
“โครม!”
..........
เวลานี้ณิชากำลังค้นหารายชื่อผู้ติดต่อในโทรศัพท์มือถือตนเองพร้อมกับกดเบอร์โทรของเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวเป็เพื่อนร่วมชั้นเรียนเอกบัญชีของวิทยาลัยอาชีวศึกษา ซึ่งปัจจุบันเพื่อนสนิทของเธอทำงานแผนกบัญชีในบริษัทนำเที่ยวสุขใจเป็บริษัทสาขาที่มีบริษัทแม่อยู่ในประเทศจีน
“เหยาเป็ยังไงบ้าง?ฉันเพิ่งได้ฟังข่าวซุบซิบ เธอหย่ากับคุณแทนจริงหรือ?”
ปลายสายสอบถามเธอด้วยน้ำเสียงแสดงความห่วงใยซึ่งเธอสามารถรับรู้ด้วยสัญชาตญาณตนเองทำให้ณิชารู้สึกอบอุ่นหัวใจที่ยังมีคนรักและห่วงใยเธออย่างจริงใจจึงตอบคำถามออกไปว่า
“ฉันไม่เป็ไรนุ่นขอบใจมาก เธอช่วยหาตั๋วเครื่องบินไปประเทศจีนให้หน่อยสิขอเที่ยวบินเร็วที่สุดพรุ่งนี้ แล้วอย่าบอกใครละว่าฉันไปไหน?”
“ไม่มีปัญหาเพื่อนเธออย่าลืมเตรียมเอกสารอื่นให้พร้อมละ ว่าแต่เธอจะไปเที่ยวทำใจหรือ?”
นุ่นเพื่อนสาวสวยแต่ฐานะยากจนตอบกลับณิชาอย่างผ่อนคลายพลางกำชับถึงเื่การเตรียมเอกสารและถามอย่างคาด
คะเนถึงการเดินทางไกลของเพื่อนอย่างไม่แน่ใจเนื่องด้วยเธอไม่คาดคิดว่าเพื่อนตนจะสามารถทำใจกับเหตุการณ์พลิกผันของชีวิตได้รวดเร็วเช่นนี้
“ใช่่นี้ที่ประเทศจีนกำลังเริ่มหนาวพอดี สถานที่ท่องเที่ยวคงสวยงามน่าจะช่วยให้ฉันสบายใจขึ้นมาบ้าง”
ณิชารับสมอ้างคำถามเพื่อนอย่างเข้าใจเธอไม่สามารถบอกเหตุผลที่แท้จริงได้เพราะเกรงว่าเพื่อนจะห้ามปรามตนเองด้วยความห่วงใยเนื่องจากการไปใช้ชีวิตอยู่ต่างแดนคนเดียวย่อมเสี่ยงอันตรายแน่นอนทว่าเธอตั้งใจและตัดสินใจแล้วฉะนั้นจึงไม่หวั่นเกรงกับปัญหาที่ต้องเผชิญในอนาคตแต่อย่างใด
“ตอนนี้เธออยู่ที่ไหน? ฉันว่าจะไปเยี่ยมเธอหลังเลิกงาน”
นุ่นสอบถามที่อยู่ของณิชาอย่างกังวลใจเพราะ้ามาเยี่ยมและให้กำลังใจเพื่อนด้วยความห่วงใยเนื่องจากข่าวะเืวงสังคมไฮโซที่เพิ่งเผยแพร่ไม่นานมานี้เป็ข่าวการประกาศหมั้นหมายของธีรภาพกับสุพิชชา โดยฝ่ายชายเป็อดีตสามีของเพื่อนส่วนฝ่ายหญิงก็เป็น้องสาวต่างแม่ของเพื่อนเธอนั่นเอง
“ไม่เป็ไรหรอกนุ่นฉันสบายดี ไม่ต้องมาเยี่ยมก็ได้ แค่เตรียมตั๋วเครื่องบินให้ฉันก็พอแจ้งจำนวนเงินมาละกัน แล้วฉันจะโอนให้”
ณิชายิ้มน้อยๆอย่างเข้าใจในความห่วงใยของเพื่อน ด้วยเธอไม่ใช่ณิชาคนเดิมที่อ่อนแออีกต่อไปเพราะในตอนนี้เธอคือเส้าอู๋เหยา เอสเปอร์ที่เก่งกาจจากดาวเอเอส ฉะนั้นปัญหาทั้งหลายที่ประดังประเดเข้ามาในเวลานี้ล้วนไม่เป็ปัญหาสำหรับเธอแม้แต่น้อย
“โอเคถ้าเธอมีอะไรก็บอกฉันได้ตลอดเวลานะเหยา งั้นฉันจะรอเธออยู่ที่สนามบินละกัน”
นุ่นยินยอมรับคำเพื่อนอย่างไม่เต็มใจพลางกำชับณิชาให้นึกถึงตนเองหาก้าความช่วยเหลือ
“ตกลง ขอบใจมากเพื่อน”ณิชารับคำเพื่อนอย่างอบอุ่นหัวใจ
..........
เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยณิชาหยิบรีโมตเปิดดูข่าวสารประจำวันตามความเคยชินรวมทั้งเธอ้ารับรู้ความเป็ไปของโลกนี้เพิ่มเติมเนื่องจากเป็โลกใหม่ที่เธอ้าเรียนรู้และทำความรู้จักให้มากขึ้น
พลันมีข่าวด่วนนำเสนอคั่นเวลาข่าวปกติเป็ข่าวการเปิดตัวคู่รักคนดังของสังคมตระกูลคนร่ำรวยในประเทศไทย ผู้เป็ลูกหลานมหาเศรษฐีโดยเฉพาะฝ่ายชายและฝ่ายหญิงล้วนเป็นักธุรกิจรุ่นใหม่ไฟแรง
มีภาพนักข่าวกำลังสัมภาษณ์ชายหนุ่มหล่อเหลาและหญิงสาวสวยสง่ายืนคู่กันทั้งคู่เหมาะสมกันราวกิ่งทองใบหยก
เป็การสัมภาษณ์คู่ชายหญิงอยู่หน้าบริษัทจำหน่ายรถยนต์หรูซึ่งธีรภาพทำหน้าที่เป็ประธานบริษัทรถยนต์หรูดังกล่าว
นักข่าวคนหนึ่งถามคำถามที่สาธารณชนใคร่รู้กับชายหญิงคนดังว่า
“คุณแทนคะเมื่อวานเพิ่งมีข่าวหย่าร้างกับอดีตภรรยา วันนี้เปิดตัวคู่หมั้นทันทีมีอะไรเป็พิเศษในการหย่าร้างไหมคะ?”
สุพิชชาเหลือบมองเห็นท่าทางอึดอัดใจของแฟนหนุ่มจึงโปรยยิ้มหวานให้กับเหล่านักข่าว พร้อมกับตอบแทนอย่างสบายใจโดยแฝงการจิกกัดและซ้ำเติมพี่สาวตนเองไว้อย่างแเีว่า
“อ้อ! ก็พอดีว่าพี่สาวฉันท้องกับผู้ชายคนอื่น ที่ไม่ใช่สามีตัวเองแบบนี้สมควรหย่าไหมละคะ?ความจริงฉันกับพี่แทน พวกเราคบหากันมานาน ก่อนที่พี่แทนจะถูกผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายให้หมั้นหมายและแต่งงานกับพี่สาว ฉันก็เลยต้องหลีกทางให้ค่ะแต่ในเมื่อตอนนี้พี่แทนไม่มีพันธะผูกพันแล้ว ฉันก็ควรได้รับการเกียรติในฐานะว่าที่คู่หมั้นไม่ใช่หรือคะ?”
ธีรภาพหันขวับมองแฟนสาวตนเองด้วยท่าทางตื่นตระหนกเขาไม่คาดคิดว่าเธอจะตอบคำถามอันล่อแหลม แล้วมีผลทำให้อดีตภรรยาของเขามีมลทินจนเกิดความอับอายซึ่งไม่เป็ผลดีรวมทั้งอาจเป็ผลให้อดีตภรรยาไม่สามารถอยู่ในวงสังคมได้อีก
“คุณ.....”
เขากำลังจะท้วงติงการกระทำของแฟนสาวทว่าสุพิชชาพูดขยายข้อความของตนเองต่อซึ่งก่อให้เกิดความโกลาหลในกลุ่มนักข่าวมากขึ้นทั้งนี้เป็เพราะว่าสาเหตุการหย่าร้างเพิ่งจะหลุดออกจากปากเธอเป็ครั้งแรกที่กองทัพนักข่าวล่วงรู้สาเหตุการหย่าร้างอย่างชัดเจนเช่นนี้
“แหม! พี่ๆ นักข่าวคะ เื่แบบนี้จะทำให้คุณแทนอดทนต่อไปได้หรือคะ?จริงไหม? ดังนั้นจึงไม่แปลกที่จะหย่ากันฟ้าแลบแต่การที่พี่แทนออกมาเปิดตัวฉัน ก็เพราะว่าเรารักกันมากและฉันไม่ได้แย่งสามีพี่สาวนะคะ แค่พี่สาวทำตัวไม่คู่ควรกับเขาเอง”
สุพิชชากอดแขนธีรภาพแน่นพร้อมกับกดปลายนิ้วจิกผ่านเสื้อสูทของเขากลายๆเป็การเตือนให้เขาสงบปากสงบคำ เพราะถึงอย่างไรเธอก็พูดเปิดประเด็นร้อนแรงไปแล้วฉะนั้นไม่มีประโยชน์ที่เขาจะแก้ต่างอะไรให้กับพี่สาวเธอทั้งนั้น
ธีรภาพแอบเหล่ตามองแฟนสาวพลางลอบถอนหายใจกับพฤติกรรมของเธอเขายิ้มแห้งๆ กับเหล่านักข่าว ก่อนพูดขอตัวอย่างลำบากใจว่า
“ขอโทษนะครับพอดีผมมีประชุมของบริษัท เอาไว้โอกาสหน้าค่อยสัมภาษณ์ใหม่นะครับ”
หลังจากนั้นเขาหันหลังเดินกลับเข้าไปในบริษัทของตนเองโดยมีสุพิชชาเดินเกาะแขนเขาตลอดเวลาเป็การประกาศสถานะเ้าของหรือแฟนใหม่ของประธานบริษัทหนุ่มไฟแรงไปในตัว
พนักงานหญิงหลายคนในบริษัทต่างเหลียวมองคู่หนุ่มสาวที่เพิ่งให้สัมภาษณ์นักข่าวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลายหลายคนส่งเสียงซุบซิบนินทาเ้านายอย่างสนุกปากหลายคนบ่นด้วยความเสียดายที่พลาดโอกาสจับจองหัวใจเ้านายเนื่องด้วยท่าทางยินยอมของฝ่ายชายที่โอนอ่อนและตามใจสาวสวยเป็การตอกย้ำความสัมพันธ์พิเศษของทั้งคู่ได้เป็อย่างดี